- หน้าแรก
- จากเด็กกำพร้าสู่เซียนปราบปีศาจ
- บทที่ 39 - ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
บทที่ 39 - ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
บทที่ 39 - ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
บทที่ 39 - ผู้จัดการฝ่ายบุคคล
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ตู้ยวี่ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เขาแอบชำเลืองมองหลินฟานแวบหนึ่งโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน ก่อนจะเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้น"
ผู้จัดการจินรีบฟ้อง "คุณตู้ครับ ไอ้หมอนี่ที่ยืนข้างคุณชื่อหลินฟาน เป็นญาติห่างๆ ของหวงจงสือ พามากินข้าวด้วยเฉยๆ แต่ผมจับได้ว่ามันเป็นแค่พวกกุ๊ยข้างถนน วันๆ ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คนพรรค์นี้จะมีสิทธิ์มานั่งร่วมโต๊ะกับคุณได้ยังไง"
"ขืนให้นั่งด้วยจะทำให้คุณเสียเกียรติเปล่าๆ ผมเลยไล่มันออกไป ไม่นึกเลยว่ามันจะหน้าด้านหน้าทนตามคุณกลับเข้ามาอีก"
จากนั้นผู้จัดการจินก็ชี้หน้าด่าหวงจงสือ "ยังไม่รีบพาญาติสวะของแกไสหัวออกไปอีก อยากโดนไล่ออกรึไง"
ใบหน้าของตู้ยวี่ดำทะมึน ตวาดลั่น "แกนั่นแหละอยากโดนไล่ออกใช่มั้ย"
เสียงตะโกนของตู้ยวี่ทำให้ผู้จัดการจินสะดุ้งโหยง ตัวสั่นเทิ้ม ต้องรู้ก่อนว่าภาพลักษณ์ของตู้ยวี่นั้นสุภาพอ่อนโยน ดูเป็นปัญญาชนมาตลอด
เขาทำงานรับใช้ตระกูลตู้มา 20 กว่าปี ไม่เคยเห็นตู้ยวี่ตะคอกใส่ใครแบบนี้มาก่อน
"ใครให้ความกล้าแกมาไล่คุณหลินออกไป" ตู้ยวี่กำหมัดแน่น "แกรู้มั้ยว่าตระกูลตู้ของเราจะเชิญคุณหลินมาได้สักครั้ง ยังต้องดูอารมณ์ของคุณหลินเลย แล้วแกเป็นใคร กล้าดีมาจากไหนถึงมาไล่คุณหลิน"
อะไรนะ
ผู้จัดการจินตะลึงงัน นี่มันเรื่องอะไรกัน
ตระกูลตู้จะเชิญหลินฟาน ยังต้องดูอารมณ์หลินฟานงั้นเหรอ
เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้
ผู้จัดการจินส่ายหน้าไม่เชื่อหู ถ้าหลินฟานยิ่งใหญ่ขนาดนั้นจริง แล้วทำไมหวงจงสือถึงยังเป็นแค่หัวหน้าแผนกกระจอกๆ ในตระกูลตู้ล่ะ
แถมหลินฟานอายุแค่นี้ จะไปรู้จักมักจี่กับคนระดับตู้ยวี่ได้ยังไง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเป็นแขกวีไอพีของตระกูลตู้เลย
หวงจงสือ จางชิงซู และหวงชิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ต่างก็เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ทุกคนทำหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาเห็นหลินฟานมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย
หลินฟานไปมีคุณสมบัติเป็นแขกวีไอพีของตระกูลตู้ตอนไหน
แต่คำพูดนี้ออกจากปากตู้ยวี่ คนระดับนี้คงไม่พูดจาเพ้อเจ้อแน่นอน
"คุณ... คุณตู้ครับ นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ" ผู้จัดการจินพูดเสียงสั่นเครือ
"ฉันเข้าใจผิดงั้นเหรอ" ตู้ยวี่มองผู้จัดการจินด้วยสายตาเย็นชา "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลแกไม่ต้องทำแล้ว พรุ่งนี้ยื่นใบลาออกซะ"
พูดจบ ตู้ยวี่ก็หันไปหาหลินฟาน สีหน้าดูเกรงใจ "คุณหลิน ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ไม่นึกเลยว่าลูกน้องผมจะมีตาหามีแววไม่แบบนี้"
ตู้ยวี่โกรธจริงจัง คราวก่อนที่เชิญหลินฟานไปจัดการเรื่องไซต์งานก่อสร้าง ตระกูลตู้ยังไม่มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณเลย
ต้องเข้าใจก่อนว่าที่เชิญหลินฟานมาได้คราวก่อน ก็เพราะตู้เซิงเซียวลูกชายเขาไปรับลูกเตะแทนซูชิง
หลินฟานเห็นแก่หน้านั้นถึงยอมมาช่วย ธุรกิจของตระกูลตู้ใหญ่โตขนาดนี้ วันหน้าคงต้องเจอเรื่องลี้ลับอีกแน่ ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนให้หลินฟานมาช่วยอีก
ผู้จัดการจินยืนแข็งทื่อเป็นไก่ตาแตก "คุณตู้ ผมทำงานรับใช้ตระกูลตู้มาอย่างทุ่มเท 20 กว่าปี คุณผู้ชายโปรดเมตตาด้วยเถอะครับ"
"มาขอร้องฉันทำไม" ตู้ยวี่พูดเสียงเย็นพลางปรายตามองหลินฟาน "แกต้องทำให้คุณหลินหายโกรธให้ได้ต่างหาก"
คิ้วของผู้จัดการจินขมวดเป็นปม เขาสูดหายใจลึก เดินมาหยุดตรงหน้าหลินฟาน แววตาเต็มไปด้วยการอ้อนวอน "คุณ... คุณหลิน ผมมีตาหามีแววไม่ ขอท่านโปรดเมตตา..."
"เรื่องไล่ออกช่างมันเถอะ ผมเคยบอกน้าเขยผมไว้ว่าจะให้เขาเลื่อนตำแหน่ง" หลินฟานหันไปพูดกับตู้ยวี่
ตู้ยวี่หันไปมองหวงจงสือ "เรื่องเล็กน้อย หวงจงสือ ตั้งแต่วันนี้ไป ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นของนาย"
"หา"
หวงจงสือเผลออุทานออกมา เดิมทีเขาเป็นแค่หัวหน้างานระดับล่างสุดในเครือตระกูลตู้ คุมลูกน้องแค่สิบกว่าคน
ยังไม่นับว่าเป็นระดับกลางด้วยซ้ำ
แต่ผู้จัดการฝ่ายบุคคล คือคนที่กุมอำนาจการโยกย้ายคนทั้งบริษัท นั่นคือระดับสูงของจริง
และเป็นระดับสูงของเครือธุรกิจตู้ด้วย ตำแหน่งสูงส่งขนาดนี้ เขาไม่เคยกล้าฝันถึงมาก่อน
แต่นึกไม่ถึงว่า วันนี้ญาติจนๆ ที่เขาดูถูกมาตลอดอย่างหลินฟาน แค่พูดประโยคเดียว เขาก็ได้เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลทันที
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยความตะลึงงัน ดูท่าอิทธิพลของหลินฟานที่มีต่อตระกูลตู้ จะเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากโข
หลินฟาน... เป็นใครกันแน่
"คุณหลิน เห็นว่ายังไงครับ" ตู้ยวี่ถามความเห็น
หลินฟานยิ้ม "น้ำใจครั้งนี้ผมรับไว้ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน เชิญพวกคุณทานข้าวกันตามสบาย"
"เดี๋ยวผมเดินไปส่ง" ตู้ยวี่แสดงความกระตือรือร้น ในใจก็แอบดีใจ
หลังจากหลินฟานกับตู้ยวี่เดินออกไป หวงจงสือก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามจางชิงซู "ชิงซู ผม... ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย"
จางชิงซูส่ายหน้า
หน้าของหวงจงสือแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น เขากอดจางชิงซูแน่น "ฮ่าฮ่า ผมดูออกนานแล้วว่าหลานหลินฟานไม่ใช่คนธรรมดา นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่คุณตู้ยวี่ยังต้องเกรงใจเขาขนาดนี้"
"วันหลังเราต้องไปมาหาสู่กันให้บ่อยขึ้นนะ คุณไม่ได้ไปทำความสะอาดบ้านให้หลานนานแล้วใช่มั้ย"
จางชิงซูทำตาขวาง "ไม่ใช่คุณเหรอที่ด่าฉัน ห้ามไม่ให้ฉันไปทำความสะอาด บอกว่าทำดีไม่ได้ดี"
หวงจงสือส่ายหน้ารัวๆ "ใช่ๆๆ เมื่อก่อนเป็นความผิดของผมเอง หลินฟานเด็กคนนี้กำพร้าพ่อแม่แต่เด็ก มีแค่คุณที่เป็นน้า แล้วก็มีผมเป็นน้าเขย ถ้าเราไม่ดีกับแก แล้วใครจะดีกับแกจริงมั้ย"
ท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าของหวงจงสือ แม้แต่จางชิงซูยังแปลกใจ แต่ลึกๆ เธอก็ดีใจ
เธอดีใจและโล่งใจ เมื่อก่อนเธอคอยเป็นห่วงว่าหลินฟานจะใช้ชีวิตยังไง ถึงขั้นเคยขอร้องให้หวงจงสือฝากงานให้หลินฟานหลังเรียนจบ
ตอนนั้นหวงจงสือยังทำท่ารังเกียจหลินฟานอยู่เลย แต่ดูตอนนี้สิ อนาคตของหลินฟานคงไม่ต้องให้เธอห่วงอีกแล้ว
ส่วนหวงชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังดึงสติกลับมาไม่ได้ หลินฟานก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอแท้ๆ
ทำไมหลินฟานถึงทำให้คนใหญ่คนโตอย่างตู้ยวี่นอบน้อมได้ขนาดนั้น
มันจะเป็นไปได้ยังไง
ตู้ยวี่เดินมาส่งหลินฟานที่หน้าประตูโรงแรม หลินฟานเอ่ยขึ้น "คุณตู้ น้ำใจของคุณผมรับรู้แล้ว แน่นอนว่าถ้าน้าเขยผมทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลได้ไม่ดี พวกคุณก็ย้ายเขาไปตำแหน่งอื่นได้"
"ขอแค่ให้พวกเขามีกินมีใช้ไม่ลำบากก็พอ"
ตู้ยวี่ได้ยินก็ยิ้มรับและพยักหน้า "เรื่องนั้นแน่นอนครับ ในเมื่อญาติของคุณหลินทำงานในบริษัทเรา ทางเราย่อมต้องดูแลเป็นอย่างดี"
จากนั้นตู้ยวี่ก็พูดต่อ "จริงสิครับคุณหลิน เรื่องตระกูลไล่ พ่อผมกำลังวิ่งเต้นหาเส้นสายช่วยจัดการให้คุณอยู่นะครับ"
"ไม่จำเป็น เรื่องตระกูลไล่ ผมจัดการเรียบร้อยแล้ว" หลินฟานหยุดนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ "แต่อย่าป่าวประกาศออกไปล่ะ"
"จัดการเรียบร้อยแล้ว?" ตู้ยวี่ชะงักไปนิดหนึ่ง ตระกูลไล่โหดหินขนาดนั้น ไม่ใช่จะจัดการได้ง่ายๆ
แต่เมื่อเห็นหลินฟานเดินจากไป เขาก็ไม่กล้าเซ้าซี้ถามอะไรต่อ
[จบแล้ว]