เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 452: หน้าเนื้อใจเสือ และละครฉากใหญ่

ตอนที่ 452: หน้าเนื้อใจเสือ และละครฉากใหญ่

ตอนที่ 452: หน้าเนื้อใจเสือ และละครฉากใหญ่


"หัวหน้าเยว่ครับ... โปรดรับการขอขมาอย่างจริงใจที่สุดจากผมด้วย เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด ผมเสียใจจริงๆ ครับ"

ชายรอยสักพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างนอบน้อม เขาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อแล้วหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งที่ห่อด้วยผ้าสีแดงจัดออกมา ท่วงท่าของเขาดูระมัดระวังและทะนุถนอมราวกับกำลังถือครองสมบัติล้ำค่าที่สุดในปฐพี

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความระแวง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครแอบมองอยู่ จึงค่อยๆ คลี่ผ้าสีแดงนั้นออกอย่างช้าๆ

ทันทีที่ผ้าคลี่ออก ประกายแสงสีแดงฉานก็สาดกระทบตา! มันคือผลึกพลังงานสีแดงขนาดใหญ่เท่ากำปั้นมนุษย์ เนื้อของมันใสกระจ่างดุจเพชรน้ำงามและแผ่รังสีลึกลับที่ชวนให้ลุ่มหลง

"ผลึกก้อนนี้ผมเจอโดยบังเอิญในเหมืองร้างแห่งหนึ่งครับ" ชายรอยสักเอ่ยด้วยสายตาเลื่อมใส "ตอนนั้นมันฝังลึกอยู่ใต้ดิน แต่กลับส่งประกายแวววาวออกมาอย่างประหลาด คงเป็นโชคชะตาที่ทำให้ผมได้พบมัน วันนี้ผมจึงตั้งใจนำมามอบให้หัวหน้าเยว่เพื่อแทนคำขอโทษ หวังว่าคุณจะกรุณารับไว้นะครับ"

คำพูดของเขาดูยิ่งใหญ่และมีการเลือกรัดถ้อยคำอย่างดี แต่ยังไม่ทันที่เยว่ชิงเฉิงจะได้เอ่ยปาก เสียงของระบบในหัวก็ระเบิดขึ้นทันที

[ ว้าวๆๆๆ! นี่มันหินพลังงานระดับสุดยอด! เกรดสูงมาก! เร็วเข้าแม่สาวน้อย! รีบเก็บเข้ามิติเดี๋ยวนี้ ฉันอยากจะดูดซับมันจะแย่แล้ว ดูดซับ! ดูดซับ!... ]

เยว่ชิงเฉิงไม่ได้ทำตามคำสั่งของระบบทันที ดวงตาคมสวยขยับมองชายรอยสักด้วยความสนใจ "นายไปเจอมันที่ไหน? พาฉันไปดูได้ไหม?"

ชายรอยสักยิ้มกว้างอย่างจริงใจ "ผมสำรวจแถวนั้นอยู่นานแต่ก็เจอแค่ก้อนนี้ก้อนเดียวครับ พลังงานที่แผ่ออกมาน่ะรุนแรงจนผมสัมผัสได้เลย"

เขารู้ดีว่ามันคือของดี และนั่นคือเหตุผลที่เขาต้องฝืนใจอย่างมากที่ไม่ดูดซับมันไว้เอง แต่เลือกที่จะนำมาเป็นบรรณาการเพื่อผูกมิตรกับหญิงสาวผู้น่าเกรงขามคนนี้

"แล้วนายต้องการอะไรล่ะ?"

"ผม... ผมขอแลกมันกับเสบียงอาหารจากคุณจะได้ไหมครับ?"

"นิดหน่อยน่ะพอได้ แต่ถ้ามากไปฉันคงช่วยไม่ได้นะ"

เสบียง! มีเสบียงจริงๆ ด้วย!

ชายรอยสักดีใจจนเนื้อเต้น กำลังจะอ้าปากขอบคุณ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที... อ้าว เยว่ชิงเฉิงหายไปไหนแล้ว?

ในขณะเดียวกัน ที่ด้านหน้าอพาร์ตเมนต์ การปะทะกันอย่างรุนแรงกำลังเกิดขึ้น

หูเหม่ยเอ๋อร์กำลังถูกกลุ่มผู้มีพลังพิเศษจากฐานทัพพยัคฆ์สายฟ้าล้อมกรอบไว้

"อีตัวแสบ! เป็นบุญหัวมึงแค่ไหนแล้วที่หัวหน้าแก๊งเหลยหู่ของเราหมายตา? กล้าขัดขืนเหรอ? หรือว่าอยากตายไว!"

"เหอะๆ ถ้าหัวหน้าเหลยหู่ไม่สั่งไว้ว่าต้องเอาตัวกลับไปแบบครบถ้วนล่ะก็ พวกพี่ชายคงได้สนุกกับมึงก่อนแล้วล่ะ"

ใบหน้าของหูเม่ยเอ๋อร์แดงก่ำด้วยความโกรธ "อยากสนุกเหรอ? งั้นพวกมึงก็ไสหัวกลับไปสนุกกับแม่พวกมึงจนกว่าจะตายโน่นไป!"

ฟึ่บ!

แส้ยาวในมือของเธอสะบัดวาดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว รัศมีของแส้นั้นดุดันจนพวกผู้ชายเข้าไม่ติด

เมื่อเข้าใกล้ไม่ได้ พวกมันจึงเริ่มใช้คำพูดต่ำตมระคายหูแทน

"โห... หน้าอกหน้าใจแม่สาวคนนี้ใหญ่ชะมัด มือเดียวคงกำไม่มิดว่ะ ท่าทางจะโดนนวดมาจนบวมได้ที่เลยนะเนี่ย"

"ฮ่าๆๆๆ ไม่ต้องสืบหรอก ทรงนี้ผ่านมาหลายมือชัวร์!" เสียงหัวเราะลามกดังลั่นไปทั่วบริเวณ

พ่อของหูเม่ยเอ๋อร์ที่เห็นเหตุการณ์โกรธจนหน้ามืด เขาพยายามกวัดแกว่งไม้เท้าเข้าใส่ แต่เพราะความชราและแรงกดดัน ทำให้เขาเสียหลักล้มคว่ำลงไปเอง

"ฮ่าๆๆๆๆ ดูสิโว้ย! ยัยนี่พาพ่อมาเล่นตลกโชว์เหรอวะ?"

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยทำเอาพ่อของหูเม่ยเอ๋อร์ทั้งโกรธทั้งอับอายจนหายใจไม่ออก ดวงตาของเขาเบิกโพลงก่อนจะหมดสติไปทันที

"พ่อ!"

หูเม่ยเอ๋อร์โกรธจนถึงขีดสุด เธาสั่งให้หลินตานรีบพยุงพ่อเข้าห้องไป จากนั้นเธอก็สะบัดแส้ลงพื้นจนคอนกรีตแตกละเอียดเป็นทางยาว

"พวกมึง... หน้าตาก็อัปลักษณ์แล้ว ปากยังจะเน่าอีก!"

ร่างของเธอพุ่งทะยานออกไปทันที

พวกจากฐานทัพพยัคฆ์สายฟ้าซึ่งล้วนเป็นผู้มีพลังระดับ 6 ขั้นปลาย ต่างย่ามใจในพละกำลังและจำนวนคน พวกมันมองข้ามฝีมือของผู้หญิงตรงหน้าไปอย่างสิ้นเชิง

แต่แล้ว... รอยยิ้มเย้ยหยันก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า

เพราะหูเม่ยเอ๋อร์หายวับไปกับตา! เธอสลายกลายเป็นม่านหมอกจางๆ ต่อหน้าต่อตาพวกมัน

"ทักษะอะไรวะ !"

ไม่ทันขาดคำ ไอ้คนที่หัวเราะเสียงดังที่สุดก็รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่ลำคอ มันไม่มีโอกาสแม้แต่จะเรียกใช้พลัง... ศีรษะของมันก็กระเด็นออกจากบ่าทันที!

หัวที่น่าเกลียดน่ากลัวกลิ้งหลุนๆ ไปหยุดอยู่ที่เท้าของกลุ่มคนมุงคนหนึ่ง

"กรี๊ดดด! ฆ่ากันตาย! มีคนฆ่ากัน!"

"ทหารรักษาเมือง! ทหารรักษาเมืองอยู่ไหน! มีเหตุฆาตกรรม!"

เพียงชั่วพริบตา อีก 4 คนที่เหลือจากฐานทัพพยัคฆ์สายฟ้าก็ถูกปาดคอขาดใจตายไปตามๆ กัน พวกมันตายไปโดยที่ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า ผู้หญิงที่พวกมันเพิ่งจะเอื้อมมือไปคว้าคอเมื่อกี้ กลายเป็นหมอกแล้วย้อนกลับมาปลิดชีพพวกมันได้อย่างไร

หูเม่ยเอ๋อร์มองดูมีดสั้นในมือที่ชุ่มไปด้วยเลือดของยอดฝีมือทั้งห้า ท่ามกลางฝูงชนที่แตกตื่น เธอเริ่มรู้สึกกังวลกับสิ่งที่ทำลงไป

แต่เยว่ชิงเฉิงกลับปรบมือช้าๆ พร้อมรอยยิ้ม "ไม่เลวเลย... ฝีมือพัฒนาขึ้นอีกระดับแล้วนะ"

การสังหารระดับ 6 พร้อมกันห้าคนในพริบตา... ใครจะทำได้ถ้าไม่ใช่เธอ?

"หัวหน้า... ฉัน... ฉันก่อเรื่องให้หัวหน้าหรือเปล่าคะ?"

ไม่นานนัก ทหารสิบนายก็รุดมาตามเสียงตะโกนแจ้งเหตุ หัวหน้าหน่วยทหารคนนี้ไม่รู้จักเยว่ชิงเฉิง เขาจึงไม่ได้มีท่าทีเกรงใจเป็นพิเศษ

เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากชาวบ้าน แววตาของหัวหน้าหน่วยก็ฉายแววรังเกียจออกมาวูบหนึ่ง

พวกฐานทัพพยัคฆ์สายฟ้าอีกแล้วเหรอ... กร่างไม่ดูที่จริงๆ ตายๆ ไปซะได้ก็ดี

แต่ในฐานะทหารรักษาเมือง เมื่อมีการตายเกิดขึ้น เขาก็ต้องทำตามหน้าที่ เขาเดินเข้าไปหาหูเม่ยเอ๋อร์และเยว่ชิงเฉิงก่อนจะโค้งตัวให้อย่างสุภาพ

"เชิญพวกคุณไปกับเราด้วยครับ" เขาขยายความต่อเพื่อไม่ให้พวกเธอตื่นตระหนก "แค่ไปให้ปากคำตามระเบียบครับ ถ้าตรวจสอบแล้วว่าเป็นป้องกันตัวจริง พวกคุณจะได้กลับออกมาทันที"

หูเม่ยเอ๋อร์ถูกคุมตัวไป ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศร้อนระอุของแดดยามบ่าย เมื่อไม่มีอะไรให้ดูต่อ ฝูงชนก็เริ่มแยกย้าย

ในจังหวะนั้นเอง เยว่ชิงเฉิงก็ได้เห็นร่างของคนสองคนที่ยืนส่งยิ้มพิลึกๆ มาให้เธอจากที่ไม่ไกลนัก

คนหนึ่งขาเป๋ อีกคนตาบอด... ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเหลือเกิน

เยว่ชิงเฉิงปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินขึ้นตึก

"พี่สาว... พี่สาวครับ ช่วยเราด้วย!"

ซุนหู่โถวกะเผลกเข้ามาย่อตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ เสียงร้องไห้ของเขาดูเจ็บปวดรวดร้าวใจ

"คุณพ่อรู้เองก็ร้สึกผิดไปแล้วครับ ขาเขาเองก็หัก มือก็ถูกตัดขาด ตอนนี้เราไม่มีที่ไปแล้ว ได้โปรดเถอะพี่สาว... รับพวกเราไว้เถอะนะครับ"

ซุนฉางซานพยายามเดินโขยกเขยกเข้ามา ท่าทางองอาจในอดีตหายไปจนสิ้น ทั้งสองคนนั่งขวางทางบันได ร้องไห้ฟูมฟายจนคนที่เดินผ่านไปมาเริ่มสะเทือนใจ

ชาวบ้านละแวกนั้นเริ่มชี้นิ้วและซุบซิบกันหนาหู

"โถ... แม่หนูคนนี้หน้าตาก็สวยหมดจด เสื้อผ้าก็สะอาดสะอ้าน ดูท่าคงไม่ขาดแคลนอดอยาก แต่ไม่นึกเลยว่าจะเป็นคนใจจืดใจดำ ปล่อยให้พ่อกับน้องชายแท้ๆ ตกอับขนาดนี้"

"สวรรค์ไม่เมตตาจริงๆ มีลูกสาวเลือดเย็นแบบนี้ในโลกด้วยเหรอเนี่ย..."

จบบทที่ ตอนที่ 452: หน้าเนื้อใจเสือ และละครฉากใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว