- หน้าแรก
- ชาติใหม่นี้ข้าขอเขียนชะตาเอง
- บทที่ 39 - หยางฉาน: ผู้ชายไม่ควรพกเงินเยอะ
บทที่ 39 - หยางฉาน: ผู้ชายไม่ควรพกเงินเยอะ
บทที่ 39 - หยางฉาน: ผู้ชายไม่ควรพกเงินเยอะ
บทที่ 39 - หยางฉาน: ผู้ชายไม่ควรพกเงินเยอะ
ศาลเจ้าแม่
หม่าเหวินไฉต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก กว่าจะลากท่านพ่อที่ยังอาลัยอาวรณ์สาวงามออกจากริมทะเลสาบชิงซานมาที่นี่ได้
"ลูกเอ้ย เจ้าบอกว่าเจ้าโดนของ แต่พ่อดูยังไงเจ้าก็ปกติดีทุกอย่างนะ"
จนถึงตอนนี้ ท่านนายอำเภอหม่าก็ยังรู้สึกว่าลูกชายตัวเองกระต่ายตื่นตูมไปหน่อย
"ท่านพ่อ โบราณว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ต่อให้ไม่มีภูตผีปีศาจ ก็ถือว่าลูกฝันร้ายมาหลายวัน มาไหว้พระขอพรเพื่อความสบายใจเถอะครับ"
หม่าเหวินไฉไม่อยากเถียง เลยเออออไปตามน้ำ
"ลูกพูดก็มีเหตุผล"
ท่านนายอำเภอหม่าก็เห็นด้วย ปกติยุ่งแต่งานราชการ ถือโอกาสนี้มาเที่ยวกับลูกก็ไม่เลว
สองพ่อลูกคุยกันกระหนุงกระหนิง เดินเข้าศาลเจ้าแม่ ลืมไปหมดสิ้นว่าเมื่อครู่เพิ่งจะเถียงกันหน้าดำหน้าแดงที่ริมทะเลสาบ
ศาลเจ้าแม่มีขนาดไม่ใหญ่ ดูเงียบสงบ มีชาวบ้านมาจุดธูปไหว้พระขอพรประปรายอยู่หน้าเทวรูป
นอกจากนั้น อีกมุมหนึ่งกลับคึกคักผิดหูผิดตา
หม่าเหวินไฉมองไปก็ต้องตะลึง
เห็นเจียงฉีสวมชุดนักพรตสีแดงสด ตั้งแผงทำนายดวงอยู่มุมหนึ่งของศาลเจ้า คอยแก้เซียมซีทำนายดวงให้ผู้ศรัทธา
นี่ก็เป็นงานปกติของคนเฝ้าศาลอยู่แล้ว แต่ของเจียงฉีมันแปลกๆ
คนที่มุงอยู่รอบแผงหมอดูเล็กๆ ของเจียงฉี มีเยอะกว่าคนที่มาไหว้พระเสียอีก และสิบคนในนั้น เก้าคนเป็นสาวน้อยวัยใส
หม่าเหวินไฉกล้าเอาความสุขครึ่งชีวิตที่เหลือเป็นเดิมพัน สาวๆ พวกนั้นไม่ได้มาดูดวงชัวร์
เขามองไปทางเจียงฉีสองสามที แล้วก็ละสายตา ตอนนี้เรื่องสำคัญไม่ใช่การเผือก แต่เป็นการแก้ปัญหาของตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง
เจียงฉีก็เห็นหม่าเหวินไฉที่มาไหว้พระแล้ว แต่ก็แค่ชำเลืองมอง แล้วหันไปรับมือกับลูกค้าสาวๆ ต่อ
"แม่นางท่านนี้ ศาลเจ้าแม่เพิ่งเปิดได้สามวัน ข้าเพิ่งออกมาแค่สองครั้ง แต่ท่านมาสี่รอบแล้วนะ"
เจียงฉีมองคุณหนูไฮโซที่แต่งตัวจัดเต็ม แก้มแดงระเรื่อ แล้วถอนหายใจ "ท่านเสี่ยงเซียมซีถามเรื่องคู่ครองไปสี่รอบ ได้เซียมซีใบที่ดีที่สุดทุกรอบ คำทำนายบอกว่าเนื้อคู่ท่านอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นคู่บุพเพสันนิวาสชั้นเลิศ จะครองคู่กันอย่างมีความสุขถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรแน่นอน"
"ว้าย ท่านเจ้าวัดจำได้ด้วยว่าข้ามาเคี่ครั้ง"
ชัดเลย จุดโฟกัสของคุณหนูท่านนี้เป๋ไปดาวอังคารแล้ว
"เชิญท่านต่อไป..."
เจียงฉีโบกมืออย่างจนใจ เจอพวกบ้าผู้ชายแบบนี้ เขาไปไม่เป็นจริงๆ
คุณหนูไฮโซถอนหายใจยาวเหยียด ลุกขึ้นหมุนตัวเดินไปต่อแถวท้ายสุดใหม่
ชัดเจนว่านางกะจะมาเจอเจียงฉีเป็นรอบที่ห้า
เจียงฉีส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ รับมือลูกค้าคนต่อไป
ต้องยอมรับว่าเขาหัวซานเป็นถิ่นคนหน้าตาดีจริงๆ แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาแถวนี้ พื้นดวงวาสนาก็ยังดีกว่าคนทั่วไปขั้นหนึ่ง
กว่าจะจัดการลูกค้าหมด ก็ปาเข้าไปค่ำมืด เหลือลูกค้าคนสุดท้าย
"พี่เจียง รบกวนช่วยแก้เซียมซีใบนี้ให้หน่อย"
หม่าเหวินไฉประคองไม้ติ้วเซียมซีด้วยสองมือ เขาต่อแถวมาทั้งบ่าย ในที่สุดก็ถึงคิว
"พี่หม่า นี่ท่านต่อแถวมาทั้งบ่ายเลยรึ"
เจียงฉีรับไม้เซียมซีมา ถามยิ้มๆ
"ไหนๆ ก็มาไหว้พระแล้ว ก็ทำให้มันครบสูตรไปเลย จะได้สบายใจ"
หม่าเหวินไฉนั่งลงตรงหน้าเจียงฉี ยิ้มว่า "อีกอย่าง บ่ายนี้ข้าก็ไม่ได้เสียเที่ยวเปล่านะ"
พูดจบ หม่าเหวินไฉก็ล้วงถุงเงินตุงๆ ออกมาจากแขนเสื้อ "ทุกครั้งที่ข้าใกล้จะถึงคิว ก็จะมีแม่นางมาขอซื้อที่ของข้าตลอด"
"แบ่งข้าครึ่งนึง"
เจียงฉีพูดหน้าตาย
"หือ?"
หม่าเหวินไฉหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ส่ายหัวแล้วก็นับเงินแบ่งครึ่ง วางตรงหน้าเจียงฉีจริงๆ
เจียงฉีกวาดเงินลงลิ้นชักอย่างชำนาญ แล้วหยิบไม้เซียมซีของหม่าเหวินไฉขึ้นมาดูใหม่
กวาดตามองแวบเดียว เจียงฉีก็โยนกลับลงกระบอก
"บอกไปเจ้าก็ฟังไม่รู้เรื่อง สรุปสั้นๆ ไม่ใช่ไม้ที่ดีนัก แต่ก็ไม่ถือว่าแย่"
"แคล้วคลาดปลอดภัยก็พอ"
หม่าเหวินไฉฟังออกถึงนัยแฝง ก็ถอนหายใจโล่งอก
ลุกขึ้นยืน ประสานมือคารวะเจียงฉี "ครั้งนี้ต้องขอบคุณพี่เจียงมาก ถ้าไม่ได้พี่เจียง ข้าคงจบไม่สวย"
"ดังนั้น..."
พูดพลาง หม่าเหวินไฉก็ล้วงแขนเสื้ออีกข้าง หยิบปึกทองคำเปลวหนาปึ้กออกมา
"นี่เป็นเงินทำบุญเล็กน้อยของข้า ขอเจ้าแม่โปรดอย่ารังเกียจ"
ประโยคนี้ หม่าเหวินไฉพูดกับเทวรูปเจ้าแม่
แล้วเจียงฉีก็ทำได้แค่มองตาปริบๆ ดูเขาเอาปึกทองคำนั่นหย่อนลงตู้บริจาค
เจียงฉีอยากจะตะโกนว่า 'เอาเงินมาให้ตู!'
แต่เขาขยับตัวไม่ได้
ท่านที่สิงสถิตอยู่ในเทวรูปรู้ทันเจียงฉีหมดไส้หมดพุง
หม่าเหวินไฉหย่อนทองเสร็จ ก็กราบไหว้ด้วยความศรัทธาอีกรอบ
"เฮ้อ"
เจียงฉีกลับมาขยับตัวได้อีกครั้ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่แล้วก็เห็นหม่าเหวินไฉเดินตรงมาหา ในมือมีปึกทองคำที่บางกว่าเมื่อกี้นิดหน่อย
"พี่เจียง ลำบากท่านแล้ว"
"สินน้ำใจเล็กน้อย ขอพี่เจียงอย่ารังเกียจ"
"พี่หม่าเดินทางปลอดภัย!"
เจียงฉียืนส่งหม่าเหวินไฉที่หน้าประตูวัดด้วยความอาลัยอาวรณ์
โธ่พ่อคุณ เศรษฐีใจบุญแถมยังสายเปย์แบบนี้ สมัยนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะ
จะว่าไป หม่าเหวินไฉนี่ก็นิสัยใช้ได้เลยนะ
ลองคิดดูสิ ถ้าไม่ได้รักจนเข้ากระดูกดำ ใครจะทนคู่หมั้นตัวเองไปไหว้หลุมศพแฟนเก่าในวันแต่งงานได้?
คนทั้งโลกต่างสงสารเหลียง-จู้ แต่ใครจะรู้ว่าในยุคสมัยนี้ คำสั่งพ่อแม่แม่สื่อชักนำ ไม่ได้ผูกมัดแค่ผู้หญิง ผู้ชายก็แหกกฎไม่ได้เหมือนกัน
เหลียง-จู้ก็ดี หม่าเหวินไฉก็ช่าง ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโศกนาฏกรรม ไม่มีใครถูกใครผิด
เจียงฉีคิดในใจ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าวัด
"เมื่อกี้ เจ้าคิดจะฮุบเงินทำบุญของอาหญิงใช่ไหม"
พอเดินเข้ามา ก็เห็นหยางฉานยืนอยู่หน้าเทวรูปตัวเอง ยิ้มมองเจียงฉี
"อาหญิงพูดอะไรอย่างนั้น เงินของหลานก็คือเงินของอาหญิงนั่นแหละครับ"
เจียงฉีร้องโวยวายแก้ตัว แต่พริบตาถัดมา แขนเสื้อก็เบาหวิว
ปึกทองคำที่ยังไม่ทันอุ่น ก็ไปโผล่ในมือหยางฉาน แล้วถูกหย่อนลงตู้บริจาคหน้าตาเฉย
"ผู้ชายไม่ควรพกเงินเยอะ นี่เป็นคำที่ย่าเจ้าสอนอาไว้"
หยางฉานพูดตายิ้ม
"แต่อาหญิง ข้าเพิ่งสิบห้านะ..."
เจียงฉีพยายามประท้วง
"เพื่อนร่วมชั้นเจ้าคนนั้นก็สิบห้า แต่บุพเพสันนิวาสเขากำลังเดินทางมาแล้ว"
หยางฉานเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย
"อาหญิงหมายถึงหม่าเหวินไฉ?"
เจียงฉีเห็นเข้าเรื่องงานการ ก็เลิกเล่น
เมื่อกี้หม่าเหวินไฉถามเรื่องโชคชะตา ผลออกมาคือไม่ดีไม่ร้าย แต่ไม่ได้ถามเรื่องคู่ครอง เจียงฉีเลยไม่รู้
"ถูกต้อง"
หยางฉานมองไปนอกประตูวัด ในมือมีด้ายแดงโผล่ขึ้นมาเส้นหนึ่ง
"ปลายอีกด้าน อยู่ในสำนักศึกษา"
ได้ยินแบบนี้ เจียงฉีก็ชะงัก
สรุปว่า สุดท้ายแล้วเหลียง-จู้ก็ยังเป็นโศกนาฏกรรมอยู่ดีงั้นหรือ
[จบแล้ว]