- หน้าแรก
- ชาติใหม่นี้ข้าขอเขียนชะตาเอง
- บทที่ 45 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์
บทที่ 45 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์
บทที่ 45 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์
บทที่ 45 - เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียร์เตอร์
"ท่านอา คนนี้ใครครับ"
เจียงฉีพลิกดูหินถ่ายภาพในมือ ในนั้นบันทึกภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ไว้อย่างชัดเจน:
ไท่อี่เจินเซียนในรูปลักษณ์ "หม่าซุ่ย" ใช้วิชาพุทธศาสนาชัดแจ้ง พุ่งหัวทิ่มเข้าไปในโซ่ตรวนหยินหยางที่เฉินถวนสร้างไว้
องค์ประกอบภาพสมบูรณ์แบบ ทรงพลังและกระแทกตา
เจียงฉีใช้หินถ่ายภาพเกรดพรีเมียมของสำนักตรวจการสวรรค์ เรียกว่าต่อให้เป็นเม็ดฝุ่นก็ยังเห็นชัดระดับ 4K
ปากถามไป มือก็หยิบหินถ่ายภาพเปล่าออกมาสองก้อน ก๊อปปี้ไฟล์ไว้อีกสองชุดอย่างคล่องแคล่ว
ในเวลานี้ ภายในโซ่ตรวนหยินหยางของเฉินถวน "หม่าซุ่ย" ที่ถูกผนึกได้เผยร่างจริงออกมาแล้ว
เป็นหลวงจีนหัวโล้น ซึ่งก็สมเหตุสมผล แต่เฉินถวนกลับส่ายหน้า
ตามหลักแล้ว ระดับไท่อี่เจินเซียนไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องเป็นคนมีชื่อเสียง แถมเฉินถวนกว้างขวางรู้จักคนไปทั่ว ไม่น่าจะมีไท่อี่เจินเซียนของพุทธที่เขาไม่รู้จัก
เฉินถวนทำท่าครุ่นคิด "น่าจะเป็นพวกที่บำเพ็ญเพียรอยู่ในโลกพุทธเกษตร อาตมาเลยไม่รู้จัก"
"โลกพุทธเกษตร?"
เจียงฉีหรี่ตาลง
สิ่งที่เรียกว่าโลกพุทธเกษตร คือวิชาเฉพาะของผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ในพุทธศาสนา ที่ดังๆ ก็เช่นโลกยี่สิบสี่สวรรค์ของพระพุทธเจ้าหรานเติง หรือโลกแก้วผลึกตะวันออกของพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ล้วนเป็นสุดยอดของวิชาโลกพุทธเกษตร
และในโลกพุทธเกษตรก็มีสิ่งมีชีวิต ซึ่งคนเหล่านี้ก็สามารถบำเพ็ญเพียรได้
ไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้ฝั่งพุทธมีโลกพุทธเกษตรเท่าไหร่ และซ่อนยอดฝีมือไว้ในนั้นมากแค่ไหน
เหมือนที่คนไม่รู้ว่าในกระเป๋าของเง็กเซียนฮ่องเต้มีขุนพลซ่อนอยู่อีกกี่คนนั่นแหละ
ด้านนี้ฝ่ายเต๋าอาจจะเสียเปรียบหน่อย แต่ต่อให้สามโลกเปลี่ยนแปลง มีขั้วอำนาจและวีรบุรุษใหม่ๆ ผุดขึ้นมานับไม่ถ้วน ฝ่ายเต๋าก็ยังคงเป็นฝ่ายเต๋าอยู่วันยังค่ำ
เจียงฉีเก็บความคิดที่ฟุ้งซ่าน กลับมาพิจารณาหลวงจีนตรงหน้า
ยังคงใส่ชุดนักพรต แต่หัวโล้นเลี่ยน บวกกับห่วงทองที่หัว ดูเหมือนพวกนักบวชทูดงค์ชอบกล
"หลานรัก คนผู้นี้ให้อาตมาจัดการได้หรือไม่"
เฉินถวนไม่ได้ติดใจเรื่องที่มาที่ไปของหลวงจีนนี่มากนัก แค่รู้ว่าเป็นคนของพุทธก็พอแล้ว
ตอนไม่มีหลักฐาน ทำอะไรพวกพุทธไม่ได้ แต่ตอนนี้มีหลักฐานคาตา วิชา "เล่นใหญ่" หรือขยายผลเนี่ย เฉินถวนถนัดนัก
แต่ทว่า คนที่จับหลวงจีนนี่ได้ ความดีความชอบส่วนใหญ่ต้องยกให้องค์หญิงแห่งสวรรค์ชั้นต้าจื้อไจ้คนนั้น
เฉินถวนรู้ดี และรู้ว่าเจียงฉีไม่มีทางปฏิเสธที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่
ดังนั้น ที่ถามเจียงฉี จริงๆ แล้วคือถามพัวซัวที่อยู่เบื้องหลังเจียงฉีต่างหาก
"เชิญท่านอาจัดการตามสบายครับ"
หูเจียงฉีกระดิกนิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ
"เช่นนั้นก็ดี"
เฉินถวนยิ้มตาม แม้จะมองเจียงฉี แต่สายตากลับมองเลยไปไกล "ขอบใจมาก"
จากนั้น เฉินถวนก็สะบัดแขนเสื้อ ใช้วิชาโลกในแขนเสื้อเก็บหลวงจีนที่ถูกมัดด้วยโซ่ตรวนหยินหยางเข้าไป
เจียงฉียื่นหินถ่ายภาพก้อนหนึ่งให้
เฉินถวนรับไปเก็บไว้ พยักหน้าให้เจียงฉี "อาตมาไปล่ะ"
"น้อมส่งท่านอาครับ"
เจียงฉีมองส่งเฉินถวนจากไป
ทิศทางนั้น... ดูเหมือนจะเป็นแดนนอกฟ้า?
เอาล่ะสิ ท่านอาคนนี้ไม่ได้คิดจะไปฟ้องอาจารย์อีซีเจินเหริน แต่กะจะข้ามรุ่นไป "ร้องทุกข์" กับเสวียนตูต้าฝ่าซือ (ศิษย์เอกเล่าจื๊อ) เลยเรอะ...
สมกับเป็นคนนิกายเหรินเจี้ยวจริงๆ
เน้นจบงานในขั้นตอนเดียว
เจียงฉีถอนหายใจ พลิกหินถ่ายภาพสองก้อนที่เหลือในมือเล่น
คิดสักพัก ก็เก็บก้อนหนึ่งไว้ แล้วประสานมือทำท่าร่ายรำ
"จักรวาลเร้นลับ วิถีเต๋าไร้ขอบเขต เทพศักดิ์สิทธิ์ทั่วหล้า สำแดงฤทธา ณ บัดดล!"
เจียงฉีร่ายคาถาเสวียนตูอัญเชิญเทพ
"ขออัญเชิญ"
"เบื้องหน้าแท่นประทับเจ้าสำนักหยกวิเศษ ภายใต้อาสนะเทพดาวใต้ผู้ยั่งยืน"
"ท่านลุงกระเรียนขาว!"
กลางหน้าผากเจียงฉีเปล่งแสงสีทอง แสงนั้นทับซ้อนกันตกลงบนพื้น กลายเป็นประตูมิติ
"ก๊าซ!"
เสียงร้องกังวานใส นกกระเรียนขาวตัวใหญ่ขนาดหนึ่งวาบินออกมาจากประตู บินวนรอบหนึ่งแล้วร่อนลงตรงหน้าเจียงฉีพร้อมแสงเทพ
แสงจางหาย นกกระเรียนหายไป แทนที่ด้วยเด็กหนุ่มสวมชุดขนนก อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเจียงฉี แต่แววตาฉายแววเก่าแก่ลึกล้ำ
"คารวะท่านลุงใหญ่กระเรียนขาว"
เจียงฉีประสานมือคำนับ
คนตรงหน้าที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันนี้ คือศิษย์ของหนานจี๋เซียนเวิง และเป็นเด็กรับใช้คนสนิทของหยวนสื่อเทียนจุน (ศาสดาฉานเจี้ยว)
ชื่อเรียกคือเด็กรับใช้ แต่สถานะจริงๆ คือศิษย์เอกรุ่นที่สามของนิกายฉานเจี้ยว
ต่อให้เป็นหยางเจี่ยนมาเอง ก็ต้องเรียกเขาว่าศิษย์พี่
"ไม่ต้องมากพิธี"
ไป๋เฮ่อถงจื่อ (ศิษย์พี่กระเรียนขาว) ยิ้มอย่างเมตตา "ตอนงานชุมนุมหยกวิเศษ เอ้อร์หลางก็เคยพาเจ้ามา ข้ายังเคยคาบห่อผ้าอ้อมเจ้าบินรอบเขาคุนหลุนเล่นอยู่เลย"
"ศิษย์จำได้ครับ"
เจียงฉียิ้มตอบ ก่อนจะปรับสีหน้าจริงจัง "ที่เชิญท่านลุงมาวันนี้ มีเรื่องอยากรบกวนให้ท่านช่วยเป็นธุระให้หน่อยครับ"
"หือ? เรื่องอันใด"
ไป๋เฮ่อถงจื่อกวาดตามองรอบๆ ร่องรอยวิชาลับไท่ชิงย่อมปิดบังสายตาเขาไม่ได้
"มีคนของพุทธ ปลอมตัวเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ของสามนิกายเรา"
เจียงฉีเล่าสรุปสั้นๆ แล้วหยิบหินถ่ายภาพออกมา "รบกวนท่านลุงช่วยไปเกาะจินเอ๋า นำสิ่งนี้ไปมอบให้ท่านปู่หม่าซุ่ยด้วยครับ"
เจ็ดเซียนรับใช้ของเจี๋ยเจี้ยวเป็นศิษย์รุ่นสอง ศักดิ์ก็ต้องเป็นปู่ของเจียงฉี
"ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะไปให้"
ไป๋เฮ่อถงจื่อรู้ว่าเจียงฉีเล่าไม่หมด แต่เขายิ่งรู้ดีว่า นี่คือเจียงฉีกำลังเตือนเขาว่าเรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลัง
ดังนั้น ไป๋เฮ่อถงจื่อจึงไม่ถามเซ้าซี้
เขาถือว่านี่คือหลานมาขอความช่วยเหลือ และเขาก็แค่รับปากช่วยหลานเท่านั้น
"เกาะจินเอ๋าสถานะสูงส่ง ศิษย์ฝีมือต่ำต้อย ไม่อาจเข้าพบได้ ต้องรบกวนท่านลุงแล้ว"
เจียงฉีพูดพลางวางหินถ่ายภาพลงในมือไป๋เฮ่อถงจื่อ
"อืม ข้าไปล่ะ"
ไป๋เฮ่อถงจื่อไม่รั้งรอ เก็บหินถ่ายภาพแล้วกางปีกบินหายวับไปในพริบตา
ในฐานะคนส่งสารของนิกายฉานเจี้ยว วิชาบินของไป๋เฮ่อถงจื่อ ต่อให้เป็นพญาครุฑปีกทองที่เจอกันตอนไซอิ๋วก็ยังเทียบไม่ติด
มองส่งไป๋เฮ่อถงจื่อจากไป เจียงฉีลูบคลำหินถ่ายภาพก้อนสุดท้ายที่เหลืออยู่
ก้อนนี้เอาไว้ให้หยางฉานดูทีหลัง
ส่งก้อนหนึ่งให้หม่าซุ่ย ก็เพื่อขยายเรื่องให้มันใหญ่โตขึ้นไปอีก
ไม่มีใครทนได้หรอกที่โดนคนอื่นสวมรอย โดยเฉพาะระดับไท่อี่จินเซียนขั้นสูงที่มีอาวุโสสูงลิบ
ส่วนก้อนที่เหลือ ให้หยางฉานดูเพื่อเตือนสตินางอีกรอบ
ตอนนี้ แผนการของพวกเบื้องหลังฝั่งพุทธที่เตรียมไว้เล่นงานหยางฉานในอนาคต หนีไม่พ้นเรื่อง "ฌานกามปิติ" แน่นอน
ไม่อย่างนั้นอธิบายไม่ได้เลยว่า ทำไมนางฟ้าผู้สูงศักดิ์ ธิดาสวรรค์ผู้หยิ่งทะนง ถึงจะไปหลงรักมนุษย์ธรรมดาๆ ได้
เรื่องนี้มันเพี้ยนยิ่งกว่าเรื่องที่หยางเจี่ยนขยันไปนวดขาให้ลุง (เง็กเซียน) ทุกวันซะอีก
จัดการธุระเสร็จ เจียงฉีก็หันไปมอง "สือเหนียง" ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในหลุม
สะบัดนิ้วยิงปราณกระบี่ไปทีเดียว วิญญาณของ "สือเหนียง" ก็แตกสลาย
ทันใดนั้น เจียงฉีก็ได้ยินเสียงที่แฝงความขี้เกียจสามส่วน ความกวนตีนเจ็ดส่วนดังขึ้น
"ไอ้หยา เสียดายจัง หอยกาบตัวเบ้อเริ่มเทิ้มขนาดนี้ ถ้าตั้งหม้อตุ๋นสักหน่อย คงเป็นเมนูรสเลิศแท้ๆ"
"เสียดาย เสียดายจุง..."
[จบแล้ว]