บทที่ 17 ผลวิญญาณกำเนิด
บทที่ 17 ผลวิญญาณกำเนิด
บทที่ 17 ผลวิญญาณกำเนิด
รุ่งเช้าวันใหม่ เมื่อทุกคนตื่นขึ้นมา จางหลีและตู้ต่านทำเป็นทองไม่รู้ร้อน มองหน้าฉวีเฟยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน ทั้งคู่สดชื่นแจ่มใส ผิดกับฉวีเฟยที่ตื่นมาพร้อมขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า หน้าตาบอกบุญไม่รับเพราะความคับแค้นใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน
มองไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของโม่เหลียง จางหลีกับตู้ต่านมองหน้ากันด้วยความสงสัย ส่วนฉวีเฟยทำท่าดีใจรีบพูดขึ้น "ไอ้หมอนั่นคงหนีไปแล้วล่ะมั้ง!"
ตอนนี้พละกำลังของฉวีเฟยฟื้นคืนมาเจ็ดแปดส่วนแล้ว ความกล้าก็เริ่มกลับมา เขาตั้งใจจะหาเรื่องสั่งสอนโม่เหลียงให้เข็ดหลาบ เลยไม่อยากให้โม่เหลียงชิงหนีไปก่อน
ทันใดนั้น เสียงหมาป่าเห่าหอนก็ดังขึ้น สีหน้าของทั้งสามคนเปลี่ยนไป รีบพุ่งตัวไปยังทิศทางต้นเสียงทันที
วิ่งมาได้ครู่หนึ่ง ก็มาถึงจุดเกิดเหตุ
ภาพที่เห็นคือ โม่เหลียงกำลังลงมีดผ่าท้องสัตว์อสูรรูปร่างเหมือนหมาป่าที่ตกลงไปในกับดัก และเจ้าตัวนี้ก็คือเป้าหมายที่สองของโม่เหลียง หมาป่าปีศาจสีเทา
ตั้งแต่เช้าตรู่ โม่เหลียงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติรอบตัว อาศัยจิตสัมผัสและ เนตรส่องวิถี จนเจอตัวหมาป่าปีศาจสีเทาที่ซุ่มอยู่ในป่า เขาเลยล่อให้มันตกลงไปในหลุมกับดักที่ขุดเตรียมไว้เมื่อวาน ซึ่งเต็มไปด้วยขวากหนามและกรงเล็บเหล็ก พอหมาป่าตกหลุม โม่เหลียงก็ไม่รอช้า ใช้กริช "ดาราจันทร์" พุ่งเข้าไปซ้ำแผลจุดตายสองแผล ส่งมันไปลงนรกทันที
ได้ยินเสียงฝีเท้าพวกจางหลี โม่เหลียงก็ยังไม่หยุดมือ แค่เอียงคอหันมายิ้มให้ "ขอโทษทีนะ เสียงดังไปหน่อยจนพวกเจ้าตื่นเลย"
"นี่คือ..." จางหลีชี้ไปที่ซากหมาป่า มองโม่เหลียงด้วยความสงสัย
"เมื่อคืนวางกับดักทิ้งไว้ ตื่นมาเลยลองมาดู ไม่นึกว่าจะได้ตัวเป้งขนาดนี้" โม่เหลียงตอบหน้าตาย
ฉวีเฟยแค่นเสียงดูแคลน พึมพำเบาๆ "ดวงดีชะมัด"
แต่จางหลีกลับทำหน้าเคร่งเครียด เห็นได้ชัดว่านางไม่เชื่อคำพูดของโม่เหลียง ฟังจากเสียงร้องเมื่อกี้ หมาป่าตัวนี้เพิ่งตายสดๆ ร้อนๆ ลำพังกับดักตื้นๆ แบบนั้นฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นกลางไม่ได้หรอก อย่างมากก็แค่บาดเจ็บ การโจมตีที่ปลิดชีพมันต้องมาจากฝีมือโม่เหลียงแน่ๆ หมอนี่... จงใจปิดบังฝีมือจริงๆ
โม่เหลียงเลาะเอาเขี้ยวหมาป่าสองซี่สำหรับส่งภารกิจออกมา แล้วก็ควักเอาแก่นอสูรเก็บเข้ากระเป๋า
เสร็จธุระแล้ว ทางใครทางมัน โม่เหลียงเตรียมจะเอ่ยปากขอตัวลา แต่จางหลีชิงพูดขึ้นก่อน
"น้องชายโม่เหลียง ข้ามีช่องทางรวยทางลัดจะเสนอ สนใจไหม?"
สิ้นคำ ตู้ต่านที่อยู่ข้างหลังชะงักไปนิดแต่ไม่พูดอะไร ส่วนฉวีเฟยหน้าถอดสีรีบค้าน "ศิษย์พี่ ไม่ได้นะ!"
แต่แค่จางหลีปรายตามองดุๆ ฉวีเฟยก็หุบปากฉับ ยอมสงบเสงี่ยมทันที
ฉวีเฟยหน้ามุ่ย ลุงของเขาเป็นผู้ดูแลภารกิจศิษย์สายนอกในสำนักสายฟ้าพิฆาต ทำให้เขามีอิทธิพลพอสมควร ศิษย์ทั่วไปอย่างตู้ต่านยังต้องเกรงใจเขา แต่กับจางหลีเขาไม่กล้าหือ หนึ่งคือแม้พรสวรรค์นางจะธรรมดา แต่นางฉลาดเป็นกรด เข้าสังคมเก่ง ทำงานรอบคอบจนเป็นที่โปรดปรานของผู้อาวุโส สองคือ... เขาตั้งเป้าว่าจะจีบจางหลีมาเป็นเมียให้ได้
โม่เหลียงเก็บอาการสังเกตท่าทีของทั้งสามคน แล้วถามยิ้มๆ "ข้ากำลังถังแตกอยู่พอดี ลองว่ามาสิ"
"ไม่ปิดบังน้องชาย เมื่อวานพวกเราไปเจอแหล่ง ผลวิญญาณกำเนิด เข้าดงใหญ่ มีตั้งสามสิบกว่าลูกแน่ะ" จางหลีพูดไปจ้องหน้าโม่เหลียงไปไม่วางตา ราวกับจะจับผิดปฏิกิริยา
แต่โม่เหลียงกลับขมวดคิ้วถามกลับว่า "หือ? มีแค่สามสิบกว่าลูกเองเหรอ?"
คำตอบและสีหน้าผิดคาดของโม่เหลียงทำเอาจางหลีเหวอไปเลย ตู้ต่านกับฉวีเฟยข้างหลังยิ่งมองโม่เหลียงด้วยสายตาประหลาดเหมือนมองตัวประหลาด
ผลวิญญาณกำเนิด อุดมไปด้วยปราณบริสุทธิ์ หนึ่งผลมีค่าเท่ากับยี่สิบผลึกปราณระดับต่ำ แถมยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายให้แข็งแรง สำหรับผู้ฝึกตนขั้นปรับกายาถือเป็นของล้ำค่าหายาก
สามสิบกว่าลูก สำหรับพวกจางหลีถือเป็นสมบัติก้อนโต แต่โม่เหลียงดันทำหน้าเหมือนเจอเศษเงิน พวกเขาเริ่มสงสัยแล้วว่าไอ้หมอนี่รู้จักผลวิญญาณกำเนิดจริงๆ หรือเปล่า
แต่หารู้ไม่ว่า โม่เหลียงรู้จักดี และสำหรับเขา สามสิบลูกมันน้อยจริงๆ หารสี่คนก็ได้คนละเจ็ดแปดลูก เทียบกับของที่เขาไปไถมาจากผู้อาวุโสสำนักกระบี่หิมะแล้ว มันจิ๊บจ๊อยมาก
"น้องชายโม่เหลียง ข้าหมายถึง ผลวิญญาณกำเนิด นะ" จางหลีย้ำ คิดว่าเขาคงฟังผิด
"อืม รู้แล้วน่า" โม่เหลียงพยักหน้า "เอาเถอะ ขานกกระจอกก็ถือเป็นเนื้อ ว่ามาสิจะให้ทำอะไร การจะเอามาคงไม่ง่ายสินะ"
จางหลีกับตู้ต่านหัวเราะแห้งๆ ส่วนฉวีเฟยทำหน้าเหม็นเบื่อ แบ่งกันคนละเจ็ดแปดลูกเรียกว่าขานกกระจอก? ยาจกยังเลือกกินอีกนะ!
จางหลีปรับสีหน้าจริงจัง เล่าต่อ "เรื่องเป็นอย่างงี้ แถวนั้นมีฝูงหมาป่าปีศาจสีเทาเฝ้าอยู่ ใครเข้าไปใกล้ดงผลไม้จะโดนพวกมันรุมทึ้งทันที ถ้าจะเอาผลไม้ ก็ต้องจัดการฝูงหมาป่าก่อน มีคนเพิ่มอีกคนก็เพิ่มแรงได้อีกแรง พวกเราเลยอยากให้เจ้าช่วย"
ได้ยินดังนั้น โม่เหลียงลิงโลดในใจ กำลังหาหมาป่าอยู่พอดี งานนี้ได้ทั้งทำภารกิจ ได้ทั้งผลไม้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
โม่เหลียงพยักหน้า ถามต่อ "ฝูงใหญ่แค่ไหน? ฝีมือระดับไหน?"
"เมื่อวานพวกเราฆ่าไปสาม ตอนนี้น่าจะเหลือสักเจ็ดแปดตัว ส่วนใหญ่ฝีมือประมาณขั้นปรับกายาระดับห้า แต่มีจ่าฝูงตัวหนึ่งดุร้ายผิดปกติ ฝีมือไม่ด้อยกว่าขั้นปรับกายาระดับหก... ข้าพอจะรับมือมันไหวแบบตึงมือ"
ตอนพูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงจางหลีดูไม่มั่นใจเท่าไหร่ โม่เหลียงจับสังเกตได้ชัดเจน
"แล้วแผนของพวกเจ้าคืออะไร?" โม่เหลียงถามต่อหลังนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
"ข้าต้องรู้ระดับตบะที่แท้จริงของเจ้าก่อน" จางหลีจ้องตาโม่เหลียงเขม็ง
โม่เหลียงหัวเราะเบาๆ "ตบะข้าไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าข้าสามารถรับมือหมาป่าธรรมดาพร้อมกันสองตัวได้สบายๆ ก็พอ"
(จบตอน)