- หน้าแรก
- จากเด็กกำพร้าสู่เซียนปราบปีศาจ
- บทที่ 22 - คนละโลก
บทที่ 22 - คนละโลก
บทที่ 22 - คนละโลก
บทที่ 22 - คนละโลก
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ซูชิงไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเพื่อนสาวเท่าไหร่นัก เธอกลับตอบหวังไฉ่เอ๋อร์ว่า "เธอคิดอะไรของเธอน่ะ เขากับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่รู้จักกันมาตั้งแต่ม.ต้น ก็เลยสนิทกันหน่อยแค่นั้นเอง" หวังไฉ่เอ๋อร์ค้อนขวับ "ไม่ได้เป็นอะไรกัน? แม่ดาวโรงเรียนซู เธอหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกฉันไม่ได้หรอกย่ะ คนหยิ่งทะนงอย่างเธอ ขนาดมีคนเสนอจะขับรถหรูมารับมาส่งทุกวันเธอยังไม่สน"
"แต่เธอกลับลากฉันมายืนรอตาบ้านั่นเนี่ยนะ" หวังไฉ่เอ๋อร์ร่ายยาว "แถมฉันยังได้ยินมาว่า เพราะเธอ หมอนั่นถึงกับไปมีเรื่องกับไล่เสี่ยวหลง นั่นไล่เสี่ยวหลงเชียวนะ ขนาดพวกลูกคุณหนูไฮโซในโรงเรียนเรายังไม่กล้าหือ แต่หมอนั่นกล้าไปตบเขา" "ถ้าไม่ได้มีใจให้เธอ เขาจะยอมเสี่ยงตายไปมีเรื่องกับไล่เสี่ยวหลงทำไม"
พอได้ยินหวังไฉ่เอ๋อร์พูดแบบนี้ ภาพเหตุการณ์ที่เธอโดนไล่เสี่ยวหลงขวางทางแล้วหลินฟานโผล่มาตบไล่เสี่ยวหลงกระเด็น ก็ฉายชัดขึ้นมาในหัว ในใจของเธอเกิดความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก หลินฟานไม่เหมือนคนอื่น เธอรู้ดี ตอนนี้ถึงจะมีคนมาตามจีบเป็นขบวน แต่คนพวกนั้นก็แค่อยากได้ความสวยของเธอ มีแค่หลินฟานคนเดียว ที่เห็นเธอมาตั้งแต่ตอนเป็นยัยขี้มูกยืดไม่สวยไม่เด่น แถมยังยอมให้เธอเช็ดน้ำมูกใส่เสื้อ แล้วก็หัวเราะแหะๆ ใส่
แถมยังกล้าออกหน้าปกป้องเธอจากคนอย่างไล่เสี่ยวหลง ผู้หญิงคนไหนจะไม่ประทับใจบ้างล่ะ ผู้ชายแบบนี้แหละ ที่ควรค่าแก่การมอบหัวใจให้
คิดไปคิดมา ซูชิงก็รีบส่ายหัว ไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ใบหน้าเธอแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย หวังไฉ่เอ๋อร์เห็นเข้าก็ลอบคิดในใจ ตายล่ะวา ซูชิงตกหลุมรักเข้าแล้วจริงๆ ในฐานะเพื่อนซี้ เธอจะยอมให้ซูชิงโดนคนธรรมดาๆ อย่างหลินฟานหลอกไม่ได้เด็ดขาด ตอนนั้นเอง หลินฟานในชุดกีฬาเสีขาวก็เดินออกมาจากหมู่บ้าน
หวังไฉ่เอ๋อร์กวาดตามองหลินฟานหัวจรดเท้า แล้วก็เบะปาก เสื้อผ้าหน้าผมธรรมดาสุดๆ แบรนด์เนมก็ไม่ใช่ ของแบกะดินชัดๆ ดูยังไงก็บ้านๆ คนแบบนี้ จะเอาอะไรมาคู่ควรกับซูชิง "รอนานไหม โทษทีนะ" หลินฟานเดินยิ้มเข้ามา แล้วหันไปมองหวังไฉ่เอ๋อร์ "คนนี้คือ?"
ซูชิงแนะนำ "นี่เพื่อนซี้ฉันเอง หวังไฉ่เอ๋อร์" "ยินดีที่ได้รู้จักครับ" หลินฟานยื่นมือออกไปทักทาย หวังไฉ่เอ๋อร์กลับขมวดคิ้ว ยื่นมือมาแตะๆ พอเป็นพิธี ไม่พูดไม่จา หลินฟานงงเป็นไก่ตาแตก นี่เจอกันครั้งแรกไม่ใช่เหรอ เขาไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจตอนไหนเนี่ย
ซูชิงเห็นบรรยากาศมาคุ เลยรีบชวน "ไปกันเถอะ รถเมล์จะมาแล้ว" หวังไฉ่เอ๋อร์ควงแขนซูชิงเดินนำไป หลินฟานเดินตามหลัง ฟังสองสาวคุยกัน หวังไฉ่เอ๋อร์พูดขึ้นว่า "แม่ดาวโรงเรียนซู ฉันจะบอกให้นะ คนที่มาจีบเธอน่ะ ขับรถสปอร์ตกันทั้งนั้น เธอแค่ชี้นิ้วสั่งคำเดียว ก็มีคนเข้าแถวรอรับส่งเธอถึงบ้าน จะมาลำบากนั่งรถเมล์ทำไม"
ซูชิงตอบ "ของดีแค่ไหน ถ้าไม่ใช่ของตัวเอง ฉันก็ไม่เอาหรอก" หวังไฉ่เอ๋อร์สวน "คิดผิดแล้วย่ะ สังคมสมัยนี้มันต้องดูที่อำนาจบารมี ถ้ามีอำนาจมีเงินทอง จะทำอะไรก็ง่ายไปหมด วันข้างหน้าถ้าเธอได้แต่งงานกับคนรวยๆ ก็จะได้เป็นคุณนาย นั่งกินนอนกิน เที่ยวรอบโลกสบายใจเฉิบ"
"แต่ถ้าไปแต่งกับคนจนๆ ชีวิตครึ่งหลังของเธอคงลำบากแย่ แต่ฉันว่านะ พวกบ้านจนๆ ถ้าหวังดีกับเธอจริง ก็ไม่ควรมาจีบเธอหรอก จะพาเธอไปลำบากเปล่าๆ" หวังไฉ่เอ๋อร์จงใจพูดเสียงดังฟังชัด กะให้เข้าหูใครบางคนเต็มๆ หลินฟานไม่ได้โง่ ฟังแค่นี้ก็รู้ว่าโดนเหน็บแนมเข้าให้แล้ว อีกนิดก็คงชี้หน้าด่าว่า 'ไอ้กระจอก อย่าริอาจเด็ดดอกฟ้า' แล้วมั้ง
หลินฟานทำหน้าเซ็งๆ ให้ตายเถอะ คนอื่นไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่เขาคิดกับซูชิงแค่น้องสาวจริงๆ นะ ซูชิงเองก็จับน้ำเสียงของหวังไฉ่เอ๋อร์ได้ จึงแย้งว่า "ไฉ่เอ๋อร์ โลกนี้ไม่ได้มีแค่เงินทองกับอำนาจนะ คนเรามีชีวิตอยู่ ไม่ใช่แค่เพื่อไขว่คว้าของพวกนั้น มันต้องมีอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้นสิ"
หวังไฉ่เอ๋อร์หัวเราะ "แหม แม่นางฟ้า ถ้าไม่มีอำนาจ ลองคิดดูสิว่าตอนไล่เสี่ยวหลงมาหาเรื่อง เธอจะทำยังไง" ทั้งสามคนเดินมาถึงป้ายรถเมล์ หวังไฉ่เอ๋อร์ชี้ไปที่ร้านค้าเล็กๆ "ชิงชิง ฉันหิวน้ำ ไปซื้อน้ำให้หน่อยสิ" "เอาอะไรล่ะ" "น้ำเปล่าก็พอ"
ซูชิงไม่ได้คิดอะไร เดินไปซื้อน้ำที่ร้านค้า พอซูชิงเดินไปปุ๊บ รอยยิ้มบนหน้าหวังไฉ่เอ๋อร์ก็หายวับ หันมาจ้องหลินฟานเขม็ง "นายชื่อหลินฟานสินะ? ที่ฉันพูดเมื่อกี้ นายคงเข้าใจความหมายนะ" หลินฟานพยักหน้า "อืม เข้าใจ"
หวังไฉ่เอ๋อร์เสียงแข็ง "เข้าใจก็ดี ฉันขอเตือนไว้เลย อย่ามาเป็นตัวถ่วงซูชิง ในฐานะเพื่อนรัก ฉันไม่อยากเห็นเพื่อนฉันต้องไปตกระกำลำบาก" หลินฟานตอบเสียงเรียบ "ผมเห็นซูชิงเป็นแค่น้องสาว แต่ถึงผมจะจีบเธอจริงๆ มันก็เป็นเรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณมั้ง"
"ไม่เกี่ยวเหรอ?" หวังไฉ่เอ๋อร์แค่นเสียง "ดูเหมือนนายจะยังไม่รู้สถานะตัวเองสินะ พ่อแม่ก็ไม่มี บ้านก็อยู่รูหนูแบบนี้ นายจะเอาปัญญาที่ไหนไปให้ความสุขซูชิงได้" หลินฟานย้อนถาม "ความสุขที่คุณว่า คือต้องมีอำนาจวาสนางั้นสิ?"
หวังไฉ่เอ๋อร์ตอบ "พวกนายมันคนละชั้นกัน คางคกก็ควรเจียมกะลาหัว อย่าหวังจะมากินเนื้อหงส์" หลินฟานยิ้มมุมปาก พูดด้วยนัยยะแฝงเร้น "ผมกับพวกคุณ มันคนละโลกกันจริงๆ นั่นแหละ"
หวังไฉ่เอ๋อร์ทำท่าจะด่าต่อ แต่ซูชิงเดินกลับมาพอดี "คุยอะไรกันอยู่" "คุยเรื่องคางคกอยากกินเนื้อหงส์น่ะ" หวังไฉ่เอ๋อร์เปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม รับน้ำจากซูชิงไปดื่ม ซูชิงขมวดคิ้ว "ไฉ่เอ๋อร์" "เอาน่า ไปเถอะ รถมาแล้ว"
หวังไฉ่เอ๋อร์รีบเปลี่ยนเรื่อง หลินฟานเอามือล้วงกระเป๋า ไม่ได้โกรธเคืองคำพูดของหวังไฉ่เอ๋อร์เลยสักนิด นกกระจอกหรือจะเข้าใจพญาอินทรี หวังไฉ่เอ๋อร์พูดถูก พวกเขาอยู่คนละโลกกัน เป้าหมายของหลินฟานคือการเหยียบย่ำอัจฉริยะของสำนักชวนเจินให้จมดิน อำนาจทางโลกแค่นี้จะเอาไปเทียบอะไรได้? คนอย่างหวังไฉ่เอ๋อร์ไม่มีวันเข้าใจหรอก
ทั้งสามคนขึ้นรถเมล์ คนแน่นเอี๊ยด ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รถก็มาจอดหน้าโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง ทั้งสามลงรถเดินเข้าโรงเรียน "หลินฟาน ฉันไปเรียนก่อนนะ เลิกเรียนแล้วกลับบ้านพร้อมกันนะ" ซูชิงหันมาบอกหลินฟาน หลินฟานพยักหน้า "โอเค"
[จบแล้ว]