เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เกิดใหม่ทั้งที ต้องตั้งใจเรียน

บทที่ 13 เกิดใหม่ทั้งที ต้องตั้งใจเรียน

บทที่ 13 เกิดใหม่ทั้งที ต้องตั้งใจเรียน


ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นไปตามที่คาดไว้

เฉิงอันมีท่าทีสงบนิ่ง เธอลูบหัวเจียงอวี้แล้วยิ้ม "เสี่ยวอวี้ เป็นอะไรไป?"

ดวงตาของเจียงอวี้รื้นไปด้วยน้ำตา "เจ๊เฉิง ฉันไม่อยากเรียนแล้ว..."

มันทรมานเหลือเกิน

เธอควรจะเป็น 'ผู้ถูกเลือก' ไม่ใช่เหรอ ทำไมมันถึงยากลำบากยิ่งกว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยก่อนเกิดใหม่อีก?

เฉิงอันปลอบโยน "เธอลำบากหน่อยนะ แต่มันไม่มีทางอื่น ใครใช้ให้มิติมีแต่เธอที่เข้าไปได้ล่ะ? ตั้งใจเรียนเข้า ศาสตราจารย์โจวกับคนอื่นๆ ตั้งเป้าว่าจะปั้นเธอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะปลูกให้ได้ภายใน 15 วัน"

เจียงอวี้ "..."

เธอถอนหายใจอีกครั้ง นี่มันหาเหาใส่หัวชัดๆ!!

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เจียงอวี้มัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องความรัก จนแทบจะเรียนไม่จบ กว่าจะได้ใบปริญญามาก็เลือดตาแทบกระเด็น

แถมสาขาที่เรียนก็ง่ายแสนง่าย

แต่ตอนนี้ เหล่าศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญกลุ่มใหญ่กำลังพยายามยัดความรู้ระดับมืออาชีพใส่สมองเธอด้วยความเร็วสูงสุด

แค่คืนเดียว เธอถูกยัดเยียดข้อมูลจนล้นสมอง

เธอรู้สึกเวียนหัวตาลายไปหมด

นี่ไม่ใช่การปฏิบัติที่ 'ผู้ถูกเลือก' ควรได้รับ แต่มันคือชีวิตนักเรียนสุดรันทดต่างหาก

เจียงอวี้กัดฟัน "ไม่ ฉันทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากให้ความร่วมมือนนะ แค่ว่า—"

เธอขอลาออก!

ประเทศจะทำอะไรเธอได้?

เฉิงอันได้ยินดังนั้นก็ยังคงนิ่งเฉย

เธอค่อยๆ เผยรอยยิ้ม น้ำเสียงนุ่มนวล "เกรงว่าจะไม่ได้นะ"

เจียงอวี้เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ "ทำไมจะไม่ได้? อะไรนะ ประเทศจะบังคับให้ฉันทำสิ่งที่ไม่อยากทำได้ด้วยเหรอ?!"

เฉิงอัน "แน่นอนว่าไม่ได้"

รอยยิ้มของเธอยังคงเดิม "แต่ว่า... ประเทศอาจจะไม่ส่งตัวอวี๋ลี่เทียนกับเฉินเจียวเจียวให้เธอนะ อ้อ พวกเขาเป็นพลเมืองของประเทศเหมือนกัน เป็นไปได้ว่ารัฐอาจจะดูแลพวกเขา ให้พวกเขามีชีวิตรอดปลอดภัยในวันสิ้นโลก"

"แน่นอน ถ้าพวกเขาขยันขันแข็ง บางทีอาจได้กินดีอยู่ดี มี—"

"อ๊ากกก!" เจียงอวี้สติแตก "ไม่! ไม่ได้เด็ดขาด!"

จิตสังหารพุ่งพล่าน!

ทุกคำพูดของเฉิงอันเหมือนมีดกรีดลงกลางใจ

เธอกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด

"ฉันเรียนก็ได้!"

การปล่อยให้ชายโฉดหญิงชั่วอย่างอวี๋ลี่เทียนและเฉินเจียวเจียวเสวยสุข มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าเธอให้ตายซะอีก!

ด้านหลังเฉิงอัน ห่าวจิ้งเย่มองเจียงอวี้ด้วยความเห็นใจ

ตลกสิ้นดี

เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเจ๊เฉิงจับตัวอวี๋ลี่เทียนกับเฉินเจียวเจียวไว้เฉยๆ ไม่มีเหตุผล?

นี่มันจุดอ่อนของเจียงอวี้ชัดๆ

เด็กคนนี้ตกอยู่ในกำมือเจ๊เฉิงแล้ว ยังหวังจะทำตามใจชอบอีกเหรอ?

— หึๆ คิดว่าเจ๊เฉิงเป็นพี่สาวใจดีขี้สงสารหรือไง?

เจียงอวี้กัดฟัน แล้วถูกเหล่าศาสตราจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่กำลังร้อนรนลากตัวกลับไปอีกครั้ง

จนกระทั่งเช้าวันต่อมา เฉิงอันถึงได้เจอเจียงอวี้อีกครั้ง

เจียงอวี้ดูเหมือนวิญญาณเร่ร่อน ล่องลอยเข้ามาในโรงอาหารของค่ายชั่วคราว ขอบตาคล้ำดำ ปากพึมพำกับตัวเองราวกับกำลังท่องมนต์

เฉิงอันกวักมือเรียก "เสี่ยวอวี้ มากินข้าว"

เจียงอวี้เหลือบมองเธอ สายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

เธอ "ลอย" เข้ามาหา น้ำเสียงแหบแห้ง "เมื่อคืนหลับสบายดีไหม?"

"ก็ไม่เลว" เฉิงอันถาม "เสียงเธอเป็นอะไรไป?"

เจียงอวี้ "ท่องหนังสือจนเสียงแหบ"

เธอบ่นคร่ำครวญ "ฉันนอนไม่หลับเลย พวกเขาให้นอนแค่สองชั่วโมงครึ่ง แถมยังเปิดเทปกรอกหูข้างๆ อีก บอกว่าแม้แต่ตอนนอนก็ห้ามหยุดเรียนรู้..."

เฉิงอัน "เด็กดี อดทนหน่อยนะ ใครใช้ให้มิติมีแต่เธอที่เข้าไปได้ล่ะ?"

ทุกครั้งที่เฉิงอันปลอบเจียงอวี้ เธอมักจะใช้ประโยคเดิมนี้เสมอ

เธอพูดด้วยความหมายลึกซึ้ง แต่สมองของเจียงอวี้กลับไม่เคยเอะใจอะไรเลย

เจียงอวี้อ้าปากอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ลังเล

เฉิงอันมองเธอด้วยสายตาคาดหวัง

เจียงอวี้กัดฟัน "ก็ได้ ฉันจะกิน ความลำบากแค่นี้ฉันทนได้"

— นิ้วทองคำต้องเก็บเป็นความลับ!

ข้างๆ กัน ห่าวจิ้งเย่ขยับแว่นตาขึ้น พูดไม่ออกเล็กน้อย

"ก็แค่เรียนทำไร่ทำนา จำเป็นต้องทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายขนาดนั้นเลยเหรอ?"

เจียงอวี้ไม่กล้าโกรธเฉิงอัน พอได้ยินแบบนี้เลยหาที่ระบายทันที

เธอตะคอกใส่ห่าวจิ้งเย่

"นายมันไม่รู้อะไรเลยว่าการทำนามันต้องใช้ความรู้เยอะแค่ไหน?! คิดว่าแค่หว่านเมล็ดก็จบเหรอ?!"

"เมื่อก่อนฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ทำนามันจะยากตรงไหน?"

"แต่บ้าเอ๊ย ศาสตราจารย์โจวกับพวกนั้นบอกว่าพืชวิจัยหลายชนิดมันล้ำค่ามาก ต้องมีวิธีปลูกเฉพาะ แต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน แล้วฉันต้องจำให้ได้ทั้งหมด!"

"แถมยังต้องใช้มิติเป็นแปลงทดลอง ฉันต้องเรียนรู้การเปรียบเทียบไอ้นั่นน่ะ—"

ห่าวจิ้งเย่แทรกขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย "เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของพันธุ์พืชต่างชนิดในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และการเจริญเติบโตของพืชชนิดเดียวกันในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน รวมถึงการเจริญเติบโตของพันธุ์พืชต่างชนิดในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน การคัดเลือกตามธรรมชาติ และการแทรกแซงของมนุษย์เพื่อเพาะพันธุ์พืชที่ต้องการ"

เจียงอวี้ "???"

เธอทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "นายรู้ได้ไง?"

ใบหน้าของห่าวจิ้งเย่สงบนิ่งขณะขยับแว่นตาขึ้นอีกครั้ง "ตอนทำปริญญาเอก ผมเบื่อๆ ก็เลยเรียนปริญญาวิทยาศาสตร์ชีวภาพประยุกต์เล่นๆ ใบหนึ่ง"

แว่นตาคู่นั้นดูเหมือนจะเปล่งประกายวูบหนึ่ง

เจียงอวี้พึมพำอย่างเหม่อลอย "เบื่อๆ? เล่นๆ?"

ห่าวจิ้งเย่ "ครับ ผมเรียนไปหลายสาขาเหมือนกัน..."

เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจขณะตักโจ๊กเข้าปาก "น่าจะสักยี่สิบกว่าสาขาได้มั้งครับ ต่อมาถูกรัฐบาลเรียกตัวเป็นกรณีพิเศษ ก็เลยเจาะลึกแค่ไม่กี่ด้าน แล้วก็เรียนภาษาเพิ่มอีกสิบกว่าภาษา"

เขาถอนหายใจ "แต่วันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง ภาษาพวกนั้นคงเรียนเสียเปล่าแล้วล่ะ"

เจียงอวี้ "???"

เธอเอียงคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงสับสน มุมปากกระตุกยิกๆ

เธอสงสัยว่าหูฝาดไปเองหรือเปล่า

เฉิงอันเสริมขึ้นว่า "อย่าไปเทียบกับเขาเลย เขามีความจำแบบภาพถ่าย"

เจียงอวี้: อะไรวะเนี่ย?

โลกนี้มีคนที่มีความจำแบบภาพถ่ายอยู่จริงๆ เหรอ??

"ไม่งั้นคุณคิดว่าไงล่ะ? ถ้าผมไม่มีความสามารถพิเศษอะไร จะถูกส่งมาเป็นผู้ช่วยเจ๊เฉิง ช่วยดูแล 'สำนักงานกิจการพิเศษวันสิ้นโลก' ที่สำคัญขนาดนี้ได้ยังไง?" ห่าวจิ้งเย่กลอกตา

เจียงอวี้ "..."

ก่อนหน้านี้ เธอไม่เคยรู้เลยว่าห่าวจิ้งเย่เทพขนาดนี้!

มองห่าวจิ้งเย่ แล้วหันมามองเฉิงอัน พลางนึกถึงกลุ่มนักวิจัยที่บ่นว่า IQ เธอไม่ถึง 120...

— ไม่สิ คนพวกนี้มันสัตว์ประหลาดประเภทไหนกัน?

เธอชัดเจนว่าเป็น 'ผู้ถูกเลือก' ที่ได้เกิดใหม่นะ?

ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกว่าตัวเองกระจอกและธรรมดาขนาดนี้??

นี่มันไม่ใช่วิทยาศาสตร์!!

เจียงอวี้ตกอยู่ในสภาวะสงสัยในตัวเอง

เธอโดนโจมตีอย่างหนัก จนเหี่ยวเฉาไปทั้งตัว

เฉิงอันพยักพเยิดหน้า "กินซะ ศาสตราจารย์โจวสั่งจัดอาหารเช้าให้เธอเป็นพิเศษ มื้อเที่ยงอยากกินอะไรก็สั่งได้เลย"

พอได้ยินดังนั้น เจียงอวี้ก็มองอาหารตรงหน้า

ข้าวสวยหนึ่งถ้วย กับกับข้าวหน้าตาน่ากินหลายอย่าง ทั้งเนื้อทั้งผัก แถมยังมีวัตถุดิบราคาแพง ดูเหมือนเพิ่งจะยกมาจากเตาร้อนๆ

ชัดเจนว่าเป็นฝีมือเชฟยอดฝีมือ สีสัน กลิ่น รส ครบเครื่อง

เจียงอวี้กลืนน้ำลาย

เธอรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "อย่างน้อยเขาก็ยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง!"

เขารู้ตัวสินะว่าทรมานเธอมากไป เลยพยายามชดเชยให้?

เธอไม่ให้อภัยหรอกนะ!

เฉิงอันกลืนอาหารลงคอแล้วพูดเรียบๆ "เขาบอกว่าเธอโง่เกินไป ให้กินเยอะๆ จะได้บำรุงสมอง"

เจียงอวี้ "..."

— อ๊าก พังทลายไปให้หมด!!

ความแตกสลายของเธอไม่มีใครเข้าใจ

ห่าวจิ้งเย่กินเสร็จอย่างรวดเร็ว เลื่อนดูแท็บเล็ตแล้วหันไปมองเฉิงอัน

"เจ๊เฉิง หลี่หว่านอวิ๋นขึ้นเครื่องบินตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนนี้กำลังเดินทางไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เหล่าจ้าวกับทีมงานกำลังตามไปครับ"

เฉิงอันพยักหน้า หัวเราะเบาๆ "เสียเที่ยวเปล่า"

ห่าวจิ้งเย่ถามอีกครั้ง "เราควรตามไปไหมครับ?"

เฉิงอัน "ไม่จำเป็น คุณควบคุมโทรศัพท์เธอไว้ เข้าถึงกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ให้เหล่าจ้าวคอยดูอย่าให้เธอไปก่อเรื่องก็พอ เราจะรอเธอคว้าน้ำเหลวกลับมาที่เมืองหลวง"

เจียงอวี้อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย "พวกคุณคุยเรื่องอะไรกัน?"

เฉิงอัน "เพื่อนร่วมงานในอนาคตของเธอ ผู้มีพลังมิติ หลี่หว่านอวิ๋น"

"อืม จะนับว่าเป็นลูกทีมในอนาคตของพวกเราก็ได้"

เจียงอวี้ "!!"

มีคนที่มีพลังมิติอยู่แล้วเหรอ!

เจียงอวี้รู้สึกเปรี้ยวๆ ในใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เธอถามต่อ "ทำไมเธอถึงจะคว้าน้ำเหลวกลับมาล่ะ?"

ห่าวจิ้งเย่ยิ้มอย่างมีเลศนัย เหลือบมองเจียงอวี้ "เพราะต่อหน้ากลไกของรัฐ การกระทำส่วนตัวใดๆ ล้วนไร้ประโยชน์และไร้พลังครับ"

เจียงอวี้ "???"

พูดภาษาที่เธอเข้าใจไม่ได้หรือไง?

"ฉันขอไปด้วยได้ไหม?" เจียงอวี้ถามอย่างกระตือรือร้น

เฉิงอันยิ้มบางๆ "ไม่ได้ เธอยังต้องตั้งใจเรียนเพื่อรักษาต้นกล้าแห่งความหวังและทดลองเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังต่อไป"

เจียงอวี้อยากจะร้องไห้ "พูดว่าทำนาเฉยๆ ก็ได้ ไม่ต้องทำให้มันดูยิ่งใหญ่ขนาดนั้น!!"

ห่าวจิ้งเย่สงสัย "เช้านี้คุณต้องทำอะไรบ้าง?"

เจียงอวี้มองเขาด้วยสีหน้าตายด้าน

"เรียนขับรถไถ"

จบบทที่ บทที่ 13 เกิดใหม่ทั้งที ต้องตั้งใจเรียน

คัดลอกลิงก์แล้ว