เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก

 

ในระหว่างที่กู่ฉิงซานกำลังขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จู่ๆเขาก็รู้สึกปวดแปล่บนิดๆบนร่างกาย

 

เขาก้มหน้าลง มองไปยังผ้าพันแผลสีขาวราวหิมะที่ถูกแช่ไปด้วยเลือด

 

จริงสิ อาการบาดเจ็บยังไม่ได้ถูกฟื้นฟูโดยสมบูรณ์ มันยังอยู่ในขั้นตอนการรักษา การที่เขาออกแรงมากเกินไปจึงทำให้ปากแผลเปิดออก

 

กู่ฉิงซานวางธนูกองทัพลง จากนั้นก็นั่งลงบนโซฟาและเตรียมตัวพักผ่อน

 

ไม่มีอะไรที่ต้องรีบร้อน สงบใจเข้าไว้

 

กู่ฉิงซานหยิบเม็ดยาฟื้นฟูที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวขึ้นมา และกลืนมันลงไปอย่างไม่ลังเล

 

ม่านตาของเขาค่อยๆปิดลง และเริ่มถ่ายเทพลังวิญญาณอย่างเงียบๆ ..

 

และค่ำคืนนี้ก็ผ่านพ้นไปโดยไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ

 

ในยามเช้า พายุฝนไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่กลับโหมกระหน่ำยิ่งกว่าเก่า

 

สภาพอากาศเริ่มเย็นลง ผสมปนเปกับความหนาวเย็นที่เกิดจากพายุฝน ส่งผลให้รู้สึกราวกับโลกถูกแช่แข็ง

 

ในอีกไม่กี่วัน หน้าหนาวก็จะมาถึง

 

ณ ค่ายทหาร

 

กู่ฉิงซานถูกความหนาวเย็นปลุกให้ตื่นขึ้น

 

เขาลุกขึ้นนั่งและพบว่าบาดแผลได้รับการเยียวยาเหมือนเกิดใหม่

 

แม้เม็ดยาฟื้นฟูของกองทัพจะรักษาได้ไม่ครอบคลุมอาการบาดเจ็บ แต่ในเรื่องของการฟื้นตัวจากบาดแผลนับว่ามีประสิทธิภาพมากจริงๆ

 

ไม่นานนัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออก

 

จ้าวหลิวยกหม้อต้มโจ๊กร้อนๆเข้ามาอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

กู่ฉิงซานมองไปยังหม้อต้มโจ๊กที่ส่งกลิ่นหอมฉุยและเอ่ยถามว่า “ยังมีอาหารเหลืออยู่มากแค่ไหน?”

 

จ้าวหลิวสูดหายใจลึก “เหลือเพียงพอสำหรับวันนี้ และพรุ่งนี้อีกครึ่งวัน” จากนั้นก็เหลือมองไปยังถุงเก็บสัมภาระตรงเอวของกู่ฉิงซาน

 

แม้กู่ฉิงซานจะจับสังเกตได้ แต่เขาก็ไม่เอ่ยอะไรออกมา

 

เพราะในตอนที่ถูกส่งข้ามเวลามา ถุงสัมภาระของเขาก็ว่างเปล่าเช่นกัน

 

กู่ฉิงซานกินโจ๊กอย่างเงียบๆ

 

“บาดแผลของนาย … เป็นยังไงบ้าง?” ในแววตาของจ้าวหลิวราวกับมีปีกแห่งความหวังโบยบินอยู่

 

“ดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว” กู่ฉิงซานเหยียดแขนขา จากนั้นก็เอ่ยถามกลับไป “พี่จ้าว คุณมาจากค่ายไหน แล้วประจำสังกัดอะไร?”

 

ใบหน้าของจ้าวหลิวปรากฏรอยยิ้มฝืนๆ และกล่าวว่า “ฉันเป็นทหารสังกัดโภชนา(กุ๊ก) อันที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องมีฉันก็ได้ เพราะหลายร้อยคนในค่ายก็สามารถทำอาหารได้เหมือนกัน”

 

แท้จริงแล้วเขาเป็นถึงหัวหน้าคนครัว จึงไม่น่าแปลกใจที่รสชาติของโจ๊กออกมาดี

 

แต่ด้วยจุดยืนในเวลานี้ หากไม่มีกู่ฉิงซาน สำหรับตัวจ้าวหลิวซึ่งเป็นเพียงทหารธรรมดา สถานการณ์เช่นนี้คงหมดหวัง และได้แต่รอความตาย

 

อย่างไรก็ตาม ที่จ้าวหลิวยังไม่รู้ก็คือ กู่ฉิงซานนั้นเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับปราณปรับแต่งขั้นแรกเท่านั้น หากพบกับพวกมารแม้เป็นเพียงทีมขนาดเล็ก เขาก็คงจะถูกฆ่าตายทันที

 

กู่ฉิงซานคิดอย่างเงียบๆ สายตาของเขาจ้องมองไปยังนาฬิกาทรายที่อยู่เหนือหน้าต่างตัวละคร

 

ในนาฬิกามีทรายอยู่ไม่มากนัก  หรือเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยก็ได้

 

ซึ่งดูเหมือนว่าตรงจุดนี้จะแตกต่างจากในตอนที่เกมได้เปิดตัวแล้วอย่างเป็นทางการ

 

ถัดไปจากนาฬิกาทราย มีตัวอักษรที่เปล่งแสงเล็กๆราวกับหิ่งห้อย ร้อยเรียงเป็นถ้อยคำอธิบายเล็กๆว่า :  หนึ่งวันเต็มในต่างโลก(เกม) จะเทียบเท่ากับหนึ่งชั่วโมงในโลกจริงเท่านั้น ผู้เล่นที่อยู่ในระดับปราณปรับแต่ง เมื่อครบเวลาที่กำหนด จะต้องกลับสู่โลกจริง และสามารถเข้ามายังต่างโลกได้อีกครั้งในวันถัดไป

 

กู่ฉิงซานตอนนี้กระตือรือร้นเป็นอย่างมาก เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะได้เห็นด้วยตาตนเองว่าในโลกจริงขณะนี้อยู่ในปีที่เท่าไหร่

 

โจ๊กยังไม่ทันจะหมดหม้อ ทหารสองคนก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับตะเบ๊ะอย่างพร้อมเพรียง

 

“สหายกู่ ดูเหมือนว่าข้างนอกจะมีปัญหา” จ้าวหลิวย่อตัวลงและกระซิบ

 

“ฉันจะออกไปดูเอง” กู่ฉิงซานกล่าว พร้อมกับคว้าธนูกองทัพและเดินออกไป

 

จากที่สังเกตทรายในนาฬิกา ดูเหมือนว่ากู่ฉิงซานจะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 นาที ก่อนจะต้องกลับสู่โลกจริง … หวังว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่เป็นปัญหาใหญ่นะ

 

ฉิงซานเดินออกจากประตู พร้อมดึงลูกศรออกมาแนบกับคันธนู สายตากวาดไปทั่วทุกทิศทาง

 

ตาทั้งสองกวาดผ่านทุกสิ่งปลูกสร้าง ไม่เว้นแม้แต่มุมเล็กๆ

 

กล่าวกันตามจริงแล้ว ข่ายอาคมอำรางก็ยังคงทำงานอยู่ ดังนั้นพวกมารก็ไม่น่าจะเข้ามาได้ง่ายๆ

 

นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

 

ฟึบ … เสียงบางอย่างดังขึ้นอีกครั้ง

 

ตำแหน่งนั้น อยู่ไม่ไกลกับประตูทางเข้าของค่ายทหาร

 

กู่ฉิงซานแนบลำตัวติดกำแพงแล้วค่อยๆเคลื่อนไหวอย่างเงียบๆ

 

และมารอสูรร่างใหญ่ก็ปรากฏสู่สายตาของกู่ฉิงซาน

 

ขณะนี้มารอสูรยืนอยู่บริเวณขอบของบ่อกักศพ หางของมันส่ายไปมาพร้อมกับหัวที่หันซ้ายแลขวา มองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง

 

แม้ว่าจะมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง แต่กลิ่นเลือดในหลุมกักศพก็รุนแรงพอที่จะดึงดูดมารอสูรให้เข้ามาได้

 

กู่ฉิงซานซ่อนกายภายใต้เงาของชายคาบ้าน เขาค่อยๆยกธนูกองทัพขึ้นมา และง้างมันอย่างช้าๆ

 

เขารู้จักเจ้ามอนสเตอร์สายพันธ์นี้

 

มันเป็นมารอสูรระดับต่ำ แม้ว่าจะเงอะงะ แต่หากมันคลั่งเมื่อไหร่ ความสามารถในการปะทะและกัดกระชากจะเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง ขนาดที่ว่าทหาร2-3คนยังไม่อาจเข้าใกล้ตัวมันได้

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจอย่างโล่งอกในเงามืด

 

โชคดีที่เขาเลือกอาวุธโจมตีระยะไกล ควบคู่ไปกับการมีข่ายอาคมอำพรางปกคลุมค่ายเอาไว้ ทำให้บางทีเขาอาจจะลอบโจมตีมันได้

 

มารอสูรวนไปรอบหลุมกักศพ และใช้เท้าเขี่ยศพที่นอนแน่นิ่งบนพื้นดินเป็นครั้งคราว

 

มันกำลังสงสัยว่าตนเองกำลังถูกล่อลวง มีกับดักอยู่รอบๆ หรือมีมารอสูรตนอื่นคอยดักซุ่มโจมตีอยู่หรือไม่

 

ทรายในนาฬิกาบ่งบอกว่าขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึงสิบนาทีแล้ว

 

กู่ฉิงซานง้างคันธนูที่เสียบลูกศรขึ้นอย่างเงียบๆ

 

ฮึดฮัดๆ

 

ฮึดฮัดๆ

 

มารอสูรหยุดนิ่ง จมูกของมันส่งเสียงฮึดฮัด และหันหัวไปมองพื้นที่โดยรอบที่มีเพียงก้อนหิน

 

ขณะนี้เหลือเวลาอีกราวๆ 5 นาที

 

แต่กู่ฉิงซานกลับยังคงไม่ปล่อยลูกศรออกไป

 

ในที่สุดมารอสูรก็ค่อยๆลดหัวของมันลง เตรียมที่จะกินซากศพของทหาร

 

จมูกของมันสูดดมบนร่างกายของศพอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายมันก็ง้างปากใหญ่ที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวขึ้นมา

 

นี่แหละเวลาที่รอคอย!

 

กู่ฉิงซานง้างคันธนูสุดแรงและถ่ายโอนพลังวิญญาณไปยังลูกศรขนนก

 

คลื่นอากาศที่มองไม่เห็นแพร่กระจายออกมาอย่างช้าๆ

 

ศรที่แฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณนั้นมีอานุภาพทำลายล้างมากกว่าศรธรรมดาๆถึงห้าเท่า!

 

ศรเหล่านี้มีเอกลักษณ์ที่พิเศษ แค่แฝงพลังวิญญาณเอาไว้อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะใช้ฆ่าสังหาร และหากมันถูกแฝงไว้ด้วย ‘ธาตุทั้งห้า’ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง

 

เมื่อสายธนูถูกง้างจนสุด กู่ฉิงซานก็เกร็งมันไว้สองลมหายใจ และคลายนิ้วของเขาลง

 

บิซ!

 

ลูกศรเชือดเฉือนอากาศจนส่งเสียงหวีดหวิว พริบตาเดียวมันก็พุ่งเข้าปากของมารอสูรและจมลึกลงไป! ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เจ้ามารอสูรลงไปดิ้นพล่านกับพื้น

 

ศรแรกเข้าเป้า แต่กู่ฉิงซานก็ไม่ลังเลที่จะดึงศรต่อไปออกมาและแนบมันลงกับคันธนู

 

เปิดใช้งานสกิล : ยิงต่อเนื่อง!

 

ลูกศรพร่ามัวเป็นเงา และผละออกจากธนูกองทัพ

 

มารอสูรส่งเสียงคำรามก้องชนิดสะเทือนสวรรค์ พร้อมกับพุ่งไปยังทิศทางที่ลูกศรถูกยิงออกมา

 

แต่พุ่งมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เจ้ามารอสูรกลับเปลี่ยนใจหันหลังหนีทันที

 

นั่นเพราะศรดอกแล้วดอกเล่าเริ่มปรากฏขึ้นตามร่างกายของมัน และทุกดอกล้วนมุ่งเน้นทำลายประสาทสัมผัสทั้งห้า ข้อต่อ และตำแหน่งสำคัญๆต่างๆ

 

อาการบาดเจ็บเริ่มรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวี เพิ่มสูงขึ้นจนความหวาดกลัวอันลึกล้ำเข้ามาข่มความโกรธเกรี้ยวในตอนแรก

 

หากมันเลือกที่จะหนีเต็มกำลังตั้งแต่ถูกโจมตีดอกแรก มันก็อาจจะยังสามารถหลบหนีได้ แต่มันกลับเลือกที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีผู้ลอบทำร้ายโดยเผื่อกำลังไว้หลบหนีเพียงครึ่งเดียว ฉะนั้นเวลานี้จึงสายไปเสียแล้ว

 

ตลอดทั้งกระบวนการโจมตี สีหน้าของกู่ฉิงซานไม่มีแม้แต่จะเผยให้เห็นถึงอารมณ์ใดๆ มือที่ถือคันศรยังคงนิ่งราวกับหิน ส่วนอีกข้างก็คอยยิงศรออกไปดอกแล้วดอกเล่า

 

จนท้ายที่สุด

 

เจ้ามารอสูรก็ทิ้งตัวลงสู่พื้นดินและไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ

 

บนร่างของมันเต็มไปด้วยลูกศร เลือดหลั่งรินออกมาจากทั่วทุกมุมเป็นเส้นสาย ชุบผืนดินเบื้องล่างให้กลายเป็นสีแดงฉาน

 

ส่วนทางด้านกู่ฉิงซาน เขาได้ใช้พลังวิญญาณไปเพียงแค่ 60% เท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ยังคงง้างคันศร ถ่ายเทพลังวิญญาณลงไป และยิงไปยังมารอสูรอย่างต่อเนื่อง

 

ดูจากท่าทีระแวดระวังของมันก่อนที่จะกินศพ ก็พอจะรู้ได้ว่าเจ้ามารอสูรตนนี้ได้เปิดภูมิปัญญาของมันแล้ว และพวกที่เปิดภูมิปัญญา เกือบทั้งหมดไม่ใช่ตัวโง่งม แถมบางตัวยังชาญฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์เสียด้วยซ้ำ

 

มันกำลังหลอกว่าตนได้ตายไปแล้ว และล่อศัตรูที่ซุ่มโจมตีอยู่ให้ออกมา

 

หลังจากที่ถูกยิงซ้ำไปอีก 7-8 ดอก และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง มันก็ไม่สามารถแกล้งทนว่าตกตายได้อีกต่อไป เจ้ามารอสูรดีดตัวขึ้นจากพื้นดิน เพื่อเตรียมที่จะหนีอีกครั้ง

 

แต่มันก็ยังคงถูกต้อนรับโดยห่าลูกศรที่เทลงมาราวกับสายฝน

 

มารอสูรพุ่งหนีไปข้างหน้าอีกราวๆ5-6เมตร ก่อนที่จะกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่ และร่วงลงพื้นเสียงดัง

 

เวลานี้มันได้ตายลงจริงๆแล้ว

 

ทันใดนั้นเอง เส้นแสงสีฟ้าอ่อนที่มีคำแจ้งเตือนสั้นๆก็พุ่งปรากฏสู่สายตาของกู่ฉิงซาน

 

‘พลังวิญญาณ +1 , แต้มพลังวิญญาณปัจจุบัน: 1/5’

 

‘แต้มประสบการณ์เต็ม , แต้มปัจจุบันคือ 5/5 สามารถอัพเลเวลได้ ต้องการอัพหรือไม่?’

 

ก่อนหน้านี้เขาได้ฆ่าเปลือกมารลง และได้รับ 4 แต้มประสบการณ์ มาตอนนี้ก็ได้รับอีก1 เติมเต็มเงื่อนไขที่จะใช้อัพเลเวลแล้ว

 

กู่ฉิงซานกล่าวออกไปอย่างไม่ลังเล “อัพเลเวล”

 

ช่วงเดียวกันกับที่เสียงถูกเปล่งออกไป เส้นข้อมูลก็เปลี่ยนจาก 5/5 ไปเป็น0/10

 

ดูเหมือนว่าการที่จะเพิ่มระดับพลังปราณจากขั้นสองไปเป็นสามก็คงต้องการค่าประสบการณ์เป็นสองเท่าเช่นกัน

 

เวลานี้ ไอค่อนตัวละครของกู่ฉิงซานได้เปลี่ยนจาก ‘ปราณปรับแต่งขั้นหนึ่ง’ ไปสู่ ‘ปราณปรับแต่งขั้นสอง’ เรียบร้อยแล้ว

 

พร้อมกับแสงสดใสแพราวพราวให้ความรู้สึกอบอุ่นแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของกู่ฉิงซาน

 

กระแสอบอุ่นแผ่ขยายไปทั่วตัว ก่อนที่จะไปหลอมรวมกันตรงตันเถียน และเปลี่ยนรูปแบบเป็นพลังวิญญาณ

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.4 - บุกรุก

คัดลอกลิงก์แล้ว