เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 451: เมื่อลูกพี่ใหญ่เปลี่ยนไป

ตอนที่ 451: เมื่อลูกพี่ใหญ่เปลี่ยนไป

ตอนที่ 451: เมื่อลูกพี่ใหญ่เปลี่ยนไป


ผู้นำอาวุโสตระกูลหลี่แทบจะกระอักเลือดออกมาจริงๆ แผนการทุกอย่างที่วางไว้พังพินาศยับเยินเพียงเพราะขาดหลี่ซั่วไปแค่คนเดียว

"บัดซบ! อีเยว่ชิงเฉิงนะอีเยว่ชิงเฉิง!"

ถึงจะโกรธจนตัวสั่น แต่เขาก็ยังไม่ลืมหมากตัวถัดไป เขาสูดลมหายใจลึกก่อนจะก้มหัวให้ด็อกเตอร์ไป๋ด้วยท่าทางนอบน้อม

"ด็อกเตอร์ไป๋ครับ... ความสำเร็จของแผนการขั้นต่อไป ผมคงต้องฝากไว้ที่ท่านเพียงคนเดียวแล้ว"

"หึหึหึ..." เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังลอดออกมาจากลำคอ

…….

ท่ามกลางแสงแดดสาดส่องลงบนถนนที่เคยพลุกพล่าน เยว่ชิงเฉิงเดินทอดน่องด้วยท่วงท่าสง่างาม ร่างระหงและใบหน้าที่งดงามราวกับประติมากรรมชั้นเลิศนั้นสะดุดตาผู้คนที่สัญจรไปมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทว่า... นี่คือยุคมืดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ยุคที่ข้าวยากหมากแพงและผู้คนอดอยากถึงขีดสุด

บนถนนสายนี้ ทุกคนดูโทรมเหมือนซากศพเดินได้ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผิวหนังหยาบกร้านจากการขาดสารอาหาร แต่ท่ามกลางความหม่นหมองนั้น กลับมีร่างหนึ่งที่โดดเด่นออกมาอย่างน่าประหลาด

เยว่ชิงเฉิงอยู่ในชุดที่สะอาดสะอ้าน ผิวพรรณของเธอขาวเนียนดุจหิมะตัดกับพวงแก้มสีระเรื่อราวกับดอกท้อที่เบ่งบาน เธอดูเหมือนหลุดมาจากโลกอีกใบที่ไม่เคยรู้จักความลำบาก

ในโลกที่บิดเบี้ยวเช่นนี้ ความสวยงามคือของล้ำค่าแต่ในขณะเดียวกันมันก็คือยาพิษ สายตาที่มองมาทางเธอจึงไม่ได้มีแค่ความชื่นชม แต่มันยังเต็มไปด้วยความอิจฉา ตะกละตะกลามและหิวกระหาย

เมื่อรับรู้ได้ถึงรังสีคุกคามที่พุ่งตรงมา เยว่ชิงเฉิงก็สะบัดมือเบาๆ ดึงหมวกปีกกว้างและหน้ากากออกมาจากพื้นที่มิติมาสวมใส่ทันที

ฟึ่บ!

การกระทำนั้นทำให้พวกที่แอบตามมาเกือบครึ่งต้องรีบถอยฉากออกไปทันที เพราะฉลาดพอจะดูออกว่าเธอคือผู้มีพลังมิติซึ่งถือเป็นบุคคลระดับวีไอพีที่ฐานทัพต้องให้การคุ้มครองอย่างเข้มงวด

แต่ก็ยังมีพวกเดนคนบางกลุ่มที่เป็นนักล่าเจนสนาม พวกนี้ไม่กลัวตายและสายตาเต็มไปด้วยความละโมบเกินกว่าจะถอยพ่าย

เยว่ชิงเฉิงยังคงเดินต่อไป เธอหยุดแวะดูของเป็นพักๆ โดยไม่สนสายตาปองร้ายรอบข้าง ที่นี่คือเขตอิทธิพลของฐานทัพเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งยังพอมีกฎระเบียบหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้าปล้นฆ่ากันกลางแดดจ้า

หลังจากได้ของที่ต้องการครบ เธอก็เดินมุ่งหน้ากลับที่พัก

เมื่อถึงอพาร์ตเมนต์ เสียงเอะอะโวยวายและเสียงตะโกนด่าทอก็ดังลั่นมาจากโถงทางเดิน

"ถอยไปให้หมด! ใครกล้าแตะต้องลูกสาวกู กูจะฆ่ามันให้ตาย! ไอพวกสัตว์นรก!"

เยว่ชิงเฉิงชะงักเท้า เสียงนี้มันคุ้นหูมาก... พ่อของหูเม่ยเอ๋อร์เหรอ? แล้วลูกสาวล่ะ? หรือว่าหูเม่ยเอ๋อร์จะมีเรื่อง?

ทางเข้าชั้นหนึ่งถูกล้อมไว้หนาแน่นจนมดแทบมุดไม่ได้ เยว่ชิงเฉิงพยายามจะเบียดเข้าไป จนป้าคนหนึ่งหันมาแหวใส่

"จะดันหาพระวิมานอะไร... เฮ้ย!"

พอเห็นหน้าเยว่ชิงเฉิงชัดๆ ป้าแกก็อุทานลั่นหน้าตาตื่น รีบคว้าผ้าขาวแถวข้างทางมาคลุมหัวหญิงสาวไว้ แล้วลากตัวเธอวิ่งจ้ำอ้าวออกมาทันที ป้าแกคอยหันมองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวใครจะตามมาทัน

"โถ่แม่หนูเอ๊ย! หน้าตาสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้ ออกมาเดินร่อนจ้ออะไรข้างนอกล่ะเนี่ย? ช่วงนี้ฐานทัพยิ่งไม่สงบอยู่ รีบกลับไปหาพ่อแม่ไป๊!"

เยว่ชิงเฉิง: "..."

นี่ขนาดโผล่มาแค่ลูกตา ป้ายังรู้เลยเหรอว่าสวย?

"คุณป้าคะ เกิดอะไรขึ้นตรงนั้นเหรอ?"

ป้าไม่ตอบแต่พยายามดันหลังเธอให้เดินไปไกลๆ "เด็กผู้หญิงอย่ามายุ่งเรื่องของพวกผู้ชายเลย รีบกลับบ้านไป อย่าเที่ยวเถลไถล เข้าใจไหม..."

พูดไม่ทันขาดคำ หน้าของป้าแกก็ถอดสี ริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะกระซิบเสียงแผ่ว

"แม่หนู... ไม่ใช่ป้าไม่ช่วยนะ แต่... เอ็งโดนหมายหัวเข้าให้แล้วล่ะ"

พูดจบ ป้าแกก็โกยแน่บหายไปทันที ถึงจะใจดีแค่ไหน แต่แกก็รักตัวกลัวตาย เพราะยังมีปากท้องที่บ้านต้องคอยดูแล

เยว่ชิงเฉิงหมุนตัวกลับไปช้าๆ เบื้องหน้าของเธอคือชายฉกรรจ์ 4-5 คน ยืนเรียงแถวกร่างเด่นอยู่กลางถนน พวกมันเปลือยท่อนบน โชว์รอยสักและผมสีเหลืองจัดจ้าน ท่ายืนสั่นขาพั่บๆ ทรงนี้ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากนักเลงกระจอก

"มองหาฉันเหรอ?"

ไอ้ผมเหลืองหัวโจกเหยียดยิ้มหยาบคาย "จ๊ะแม่สาวน้อย หน้าตาสะสวยขนาดนี้ สนใจไปเล่นกับพี่หน่อยไหมจ๊ะ?"

"รับรองพี่จะพาหนูขึ้นสวรรค์จนลืมไม่ลงเลยล่ะ"

เยว่ชิงเฉิงกระตุกยิ้มมุมปาก เธอถอดหมวกและหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่สวยสะกดวิญญาณ รอยยิ้มของเธอยิ่งทำให้พวกมันตาค้าง น้ำลายสอจนแทบทนไม่ไหว

"ฮิๆ ไปกันเถอะจ้ะ เดี๋ยวพี่พาไปเล่นที่รังพี่เอง"

เยว่ชิงเฉิงก้าวเข้าไปหาหนึ่งก้าว พร้อมรอยยิ้มละไม "ไปเล่นที่ที่พักพวกนายมันจะสนุกอะไรล่ะ... เล่นมันตรงนี้แหละ"

ไอ้ผมเหลืองชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มกริ่ม "โอ้โห... ที่แท้น้องสาวก็ชอบแบบโชว์สาธารณะเหรอจ๊ะ? ได้เลย พี่จัดให้ตามคำขอ!"

มันถูมือไปมาอย่างตื่นเต้น อ้าแขนกว้างรอรับร่างบางเข้าสู่อ้อมกอด พร้อมทำปากจู๋เตรียมจะหอมให้ชื่นใจ

อั่ก!

วินาทีต่อมา หน้าของไอ้ผมเหลืองก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ มันทรุดลงไปนอนบิดเร้าอยู่บนพื้น มือกุมเป้ากางเกงแน่นจนเส้นเลือดปูด

ลูกเตะมหาประลัยเพียงครั้งเดียว ส่งกล่องดวงใจของมันแหลกละเอียดจนเลือดซึมออกมาข้างนอก

พวกลูกสมุนที่เหลือถึงกับเสียววูบที่หว่างขา ต่างพากันหุบขาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ

เชี่ย... ผู้หญิงอะไรโหดฉิบหาย

"อ๊ากกก... กะ... แก..." มันเจ็บจนร้องไม่ออก ได้แต่ครางอืออาในลำคอ

พวกที่เหลือสบตากันแล้วเตรียมจะใส่เกียร์หมาโกยอ้าว แต่ทันใดนั้น...

ปัง!

กำแพงน้ำแข็งหนาทึบพุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ดิน ดักหน้าพวกมันไว้จนชนเข้าอย่างจังจนหน้าบี้

เยว่ชิงเฉิงเดินนิ่งๆ เข้าไปหาพวกมันราวกับยมทูตในคราบหญิงงาม "ไหนว่าจะเล่นไง? มาเล่นกันให้เต็มคราบสิ"

พวกนักเลงขวัญกระเจิง พยายามจะปีนหนีแต่กำแพงน้ำแข็งลื่นเกินไป พวกมันถอยจนหลังชนกำแพง ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว

ตุ้บ! ตั้บ! โครม!

ไม่กี่นาทีต่อมา พวกผมเหลืองก็นอนกองรวมกันเป็นภูเขาเนื้อซ้ำเลือดซ้ำดำเขียวอยู่ในมุมตึก

เยว่ชิงเฉิงปัดมือเบาๆ "พวกขยะ... กระจอกเกินไปมั้ง หมัดเดียวยังรับไม่ไหวเลย"

ขณะที่เธอกำลังจะเดินจากไป ไอ้หัวโจกที่พอจะรวบรวมสติได้บ้างก็ตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่ง

"อีสารเลว! มึงกล้าทำลายของรักกู! มึงรู้ไหมว่ากูเป็นคนของแก๊งมังกรฟ้าน่ะ!"

เยว่ชิงเฉิงชะงักเท้า เธอเดินย้อนกลับไปแล้วประเคนลูกเตะเข้าที่เป้ามันอีกรอบจนมันตาเหลือก

"มังกรฟ้าแล้วไง? ต่อให้หัวหน้าแก๊งมึงมาเอง แม่ ก็ไม่กลัวโว้ย!"

แน่นอนว่าทุกคนรอบข้างคิดว่าเธอแค่ขี้คุยแก้เก้อ

แต่พอสิ้นเสียงเธอ บรรยากาศรอบข้างที่เคยจ้อกแจ้กกลับเงียบกริบลงทันทีราวกับกดปุ่มปิดเสียง

เยว่ชิงเฉิงใช้นิ้วโป้งปาดจมูกอย่างเท่ "เป็นไง? กลัวจนพูดไม่ออกเลยเหรอ? ถ้ากลัวก็หมอบลงแล้วร้องเพลงยอมจำนนให้ฉันฟังซะดีๆ"

เอ๊ะ... ทำไมทุกคนทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นล่ะ?

"หะ... หัวหน้าแก๊งมังกรฟ้า... โอ๊ยตายแล้ว นั่นมันหัวหน้าแก๊งมังกรฟ้าตัวจริงนี่นา! คนระดับนั้นมาทำอะไรที่สลัมแบบนี้วะ!"

ไอ้ผมเหลืองที่เกือบจะสิ้นสติ พอเห็นร่างที่กำลังเดินเข้ามาก็เหมือนเห็นพระเจ้ามาโปรด

"ลูกพี่! ลูกพี่ช่วยผมด้วยครับ!"

ชายร่างยักษ์ที่มีรอยสักเต็มแขนกำลังชะเง้อมองไปทั่ว เขาได้ยินมาว่าหัวหน้าเยว่อาศัยอยู่แถวนี้ แต่ไม่รู้ว่าตึกไหน

หืม? เหมือนมีใครเรียกกูแว่วๆ

เขามองไปเห็นกลุ่มไอ้พวกผมเหลืองที่หน้าตาปูดบวม น้ำมูกน้ำตาไหลพราก กำลังโบกมือเรียกเขาหย็อยๆ

"พวกมึงไปโดนหมาที่ไหนรุมฟัดมาวะ?"

พอมองไปที่กางเกงขาสั้นของพวกมัน เห็นสัญลักษณ์มังกรสีทองจางๆ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสมาชิกชั้นปลายแถวของแก๊งตัวเอง เขาก็ขมวดคิ้ว

"ฮือออ ลูกพี่ครับ ล้างแค้นให้พวกเราด้วย! ยัยผู้หญิงคนนั้นมันหยามแก๊งมังกรฟ้าของเราครับ!"

ชายรอยสักหันขวับไปด้วยความงุนงง และนั่นเอง... เขาก็สบเข้ากับใบหน้าสวยที่กำลังยิ้มหวานพลางโบกมือให้เขาเบาๆ

"พวกนี้อยากเล่นกับฉันน่ะ... นายล่ะ สนใจจะเล่นด้วยกันสักหน่อยไหมล่ะ?"

หน้าของชายรอยสักมืดลงทันที ไอ้พวกลูกน้องเวร! มึงหาเรื่องใส่หัวกูอีกแล้ว!

เขาเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะหันไปตวาดใส่พวกผมเหลืองเสียงลั่น "พวกมึงทุกคน... ถูกไล่ออกตั้งแต่วินาทีนี้!"

"ฮะ...?"

พวกมันเหวอรับประทาน ได้แต่เบิ่งตามองลูกพี่ใหญ่ผู้เย็นชาและน่าเกรงขาม วิ่งหน้าตั้งเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นด้วยท่าทางประจบสอพลอ พร้อมกับรีบควักของบางอย่างออกมาจากอกเสื้ออย่างกระตือรือร้น

พวกผมเหลือง: "..........."

จบบทที่ ตอนที่ 451: เมื่อลูกพี่ใหญ่เปลี่ยนไป

คัดลอกลิงก์แล้ว