- หน้าแรก
- มือปราบระบบอัปเกรด
- บทที่ 1 - หยางเชียน
บทที่ 1 - หยางเชียน
บทที่ 1 - หยางเชียน
บทที่ 1 - หยางเชียน
เมืองสามวิถี หมู่บ้านจงถัง
ยามดึกสงัด
ประตูรั้วบ้านของแม่ม่ายหลี่ในหมู่บ้านเปิดอ้าซ่า บนพื้นมีร่างของเจ้าพนักงานในชุดคลุมยุทธสีดำลายแดงนอนแน่นิ่ง อกโชกเลือดไม่รู้เป็นตายร้ายดี
ข้างกันนั้นยังมีเจ้าพนักงานอีกคนที่แต่งกายแบบเดียวกันกำลังต่อสู้กับอสูรกายสูงครึ่งร่างคน
แม้ว่าอสูรกายจะแข็งแกร่ง แต่มือปราบผู้นั้นกลับห้าวหาญยิ่งกว่า การเคลื่อนไหวของเขาว่องไวและคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างมั่นคง
ทันใดนั้นดาบหางวัวในมือของมือปราบพลันตวัดกลับจู่โจมอย่างคาดไม่ถึง มันวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้ง เฉียงขึ้นจากล่างซ้าย คมดาบกรีดผ่านหนังแข็งสีเขียวเทาบนลำคออสูร แล้วจมลึกเข้าไปในเนื้อในชั่วอึดใจศีรษะหน้าหนูตาเดียวอันน่าเกลียดน่ากลัวก็ถูกบั่นลงมา
ฉัวะ
โลหิตสีเขียวพวยพุ่งจากรอยตัดบนคอของอสูรกาย สาดกระเซ็นอาบร่างของมือปราบผู้นั้นจนชุ่มโชก
[สังหารหนอนศพฝัน1]
[ได้รับค่าประสบการณ์ 15 ค่าประสบการณ์รวมปัจจุบัน 25]
หยางเชียนสังเกตเห็นการแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาบน "หน้าต่างสถานะ" ของตน พร้อมกันนั้นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงก็ปะทะเข้าจมูก ทำเอาเขามึนหัวไปชั่วขณะ
เลือดของหนอนศพฝันไม่มีพิษ แต่มันเหม็นมาก
“ท่านมือปราบ ท่านไม่เป็นอะไรนะ”
“ตาโฮ่ว เร็วเข้า ไปดูมือปราบที่บาดเจ็บตรงนั้นเร็ว”
“น้ำ รีบไปตักน้ำมาให้ท่านมือปราบล้างตัวเร็ว”
ชาวบ้านที่แต่เดิมหลบอยู่ไกลๆ พอเห็นอสูรกายหัวหลุดจากบ่าก็รู้ว่าปลอดภัยแล้ว จึงรีบพากันวิ่งออกมา
เดิมทีพวกเขาอยากเข้ามาขอบคุณ แต่พออยู่ห่างราวหนึ่งจั้งก็ได้กลิ่นเหม็นจนต้องเบ้หน้า
ไม่นานนัก หมอประจำหมู่บ้านก็เข้าไปตรวจดูมือปราบที่นอนนิ่งอยู่ในลานบ้าน ผลปรากฏว่าอกทะลุจนเห็นแผ่นหลัง ตายสนิทไปแล้ว
ส่วนคนอีกหลายคนช่วยกันแบกถังน้ำหลายถังมาให้ หยางเชียนยกถังน้ำราดรดจากศีรษะลงมา เขาต้องราดน้ำซ้ำถึงสามถังกว่าจะรู้สึกว่ากลิ่นเหม็นบนตัวไม่ฉุนจนแสบจมูกแสบตาอีกต่อไป ส่วนกลิ่นที่ยังตกค้างคงต้องกลับไปแช่น้ำขิงถึงจะหายสนิท
หยางเชียนหน้าเครียดขรึม เขาเดินไปย่อตัวลงข้างศพของสหายร่วมงาน ยื่นมือไปปิดดวงตาที่ยังเบิกค้างของอีกฝ่าย
“ข้าล้างแค้นให้แล้ว เจ้าไปดีเถอะ”
เดิมทีนึกว่าเป็นเพียงคดีฆาตกรรม ตอนแรกยังคิดว่าเป็นเรื่องชู้สาวของแม่ม่ายหลี่ที่หึงหวงกันจนฆ่ากันตาย แต่ผลกลับกลายเป็นว่ามีหนอนศพฝันสิงร่างกินคน หากไม่ใช่เพราะหยางเชียนไหวตัวทัน เขาก็คงไม่ต่างจากคนที่ตายไป ถูกลิ้นสปริงจากปากของหนอนศพฝันเจาะทะลวงอก
นี่เป็นสหายคนที่สองแล้วที่หยางเชียนต้องมาส่งในรอบครึ่งปีนี้ คนก่อนหน้าเป็นมือปราบรุ่นพี่ที่คอยชี้แนะเขา เขาตายในการต่อสู้กับอสูรหนู
“ผู้ใหญ่บ้านเล่า”
“ข้าอยู่นี่ขอรับท่านมือปราบ”
“รีบไปหาโลงศพมาใส่ร่างสหายข้า แล้วรอจนฟ้าสว่าง ลากเจ้าหนอนศพฝันนี่ไปกับข้าเข้าเมืองเพื่อปิดคดีด้วย”
“ท่านมือปราบวางใจเถอะ ข้าจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ คืนนี้ท่านจะไปพักที่บ้านข้าสักหน่อยหรือไม่”
“ไม่ล่ะ ข้าพักที่นี่ก็พอ”
“แต่... เช่นนั้นก็ได้ขอรับ งั้นข้าจะเอาอาหารร้อนๆ มาให้ท่าน” เขากะจะบอกว่าในลานบ้านนี้เต็มไปด้วยเลือดไม่เหมาะแก่การพักผ่อน แต่พอเห็นหยางเชียนส่ายหน้าก็เลยล้มเลิกความคิด ถือเสียว่าท่านมือปราบผู้นี้ไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ก็แล้วกัน
อันที่จริงไม่ใช่ว่าหยางเชียนไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ แต่เขาแค่พยายามระมัดระวังตัวเมื่ออยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย สุดท้ายแม้แต่อาหารและสุราที่อีกฝ่ายนำมาให้เขาก็ปฏิเสธไป เขาหยิบแผ่นแป้งแห้งออกมาจากอกเสื้อ แล้วเคี้ยวกลืนมันลงไปแห้งๆ
หยางเชียนกินแป้งเสร็จก็ดื่มน้ำจากกระติกตามไปหลายอึก
ยังเหลืออีกสองชั่วยามกว่าฟ้าจะสว่าง เขาจึงนั่งขัดสมาธิหลับตาโคจรลมปราณอยู่ในห้องโถง ขณะเดียวกันก็ยังคงระแวดระวังไม่ลดละ
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา หยางเชียนคุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่ตึงเครียดตลอดเวลาเช่นนี้แล้ว และเขาก็ได้ค้นพบวิถีการเอาตัวรอดของตนเอง
เมื่อครึ่งปีก่อน หยางเชียนยังเป็นแค่ทาสบริษัทอายุสามสิบกว่าที่ล้มเหลวในชีวิต ตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็นมือปราบในเมืองสามวิถี ชีวิตเปลี่ยนจาก "996" (เก้าโมงเช้าถึงสามทุ่ม หกวันต่อสัปดาห์) กลายเป็น "007" (เที่ยงคืนถึงเที่ยงคืน เจ็ดวันต่อสัปดาห์)
แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้หยางเชียนยังทนทำต่อไปได้นอกจากเงินเดือนที่งดงามแล้ว ก็ยังมีหน้าต่างสถานะประหลาดที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ตอนที่ทะลุมิติมาด้วย
ชื่อ: หยางเชียน
《เพลงดาบหางวัวแปดกระบวนท่า》: ชำนาญ 41/80
《พลังกระทิงคลั่ง》: พอใช้ 18/40
ค่าประสบการณ์ที่ใช้ได้: 35
หยางเชียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเพิ่มค่าประสบการณ์ทั้งหมดไปที่《พลังกระทิงคลั่ง》
[ยินดีด้วย! ผ่านการฝึกฝนอย่างยากลำบาก《พลังกระทิงคลั่ง》ของคุณได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตชำนาญ พลังกายของคุณเพิ่มขึ้น พร้อมกันนั้นก็ได้สัมผัสถึงปราณแท้จริง]
ในทันที หยางเชียนรู้สึกถึงพลังสายใหม่ที่ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าไหลเข้าสู่แขนขาและทั่วร่าง ไม่เพียงแต่พละกำลังในร่างกายจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังมีกระแสพลังที่คล้ายมีตัวตนและไม่มีตัวตนสายหนึ่งเริ่มผุดขึ้นจากตันเถียนส่วนล่างของเขาอย่างช้าๆ ไหลทะลักเข้าสู่เส้นชีพจร
นอกจากการสังหารโจรและอสูรมารเพื่อรับค่าประสบการณ์แล้ว เขายังสามารถใช้เงินเติมเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ได้ เพียงแต่หนึ่งตำลึงทองแลกได้แค่หนึ่งแต้ม ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หยางเชียนก็ไม่คิดจะเติมเงิน
และเพราะอาศัยหน้าต่างสถานะนี้ หยางเชียนจึงสามารถกลายเป็นมือปราบเต็มตัวของเมืองสามวิถีได้ในเวลาเพียงครึ่งปี และยังมีอัตราการปิดคดีสูงเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วย
เพียงแต่ว่า โลกใบนี้เต็มไปด้วยอสูรภูตผีปีศาจ มือปราบไม่เพียงแต่จับคน ยังต้องกำจัดอสูร ความเสี่ยงจึงสูงมาก โดยเฉพาะมือปราบทั่วไปอย่างหยางเชียนที่ไม่มีวิชาอาคมป้องกันตัว ยิ่งเหมือนเอาศีรษะแขวนไว้บนเส้นด้ายยามออกปฏิบัติงาน
คิดจะลาออกก็ยังทำไม่ได้
ประตูสู่ระบบราชการนั้นยากจะก้าวเข้า แต่ยากยิ่งกว่าที่จะก้าวออก
พวกเขาสามารถหาเรื่องยัดข้อหา "ละเลยการปฏิบัติหน้าที่" หรือ "หลบหนีระหว่างการต่อสู้" ให้เขาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็เนรเทศเขาไปยังชายแดน ให้ไปเสี่ยงตายกับพวกทหารอสูรวันแล้ววันเล่า
หลังจากผ่านความสับสนและหวาดกลัวในช่วงแรก ตอนนี้หยางเชียนก็ปรับตัวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งเขากลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาดกับการต่อสู้และการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในเสี้ยววินาที
เขากำหมัดแน่น ปราณแท้จริงที่เพิ่งสัมผัสได้ไหลเวียนมาห่อหุ้มหมัดไว้ แล้วต่อยอัดเข้าไปที่กำแพง
ปัง
เกิดเสียงดังขึ้น บนกำแพงปรากฏรอยยุบขนาดเท่าฝ่ามือ ลึกลงไปครึ่งชุ่น ส่วนหมัดของเขากลับมีเพียงรอยแดงจางๆ ไม่รู้สึกเจ็บปวดด้วยซ้ำ
“นี่น่ะหรือ ปราณแท้จริง ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”
แค่หมัดนี้ หยางเชียนคนก่อนไม่มีทางทำได้แน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต่อยกำแพงโดยที่มือไม่บาดเจ็บเลย
สองชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าเริ่มสาง ด้านนอกก็มีเกวียนเทียมวัวเข้ามา
บนเกวียนมีโลงศพที่ทำจากไม้แผ่นบางๆ แม้แต่สีก็ยังไม่ได้ทา ใช้สำหรับบรรจุร่างของมือปราบที่เสียชีวิตเมื่อคืน ข้างโลงศพวางหัวของหนอนศพฝันไว้ ส่วนซากที่เหลือใช้ตะขอเหล็กเกี่ยวลากไว้ท้ายเกวียน
ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านจงถังยืนอยู่ข้างเกวียน รายงานหยางเชียนว่าทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว
หยางเชียนพยักหน้า ก้าวขึ้นไปนั่งบนเกวียน มือหนึ่งจับโลงศพไว้ อีกมือหนึ่งกุมด้ามดาบ แล้วส่งสัญญาณให้ออกเดินทางได้ทันที
จากที่นี่กลับไปเมืองสามวิถีต้องใช้เวลาค่อนวัน ออกเดินทางแต่เช้าหน่อยก็ดี มิฉะนั้นเมื่อไปถึงกรมอาญาอาจจะไม่ทันเวลาปิดคดี
ตอนที่ออกจากปากทางหมู่บ้าน ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งก็พากันมาล้อม พยายามจะมอบของพื้นเมืองให้หยางเชียนติดไม้ติดมือกลับไป
แต่ถูกหยางเชียนทำหน้าบึ้งตึงไล่กลับไปหมด เขาไม่รับของแม้แต่ชิ้นเดียว
คนหาเช้ากินค่ำกลุ่มนี้ ในหม้อข้าวตัวเองยังแทบไม่มีน้ำมันติดก้นหม้อ ยังจะมาทำเป็นใจกว้างอีก ท่านหยางคนนี้จะไปเห็นของจุกจิกเล็กน้อยของพวกเจ้าอยู่ในสายตาได้อย่างไร
“ท่านมือปราบ ท่านงีบเอาแรงบนเกวียนสักหน่อยเถอะ ข้าจะเร่งให้เร็วขึ้น เที่ยงๆ ก็น่าจะถึงที่หมายแล้ว”
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไรอีก
เพิ่งจะเลยเที่ยงวัน เกวียนเทียมวัวก็เข้าสู่เมืองสามวิถี
หลังจากจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ จนเสร็จสิ้น ปิดสำนวนคดี และไปยืนยันการปิดคดีเรียบร้อยแล้ว หยางเชียนจึงได้ส่งตัวผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านจงถังกลับไป
แต่ทว่า เขากลับถูกเรียกตัวอีกครั้ง
“หยางเชียน ท่านหลิวเรียกเจ้าไปพบ”
“มีเรื่องอะไรงั้นหรือ”
“ไม่รู้สิ แต่ก็น่าจะเป็นเรื่องดีนะ ข้าเห็นท่านหลิวยิ้มแป้นกลับมาจากทางฝั่งจาลีหวังเลย”
[จบแล้ว]