เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.33 - หนิงเยว่ฉาน (ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.33 - หนิงเยว่ฉาน (ฟรี)

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.33 - หนิงเยว่ฉาน (ฟรี)


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.33 - หนิงเยว่ฉาน

 

“ฉันยังไม่รู้เลยว่าควรจะเรียกคุณว่ายังไง”

 

ในหัวใจของกู่ฉิงซานเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงเอ่ยถามหญิงสาวเกราะทองที่อยู่ตรงหน้า

 

หญิงสาวลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันเรียกว่า หนิงเยว่ฉาน”

 

ที่แท้ก็คือเธอ!

 

หนิงเยว่ฉานคือผู้มีชื่อเสียงก้องกระฉ่อนไปทั่วทั้งโลก ในฐานะนักบุญแห่งนิกายเทียนจีผู้งดงามและน่าหลงไหล

 

สาวงามที่ผู้ฝึกยุทธชายได้แต่เก็บไปฝันหวาน --- หนิงเยว่ฉาน!

 

หนิงเยว่ฉานเงียบไปครู่หนึ่ง เธอกำลังเฝ้ารอเสียงกรีดร้องแสนอันคุ้นเคยเช่นเดียวกับสายตาอันร้อนแรงที่จับจ้องมายังเธอ และคำกล่าวสาบานอันน่าสะอิดสะเอียนออกมา

 

ทุกครั้งที่เธอพบกับชายหนุ่มผู้ฝึกยุทธ ไม่ว่าจะใคร เกือบทั้งหมดก็หนีไม่พ้นออกมาในรูปแบบนี้

 

พวกผู้ชายเหล่านี้ดูเหมือนจะลืมไปแล้วว่าหนิงเยว่ฉานแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธทั่วไปเกือบทั้งหมด เธอไม่จำเป็นต้องได้รับการปกป้องจากพวกเขาเลย

 

แต่มันก็ตำหนิพวกเขาไม่ได้ เนื่องเพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาคือหนิงเยว่ฉาน!

 

กงซุนซีก็ยังคงเฝ้ารอเช่นกัน รอดูปฏิกริยาที่กู่ฉิงซานจะแสดงออกมา

 

หลังจากที่อีกฝ่ายสามารถทำให้กองทัพมารเคลื่อนพิภพทั้งหมดที่ทำการปิดล้อมอยู่จากไปได้ อย่างน้อยทั้งสองคนก็ควรจะแสดงท่าทีโปรดปรานให้เขาได้รู้สึกชื่นใจสักเล็กน้อย

 

ทว่ายืนรออยู่ครู่หนึ่ง กู่ฉิงซานก็ยังคงนิ่ง ไม่ขยับ ไม่ส่งเสียง ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

 

เอ๋?

 

ทั้งสองหันมาสบตากันด้วยความประหลาดใจ เนื่องเพราะกู่ฉิงซานกลับยืนสงบราวกับน้ำนิ่ง แถมคิ้วทั้งสองยังขมวดมุ่นจนแทบจะชิดกันแทน

 

เจ้าหมอนี่พิลึกคน หนิงเยว่ฉานคิดในใจ

 

แต่จะตำหนิกู่ฉิงซานก็คงจะไม่ได้ เนื่องเพราะฉากตรงหน้าที่บังเอิญพบเจออย่างไม่คาดคิดนี้ มันดันไม่ตรงตามประวัติศาสตร์ แตกต่างออกไปโดยสมบูรณ์

 

เขาจมลงสู่ห้วงความคิด

 

สองคนที่สมควรจะต้องตาย ทำไมถึงมาอยู่ด้วยกันได้?

 

สิ่งที่ทำให้ประวัติศาสตร์ในปัจจุบันผิดเพี้ยนไปคืออะไร?

 

ผู้เล่นทุกคนรวมไปถึงกู่ฉิงซาน ไม่เคยมีใครทราบมาก่อนว่าทั้งสองอยู่ด้วยกันก่อนที่จะตกตาย

 

ในบันทึกประวัติศาสตร์พวกเขาร่วงหล่นลงในจุดที่อยู่ห่างไกลกันออกไป

 

แต่ตอนนี้มันกลับผิดแผกไปโดยสมบูรณ์

 

ทั้งร่างของกู่ฉิงซานสั่นด้วยความกังวล

 

ประวัติศาสตร์ที่บิดเบี้ยว และเต็มไปด้วยความลึกลับที่ไม่อาจจินตนาการได้ ขณะเดียวกันเงาแห่งความตายก็กำลังก้าวใกล้เข้ามาทีละก้าว

 

การที่กองทัพมารเคลื่อนพิภพปิดล้อมกรอบคนทั้งสอง แสดงให้เห็นว่ากองทัพมารได้ค้นพบพวกเขาอีกครั้งแล้ว

 

สำหรับกู่ฉิงซานผู้กระตือรือร้นที่จะหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด คิดแม้กระทั่งการไม่ยอมช่วยเหลือกงซุนซีและหนิงเยว่ฉาน กะจะทิ้งทั้งสองไว้เป็นตัวล่อ แต่ฝีเท้าของเขายังไม่ทันจะก้าวไปได้ไกล ก็ดันมาเจอกับทั้งสองเสียนี่

 

นับจากนี้ เมื่อกองทัพปีศาจเริ่มบุกลอบสังหาร ตราบใดที่เกิดความผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยกู่ฉิงซานที่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธปราณปรับแต่งก็จะต้องตกตายลงอย่างแน่นอน

 

ฉันควรจะทำอย่างไรดี ถึงจะสามารถรอดชีวิตไปได้ในสถานการณ์เช่นนี้?

 

กู่ฉิงซานฝืนบังคับตนให้สงบลง

 

นิกายเฉิงเต๋าและนิกายเทียนจี อยู่ห่างจากกันหลายพันลี้ สองนิกายใหญ่ไม่สมควรจะมาพบเจอกันโดยง่าย

 

กงซุนซีเป็นถึงผู้อาวุโส ส่วนหนิงเยว่ฉานเป็นรุ่นเยาว์ดาวรุ่งพุ่งแรง จากบันทึกประวัติศาสตร์ ชีวิตของทั้งสองคนนี้ไม่สมควรมาบรรจบกัน และพวกเขาควรไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำ

 

ทว่าในกรณีนี้ การที่ทั้งสองอยู่ด้วยกัน เป็นไปได้สูงว่าพวกเขากำลังปฏิบัติภารกิจทางทหารร่วมกันอยู่!

 

ใช่ ต้องใช่แน่ๆ พวกเขาต้องทำภารกิจร่วมกันแน่ๆ ไม่อย่างนั้นก็ต้องกำลังทำอะไรสักอย่างที่สำคัญมากๆอยู่

 

มันจะต้องเป็นสิ่งสำคัญ ที่ถึงกับทำให้กองทัพมารต้องส่งตัวตนอันทรงพลังออกมา เพื่อค้นหาร่องรอยของพวกเขาไปทั่วทุกที่

 

ในวันพรุ่งนี้ กงซุนซีจะจบชีวิตลงภายในค่ายกลป้องกันขนาดใหญ่ของเขา

 

ในกรณีนี้ เขาจะสามารถดึงดูดความสนใจจากกองทัพมารได้ และสามารถยื้อเวลาให้หนิงเยว่ฉานหลบหนีไป

 

ส่วนหนิงเยว่ฉานก็จะตายลงในวันถัดมา ในที่ราบสูงใกล้กับที่ตั้งของมนุษยชาติ!

 

เธอเกือบจะหลบหนีเข้าสู่อาณาจักรของมนุษยชาติได้แล้ว ทว่ากลับถูกห้ามารผู้ยิ่งใหญ่จับได้เสียก่อน สุดท้ายจึงสู้กันทั้งวันทั้งคืนและจบชีวิตลง

 

ต่อสู้กันทั้งวันทั้งคืน แต่เธอกลับไม่ได้ใช้ยันต์สื่อสาร ดังนั้นจึงไม่มีใครมาช่วยชีวิตเธอ

 

กงซุนซียอมตายเพื่อต้องการให้หนิงเยว่ฉานหลบหนีไป แต่หนิงเยว่ฉานก็ยังคงถูกลอบสังหารอยู่ จนกระทั่งสิ้นชีวิตลงก็ยังไม่มีใครรับรู้หรือมาช่วยเหลือเธอ

 

เรื่องดังกล่าวช่างแปลกประหลาด หากกู่ฉิงซานไม่ได้รู้เรื่องนี้มาก่อนล่วงหน้า เขาก็คงจะไม่เชื่อเหมือนกัน

 

ไม่ต้องกล่าวถึงความลับอีกอย่างหนึ่ง -- นั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังกระทำ ที่ถึงกับทำให้กองทัพมารต้องออกไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง

 

ในโลกก่อนหน้า ความลับอันแสนจะน่าสนใจสิ่งนี้ ได้กลายเป็นปริศนาในประวัติศาสตร์ไปพร้อมกับการตกตายลงของพวกเขา

 

ทว่า!

 

ทว่า!

 

สถานที่มันกลับไม่ถูกต้อง!

 

เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้มันอยู่ห่างไกลจากจุดที่พวกเขาจบชีวิตลง ต่อให้กงซุนซีผู้แข็งแกร่งเร่งรีบอย่างเต็มกำลัง วิ่งตรงมาจากจุดที่ตกตายจนมาถึงที่นี่ มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้

 

ประเด็นนี้มันไร้สาระเกินไปแถมยังไม่สมเหตุสมผล

 

แต่เดี๋ยวก่อน!

 

ในหัวใจของกู่ฉิงซานปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นอย่างฉับพลัน

 

“ในที่สุดฉันก็ได้พบกับนักบุญหญิง” กู่ฉิงซานกล่าวพร้อมกับเกร็งกำปั้นเล็กน้อย เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะเอ่ยถามออกไป “ในตอนที่ฉันยังอยู่ในค่ายทหาร ฉันได้พบเห็นรามสูรไร้พักตร์และมารกระหายเลือดเคลื่อนพลผ่านไป ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังตามล่าคุณสินะ?”

 

หนิงเยว่ฉาน เฝ้ารอดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายอยู่นาน ทว่าพอเจอคำถามนี้เข้าไป เธอก็ถึงกับพูดไม่ออก

 

ไม่ใช่ว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ พวกผู้ชายทั้งหลายจะพากันพูดจาอวดโอ้ตนเองหรอกหรือ เหตุใดเขากลับถามแบบนั้นออกมา?

 

เธอไม่ทันตั้งตัวจึงไม่มีเวลาคิด เลยกล่าวออกไปอย่างไม่ปิดบังว่า “พวกมันไล่ล่าเราอย่างกระชั้นชิดในตอนแรก แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน จู่ๆพวกมันก็เปลี่ยนทิศทางและเคลื่อนพลไกลห่างออกไป ดังนั้นพวกเราจึงเปลี่ยนเส้นทางและมาจบลงที่นี่”

 

กู่ฉิงซานนิ่งคิดเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะหยิบแผ่นหยกสีเลือดขึ้นมา

 

ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง

 

มอนสเตอร์นกที่เขาฆ่า กลับกลายเป็นว่ามันกำลังไปจะรายงานข้อมูลล่าสุดของบุคคลทั้งสอง

 

นกมารถูกเขาฆ่าตาย แถมยังถูกเผาจนไม่เหลือซาก ดังนั้นรามสูรไร้ลักษ์จึงยังไม่ได้รับข้อมูลเส้นทางล่าสุดที่ควรมุ่งตรงไป

 

ภายใต้สถานการณ์คับขัน กงซุนซีกับหนิงเยว่ฉานจึงสามารถหลบหนีจากการไล่ล่ามาได้

 

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทั้งสองจึงสามารถเบี่ยงเบนโชคชะตาให้แตกต่างไปจากเดิม และมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่

 

ที่แท้ตัวแปรที่ทำให้ทุกอย่างบิดเบี้ยวก็คือตัวของเขาเอง

 

เหมือนดั่งในทฤษฏีผีเสื้อกระพือปีก (บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์) เป็นแค่สิ่งเล็กๆแต่กลับสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลุกลามใหญ่โตขึ้นได้ --- ทำให้ประวัติศาสตร์ที่ถูกลิขิตไว้เบี่ยงเบนออกไป!

 

กู่ฉิงซานส่ายหัวและยิ้มอย่างขมขื่น

 

ตัวฉันที่มีเพียงพื้นฐานวรยุทธขั้นต่ำ เดิมทีเตรียมที่จะหลีกเลี่ยงจากพวกเขา กลับกลายเป็นว่าสร้างทางหนีให้พวกเขาเสียนี่

 

โชคชะตาช่างเล่นตลกเสียจริง ไม่คาดคิดเลยว่าด้วยการแผลงศรเพียงครั้งเดียวของตนจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

 

ต้องการที่จะหลบเลี่ยง แต่ตอนนี้กลับต้องมีพบเจอกับสองตัวตนระดับตำนานโดยบังเอิญ

 

ตอนนี้หากคิดจะหลบหนีไปอีกครั้ง เกรงว่าจะสายไปแล้วที่จะคิดเกี่ยวกับมัน

 

เขาได้กระโจนเข้ามาร่วมชะตากรรมกับทั้งสองที่เกือบจะถึงวาระ หากพวกเขาตาย กู่ฉิงซานที่บังเอิญอยู่ในเหตุการณ์ด้วยก็จะถูกกองทัพมารปิดล้อมโดยสมบูรณ์ จำต้องตกตายตามทั้งสองไปอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

 

และนั่นคือสถานการณ์สิ้นหวัง เป็นหนทางสู่ความตาย

 

ทันทีที่กู่ฉิงซานหยิบแผ่นหยกสีเลือดขึ้นมา สีหน้าของกงซุนซีก็เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน

 

เขาเอื้อมมือออกไปคว้าแผ่นหยกสีเลือด จากนั้นก็ถ่ายเทพลังวิญญาณลงไป

 

น้ำเสียงของมอนสเตอร์ที่ฟังดูแปลกประหลาดจนยากจะจินตนาการก็พลันดังขึ้นจากแผ่นหยก

 

“เป้าหมายยังคงเคลื่อนที่ไปทางทิศใต้ พิกัด94ใต้ , 726ตะวันออก คำสั่ง : ไล่ตามรามสูรไร้พักตร์และมารกระหายเลือดอย่างเต็มกำลัง”

 

กงซุนซีเดิมเป็นคนที่หลักแหลมอยู่แล้ว เขาคิดเพียงครู่หนึ่งก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมา “รามสูรไร้พักตร์และมารกระหายเลือดกำลังไล่ล่าพวกเรา กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นคุณนั่นเองที่ช่วยพวกเราเอาไว้โดยการฆ่าพลส่งสารของพวกมัน?”

 

“ก็แค่บังเอิญไปเจอกับพลส่งสาร และที่สำคัญร่างของมันก็ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วด้วย” กู่ฉิงซานตอบตามความจริง

 

กงซุนซีตรวจสอบแผ่นหยกอย่างระมัดระวังก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ “แผ่นหยกนี่เป็นของจริง”

 

เขาหันไปมองหนิงเยว่ฉาน

 

หนิงเยว่ฉานพยักหน้าและกล่าว “เขาไม่ได้โกหก อสูรวิญญาณของฉันทำร้ายพลส่งสารจนได้รับบาดเจ็บจริงๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นสังหารมันลงได้”

 

เธอถามอีกครั้ง “แต่จากที่สังเกตดู ฉันเห็นว่าพื้นฐานวรยุทธคุณยังไม่ถึงระดับก่อตั้ง ดังนั้นคุณไม่น่าจะสามารถจับตัวพลส่งสารของกองทัพมารได้ แล้วคุณไปได้รับเจ้าสิ่งนี้มาได้อย่างไร”

 

กู่ฉิงซานตบลงบนธนูกองทัพขึ้นและกล่าว “ก็เป็นแค่กำไรเล็กๆน้อยจากธนูคันนี้ ดังนั้นฉันเลยได้รับแผ่นหยกนั้นมา”

 

มองไปยังสายตาสองคู่ที่ยังคงสงสัย หัวใจของกู่ฉิงซานก็รับรู้ว่าจะต้องทำให้ทั้งสองเชื่อใจ

 

ระบำผันผวน!

 

ยิงต่อเนื่อง!

 

เงาสีเทากลายเป็นเส้นแสง เลื้อยไปมาผ่านอากาศราวกับงู

 

ฟึบ!

 

เสียงสะท้อนของศรหลายดอกดังขึ้นพร้อมๆกัน ทั้งหมดปักลงบนภาพแกะสลักหยินหยางบนเพดานวิหารเต๋าอย่างพร้อมเพรียง

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.33 - หนิงเยว่ฉาน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว