เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.52 - ปลุกความทรงจำ

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.52 - ปลุกความทรงจำ

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.52 - ปลุกความทรงจำ


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.52 - ปลุกความทรงจำ

 

“นี่คุณก็เป็นนักสู้หวูเต๋าด้วยอย่างงั้นหรือ?”

 

เหลิงเทียนสิงมองไปยังชุดเกราะหนามบนไหล่เขา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา

 

กู่ฉิงซานไม่สนใจที่จะตอบ เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่งและเอ่ยถาม “สถานที่ๆพวกเรากำลังจะไป คือทางนั้นใช่ไหม?”

 

เหลิงเทียนสิงเบนสายตาไปตามทิศทางดังกล่าว “ถูกต้อง”

 

ในทิศทางนั้น อัดแน่นไปด้วยเผ่ามารที่แทบจะยืนเบียดเสียดกัน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะฝ่าไป เปรียบคล้ายปลาตัวเล็กที่คิดว่ายทวนกระแสน้ำ

 

หากต้องพุ่งทะลวงฝ่าไปยังทิศทางดังกล่าว แน่นอนว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ขั้นนองเลือดขึ้น

 

กู่ฉิงซานขมวดคิ้ว

 

ด้วยตัวเขาและเหลิงเทียนสิงที่ทั้งสองต่างก็มีพลังทำลายล้างที่ดีในการโจมตีระยะไกล แต่หากไม่มีนักสู้หวูเต๋าคอยนำทางในแนวหน้าแล้วล่ะก็ ไม่กี่ลมหายใจทั้งสองคงจมอยู่ท่ามกลางเผ่ามาร

 

การต่อสู้ครั้งต่อไปจำเป็นต้องมีนักสู้หวูเต๋าระยะประชิดไว้หนึ่งคนเพื่อคอยสกัดกั้น

 

ในความเป็นจริงผู้ฝึกดาบก็ยังสามารถเป็นแนวหน้าไว้ต้านทานเผ่ามารจำนวนมากได้เช่นกัน

 

เมื่อคิดถึงจุดนี้ ทันใดนั้นมือของกู่ฉิงซานก็ล้วงลงไปในถุงสัมภาระ และคว้าดาบยาวออกมา

 

นี่คือดาบของหวังเฉิงที่พึ่งตายไป กู่ฉิงซานต้องใช้ความพยายามอย่างหนักถึงสามารถเก็บมันมาได้

 

กู่ฉิงซานถือดาบยาวและสำรวจมันอย่างใกล้ชิด

 

ดูจากภายนอกมันเป็นเพียงดาบยาวธรรมดา ธรรมดามากๆ แต่สิ่งที่พิเศษเพียงอย่างเดียวของมันก็คือตัวอักษรสองคำ ‘เชี่ยนฉี’ สลักเอาไว้

 

หลังจากที่สำรวจมันอย่างใกล้ชิด เขาก็พบร่องรอยของกระแสไอเย็นเล็กน้อยกระพืออยู่รอบตัวดาบ

 

กู่ฉิงซานวาดดาบยาวออกไปเบาๆ ก่อนที่กระแสเย็นจะแพร่กระจายไปในอากาศอย่างไร้สรรพเสียง

 

ผู้ฝึกดาบหวังเฉิงดูจะใช้ ‘เชี่ยนฉี’ เล่มนี้มานานและรักษามันเป็นอย่างดี ดาบยาวของเขาดูเหมือนเสริมวัสดุที่มีค่าอย่างจิตวิญญาณเหล็กเย็นเอาไว้เล็กน้อยอีกด้วย

 

ด้วยจิตวิญญาณเหล็กเย็นนี้ มันสามารถทำให้ความคมของดาบยาวเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า

 

สิ่งที่เลวร้ายเพียงอย่างเดียวของมันก็คือ ในยามที่ตีดาบเล่มนี้ขึ้นมา ช่างตีดาบมีความตั้งใจที่จะให้มันคมมากที่สุด จึงทำให้ตัวดาบนั้นบางกว่าปกติถึงหนึ่งนิ้ว และมีโอกาสที่จะงอหรือหักได้หากเจ้าของนำไปใช้ในการต่อสู้ขั้นรุนแรง

 

“นี่คุณรู้จักวิธีใช้ดาบอย่างงั้นหรอ?”

 

เหลิงเทียนสิงเห็นเขาจดจ้องดาบยาวอย่างใกล้ชิด จึงเอ่ยถาม

 

ตอนนี้เขาไม่กล้าที่จะดูถูกสถานะของปรมาจารย์ค่ายกลเลยแม้แต่น้อย แม้กู่ฉิงซานจะมีระดับวรยุทธไม่สูงส่ง แต่เขากลับเลือกที่จะแสดงท่าทางและวิธีการพูดจาราวกับทั้งสองเท่าเทียมกัน

 

สีหน้าของกู่ฉิงซานสงบเงียบ เขาเอ่ย “ฉันก็พอจะรู้วิธีใช้งานมันอยู่บ้าง”

 

ในวิสัยทัศน์ของกู่ฉิงซาน ข้อมูลบนหน้าต่างระบบเทพสงครามกำลังปรากฏขึ้นมาบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าอย่างบ้าคลั่ง

 

“ค้นพบดาบ”

 

“ระบบตรวจพบว่าผู้เล่นมีความเข้าใจเกี่บกับเทคนิคดาบถึง 1753 กระบวนท่า”

 

“ตรวจพบว่าผู้เล่นมีหน้าต่างระบบเทพสงคราม และขณะเดียวกันก็ครอบครองวิชายุทธเทพสงครามอีกด้วย”

 

“ไม่อาจตรวจพบร่องรอยของ ‘เทพมาร’ สภาพแวดล้อมโดยรอบมีความเสถียรและปลอดภัย”

 

“เริ่มต้นทำการลบมาตรการป้องกันและเริ่มต้นกระบวนการย้อนคืนหน่วยความจำ”

 

“จงตื่นขึ้น!”

 

“นับจากนี้ไปผู้เล่นสามารถใช้แต้มพลังวิญญาณในการปลุกสกิลดาบที่เคยเรียนรู้มาในอดีตได้”

 

กู่ฉิงซานยืนขึ้น และกวัดแกว่งดาบออกไปเบาๆ

 

ติ๊ง!

 

เสียงของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

“ตามหน่วยความจำของผู้เล่นและพื้นฐานวรยุทธในปัจจุบันของผู้เล่น ระบบได้พิจารณาถึงสกิลดาบและจิตวิญญาณเทวะที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของผู้เล่น มีดังนี้”

 

บนหน้าต่างระบบเทพสงครามปรากฏหลายตัวเลือกโผล่ขึ้นมาเบื้องหน้าของกู่ฉิงซาน

 

“เทคนิคดาบ : ตัดสายลม”

 

“เทคนิคดาบ : สู่สันติ”

 

“เทคนิคดาบ : เมฆาหลาก”

 

“เทคนิคดาบ : เผยขุนเขา”

 

“เทคนิคดาบ : สี่ห้วงสมุทร”

 

“เทคนิคลับ : ฝ่าวารีเชี่ยว”

 

“ด้วยมุมมองที่ว่า ในอดีตตัวผู้เล่นได้เคยมีความเข้าใจเกี่ยวกับเทคนิคดาบอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการปลุกพื้นฐานดาบแห่งเต๋าลดน้อยลง”

 

“การปลุกเทคนิคดาบดังที่กล่าวเอาไว้ข้างบนจะต้องจ่าย 5 แต้มพลังวิญญาณ การปลุกเทคนิคลับจะต้องจ่าย 10 แต้มพลังวิญญาณ”

 

สิ่งที่เรียกว่าเทคนิคลับ มันคือเทคนิคดาบอันทรงประสิทธิภาพไม่อาจเทียบเปรียบได้กับเทคนิคดาบธรรมดา จะกล่าวว่ามันเป็นราชาในหมู่มวลเทคนิคดาบก็ว่าได้

 

จากมุมมองของผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆ เทคนิคลับนี้อาจเรียกได้ว่าเทียบเคียงกับพลังศักดิ์สิทธิ!

 

กู่ฉิงซานกวาดสายตาผ่านและทำการเลือกอย่างรวดเร็ว

 

“ปลุกเทคนิคดาบ ตัดสายลมกับเผยขุนเขา และสุดท้าย ปลุกเทคนิคลับ ฝ่าวารีเชี่ยว”

 

ติ๊ง!

 

“ทำการปลุก เทคนิคดาบตัดสายลม เทคนิคดาบเผยขุนเขา และเทคนิคลับฝ่าวารีเชี่ยว หักค่าใช้จ่าย 20 แต้มพลังวิญญาณ”

 

“แต้มพลังวิญญาณปัจจุบัน 1/7”

 

จากการจ่ายออกด้วยแต้มพลังวิญญาณของกู่ฉิงซาน ส่งผลให้เขารู้สึกราวกับว่ามีภาพมากมายผุดขึ้นมาจากหน่วยความจำที่ถูกหลงลืม”

 

ภาพความทรงจำเหล่านั้นถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นผง จู่ๆก็พลันเปล่งประกายสดใสราวกับพึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน

 

……

 

ณ ภายในค่ายทหารแนวหน้า

 

กลุ่มทหารหลายคนต่างพากันกระซิบกระซาบกันอย่างแผ่วเบา

 

“ฮ่าฮ่านั่นเขากำลังคิดจะเรียนรู้ตัดสายลมเทคนิคที่ติดอันดับหนึ่งสามใช่ไหม”

 

“เจ้าขยะเอ้ย  เกมนี้มันเปิดมาได้มากกว่าครึ่งปีแล้ว ดันเพิ่งจะมาสนใจฝึกฝนเทคนิคดาบ”

 

“เอาเถอะหน่า ถ้าเทคนิคดาบของมันพัฒนาขึ้น พัฒนาขึ้นเรื่อยๆมันก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรอ ถ้ามันอยากฝึกฝนนักก็ส่งมันไปแนวหน้า ให้ไปเป็นเหยื่อล่อพวกเผ่ามารซะก็สิ้นเรื่อง

 

“ใช่ๆ ไว้หลังจากเสร็จภารกิจแล้ว ก็ส่งเขาไปต้านรับพวกมารในแนวหน้าดีกว่า”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า”

 

เสียงเหล่านั้นค่อยๆจางหายไป และภาพก็ถูกเปลี่ยน

 

ณ ช่วงเวลาที่ดวงจันทร์แขวนเด่นอยู่กลางท้องฟ้า บริเวณโดยรอบไร้ซึ้งผู้คนใดๆ

 

ชายหนุ่มคนหนึ่ง เฝ้าฝึกฝนเทคนิคดาบอยู่อย่างเดียวดายในสถานที่อันห่างไกล

 

หนังบนมือขวาของเขาหลุดลอกออกอย่างสมบูรณ์ ทว่ามันก็ถูกห่อเอาไว้ด้วยผ้ากอซหลายๆชั้น และพันซ้อนๆกันกับด้ามดาบเพื่อไม่ให้มันหลุดมือในยามที่เขาเจ็บปวดจากการกวัดแกว่ง

 

‘ไม่ แบบนี้ไม่ดี ฉันจะต้องไม่ยอมแพ้ นี่เป็นโอกาสเดียวที่จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของฉัน!’

 

กู่ฉิงซานกัดฟันกรอดและภายในห้วงจิตใจของเขาได้ตัดสินใจออกมาอย่างแน่วแน่แล้ว

 

ดาบยาวถูกโบกสะบัดออกไปอีกครั้ง

 

ตามมาด้วยชั้นละอองเลือดจางๆที่สาดกระเซ็นเร็ดลอดออกมาจากผ้ากอซ

 

เหงื่ออาบท่วมทั้งตัวราวกับว่าทั้งตัวเขากำลังหลอมละลายไปกับเทคนิคดาบ

 

ฉากนี้ค่อยๆจางหายไปแล้วภาพใหม่ก็ปรากฏขึ้นมา

 

“กู่ฉิงซานแห่งกองพันทหารม้าแนวหน้า ได้แสดงความกล้าหาญโดยฆ่าสังหารเผ่ามารที่ทรงพลัง การกระทำนี้สมควรยิ่งที่จะได้รับรางวัลตอบแทนเป็นการได้เรียนรู้เทคนิคดาบตัดสายลมที่แท้จริง!”

 

“ฮือฮา--”

 

ภาพดังกล่าวค่อยๆจางหายไปและปรากฏภาพอื่นขึ้นมาแทนที่

 

เหนือขึ้นไปบนแท่นสูง กู่ฉิงซานกำลังใช้ดาบตัดผ่านหมอกธารน้ำตก เพื่อที่จะพยายามฝึกฝนให้ใช้ออกด้วยตัดสายลมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

…….

 

“อืม ..ความจริงแล้วฝีมือเจ้าก็น่าสนใจดีนะ แต่น่าเสียดายที่อายุมากเกินไปหน่อย”

 

“อายุขนาดนี้แล้ว ศักยภาพย่อมมีขีดจำกัด เสียใจด้วยพวกเราไม่ต้องการ”

 

“ใช่ อายุเกือบจะยี่สิบปี แต่กลับมีเพียงแค่เทคนิคดาบตัดสายลมที่ดูเหมือนว่าจะเข้าใจมันแค่ครึ่งๆกลางๆ พวกเราไม่ต้องการมันหรอก”

 

“ฉะนั้น ผลตัดสินเป็นเอกฉันท์แล้วสินะ … นิกายของพวกเราไม่ต้อนรับเจ้า”

 

“ผมเข้าใจแล้ว”

 

“นำผู้ทดสอบคนต่อไปขึ้นมาบนเวที”

 

ภาพได้ถูกเปลี่ยนไปอีกครั้ง

 

ณ บนเนินเขาสูง กู่ฉิงซานยืนนิ่ง ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

ในตอนนั้นเองผู้ฝึกยุทธสองคนก็เดินผ่านมาพร้อมกระซิบกระซาบ

 

“ที่หอประมูลมีเทคนิคดาบนำออกมาวางขายมากมาย ฉันเห็นด้วยนะว่าหนึ่งในนั้นเป็นถึงเทคนิคลับ แต่ราคาของมันสูงเกินไป คงต้องย้อนกลับไปเตรียมศิลาวิญญาณมามากกว่านี้”

 

“อยากให้ข้าช่วยไหมล่ะ ถ้าเจ้าต้องการ”

 

“หากช่วยได้ก็คงต้องขอบพระคุณพี่ใหญ่เป็นอย่างยิ่ง”

 

บทสนทนานี้ลอยผ่านหูของกู่ฉิงซาน เขาจึงหันไปเอ่ยถามว่า

 

“สหายเต๋า ที่เอ่ยมาเมื่อครู่นี้คือเรื่องจริงงั้นหรือ?”

 

“สหายเต๋าปู่เจ้า จะจริงไม่จริงแล้วเจ้าเกี่ยวอะไรด้วย?”

 

“เป็นแค่ไอ้ขยะปราณปรับแต่ง ไม่ต้องมาพูดกับพวกข้า ไสหัวไปเสีย!”

 

……...

 

“นี่คุณเรียกว่ากู่ฉิงซาน? คุณคิดดีแล้วจริงๆหรือที่จะแอบลอบเข้าไปเก็บสมุนไพรที่ใช้ในการทำเม็ดยา ในส่วนที่ลึกเข้าไปในอาณาเขตของเผ่ามาร?”

 

“ตราบใดที่คุณจ่ายค่าตอบแทน สัญญาก็จะคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”

 

“ทางเราจะไม่ผิดสัญญาอย่างแน่นอน ขอรับประกันด้วยชื่อเสียงสั่งสมมาอย่างยาวนาน”

 

“งั้นก็ไม่มีปัญหา”

 

“น้องชาย ฉันอยากจะเตือนคุณสักหน่อยนะ ว่าทางเราจะไม่รับผิดชอบในการเก็บศพของคุณกลับมา ถ้าคุณตายลงด้วยน้ำมือเผ่ามาร ..”

 

“มันไม่สำคัญหรอก เพราะไม่มีใครต้องการจะฝังศพฉันอยู่แล้ว”

 

“เฮ้อ … ช่างเป็นคนยากจนที่น่าสงสารโดยแท้”

 

ภาพจางหายไป

 

และก็ปรากฏภาพต่อๆมานับไม่ถ้วน และแต่ละภาพก็บ่งบอกถึงที่มาของเทคนิคดาบ จนมันก่อตัวชัดเจนขึ้น ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆในจิตใจของกู่ฉิงซาน

 

ความทรงจำทั้งหมดได้ตื่นขึ้นมา

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจและชูดาบยาวขึ้น

 

“ในที่สุดความทรงจำของฉันก็กลับมาแล้ว!”

 

“ฉันคือนักดาบนิรันดร์ กู่ฉิงซาน”

 

เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

 

ในตอนนั้นเอง เหลิงเทียนสิงก็บังเอิญไปได้ยินคำพูดของกู่ฉิงซานเข้า เขาอดไม่ได้ที่จะตื่นตัวและเริ่มระมัดระวังมากขึ้น

 

ผู้ชายคนนี้เป็นบ้าอะไร หรือว่ามารสวรรค์จะมาอีกแล้ว?

 

กู่ฉิงซานก้าวเดินอย่างช้าๆ ร่ายรำไปพร้อมกับดาบยาวในมือ เตรียมที่จะปรับตัวให้พร้อมรับกับเทคนิคดาบ

 

เทคนิคดาบทั้งหมดพลันปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบเทพสงคราม พวกมันล้วนเป็นสกิลที่เขาเคยใช้งานและมีประสิทธิภาพสูง

 

เหตุผลที่กู่ฉิงซานเลือกสามเทคนิคดาบนี้ เนื่องเพราะเขาได้พิจารณามาอย่างดีแล้ว

 

ตัดสายลมนั้นรวดเร็วมาก ส่วนเผยภูผาก็มีความรุนแรงสูง

 

ส่วนฝ่าวารีเชี่ยวเป็นเทคนิคลับกระบวนท่าแรกของดาบแห่งเต๋าที่เขาเคยได้เรียนรู้ และในปัจจุบันมันก็ได้กลับมาอยู่ในมือเขาแล้วอีกครั้ง … กระบวนท่าสังหารได้ตกอยู่ในมือเขาเพิ่มขึ้นมาแล้วอีกหนึ่ง!

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.52 - ปลุกความทรงจำ

คัดลอกลิงก์แล้ว