เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 : ตำหนักผลึกเหมันต์

บทที่ 12 : ตำหนักผลึกเหมันต์

บทที่ 12 : ตำหนักผลึกเหมันต์


เถียนหลานอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "จริงด้วยค่ะ ตอนกลางคืนที่นี่อันตรายมาก พี่ปิงต้องระวังตัวด้วยนะคะ"

"อืม... อันตรายยามค่ำคืนแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะสาวน้อย"

"พี่ปิง รับสิ่งนี้ไว้เถอะค่ะ มันน่าจะช่วยพี่ได้บ้าง..."

สิ้นคำ เถียนหลานอวี้ก็หยิบถุงหอมใบเล็กออกมา

ถุงหอมใบนั้นเป็นสีฟ้าปักลวดลายดอกไม้หลากสีสันดูงดงาม ฮั่นปิงจิงรับมาแล้วลองดมดู ทว่ากลับไร้ซึ่งกลิ่นใดๆ... หรือว่าคนธรรมดาจะไม่ได้กลิ่นกันนะ?

แต่นั่นก็ไม่น่าจะใช่

ตัวฉันเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาสักหน่อย หรือว่าเจ้าสิ่งนี้จะมีไว้เพื่อป้องกันอันตรายในยามค่ำคืน?

แล้วอันตรายที่ว่าจะมาในรูปแบบไหนกันแน่?

"หืม?..."

ฮั่นปิงจิงมองตามไป ก็พบว่ากลุ่มคนพวกนั้นได้เดินจากไปไกลแล้ว

นางจำเป็นต้องปักหลักอยู่ที่นี่ให้ครบสามชั่วโมงเต็มจึงจะถือว่ายึดครองพื้นที่สำเร็จ ช่วงเวลานี้จึงควรใช้โอกาสพักผ่อนให้เต็มที่ ทั้งจากการต่อสู้และการเดินทางที่ผ่านมา นางต้องหาที่นั่งพักเดินลมปราณเพื่อฟื้นฟู 'พลังเซียน' ให้กลับมาสมบูรณ์

แต่คงต้องหาทำเลที่ดีกว่านี้หน่อย

"เจ้าระบบน้อย อยู่หรือเปล่า?"

"อยู่ครับ โฮสต์"

"เอาบ้านของฉันออกมาที"

ระบบงุนงง "อะไรนะครับ บ้านของคุณ?"

"ตำหนักผลึกเหมันต์ไง"

"ขออภัยครับโฮสต์ ตำหนักผลึกเหมันต์คือต้นกำเนิดแห่งน้ำแข็งและหิมะของโลกใบนี้ โฮสต์กำลังทำให้ระบบลำบากใจอยู่นะครับ"

"นายก็แค่ 'ก๊อปปี้แล้ววาง' มาไม่ได้หรือไง? ใครใช้ให้ไปเอาตำหนักของจริงมากันเล่า อย่ามาบอกนะว่าทำไม่เป็น นายคิดว่า..."

"ที่ฉันขอให้เอาตำหนักออกมานี่เพื่อตัวฉันเองหรือไง?"

"ฉันทำเพื่อนายต่างหาก ไม่รู้เรื่องเลยรึ?"

"ตำหนักผลึกเหมันต์จะช่วยเพิ่ม 'ค่าความคืบหน้าการสวมบทบาท' นะ นายไม่อยากเปลี่ยนไปรับโฮสต์ตัวละครถัดไปเร็วๆ หรือ? ไม่อยากเพิ่มดัชนีผลงานของตัวเองหรือไง?"

"ไม่อยากแต่งงานกับ 'ระบบมหาเศรษฐีระดับพระเจ้า' ที่อยู่ข้างบ้าน แล้วก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการระบบรึ..."

"คุณ..."

"ไม่ต้องมา 'คุณ' เลย จะทำหรือไม่ทำ... หรือนายไม่อยากจะ..."

"เอ่อ... ระบบทำการคัดลอกให้โฮสต์เรียบร้อยแล้วครับ"

"อย่าลืมเสริมความแข็งแกร่งให้ด้วยล่ะ แถวนี้อากาศร้อนจะตายชัก... นึกถึงหน้า 'ระบบมหาเศรษฐี' เข้าไว้สิ!"

"ระบบ... (/_\)...!" "ทราบแล้วครับ!"

"โฮสต์รุ่นนี้นี่มันหัวขบถชัดๆ"

แน่นอนว่าฮั่นปิงจิงทำหูทวนลมกับคำบ่นของระบบ ต่อไปคือกานเรียกตำหนักผลึกเหมันต์ออกมา ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

เกล็ดน้ำแข็งโปรยปราย ก่อรูปร่างดั่งหิมะ... ตำหนักผลึกเหมันต์

ตำหนักน้ำแข็งขนาดมหึมาถูกวางลงใจกลาง 'เมืองผึ้ง' แทนที่ปราสาทของราชันย์ผึ้งที่บัดนี้กลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว

เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างโดยรอบล้วนอัดแน่นกันอยู่ หากจะเอาตำหนักไปวางหลบมุมคงดูขัดหูขัดตาและให้ความรู้สึกแปลกประหลาด การวางไว้ตรงกลางนี่แหละจึงจะขจัดความรู้สึกกระอักกระอ่วนนั้นไปได้

เมื่อวางเสร็จ ฮั่นปิงจิงก็พินิจมองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า

นี่หรือคือตำหนักผลึกเหมันต์? ช่างวิจิตรตระการตา ทว่าในขณะเดียวกันก็แผ่กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ดูจากภายนอก ตัวอาคารสูงราวสองถึงสามชั้น โดยชั้นสองมีระเบียงยื่นออกมาคล้ายแท่นชมวิว

เมื่อยืนอยู่หน้าตำหนัก นางไม่รู้สึกระคายเคืองต่อไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาแม้แต่น้อย กลับกัน มันทำให้รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับได้พบเจอเพื่อนเก่า ไอเย็นนี้ช่วยให้อารมณ์ของนางดีขึ้นมาก... หลังจากสวมบทบาทเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็ง ดูเหมือนนางจะเริ่มเกลียดอากาศร้อนเข้าไส้เสียแล้ว

ฮั่นปิงจิงผลักเบาๆ จากระยะไกล ประตูบานใหญ่ของตำหนักผลึกเหมันต์ก็เปิดออก

"แม่เจ้า! แม่เจ้าโว้ย! นั่นมันอะไรกัน? พระราชวังงั้นเหรอ?"

"ต้องยอมรับเลยนะว่ามองจากข้างนอกแล้วสวยสง่าอลังการมาก"

"นางเสกวังน้ำแข็งออกมาจริงๆ ด้วย"

"พวกนายคิดว่านี่คือบ้านของเทพธิดาน้ำแข็งหรือเปล่า?"

"เทพธิดาน้ำแข็งพักอาศัยอยู่ในที่ที่สวยงามขนาดนี้เชียวหรือ?"

"นี่มันปราสาทในฝันชัดๆ ถ้าฉันได้เข้าไปอยู่คงมีความสุขตายเลย"

"ถึงเมนต์บนนะ ฉันแนะนำว่าอย่าเพ้อเจ้อเลย ต่อให้เทพธิดาน้ำแข็งอนุญาตให้เข้าไปอยู่ นายก็คงหนาวตายคาที่ ไม่เห็นไอเย็นที่พวยพุ่งออกมาจากตำหนักนั่นหรือไง?"

"เออแฮะ พอพูดแบบนี้ก็มีเหตุผล"

"ถ้ามีคนอยากสร้างวังแบบนี้บ้าง คงต้องใช้เงินหลายสิบล้านเลยมั้ง?"

"เมนต์บนวิสัยทัศน์แคบไปแล้ว เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านอาจจะไม่พอด้วยซ้ำ"

"นั่นมันสถาปัตยกรรมของประเทศกิมจิฉันชัดๆ! นางขโมยสมบัติของชาติฉันไป!" — ชาวกิมจิ

"ใช่ๆ อะไรๆ ก็ของประเทศแกไปหมด พวกนายกินกิมจิมากเกินไปจนเพี้ยนแล้วมั้ง"

"ตำหนักนี่ชัดเจนว่าสร้างภาพ ลวงตาชัดๆ ไม่รู้หรอกนะว่ายัยผู้หญิงมังกรนั่นคิดจะเล่นลูกไม้อะไร" — ชาวเกาะอาทิตย์อุทัย

"เห็นด้วยเลยครับ สร้างภาพชัวร์ๆ" — พวกบูชาฝรั่ง

"ถึงเมนต์บนนะ... *** ไปตายซะ ***"

ในห้องถ่ายทอดสด การปรากฏขึ้นของตำหนักผลึกเหมันต์จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอย่างดุเดือด ทางด้านห้องผู้บรรยาย สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ ศาสตราจารย์จาง หรือ จางกั๋วชิง

ราวกับต้องการให้เขาอธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

"ศาสตราจารย์จางครับ พลังของผู้มีพลังพิเศษนี่น่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือครับ?"

อืม... จะให้ฉันตอบยังไงดีล่ะเนี่ย?

ฉันเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าประเทศมังกรของเรามีผู้มีพลังพิเศษที่เก่งกาจขนาดนี้... เผลอๆ ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่าก่อนหน้าหน่วยงานที่ฉันสังกัดอยู่ อาจจะมีหน่วยงานลับที่ทรงพลังกว่าซ่อนอยู่ก็ได้ แต่ในเมื่อถูกถามแล้ว จะให้เงียบก็ไม่ได้ คงต้อง 'แถ' ไปก่อนสินะ

"พลังพิเศษย่อมมีความแตกต่างกันครับ มีแข็งแกร่งก็ต้องมีอ่อนแอ ยกตัวอย่างเช่นนิยายหรือหนังกำลังภายในที่พวกคุณดูกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ทั้งนั้น"

"ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามหน่อย ทำไมผู้ใช้พลังธาตุน้ำแข็งของ 'ประเทศอินทรี' เราถึงค่อนข้างอ่อนแอ แต่ของประเทศมังกรคุณถึงได้แข็งแกร่งนัก? หรือว่าพวกคุณแอบทดลองตัดต่อพันธุกรรมมนุษย์?" — สื่อภายในประเทศอินทรี

เมื่อเห็นข้อความถล่มเข้ามาในช่องแชท จางกั๋วชิงก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"คนบางคนไร้พรสวรรค์แต่กลับริษยาพรสวรรค์ของผู้อื่น ความคิดแบบนี้อันตรายมากนะครับ ถ้าที่นี่ไม่ใช่โลกยุคปัจจุบันแต่เป็นโลกยุทธภพ คุณคงตายไปไม่รู้กี่รอบแล้ว"

สื่อภายในประเทศอินทรีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งข้อความมาอีกครั้ง "กรุณาอย่าเลี่ยงคำตอบ ฉันถามว่าประเทศมังกรของคุณพัฒนายาตัดต่อพันธุกรรมใช่หรือไม่"

"ผมก็บอกไปแล้วไงว่าพวกคุณไร้พรสวรรค์แล้วจะมาโทษคนอื่นทำไม? ตรรกะแบบนี้ ถ้าเครื่องบินของประเทศเราหายไป เราต้องไปทวงที่พวกคุณไหม? พวกคุณขโมยไปหรือเปล่า? เห็นแล้วรำคาญลูกตา แอดมินช่วยเตะสื่อเจ้านี้ออกจากห้องไลฟ์ที"

... 'คุณถูกเชิญออกจากห้องถ่ายทอดสด'

ณ ห้องทำงานรูปไข่ ไวท์แลมป์ ที่นั่งดูจอภาพอยู่หน้าดำคร่ำเครียดทันทีที่เห็นข้อความแจ้งเตือน

"บ้าเอ๊ย! ฉันจะคว่ำบาตรพวกมัน! ฉันจะคว่ำบาตรประเทศมังกร! ไอ้พวกชั่วช้า น่ารังเกียจ!"

เลขาสาวผมบลอนด์สุดสวยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยกับไวท์แลมป์ว่า "ท่านประธานาธิบดีคะ ท่านคิดว่าประเทศมังกรครอบครองเทคโนโลยีนี้แล้วจริงๆ หรือเปล่า? เป็นไปได้ไหมว่าพวกเขาค้นพบความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการพัฒนาพลังพิเศษ? ถ้าเป็นอย่างนั้น การคว่ำบาตรในตอนนี้อาจจะ..."

"อีกอย่างค่ะท่านประธานาธิบดี ประเทศมังกรเพิ่งจะได้พิมพ์เขียวส่วนหนึ่งของ 'ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้' ไป ถึงแม้เทคโนโลยีฟิวชันของเราจะรุดหน้าไปบ้างแล้ว แต่ว่าท่านคะ..."

ไวท์แลมป์เกาหัวแกรกๆ เลขาสาวคนสวยพูดก็มีเหตุผล เขาหันไปมองเลขาสาวข้างกาย

พิจารณารูปร่างสุดเซ็กซี่ของเธอ...

เขาพึมพำกับตัวเอง "เฮ้อ... แก่แล้วจริงๆ ใจสู้แต่สังขารไม่อำนวยเลยพับผ่าสิ"

"ในเมื่อคว่ำบาตรไม่ได้ผล งั้นฉันจะประณามพวกมัน! ถึงจะสู้ไม่ได้ แต่ฉันต้องทำให้พวกมันขยะแขยง ทำให้พวกมันอยู่ไม่สุขให้ได้"

พูดจบ ไวท์แลมป์ก็ลุกขึ้นเตรียมจะไปแถลงการณ์

เสียงร้องอย่างร้อนรนของเลขาสาวดังขึ้น "ท่านประธานาธิบดีคะ! ท่านคะ! ประตูอยู่ทางโน้นค่ะ ท่านเดินผิดทางอีกแล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้น ไวท์แลมป์ก็ยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วเดินเตาะแตะไปทางประตู

เลขาสาวรีบไปเปิดประตูและช่วยพยุงไวท์แลมป์เดินออกไป เธอกลัวเหลือเกินว่าตาเฒ่าคนนี้จะทำเรื่องขายหน้าอะไรอีก

เดินสามก้าวสะดุดหนึ่งก้าว หรือจะยื่นมือไปจับเช็คแฮนด์กับอากาศอีกล่ะเนี่ย?

ლ(́◉౪◉‵ლ)

จบบทที่ บทที่ 12 : ตำหนักผลึกเหมันต์

คัดลอกลิงก์แล้ว