- หน้าแรก
- จากเด็กกำพร้าสู่เซียนปราบปีศาจ
- บทที่ 37 - ซาบซึ้งกินใจ
บทที่ 37 - ซาบซึ้งกินใจ
บทที่ 37 - ซาบซึ้งกินใจ
บทที่ 37 - ซาบซึ้งกินใจ
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เมื่อคิดได้ดังนั้น หวงจงสือก็จัดเนกไทด้วยความมั่นใจ
ทุกคนเดินเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัวขนาดใหญ่
ข้างในมีชายวัยกลางคนสวมสูทสี่คนนั่งรออยู่แล้ว ต่างคนต่างคุยกันอย่างเป็นกันเอง
เพียงแต่ว่า ในห้องนั้นยังมีคนอื่นอยู่ด้วย
"อนาถแท้"
หลินฟานมองดูคนในห้องแล้วแทบจะสำลัก ข้างกายของพวกใส่สูทเหล่านั้น ต่างมีคนแต่งตัวเหมือนขอทานนั่งประกบอยู่ทุกคน
"หวงจงสือมาแล้ว" หนึ่งในนั้นทักทายยิ้มแย้ม "เหล่าหวง นั่งเลยๆ นี่คงเป็นภรรยากับลูกสาวสินะ สวยจริงๆ"
ชายใส่สูทอีกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย "เยี่ยมๆ เอ๊ะ จงสือ เด็กคนนี้คงไม่ใช่ตัวช่วยที่นายพามาหรอกนะ?"
หวงจงสือถลึงตาใส่คนคนนั้น "นี่ญาติฉันเอง บังเอิญมาเยี่ยมที่บ้าน ฉันเลยถือโอกาสพามากินข้าวด้วยกัน ผู้จัดการจินคงไม่ถือสาหรอกมั้ง"
"ดูท่าทางทุกคนจะใจตรงกันนะ" คนคนนั้นพยักหน้า แล้วปรายตามองชายวัยกลางคนข้างกายที่แต่งตัวเหมือนขอทาน
หวงจงสือมองดูขอทานสี่คนที่สี่คนนั้นพามา แล้วหันกลับมามองหลินฟาน
รู้สึกว่าหลินฟานจะแข่งความน่าสมเพชสู้พวกนั้นไม่ได้เลยแฮะ!
ทันใดนั้น ประตูห้องก็เปิดออก ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมสวมสูทเดินเข้ามา ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างใจดี "เสี่ยวหวง มากันครบแล้วเหรอ เอ๊ะ ทำไมคนเยอะจัง"
ตอนนั้นเองชายรูปร่างอ้วนท้วมคนหนึ่งรีบลุกขึ้น แย่งจับมือกับชายวัยกลางคนคนนั้น "ผู้จัดการจินครับ นี่คือลุงสามของผม แกออกเร่ร่อนพเนจรตั้งแต่อายุสิบเจ็ด กลายเป็นคนไร้บ้าน เมื่อกี้ผมบังเอิญเจอแกที่หน้าโรงแรม ด้วยความหวังดีเลยเชิญแกเข้ามากินข้าวด้วยกันมื้อนึง ผู้จัดการจินคงไม่ถือสานะครับ"
ผู้จัดการจินได้ฟังก็พยักหน้า พนมมือสาธุ "ไม่เป็นไรแน่นอน ชาวพุทธอย่างเราต้องรู้จักเปิดประตูแห่งความสะดวกให้ผู้อื่น"
คนที่ถูกเรียกว่าเสี่ยวซุนหันกลับมามองพวกหวงจงสือ ยิ้มอย่างผู้ชนะ
ส่วนคนอื่นๆ ก็ทยอยลุกขึ้นแนะนำญาติยากจนของตัวเองบ้าง
"ผู้จัดการจิน ญาติผมคนนี้น่าสงสารมากครับ ตกงานเมื่อไม่นานมานี้ เงินเก็บก็ไม่มี ตัวเปล่าเล่าเปลือย ผมเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ เลยให้ไปพักอยู่ที่บ้านผม..."
"ผู้จัดการจิน น้าสามของผมคนนี้ป่วยสารพัดโรค ที่บ้านเลี้ยงไม่ไหว น่าสงสารที่มีแต่ผมต้องมาคอยออกเงินเลี้ยงดู..."
ตอนนี้บรรยากาศเหมือนการแข่งขันประชันความรันทด แต่ละคนเล่าได้ซาบซึ้งกินใจสุดๆ
หลินฟานยืนมองตาค้างอยู่ข้างๆ ฉากละครปาหี่แบบนี้ เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
ผู้จัดการจินมีรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า จากนั้นก็หันมามองหลินฟาน "เอ๊ะ แล้วคนนี้คือ?"
หวงจงสือทำอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อยลุกขึ้น "ผู้จัดการจิน นี่ญาติผมครับ ชื่อหลินฟาน กำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ไร้ที่พึ่งพิง อากาศหนาวก็ไม่มีแม่คอยถักเสื้อให้ใส่"
"พอมืดค่ำเขาก็ต้องอยู่ในห้องมืดมิดเพียงลำพัง บางครั้งก็ได้แต่มองเพดานด้วยความสิ้นหวัง เขาหวังเหลือเกินว่าจะมีพ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง"
"เขาหวังเหลือเกินว่าจะมีคนคอยดูแล เขาหวังเหลือเกินว่าในค่ำคืนที่หนาวเหน็บและอ้างว้าง..."
หวงจงสือร่ายยาวราวกับกำลังท่องบทกวี พูดได้บีบหัวใจเรียกน้ำตา หลินฟานที่ยืนอยู่ข้างๆ ฟังแล้วยังรู้สึกว่า เชี่ย เอ้ย กูชีวิตรันทดขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย
เล่นใหญ่ชะมัด
ชายใส่สูทสี่คนนั้นมองหวงจงสือที่กำลังร่ายกลอนด้วยความตะลึง
ปกติไม่ยักรู้ว่าไอ้หมอนี่มันมีวาทศิลป์ขนาดนี้
หวงจงสือกำลังร่ายยาวอย่างเมามัน ผู้จัดการจินกลับพูดแทรกขึ้นว่า "ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ ผมนึกไม่ถึงเลยว่าวันนี้พวกคุณจะพาญาติมากันเยอะขนาดนี้"
หวงจงสือรีบหยุดบทกวี "ผู้จัดการจิน เชิญนั่งก่อนครับ นี่ไม่ใช่เพราะคุณจะมา... เอ้ย ไม่ใช่ เพราะพวกเราจะมากินข้าวกัน พวกเขาไร้ที่พึ่งพิง ทุกคนเลยพาญาติของตัวเองมาด้วย"
ผู้จัดการจินพยักหน้าแล้วนั่งลง
คนที่ชื่อเสี่ยวซุนก่อนหน้านี้ จู่ๆ ก็พูดขึ้นลอยๆ ว่า "จริงสิ หวงจงสือ ญาติที่ถูกนายไล่ออกจากบ้านคนนั้น ตอนนี้อยู่ไหนแล้วล่ะ?"
"ถูกไล่ออกจากบ้าน? เรื่องมันเป็นยังไง?" ผู้จัดการจินได้ยินก็หันขวับมามองหวงจงสือด้วยความสงสัย
หวงจงสือใจหายวาบ ว่าแล้วเชียว ไอ้พวกสารเลวมันเริ่มเล่นสกปรกแล้ว
"ไม่มีเรื่องแบบนั้นครับ พี่ซุนคงหมายถึงหลินฟานเด็กคนนี้" หวงจงสือแก้ตัว "หลินฟานน่ะ อาจจะเป็นเพราะขาดพ่อขาดแม่ ตั้งแต่เด็กเลยไม่รักดี วันๆ เอาแต่ไปมั่วสุมกับพวกจิ๊กโก๋นักเลง ผมทนดูไม่ได้ ก็เลยอบรมสั่งสอนแกไปไม่กี่วัน"
หวงจงสือพูดต่อ "เนี่ย พอไปเข้าหูพี่ซุน ก็กลายเป็นว่าผมไล่เด็กออกจากบ้าน ผมนี่โดนใส่ร้ายชัดๆ"
จางชิงซูที่อยู่ข้างๆ ก็รีบพยักหน้าสนับสนุน "ใช่ค่ะ ใช่ค่ะ ผู้จัดการจินอย่าเข้าใจผิดนะคะ"
"อ้อ ก็ลำบากคุณเหมือนกันนะ เด็กวัยนี้ถ้าวันๆ เอาแต่เล่นกับนักเลง อนาคตคงเสียคนหมด" แววตาของผู้จัดการจินที่เดิมทีมีความเมตตา ตอนนี้มองมาที่หลินฟานด้วยความรำคาญ
ผู้จัดการจินเอ่ยขึ้น "เอาล่ะ เดี๋ยวจะมีบุคคลสำคัญมากินข้าวด้วย ใครทำให้ท่านพอใจได้ ชีวิตผมก็จะดี ชีวิตพวกคุณก็จะดีไปด้วย ส่วนคนนอกพวกนี้ ก็ให้พวกเขาออกไปก่อนเถอะ"
บุคคลสำคัญจะมา
หวงจงสือหัวใจเต้นแรง นี่มันโอกาสทองชัดๆ!
ผู้จัดการจินถือเป็นคนที่มีอำนาจมากในเครือธุรกิจตู้ ดูแลฝ่ายบุคคล บุคคลสำคัญที่เขาพูดถึง หรือว่าจะเป็นคนในตระกูลตู้?
คิดได้ดังนั้น หวงจงสือรีบหันไปบอกจางชิงซู "คุณรีบพาพวกเขาออกไปเร็ว"
หลินฟานขมวดคิ้ว "พวกเรายังไม่ได้กินข้าวเลยนะ"
หลินฟานถูกหวงจงสือลากมาเพื่อเล่นละครตบตา ข้าวสักคำก็ไม่ให้กิน?
จางชิงซูขมวดคิ้ว แต่ก็ยังลุกขึ้นเตรียมจะออกไป
"คุณกับคนพวกนั้น พาพวกเรามาเล่นละคร สร้างภาพว่าเป็นคนใจบุญ พอเล่นจบ ข้าวไม่ให้กินสักคำก็จะไล่กันแล้วเหรอ?" หลินฟานไม่มีท่าทีจะลุกขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
สิ้นเสียงหลินฟาน ชายใส่สูทสี่คนนั้นหน้าตาบูดเบี้ยวทันที
ผู้จัดการจินไม่ใช่คนโง่ พวกนี้พาญาติมาแบบนี้ เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าเป็นการแสดง
แต่หัวหน้าชอบแบบนี้ รู้ทั้งรู้ว่าลูกน้องแกล้งทำเพื่อประจบสอพลอ ใครจะไปสนความจริงกันล่ะ?
ทุกคนก็แค่แกล้งทำเป็นปิดตาข้างหนึ่งก็พอแล้ว
พวกใส่สูทพวกนั้นรีบพูดขึ้นทันที "ไอ้เด็กกุ๊ย นิสัยต่ำตมจริงๆ ไม่รู้จักคำว่าเมตตาธรรมค้ำจุนโลกเอาซะเลย"
"นั่นสิ หวงจงสือมีญาติแบบนี้ คนอย่างเขาจะดีได้สักแค่ไหนเชียว"
หวงจงสือหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่น มองหลินฟานแล้วพูดว่า "หลินฟาน ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้อย่ามาก่อเรื่อง ออกไปกับน้าแกเดี๋ยวนี้"
"ถ้าเป็นคนตระกูลตู้มา ฉันอยู่ต่อ รับรองว่าคุณได้เลื่อนขั้นรวยเละแน่" หลินฟานบอกหวงจงสือ "โอกาสมีแค่ครั้งเดียวนะ"
หวงจงสือกำหมัดแน่น ไอ้เวรนี่ยังจะมาโม้อีก?
เขาชี้ไปที่ประตูแล้วตวาดลั่น "ไสหัวออกไป!"
[จบแล้ว]