เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - หยางเชียน

บทที่ 1 - หยางเชียน

บทที่ 1 - หยางเชียน


บทที่ 1 - หยางเชียน

เมืองสามวิถี หมู่บ้านจงถัง

ยามดึกสงัด

ประตูรั้วบ้านของแม่ม่ายหลี่ในหมู่บ้านเปิดอ้าซ่า บนพื้นมีร่างของเจ้าพนักงานในชุดคลุมยุทธสีดำลายแดงนอนแน่นิ่ง อกโชกเลือดไม่รู้เป็นตายร้ายดี

ข้างกันนั้นยังมีเจ้าพนักงานอีกคนที่แต่งกายแบบเดียวกันกำลังต่อสู้กับอสูรกายสูงครึ่งร่างคน

แม้ว่าอสูรกายจะแข็งแกร่ง แต่มือปราบผู้นั้นกลับห้าวหาญยิ่งกว่า การเคลื่อนไหวของเขาว่องไวและคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างมั่นคง

ทันใดนั้นดาบหางวัวในมือของมือปราบพลันตวัดกลับจู่โจมอย่างคาดไม่ถึง มันวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้ง เฉียงขึ้นจากล่างซ้าย คมดาบกรีดผ่านหนังแข็งสีเขียวเทาบนลำคออสูร แล้วจมลึกเข้าไปในเนื้อในชั่วอึดใจศีรษะหน้าหนูตาเดียวอันน่าเกลียดน่ากลัวก็ถูกบั่นลงมา

ฉัวะ

โลหิตสีเขียวพวยพุ่งจากรอยตัดบนคอของอสูรกาย สาดกระเซ็นอาบร่างของมือปราบผู้นั้นจนชุ่มโชก

[สังหารหนอนศพฝัน1]

[ได้รับค่าประสบการณ์ 15 ค่าประสบการณ์รวมปัจจุบัน 25]

หยางเชียนสังเกตเห็นการแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบน "หน้าต่างสถานะ" ของตน พร้อมกันนั้นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็ปะทะเข้าจมูก ทำเอาเขามึนหัวไปชั่วขณะ

เลือดของหนอนศพฝันไม่มีพิษ แต่มันเหม็นมาก

“ท่านมือปราบ ท่านไม่เป็นอะไรนะ”

“ตาโฮ่ว เร็วเข้า ไปดูมือปราบที่บาดเจ็บตรงนั้นเร็ว”

“น้ำ รีบไปตักน้ำมาให้ท่านมือปราบล้างตัวเร็ว”

ชาวบ้านที่แต่เดิมหลบอยู่ไกลๆ พอเห็นอสูรกายหัวหลุดจากบ่าก็รู้ว่าปลอดภัยแล้ว จึงรีบพากันวิ่งออกมา

เดิมทีพวกเขาอยากเข้ามาขอบคุณ แต่พออยู่ห่างราวหนึ่งจั้งก็ได้กลิ่นเหม็นจนต้องเบ้หน้า

ไม่นานนัก หมอประจำหมู่บ้านก็เข้าไปตรวจดูมือปราบที่นอนนิ่งอยู่ในลานบ้าน ผลปรากฏว่าอกทะลุจนเห็นแผ่นหลัง ตายสนิทไปแล้ว

ส่วนคนอีกหลายคนช่วยกันแบกถังน้ำหลายถังมาให้ หยางเชียนยกถังน้ำราดรดจากศีรษะลงมา เขาต้องราดน้ำซ้ำถึงสามถังกว่าจะรู้สึกว่ากลิ่นเหม็นบนตัวไม่ฉุนจนแสบจมูกแสบตาอีกต่อไป ส่วนกลิ่นที่ยังตกค้างคงต้องกลับไปแช่น้ำขิงถึงจะหายสนิท

หยางเชียนหน้าเครียดขรึม เขาเดินไปย่อตัวลงข้างศพของสหายร่วมงาน ยื่นมือไปปิดดวงตาที่ยังเบิกค้างของอีกฝ่าย

“ข้าล้างแค้นให้แล้ว เจ้าไปดีเถอะ”

เดิมทีนึกว่าเป็นเพียงคดีฆาตกรรม ตอนแรกยังคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาวของแม่ม่ายหลี่ที่หึงหวงกันจนฆ่ากันตาย แต่ผลกลับกลายเป็นว่ามีหนอนศพฝันสิงร่างกินคน หากไม่ใช่เพราะหยางเชียนไหวตัวทัน เขาก็คงไม่ต่างจากคนที่ตายไป ถูกลิ้นสปริงจากปากของหนอนศพฝันเจาะทะลวงอก

นี่เป็นสหายคนที่สองแล้วที่หยางเชียนต้องมาส่งในรอบครึ่งปีนี้ คนก่อนหน้าเป็นมือปราบรุ่นพี่ที่คอยชี้แนะเขา เขาตายในการต่อสู้กับอสูรหนู

“ผู้ใหญ่บ้านเล่า”

“ข้าอยู่นี่ขอรับท่านมือปราบ”

“รีบไปหาโลงศพมาใส่ร่างสหายข้า แล้วรอจนฟ้าสว่าง ลากเจ้าหนอนศพฝันนี่ไปกับข้าเข้าเมืองเพื่อปิดคดีด้วย”

“ท่านมือปราบวางใจเถอะ ข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ คืนนี้ท่านจะไปพักที่บ้านข้าสักหน่อยหรือไม่”

“ไม่ล่ะ ข้าพักที่นี่ก็พอ”

“แต่... เช่นนั้นก็ได้ขอรับ งั้นข้าจะเอาอาหารร้อนๆ มาให้ท่าน” เขากะจะบอกว่าในลานบ้านนี้เต็มไปด้วยเลือดไม่เหมาะแก่การพักผ่อน แต่พอเห็นหยางเชียนส่ายหน้าก็เลยล้มเลิกความคิด ถือเสียว่าท่านมือปราบผู้นี้ไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ก็แล้วกัน

อันที่จริงไม่ใช่ว่าหยางเชียนไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ แต่เขาแค่พยายามระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย สุดท้ายแม้แต่อาหารและสุราที่อีกฝ่ายนำมาให้เขาก็ปฏิเสธไป เขาหยิบแผ่นแป้งแห้งออกมาจากอกเสื้อ แล้วเคี้ยวกลืนมันลงไปแห้งๆ

หยางเชียนกินแป้งเสร็จก็ดื่มน้ำจากกระติกตามไปหลายอึก

ยังเหลืออีกสองชั่วยามกว่าฟ้าจะสว่าง เขาจึงนั่งขัดสมาธิหลับตาโคจรลมปราณอยู่ในห้องโถง ขณะเดียวกันก็ยังคงระแวดระวังไม่ลดละ

ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา หยางเชียนคุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่ตึงเครียดตลอดเวลาเช่นนี้แล้ว และเขาก็ได้ค้นพบวิถีการเอาตัวรอดของตนเอง

เมื่อครึ่งปีก่อน หยางเชียนยังเป็นแค่ทาสบริษัทอายุสามสิบกว่าที่ล้มเหลวในชีวิต ตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็นมือปราบในเมืองสามวิถี ชีวิตเปลี่ยนจาก "996" (เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์) กลายเป็น "007" (เที่ยงคืนถึงเที่ยงคืน เจ็ดวันต่อสัปดาห์)

แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้หยางเชียนยังทนทำต่อไปได้นอกจากเงินเดือนที่งดงามแล้ว ก็ยังมีหน้าต่างสถานะประหลาดที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ตอนที่ทะลุมิติมาด้วย

ชื่อ: หยางเชียน

《เพลงดาบหางวัวแปดกระบวนท่า》: ชำนาญ 41/80

《พลังกระทิงคลั่ง》: พอใช้ 18/40

ค่าประสบการณ์ที่ใช้ได้: 35

หยางเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเพิ่มค่าประสบการณ์ทั้งหมดไปที่《พลังกระทิงคลั่ง》

[ยินดีด้วย! ผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบาก《พลังกระทิงคลั่ง》ของคุณได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตชำนาญ พลังกายของคุณเพิ่มขึ้น พร้อมกันนั้นก็ได้สัมผัสถึงปราณแท้จริง]

ในทันที หยางเชียนรู้สึกถึงพลังสายใหม่ที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าไหลเข้าสู่แขนขาและทั่วร่าง ไม่เพียงแต่พละกำลังในร่างกายจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีกระแสพลังที่คล้ายมีตัวตนและไม่มีตัวตนสายหนึ่งเริ่มผุดขึ้นจากตันเถียนส่วนล่างของเขาอย่างช้าๆ ไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจร

นอกจากการสังหารโจรและอสูรมารเพื่อรับค่าประสบการณ์แล้ว เขายังสามารถใช้เงินเติมเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ได้ เพียงแต่หนึ่งตำลึงทองแลกได้แค่หนึ่งแต้ม ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หยางเชียนก็ไม่คิดจะเติมเงิน

และเพราะอาศัยหน้าต่างสถานะนี้ หยางเชียนจึงสามารถกลายเป็นมือปราบเต็มตัวของเมืองสามวิถีได้ในเวลาเพียงครึ่งปี และยังมีอัตราการปิดคดีสูงเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย

เพียงแต่ว่า โลกใบนี้เต็มไปด้วยอสูรภูตผีปีศาจ มือปราบไม่เพียงแต่จับคน ยังต้องกำจัดอสูร ความเสี่ยงจึงสูงมาก โดยเฉพาะมือปราบทั่วไปอย่างหยางเชียนที่ไม่มีวิชาอาคมป้องกันตัว ยิ่งเหมือนเอาศีรษะแขวนไว้บนเส้นด้ายยามออกปฏิบัติงาน

คิดจะลาออกก็ยังทำไม่ได้

ประตูสู่ระบบราชการนั้นยากจะก้าวเข้า แต่ยากยิ่งกว่าที่จะก้าวออก

พวกเขาสามารถหาเรื่องยัดข้อหา "ละเลยการปฏิบัติหน้าที่" หรือ "หลบหนีระหว่างการต่อสู้" ให้เขาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็เนรเทศเขาไปยังชายแดน ให้ไปเสี่ยงตายกับพวกทหารอสูรวันแล้ววันเล่า

หลังจากผ่านความสับสนและหวาดกลัวในช่วงแรก ตอนนี้หยางเชียนก็ปรับตัวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งเขากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดกับการต่อสู้และการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในเสี้ยววินาที

เขากำหมัดแน่น ปราณแท้จริงที่เพิ่งสัมผัสได้ไหลเวียนมาห่อหุ้มหมัดไว้ แล้วต่อยอัดเข้าไปที่กำแพง

ปัง

เกิดเสียงดังขึ้น บนกำแพงปรากฏรอยยุบขนาดเท่าฝ่ามือ ลึกลงไปครึ่งชุ่น ส่วนหมัดของเขากลับมีเพียงรอยแดงจางๆ ไม่รู้สึกเจ็บปวดด้วยซ้ำ

“นี่น่ะหรือ ปราณแท้จริง ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”

แค่หมัดนี้ หยางเชียนคนก่อนไม่มีทางทำได้แน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต่อยกำแพงโดยที่มือไม่บาดเจ็บเลย

สองชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าเริ่มสาง ด้านนอกก็มีเกวียนเทียมวัวเข้ามา

บนเกวียนมีโลงศพที่ทำจากไม้แผ่นบางๆ แม้แต่สีก็ยังไม่ได้ทา ใช้สำหรับบรรจุร่างของมือปราบที่เสียชีวิตเมื่อคืน ข้างโลงศพวางหัวของหนอนศพฝันไว้ ส่วนซากที่เหลือใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวลากไว้ท้ายเกวียน

ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านจงถังยืนอยู่ข้างเกวียน รายงานหยางเชียนว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว

หยางเชียนพยักหน้า ก้าวขึ้นไปนั่งบนเกวียน มือหนึ่งจับโลงศพไว้ อีกมือหนึ่งกุมด้ามดาบ แล้วส่งสัญญาณให้ออกเดินทางได้ทันที

จากที่นี่กลับไปเมืองสามวิถีต้องใช้เวลาค่อนวัน ออกเดินทางแต่เช้าหน่อยก็ดี มิฉะนั้นเมื่อไปถึงกรมอาญาอาจจะไม่ทันเวลาปิดคดี

ตอนที่ออกจากปากทางหมู่บ้าน ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งก็พากันมาล้อม พยายามจะมอบของพื้นเมืองให้หยางเชียนติดไม้ติดมือกลับไป

แต่ถูกหยางเชียนทำหน้าบึ้งตึงไล่กลับไปหมด เขาไม่รับของแม้แต่ชิ้นเดียว

คนหาเช้ากินค่ำกลุ่มนี้ ในหม้อข้าวตัวเองยังแทบไม่มีน้ำมันติดก้นหม้อ ยังจะมาทำเป็นใจกว้างอีก ท่านหยางคนนี้จะไปเห็นของจุกจิกเล็กน้อยของพวกเจ้าอยู่ในสายตาได้อย่างไร

“ท่านมือปราบ ท่านงีบเอาแรงบนเกวียนสักหน่อยเถอะ ข้าจะเร่งให้เร็วขึ้น เที่ยงๆ ก็น่าจะถึงที่หมายแล้ว”

ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรอีก

เพิ่งจะเลยเที่ยงวัน เกวียนเทียมวัวก็เข้าสู่เมืองสามวิถี

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ จนเสร็จสิ้น ปิดสำนวนคดี และไปยืนยันการปิดคดีเรียบร้อยแล้ว หยางเชียนจึงได้ส่งตัวผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านจงถังกลับไป

แต่ทว่า เขากลับถูกเรียกตัวอีกครั้ง

“หยางเชียน ท่านหลิวเรียกเจ้าไปพบ”

“มีเรื่องอะไรงั้นหรือ”

“ไม่รู้สิ แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องดีนะ ข้าเห็นท่านหลิวยิ้มแป้นกลับมาจากทางฝั่งจาลีหวังเลย”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - หยางเชียน

คัดลอกลิงก์แล้ว