- หน้าแรก
- จบสอบเอ็นท์ปุ๊บ ดาวโรงเรียนคนสวยก็มาดักรอเรียกผมว่าพ่อ
- บทที่ 29 ไปรับเหวินฉีฉีที่มหาวิทยาลัย
บทที่ 29 ไปรับเหวินฉีฉีที่มหาวิทยาลัย
บทที่ 29 ไปรับเหวินฉีฉีที่มหาวิทยาลัย
บทที่ 29 ไปรับเหวินฉีฉีที่มหาวิทยาลัย
ใบหน้าของเจ๊หวังแข็งค้างไปทันที
รถคันนี้จะเป็นของซูเฉินไปได้อย่างไร? ในสายตาของเธอ เหวินฉีฉีคือคนที่แทบจะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้องด้วยซ้ำ!
“เจ๊หวัง เมื่อกี้เจ๊บอกว่าใครไม่มีปัญญาซื้อรถคันนี้่นะ?” บรรดาคุณป้าที่ตอนแรกเตรียมจะสแกนวีแชทส่งซองแดงให้เจ๊หวังต่างพากันเปลี่ยนสีหน้าทันควัน
พวกเธอรีบเก็บโทรศัพท์มือถือแล้วมองค้อนเจ๊หวังด้วยสายตาเย็นชา
“ที่แท้ก็พวกขี้จุ๊นี่นา”
“โชคดีนะเนี่ยที่ฉันยังไม่ได้ส่งซองแดงให้ เจ๊หวัง เจ๊ก็แก่จนป่านนี้แล้ว ไม่รู้สึกอายบ้างหรือไง?”
คุณป้าคนหนึ่งเหลือบไปเห็นเจ้าตัวเล็กทั้งสี่เข้าพอดี จึงร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น “ว้าว เด็กๆ น่ารักจังเลย!”
“เอ๊ะ นี่ใช่แฝดสี่ของพ่อหนุ่มที่ขายมันฝรั่งตรงหน้าตลาดสดหรือเปล่าเนี่ย?”
คุณป้าคนนั้นจ้องมองซูเฉินเขม็งก่อนจะโพล่งออกมา “ใช่จริงๆ ด้วย เป็นเธอจริงๆ ด้วย!”
เจ๊หวังไม่ได้ออกไปไหนมาหลายวัน จึงไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตลาดสดเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นแล้ว เธอทำหน้าฉงนพลางถาม “พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันน่ะ?”
“นี่เจ๊ไม่รู้เหรอ? มันฝรั่งเจ้านี้อร่อยมาก ฉันซื้อตุนไว้เพียบเลย!”
“ปกติฉันไม่กินมันฝรั่งนะ แต่เมื่อวานฉันกินรวดเดียวสามมื้อเลย! คนที่บ้านชอบกันมาก สั่งให้ฉันมาซื้อเพิ่มวันนี้อีก พ่อหนุ่มคนนี้ขายมันฝรั่งได้วันละตั้งหลายพันหยวน เจ๊ยังจะบอกว่าเขาไม่มีเงินอีกเหรอ?”
“เจ๊หวัง เจ๊นอกจากจะแก่แล้ว สายตายังฝ้าฟางอีกนะเนี่ย!”
เจ๊หวังโกรธจนตัวสั่น “พวกเธอ! หึ พ่อหนุ่ม ถ้าเก่งจริงก็อย่ามาเช่าห้องของฉันสิ”
ซูเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ๊หวัง เจ๊รับเงินค่าเช่าของผมไปแล้ว สัญญาก็ยังไม่หมด เจ๊จะไล่ผมออกเหรอ? ได้ครับ งั้นเจ๊ก็จ่ายค่าผิดสัญญามาเลย”
พวกเขาก็เพิ่งจะจ่ายค่าเช่าไปได้ไม่นานนี้เอง
ตอนนี้ผู้คนต่างพากันตกหลุมรักความน่ารักของเด็กๆ และความหล่อเหลาของซูเฉิน ทุกคนจึงพากันออกโรงปกป้องเขา
“ใช่แล้ว! เซ็นสัญญาไปแล้ว ถ้าจะไล่เขาออก เจ๊ต้องจ่ายค่าชดเชยสามเท่า!”
“พ่อหนุ่ม ถ้าเขาไม่ให้อยู่ ก็มาอยู่ที่บ้านป้ามา ป้าไม่คิดค่าเช่าหรอก แค่แบ่งมันฝรั่งให้ป้ากินทุกวันก็พอแล้ว”
ซูเฉินนึกไม่ถึงเลยว่าการขายมันฝรั่งจะทำให้เขามีแฟนคลับรุ่นใหญ่มากขนาดนี้ ซึ่งเขาก็รู้สึกดีไม่น้อยเลยทีเดียว
“ตกลงครับ ไว้วันหลังผมจะแวะไปนะครับ”
คนที่พูดขัดขึ้นมาคือศัตรูคู่อาฆาตของเจ๊หวังในชุมชนนี้ เจ๊หวังทนรับความอัปยศนี้ไม่ได้อีกต่อไป
“ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่สัญญายังไม่หมด อย่าหวังว่าจะได้ย้ายออกไปไหนเลย!”
พูดจบเจ๊หวังก็สะบัดหน้าเดินหนีไปอย่างรวดเร็วด้วยความโมโห
ซูเฉินมองตามหลังเจ๊หวังพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ตอนนี้เหล่าคุณป้าต่างพากันเข้ามารุมล้อมเจ้าตัวเล็ก ทั้งหยิกแก้มทั้งหอมกันคนละฟอดสองฟอด
“พ่อหนุ่ม ทำไมวันนี้ไม่ไปขายมันฝรั่งล่ะจ๊ะ?”
“ใช่ๆ ป้ารอซื้ออยู่นะเนี่ย! ถ้าเธอไม่ไปขาย หลานชายป้าคงร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ”
“วันนี้ผมมีธุระนิดหน่อยครับ พรุ่งนี้ถึงจะไปขาย อ้อ อีกอย่าง ผมฝากมันฝรั่งไว้ที่แผงในตลาดสดแถวนี้แล้ว ต่อไปพวกคุณป้าซื้อที่ตลาดได้เลยครับ ไม่ต้องรอซื้อจากผมคนเดียวแล้ว” ซูเฉินอธิบาย
“จริงเหรอ? ดีจังเลย! พ่อหนุ่มคนนี้ช่างแสนดีจริงๆ!”
“มิน่าล่ะถึงได้มีลูกน่ารักขนาดนี้”
ซูเฉินยิ้มรับ ถ้าขืนยังอยู่ตรงนี้ต่อ เขาคงไปรับเหวินฉีฉีสายแน่ๆ เขาจึงรีบกันเด็กๆ ออกมาพลางเอ่ยว่า “คุณป้าครับ ผมต้องไปรับภรรยาแล้ว ไว้วันหลังจะพาเด็กๆ มาให้ดูใหม่นะครับ”
“จ้าๆ ไปเถอะ พ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนรักครอบครัวจริงๆ!”
“แถมยังเลี้ยงลูกเก่งอีกต่างหาก!”
“เดี๋ยวป้าต้องกลับไปสั่งให้ลูกชายหัดเอาอย่างเธอเสียบ้างแล้ว”
ในที่สุดซูเฉินก็แทรกตัวออกมาจากฝูงชนได้สำเร็จ เขาอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นรถทีละคน ระบบช่างรู้ใจติดตั้งคาร์ซีทสำหรับเด็กมาให้ถึงสี่ที่นั่ง ทำให้ซูเฉินหมดห่วงเรื่องความปลอดภัยไปได้เลย
หลังจากขึ้นรถ ซูเฉินก็ส่งข้อความหาเฉียนหู่ นัดแนะเรื่องให้ไปรับมันฝรั่งที่โกดังในวันพรุ่งนี้ จากนั้นจึงมุ่งหน้าตรงไปยังมหาวิทยาลัยหนิงโจวทันที
...
มหาวิทยาลัยหนิงโจว
วันนี้เหวินฉีฉีอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่เรื่องที่เสิ่นเมิ่งเหยาเอาแต่เซ้าซี้ให้เธอแนะนำแฟนให้รู้จักไม่หยุด
ขณะนี้เป็นเวลาเลิกเรียน นักศึกษาต่างพากันทยอยเดินออกจากมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มๆ เสิ่นเมิ่งเหยายังคงเดินตามเหวินฉีฉีต้อยๆ ราวกับเงาตามตัว
นักศึกษาชายคนไหนที่ทำท่าจะเข้ามาทักทาย ต่างก็โดนสายตาพิฆาตของเสิ่นเมิ่งเหยาจ้องจนต้องล่าถอยไปตามๆ กัน
“เหอะ พวกผู้ชายพวกนี้กล้าดียังไงมาหมายปองเพื่อนรักสุดสวยของฉัน ฝันไปเถอะ!”
“มีแต่คนหล่อๆ อย่างซูเฉินเท่านั้นแหละที่คู่ควรกับเหวินฉีฉีของเรา”
เหวินฉีฉี: ...
วันนี้เธอได้ยินชื่อซูเฉินจากปากของเสิ่นเมิ่งเหยามาไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว
“เมิ่งเหยา”
“หืม? มีอะไรเหรอ?”
“ไว้ฉันจะลองให้ซูเฉินแนะนำใครให้เธอรู้จักแล้วกันนะ”
“ดีเลยๆ!”
“งั้นฉันไปขึ้นรถเมล์ก่อนนะ เธอก็รีบกลับหอพักเถอะ”
“แต่ว่า...” เสิ่นเมิ่งเหยาขมวดคิ้วมุ่นพลางทำท่าออดอ้อน “ฉันอยากกลับไปกินข้าวกับเธอด้วยนี่นา”
อาหารอร่อยขนาดนั้น ถ้าไม่ได้กินคงเสียดายแย่
เหวินฉีฉีรู้สึกจนใจ “นั่งรถเมล์ตั้งชั่วโมงกว่าเลยนะ เธอไม่เหนื่อยหรือไง?”
“มีเจ้าตัวเล็กตั้งสี่คนรออยู่ แถมยังมีของอร่อยๆ ให้กินอีก ต่อให้ไกลกว่านี้อีกชั่วโมงฉันก็ทนได้!” เสิ่นเมิ่งเหยาให้คำมั่นสัญญา
เหวินฉีฉีทั้งขำทั้งระอา “ก็ได้ๆ งั้นก็กลับด้วยกัน”
เมื่อโน้มน้าวเหวินฉีฉีได้สำเร็จ เสิ่นเมิ่งเหยาก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างดีใจ
“เอ๊ะ? ทำไมตรงนั้นคนรุมล้อมกันเยอะจัง?”
พอเดินมาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัย เสิ่นเมิ่งเหยาก็สังเกตเห็นฝูงชนมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ไม่ไกล
“ว้าว ดูรถคันนั้นสิ!”
“รถน่ะไม่ใช่ประเด็นหรอก ดูพ่อหนุ่มคนนั้นสิ หล่อลากไส้เลย!”
“แล้วดูเจ้าตัวเล็กสี่คนข้างๆ เขาสิ นี่มันเทพบุตรชัดๆ หลุดมาจากสวรรค์ชั้นไหนเนี่ย?”
“เด็กสี่คนนั้นต้องเป็นลูกเขาแน่ๆ เลย เท่เป็นบ้า!”
“ว้าว มีเด็กคนหนึ่งยิ้มให้ฉันด้วย ฮือๆ ฉันตายอย่างสงบแล้ว!”
บรรดานักศึกษาสาวพากันกรีดกราดด้วยความคลั่งไคล้
ฝ่ายนักศึกษาชายก็ได้แต่ส่งสายตาอิจฉา “เช็ดเข้ พี่ชายคนนี้สุดยอดจริงๆ แฝดสี่เลยเหรอวะนั่น?”
“ยีนจะเทพไปไหนเนี่ย?”
เหวินฉีฉีเดินมองตรงไปข้างหน้า ใจของเธอพุ่งตรงกลับบ้านไปหาลูกๆ แล้ว
ทว่าเสิ่นเมิ่งเหยาที่มองตามเสียงฮือฮากลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “เหวินฉีฉี นั่นมันซูเฉินไม่ใช่เหรอ?”