เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - จิตสังหารสะดุดกึก

บทที่ 6 - จิตสังหารสะดุดกึก

บทที่ 6 - จิตสังหารสะดุดกึก


บทที่ 6 - จิตสังหารสะดุดกึก

เยี่ยนชาง?

จิตสังหารสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นในใจเจียงฉีอย่างรุนแรง

แต่ก็ถูกกดข่มลงไปในทันที

จะลงมือก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ต้องหาข้ออ้างก่อน อย่างน้อยก็ข้ออ้างที่พอจะพูดให้คนอื่นฟังได้แบบไม่น่าเกลียด

เช่น เจียงฉีแค่เหม็นขี้หน้าหมอนี่

ฟังดูไร้สาระ แต่อย่างมากหยางเจี่ยนกับหยางฉานก็คงแค่ดุสั่งสอนนิดหน่อย แล้วหาวิธีดัดนิสัย "เห็นชีวิตคนเป็นผักปลา" ของเขาให้เข้าที่เข้าทาง

อีกอย่าง ถึงจะค่อนข้างมั่นใจ แต่ก็ยังขาดไปอีกหนึ่งแซ่

อาจจะเป็นแค่คนชื่อซ้ำ เพราะเจียงฉีเองก็ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาหลิวเยี่ยนชางตัวเป็นๆ

แถมเมื่อครู่อาหญิงก็มองเห็นบัณฑิตคนนั้น แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาพิเศษอะไร

เช็กให้ชัวร์ก่อนดีกว่า

คิดได้ดังนั้น เจียงฉีจึงระงับจิตสังหารไว้ชั่วคราว

อาจารย์ฉู่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ยังคงกวักมือเรียกบัณฑิตหนุ่มในศาลา

บัณฑิตหนุ่มที่ชื่อเยี่ยนชางเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขารีบเก็บตำราในมือ เดินมาที่หน้าห้องสงบแล้วประสานมือคารวะ "คารวะท่านอาจารย์ใหญ่"

"อืม"

อาจารย์ฉู่พยักหน้า "นี่คือนักเรียนใหม่ที่เพิ่งมาวันนี้ ชื่อเจียงฉี เจ้าพาเขาไปเดินชมสำนักศึกษา พาไปเบิกชุดและตำราเรียน จากนั้นก็รับหน้าที่ดูแลสั่งสอนเขาด้วย"

พูดจบ อาจารย์ฉู่ก็หันมาหาเจียงฉี "ท่านนี้คือหลิวเยี่ยนชาง เจ้าเรียกเขาว่าอาจารย์หลิวก็ได้ เขามีตำแหน่งเป็นซิ่วไฉ รอแค่หมดช่วงไว้ทุกข์ก็น่าจะสอบเป็นจวี่เหรินได้ไม่ยาก ถือเป็นอาจารย์ที่อายุน้อยและมีอนาคตไกลที่สุดของสำนักศึกษาชิงหลิงเรา"

อาจารย์ฉู่เน้นเสียงตรงคำว่า 'อนาคต' และ 'อายุน้อย' เป็นพิเศษ

แม้ว่าปัญญาชนสายสอบจอหงวนอย่างหลิวเยี่ยนชางจะดูแคลนพวกใช้เส้นสายเข้าเรียน แต่ลูกชายท่านรองเจ้าเมืองย่อมไม่ปฏิเสธที่จะผูกมิตรกับว่าที่ขุนนางในอนาคตแน่นอน

ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

"คารวะอาจารย์หลิว"

เจียงฉีประสานมือช้าๆ แสร้งทำเป็นมองสำรวจหลิวเยี่ยนชาง แต่ในใจกำลังคิดเรื่องอื่น

ถ้าใช้นามอาจารย์ส่งเทียบเชิญไปที่แผนกกรรมสนองแห่งยมโลก ขอให้ทำลายดวงวิญญาณมนุษย์สักคน เหลือไว้แค่ดวงจิตแท้ คงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร

ดวงจิตแท้แตะต้องไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับวัฏสงสาร แต่ดวงวิญญาณน่ะช่างหัวมันเถอะ ยิ่งเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

เจียงฉีจดจำกลิ่นอายวิญญาณของหลิวเยี่ยนชางไว้แม่นยำ

"ครับ"

หลิวเยี่ยนชางเป็นคนพูดน้อย เขาแค่พยักหน้ารับ แล้วพยักพเยิดให้เจียงฉีเดินตามไป

ทั้งสองเดินเข้าไปในป่าไผ่ จนเห็นแนวบ้านพักเรียงรายอยู่สุดทางเดิน

หลิวเยี่ยนชางชี้ไปข้างหน้า "ตรงนั้นคือที่พักของนักเรียน"

"เดี๋ยวไปรับป้ายประจำตัว แล้วข้าจะพาเจ้าไปเข้าเรียน"

"ตกลงครับ"

เจียงฉีพยักหน้าเบาๆ มือในแขนเสื้อรวบนิ้วเป็นทรงกระบี่

"ชิ้ง"

เสียงเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยิน

ปราณกระบี่จางๆ สายหนึ่งพุ่งเข้าใส่ทวารทั้งเจ็ดบนศีรษะของหลิวเยี่ยนชาง

เจอนัดนี้เข้าไป อย่าว่าแต่คนธรรมดาเลย ต่อให้เป็นปีศาจที่มีตบะแก่กล้า ถ้ายังไม่บรรลุเป็นเซียนก็รับไม่ไหว

ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

ทว่า เจียงฉีกลับต้องขมวดคิ้ว

เพราะหลิวเยี่ยนชางไม่เพียงไม่เป็นอะไร แต่ยังเดินดุ่มๆ ต่อไปหน้าตาเฉย

ปราณกระบี่ของเขา ไร้ผล!

เจียงฉีไม่ได้ตื่นตระหนก เพียงแค่หรี่ตาลงเล็กน้อย

"วิ้ง!"

แสงสีทองสาดส่องลงมาครอบคลุมป่าไผ่ทั้งผืนราวกับชามใบยักษ์!

แสงทองนั้นลึกล้ำหนักแน่น แฝงกลิ่นอายที่เจียงฉีคุ้นเคยเป็นอย่างดี

นี่มันอิทธิฤทธิ์สายเต๋า!

เจียงฉีเงยหน้ามอง

หลิวเยี่ยนชางที่อยู่ข้างๆ ยืนแข็งทื่อไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ราวกับแมลงที่ถูกแช่แข็งในอำพัน

"เจ้าเป็นเด็กบ้านไหน ช่างอำมหิตนัก ทำไมถึงลงมือเหี้ยมโหดกับคนธรรมดาโดยไร้เหตุผลเช่นนี้?"

เสียงยังไม่ทันขาดคำ นักพรตชราสวมชุดเต๋า สวมหมวกดอกบัว ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจียงฉี

นักพรตเฒ่าทำสีหน้าเวทนาสงสาร พลางถอนหายใจ "หากอาตมาไม่บังเอิญผ่านมาทางนี้ พ่อหนุ่มคนนี้คงต้องจบชีวิตลง และเจ้าก็คงต้องแบกรับบาปกรรมหนักหนา!"

"เจ้าเป็นศิษย์สำนักใด เหตุใดจึงกล้าก่อกรรมทำเข็ญ?"

นักพรตเฒ่ามองเจียงฉีด้วยสายตาเสียดาย ประมาณว่า 'รูปก็งาม นามก็เพราะ ไม่น่าเป็นโจร'

ช่างวางมาดได้สมกับเป็นผู้ทรงศีลชั้นสูงเสียจริง

"ก่อนจะถามหาสำนักคนอื่น ไม่คิดจะแนะนำตัวเองก่อนหรือไง?"

เจียงฉีมองนักพรตเฒ่าตรงหน้า สัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายพลังใดๆ แสดงว่าตบะของอีกฝ่ายสูงกว่าเขามาก อย่างน้อยก็ต้องระดับเซียน

"ช่างเถอะ ถือซะว่าบอกให้เด็กอวดดีอย่างเจ้ารู้ไว้"

นักพรตเฒ่าสะบัดแส้ปัดแมลงในมือ "อาตมาคือ เฉินถวน แห่งสำนักอิ่นเซียน ศิษย์ในสายท่านอีซีเจินเหรินแห่งนิกายเหรินเจี้ยว"

"อ้อ? ที่แท้ก็ศิษย์อาในนามนี่เอง?"

เจียงฉียิ้มมุมปาก ปากเรียกศิษย์อา แต่ท่าทางไม่มีความเคารพสักนิด

ท่านอีซีเจินเหรินแห่งนิกายเหรินเจี้ยว เป็นศิษย์จดชื่อของท่านนักบุญไท่ชิง ถือเป็นศิษย์รุ่นสองของสามนิกาย ท่านเจินเหรินมีสายวิชาสืบทอดสองสาย หนึ่งคือสำนักโหลวกวนแห่งเขาจงหนาน และสองคือสำนักอิ่นเซียนแห่งนี้

อย่างหลังจะเรียกว่าสำนักก็กระดากปาก เพราะมีศิษย์แค่คนเดียว คือเฉินถวนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้

สำนักนี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อสืบทอดวิชา แต่ตั้งมาเพื่อเป็น "ตัวแทน" เดินสายทำภารกิจ

ในสายตาพวกขาใหญ่ เฉินถวนคนนี้ก็คือโฆษกส่วนตัวของท่านอีซีเจินเหรินนั่นเอง

ถ้านับตามศักดิ์ ก็ถือเป็นศิษย์น้องของหยางเจี่ยน ดังนั้นเจียงฉีเรียกศิษย์อาก็ไม่ผิด

"ศิษย์อา? เจ้าเป็นทายาทใครกัน?"

เฉินถวนชะงักไป

เจียงฉีไม่ตอบ แต่กลางหน้าผากเปล่งแสง ปรากฏดวงตาแนวตั้งที่ฉายแววคมกริบดุจมีดดาบ

"เจ้าเป็นศิษย์สายศิษย์พี่หยางเจี่ยน?"

เฉินถวนสีหน้าเคร่งเครียดทันที อิทธิฤทธิ์เนตรสวรรค์เป็นไม้ตายก้นหีบของหยางเจี่ยน เด็กหนุ่มตรงหน้าได้รับถ่ายทอดมา ย่อมต้องเป็นศิษย์เอกสายตรงแน่นอน

คิดได้ดังนั้น นักพรตเฒ่ากลับยิ่งเกรี้ยวกราด "ในเมื่อเจ้าเป็นศิษย์สายตรงนิกายฉานเจี้ยว เป็นศิษย์สำนักเต๋า เหตุใดถึงไล่ฆ่าคนธรรมดาโดยไร้เหตุผล?!"

"เจ้าไม่รู้รึ ว่าทำแบบนี้มันฉีกหน้าอาจารย์เจ้า!"

เจียงฉีเมินคำด่าของเฉินถวน ตอบหน้าตาย "ก็มันเป็นแค่คนธรรมดา บังอาจเดินนำหน้าข้า สมควรตายเพื่อไถ่โทษ!"

เจอคำตอบนี้เข้าไป ต่อให้เป็นเฉินถวนก็ยังอึ้ง ถามเสียงหลง "แค่เพราะเขาเดินนำหน้าเจ้า? เจ้าก็จะฆ่าเขาแล้วเนี่ยนะ?"

"ไม่งั้นล่ะ?"

เจียงฉีย้อนถามหน้าตาเฉย

"ไอ้เด็กเปรต! ไอ้เด็กนรกมาเกิด!"

เฉินถวนโกรธจนหนวดกระดิก ชี้หน้าด่าเจียงฉี "สันดานหยาบช้า จิตใจอำมหิตเยี่ยงสัตว์ป่า วันนี้เห็นทีอาตมาต้องช่วยศิษย์พี่หยางเจี่ยนกำจัดจุดอ่อนในสำนักเสียแล้ว!"

"รับมือ!"

พูดจบ แส้ปัดแมลงในมือก็สะบัดวูบ ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าใส่เจียงฉีพร้อมพลังมหาศาล

โดนเข้าไปดอกนี้ ถึงจะไม่ตาย แต่กระดูกหักเส้นเอ็นขาดแน่นอน

เห็นได้ชัดว่าเฉินถวนยังยั้งมือ ไม่ได้กะเอาให้ถึงตาย แต่ยังไงก็ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ

เรื่องวันนี้ ต่อให้ไปฟ้องถึงหน้าท่านจอมเวทเสวียนตู ผู้นำศิษย์สามนิกาย เขาก็เป็นฝ่ายถูก!

"ฟู่"

ทว่า ลำแสงนั้นกลับถูกสกัดกั้นไว้เมื่อมาถึงตรงหน้าเจียงฉี

ไอพลังสีเขียวมรกตปกคลุมร่างเจียงฉีไว้ ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งเข้ามาถูกเผาไหม้จนสลายไปในพริบตา

"โคมบัวสวรรค์?"

เฉินถวนขมวดคิ้ว จำที่มาของพลังนี้ได้ทันที

และเขายิ่งรู้ดีว่า ของวิเศษระดับกำเนิดก่อนฟ้าชิ้นนี้ อยู่ในความครอบครองของหยางฉาน

แบบนี้ สถานะของเจียงฉียิ่งชัดเจนแจ่มแจ้ง

แต่ถ้าเป็นแบบนี้ เขาจะลงมือซ้ำสองก็ไม่เหมาะ

ทำแบบนั้นนอกจากจะเสียหน้าผู้ใหญ่แล้ว ยังเท่ากับตบหน้าพี่น้องตระกูลหยางไปด้วย

"ในเมื่อเจ้ามีพลังโคมบัวสวรรค์คุ้มกาย กรรมชั่วที่เจ้าก่อคงอยู่ในสายตาท่านซานเซิ่งหมู่แล้ว ให้อาจารย์เจ้าเป็นคนลงโทษเองเถอะ!"

เฉินถวนแค่นเสียงฮึดฮัด คิดนิดหนึ่งก่อนจะปล่อยไอพลังสายหนึ่งลงไปที่ตัวหลิวเยี่ยนชางที่ยืนแข็งทื่ออยู่

"มีไอพลังของอาตมาคุ้มกัน เจ้าแตะต้องคนธรรมดาผู้นี้ไม่ได้แล้ว"

"อาตมามีธุระต้องไปทำ ไว้ขากลับค่อยไปเคลียร์กับอาจารย์เจ้า!"

ทิ้งท้ายไว้สองประโยค เฉินถวนมองเจียงฉีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนร่างจะค่อยๆ เลือนหายไป

พร้อมกันนั้น แสงทองที่ครอบคลุมป่าไผ่ก็หายวับไป

หลิวเยี่ยนชางที่ถูกหยุดเวลาไว้ก็กลับมาเป็นปกติ เดินนำทางต่อไปโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

เจียงฉีไม่ได้คิดจะลงมือซ้ำ เขาหรี่ตาลง แววตาเป็นประกายวาวโรจน์

บังเอิญ บังเอิญเกินไปแล้ว

บังเอิญเหมือนกับว่า...

มีใครบางคนจ้องหลิวเยี่ยนชางอยู่ตลอดเวลา!

นักพรตเฒ่าเมื่อกี้ คือเฉินถวนตัวจริงเหรอ?

ไม่สิ ต้องถามว่า ใช่นักพรตจริงๆ หรือเปล่า?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - จิตสังหารสะดุดกึก

คัดลอกลิงก์แล้ว