- หน้าแรก
- เกิดใหม่พร้อมบงกชวิเศษ ยิ่งฆ่าคนเลวข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 47 - สุดยอดการล่อลวง
บทที่ 47 - สุดยอดการล่อลวง
บทที่ 47 - สุดยอดการล่อลวง
บทที่ 47 - สุดยอดการล่อลวง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลี่ฉางชิวถอนหายใจยาว ไม่พูดอะไร เพียงแต่แววตาเริ่มสับสนวุ่นวาย
อวิ๋นหยางกล่าวว่า "ข้าจับท่านมา เพราะข้าเข้าใจท่านมากพอ ข้ารู้ว่าท่านไม่กลัวตาย แต่ข้าให้ท่านตายไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงต้องจับเป็นท่าน อีกด้านหนึ่งข้าให้ท่านฆ่าตัวตายไม่ได้ ข้าต้องมอบเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ให้ท่าน และพรรคมารพิษหมื่นปีของท่าน รวมถึงควันสลายวิญญาณกัดกร่อนกระดูก ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าจงใจเอ่ยถึง เพื่อมอบข้ออ้างในการไม่ตายให้แก่ท่าน"
"หากไม่นับเรื่องความเป็นศัตรู ข้าคิดว่าข้าคือคนที่เข้าใจท่านมากที่สุดในโลก อาจเรียกได้ว่า ข้าคือสหายรู้ใจเพียงหนึ่งเดียวของท่าน"
"ข้าไม่ได้ค้นตัวท่าน แต่ข้าเชื่อว่า หากข้าค้นตัวท่านตอนนี้ ข้าต้องเจอของมากมายแน่นอน รวมถึงคำตอบของคำถามที่ข้าถามท่าน ว่าท่านคือเดือนอะไรวันที่เท่าไหร่"
อวิ๋นหยางพูดเนิบนาบ "แต่ข้าไม่ทำเช่นนั้น ประการแรกข้าอยากให้ท่านพูดออกมาเอง เพื่อเป็นการให้เกียรติข้าผู้เป็นสหายรู้ใจ ประการที่สอง ท่านก็เป็นถึงยอดฝีมือ ข้าไม่อยากให้ท่านต้องอับอายเกินไปนัก"
สีหน้าของหลี่ฉางชิวเปลี่ยนไปมา
"แม้ว่าสุดท้ายข้าอาจจะต้องทรมานท่านเพื่อรีดข่าวสาร แต่ข้าก็ยังอยากจะรักษาความเคารพขั้นพื้นฐาน ที่พึงมีต่อยอดฝีมือท่านหนึ่งเอาไว้"
อวิ๋นหยางกล่าวด้วยความจริงใจ "ดังนั้น ข้าจึงวิเคราะห์จิตใจของท่าน แรงจูงใจของท่าน ทุกสิ่งทุกอย่างของท่าน เพราะข้าอยากให้ท่านรู้ว่า ข้อแรกข้าให้เกียรติท่าน ข้อสองท่านพ่ายแพ้ภายใต้การคำนวณของข้าเช่นนี้... ไม่นับว่าน่าคับแค้นใจเลยสักนิด"
หลี่ฉางชิวถอนหายใจยาว จนปัญญาจะเอ่ยคำใด
ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะไม่ยอมรับ จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่พอได้ฟังคำพูดของอวิ๋นหยาง กลับรู้สึกว่าการดิ้นรนไม่ยอมรับของตน ช่างเปล่าประโยชน์และน่าขบขันสิ้นดี
อีกฝ่ายรู้ลึกถึงตัวตนของเขาขนาดนี้ ยังจะปิดบังอะไรได้อีก
สู้ยอมรับอย่างเปิดเผย รักษาศักดิ์ศรีของยอดฝีมือไว้ยังจะดีเสียกว่า
ต่อหน้าคนเช่นนี้ การโกหกพกลมหรือบ่ายเบี่ยง เป็นเรื่องน่าขันเพียงใด การพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือคนผู้นี้ ไม่น่าเจ็บใจเลยจริงๆ
คำพูดของอวิ๋นหยางได้ควบคุมจังหวะการสนทนา และควบคุมจังหวะหัวใจของหลี่ฉางชิวไปโดยไม่รู้ตัว
"ร้ายกาจ" สีหน้าของหลี่ฉางชิวหม่นหมองลง "เจ้าเป็นใครกันแน่"
ดวงตาของอวิ๋นหยางฉายแววอบอุ่นดุจสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ "มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่ได้โกหกท่าน คือ... ข้าไม่ใช่คนของทางการ และไม่ใช่คนของกองทัพจริงๆ"
หลี่ฉางชิวกล่าวเสียงเย็น "ข้อนี้ข้าเดาได้ตั้งนานแล้ว"
อวิ๋นหยางกล่าว "ขอถามท่านหลี่ การวิเคราะห์เมื่อครู่ของข้า มีตรงไหนผิดพลาดหรือไม่"
หลี่ฉางชิวหลับตาลง "ถูกต้องทั้งหมด"
อวิ๋นหยางกล่าว "ถ้าเช่นนั้น การที่ท่านเป็นคนของหอคอยสี่ฤดู ก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้สินะ" เขาใช้น้ำเสียงที่มั่นใจอย่างที่สุด
หลี่ฉางชิวแค่นเสียง "เจ้ารู้ละเอียดขนาดนี้ ยังจะถามอะไรอีก"
อวิ๋นหยางถาม "งั้นท่านคือเดือนอะไรวันที่เท่าไหร่"
หลี่ฉางชิวตอบช้าๆ "ข้าคือเดือนหนึ่งวันที่สิบเก้า"
อวิ๋นหยางกล่าว "อ้อ เดือนหนึ่งวันที่สิบเก้า... เท่าที่ข้ารู้มา แม้ตำหนักวสันต์ของหอคอยสี่ฤดูจะเป็นหอหนึ่ง แต่ทุกคนต่างรับผิดชอบหน้าที่ต่างกัน แม้จะอยู่ในเดือนเดียวกัน ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องบังคับบัญชากัน"
หลี่ฉางชิวเงยหน้ามองอวิ๋นหยาง "เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงรู้เรื่องหอคอยสี่ฤดูละเอียดขนาดนี้"
อวิ๋นหยางไม่ตอบ กล่าวว่า "แต่ทว่า หากมีปฏิบัติการใหญ่ ย่อมต้องมีผู้ประสานงานปรากฏตัว และผู้ประสานงานคนนี้ มักจะเป็นคนที่เชื่อมโยงเบื้องบนสู่เบื้องล่าง"
หลี่ฉางชิวกล่าว "ไร้สาระ"
อวิ๋นหยางโล่งอกในใจ
สำเร็จ
ประโยคนี้ของเขา เป็นการหลอกลวงครั้งใหญ่ ใช้น้ำเสียงที่มั่นใจมาหลอกถาม
ผู้ประสานงาน องค์กรไหนก็ต้องมีผู้ประสานงาน ปฏิบัติการใดก็ต้องมีผู้ประสานงาน และผู้ประสานงานคนนี้ หากไม่ใช่คนเชื่อมบนสู่ล่าง จะประสานงานได้อย่างไร
ทว่าในหูของหลี่ฉางชิวตอนนี้ เมื่อได้ยินอวิ๋นหยางสาธยายเรื่องราวละเอียดลออราวกับรู้แจ้งเห็นจริง หลี่ฉางชิวจึงเผลอตกหลุมพรางของ "ความรู้แจ้งเห็นจริง" นี้อย่างง่ายดาย
"แต่เท่าที่ข้ารู้ ท่านหลี่ฉางชิว ไม่ใช่ผู้ประสานงาน" อวิ๋นหยางแสร้งพูดอย่างมั่นใจอีกครั้ง
หลี่ฉางชิวเงยหน้าขวับ แววตาสับสนงุนงง "เจ้ารู้ได้อย่างไร"
อวิ๋นหยางทำท่ามั่นใจ "ข้าก็รู้ของข้าก็แล้วกัน"
หลี่ฉางชิวเงียบไป สายตาวูบวาบ ไม่รู้กำลังคิดอะไร
"และข้าไม่เพียงรู้ว่าท่านไม่ใช่ผู้ประสานงาน ยังรู้อีกว่า ท่านไม่เพียงไม่ใช่ผู้ประสานงาน แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญ และเป็นหัวสายงาน"
อวิ๋นหยางพูดประโยคกำกวมที่ตีความอย่างไรก็ถูก
จากนั้นเขามองดูการเปลี่ยนแปลงในแววตาของหลี่ฉางชิว แล้วรีบเสริมไปอีกประโยคอย่างรวดเร็ว "ท่านหลี่ฉางชิวดูภายนอกสถานะต่ำต้อย แต่ความจริงเป็นบุคคลสำคัญในหอคอยสี่ฤดู อย่างน้อย ในบรรดาสมาชิกหอคอยสี่ฤดูในเมืองเทียนถัง ท่านก็นับเป็นผู้มีอำนาจสั่งการคนหนึ่ง"
แววตาตื่นตระหนกของหลี่ฉางชิวฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ
อวิ๋นหยางมั่นใจขึ้น มองดูความตื่นตระหนกในตาหลี่ฉางชิว แล้วรุกต่อด้วยถ้อยคำกำกวม "ท่านเป็นยอดฝีมือ ท่านไม่กลัวตาย มีศักดิ์ศรี ดังนั้นท่านน่าจะเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยอะไรทำนองนี้"
หลี่ฉางชิวหน้าซีดเผือด พึมพำว่า "เจ้าไม่น่าจะรู้ได้ หรือว่าในกลุ่มมีหนอนบ่อนไส้"
อวิ๋นหยางกล่าวอย่างไม่ยี่หระ "ส่วนที่เหลือ ข้ายังรู้อีกบ้าง แต่ข้าพูดจนเหนื่อยแล้ว หลี่ฉางชิว ข้าไม่ได้อยากเอาชีวิตท่าน ท่านเข้าใจความหมายของข้าใช่ไหม"
หลี่ฉางชิวสับสน เจ้าไม่อยากเอาชีวิตข้า? แล้วข้าเข้าใจความหมายเจ้า?
ข้าเข้าใจความหมายอะไรของเจ้า
แต่ตอนนี้ เขาไม่อาจพูดคำว่า "ข้าไม่เข้าใจความหมายของเจ้า" ออกมาได้เด็ดขาด
มันน่าขายหน้าเกินไป
คนเขาขุดรากถอนโคนเจ้าขึ้นมาหมดแล้ว เจ้ายังจะไม่เข้าใจความหมายของเขาอีกหรือ
แต่ในใจกลับยิ่งมั่นใจเรื่องหนึ่ง มีหนอนบ่อนไส้! ต้องมีหนอนบ่อนไส้!
"เช่นว่า ใต้สังกัดท่าน มีกี่คน แต่ละคนสถานะอะไร รับผิดชอบเรื่องอะไร เป้าหมายสุดท้ายคืออะไร..." อวิ๋นหยางท่าทางผ่อนคลาย น้ำเสียงสบายๆ "ข้ายังไม่ค่อยกระจ่างนัก ดังนั้น ตอนนี้เป็นเวลาพูดของท่าน"
หลี่ฉางชิวเงยหน้าขวับ น้ำเสียงอำมหิต "ข้าอยากรู้แค่ว่า ใครเป็นคนขายพวกเรา"
อวิ๋นหยางส่ายหน้า แก้ไขว่า "ประโยคนี้ผิดแล้ว ไม่ได้ขาย... 'พวก' ท่าน! แต่แค่เปิดเผยข่าวของ 'ท่าน' ออกมานิดหน่อยเท่านั้น"
ดวงตาของหลี่ฉางชิวลุกโชนด้วยความแค้น!
แค่เปิดเผยข่าวของข้าเท่านั้นรึ!
ฮึ!
เปิดเผยข่าวของข้าในเมืองเทียนถัง ข้ายังจะมีชีวิตรอดได้อีกหรือ นี่มันจ้องจะเอาชีวิตข้าชัดๆ!
อวิ๋นหยางจิบชาเงียบๆ ท่าทางสบายอารมณ์
การสอบสวนครั้งนี้ดำเนินมาถึงขั้นนี้ ถือว่าสำเร็จไปกว่าครึ่ง ที่เหลือก็แค่ทำลายเกราะป้องกันจิตใจของหลี่ฉางชิว และกระตุ้นความแค้นของเขาให้ลุกโชน
ตั้งแต่ต้นจนจบ คำพูดของเขาล้วนกำกวม นอกจากวิเคราะห์จากคำพูดของหลี่ฉางชิวเองแล้ว ส่วนอื่นก็สามารถพลิกแพลงไปทิศทางอื่นได้ตลอดเวลา
ท่านฝีมือสูงส่งขนาดนี้ จะเป็นแค่สมาชิกหอคอยสี่ฤดูธรรมดาได้อย่างไร ท่านไม่ใช่ผู้ประสานงาน ท่านเป็นแค่ช่างตีเหล็กจะเป็นผู้ประสานงานได้อย่างไร ท่านคือหัวสายงาน ดูจากสายตาก็รู้ว่าเดาถูก ดังนั้นท่านต้องเป็นหัวหน้า หัวสายงาน ก็ต้องเป็นจุดเชื่อมต่อไม่ใช่หรือ ในเมื่อเป็นจุดเชื่อมต่อ จะไม่ใช่หัวหน้าได้อย่างไร อีกอย่าง นอกจากหัวหน้าที่มีอำนาจตัดสินใจเอง ใครจะกล้าตัดสินใจไปข่มขู่แม่ทัพชิวเจี้ยนหาน ไม่กลัวโดนลงโทษหรือไง
ท่านบอกว่าพวกท่านมีหนอนบ่อนไส้ ได้สิ ข้าไม่ได้ยอมรับ ท่านคิดไปเองเถอะ ยังไงข้าก็เดาเอาทั้งนั้น
ในเมื่อท่านบอกว่ามีหนอนบ่อนไส้ งั้นข้าก็รู้แค่ข่าวของท่านคนเดียว นี่หมายความว่าอย่างไร ท่านมีศัตรู
คนเขาอยากให้ท่านตาย
คนเขาทำร้ายท่านจนถูกข้าจับมาอยู่ที่นี่แล้ว
ท่านยังจะรักษาความลับให้มันอีกหรือ
ท่านยังจะปกป้องมันอีกหรือ
เรื่องพวกนี้ อวิ๋นหยางเชื่อว่าหลี่ฉางชิวคิดเองได้
"...ข้า ขอน้ำกินหน่อย" หลี่ฉางชิวร้องขอ
อวิ๋นหยางรินน้ำเต็มแก้ว ยกไปป้อนถึงปาก กล่าวอย่างเสียดายว่า "ความจริง ท่านไม่ควรมาอยู่ที่นี่ ด้วยฝีมือระดับท่าน ใต้หล้าที่ไหนก็ไปได้... และข้าเอง ก็ไม่อยากจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของยอดฝีมือแบบนี้เลยจริงๆ..."
หลี่ฉางชิวหัวเราะอย่างน่าเวทนา "แต่สุดท้ายข้าก็มาอยู่ที่นี่"
อวิ๋นหยางกล่าวอย่างเสียดาย "เป็นเพราะข้ามีข้อมูลของท่านอยู่ในมือ... ละเอียดจนถ้าข้าจับท่านไม่ได้ ข้าก็คงจะ... เฮ้อ พูดได้แค่ว่า นี่เป็นโชคชะตา เป็นชะตาของข้า และเป็นชะตาของท่าน"
"ชะตารึ" ดวงตาของหลี่ฉางชิวฉายแววโหดเหี้ยม "ไม่! นี่ไม่ใช่ชะตาของข้า! หากไม่ใช่มีคนขายข้า ข้าจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร"
อวิ๋นหยางเงียบไปครู่หนึ่ง มองดูหลี่ฉางชิวที่หายใจหอบถี่ กล่าวเสียงเบาว่า "ความจริง... เขาบอกพวกเราไม่เยอะหรอก อย่างน้อย ตัวตนที่แท้จริงของท่าน ระดับพลัง หน้าตาที่แท้จริง และรายละเอียดเจาะจงอื่นๆ ก็ไม่ได้บอก..."
"ฮ่าๆๆ..." หลี่ฉางชิวแหงนหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและน่าเวทนา "ข้าตกอยู่ในมือเจ้าแล้ว ของพวกนั้น ยังต้องให้มันบอกอีกเรอะ!"
อวิ๋นหยางถอนหายใจ "ขออภัยด้วย"
หลี่ฉางชิวหอบหายใจฮึดฮัด แววตาดุร้าย ทันใดนั้นดวงตาก็เป็นประกายจ้องมองอวิ๋นหยาง ถามเน้นทีละคำว่า "ข้าขอถามเจ้าประโยคเดียว!"
อวิ๋นหยางสีหน้าจริงจัง "เชิญพูด ข้ารู้สิ่งใดจะตอบให้หมด ไม่ปิดบังแม้แต่คำเดียว นี่คือความเคารพที่ข้ามีต่อยอดฝีมือ"
อวิ๋นหยางย้ำเรื่องความเคารพต่อยอดฝีมือหลายครั้ง
หลี่ฉางชิวถามเสียงขรึม "ข้า ยังมีโอกาสฆ่าคนผู้นั้นด้วยมือตัวเองไหม"
อวิ๋นหยางเงียบไปทันที
ดวงตาของหลี่ฉางชิวลุกวาวด้วยความหวัง แต่พอมองสีหน้าของอวิ๋นหยาง ก็ค่อยๆ หม่นหมองลง
"มี" อวิ๋นหยางผ่านไปเนิ่นนาน ถึงพูดคำนี้ออกมาอย่างยากลำบาก พอแววตาของหลี่ฉางชิวเริ่มเป็นประกาย อวิ๋นหยางก็พูดต่อว่า "แต่ข้าไม่อยากสร้างศัตรูเช่นท่าน แต่ก็ได้สร้างไปแล้ว ดังนั้นข้าไม่กล้า เว้นแต่ ท่านจะสาบานต่อกฎสวรรค์ และได้รับการยืนยันจากกฎสวรรค์ว่าจะจงรักภักดีต่อข้า มิเช่นนั้น... ข้าไม่กล้าให้โอกาสท่าน"
อวิ๋นหยางมองหลี่ฉางชิวอย่างเปิดเผยจริงใจ "พลังฝีมือของท่านสูงเกินไป..."
หลี่ฉางชิวหัวเราะขมขื่น "ดูท่าข้าคงไม่มีโอกาสแล้ว..."
อวิ๋นหยางพูดเสียงเบา "ข้าไม่กล้าให้โอกาสท่าน แต่ท่านภักดีต่อหอคอยสี่ฤดู ก็เป็นเช่นนี้ ภักดีต่อข้า ไม่ได้เชียวหรือ ข้าจะปฏิบัติต่อท่านไม่ดีหรือ อย่างน้อยที่สุด ข้าเชื่อว่าท่านน่าจะพอดูออก ว่าข้าไม่ใช่คนต่ำช้าสามานย์พรรค์นั้นใช่ไหม"
หลี่ฉางชิวหลับตาลง ยิ้มอย่างโศกเศร้า "ข้าย่อมดูออก ด้วยความเคารพที่ท่านมีต่อยอดฝีมือ ด้วยท่าทีที่ท่านมีต่อข้า ข้าย่อมรู้ว่าท่านไม่ใช่คนต่ำช้า และท่านก็ตั้งใจจะดึงตัวข้ามาแต่แรก ข้าเห็นความจริงใจของท่าน"
อวิ๋นหยางถอนหายใจอย่างให้ความร่วมมือ "ถ้าเช่นนั้น..."
"แต่ข้าทำไม่ได้" หลี่ฉางชิวส่ายหน้าอย่างสิ้นหวัง "เจ้าไม่เข้าใจหรอก"
[จบแล้ว]