เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.3 - หน้าต่างระบบเทพสงคราม

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.3 - หน้าต่างระบบเทพสงคราม

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.3 - หน้าต่างระบบเทพสงคราม


หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.3 - หน้าต่างระบบเทพสงคราม

 

ในสายตาของกู่ฉิงซาน หน้าต่างตัวละครสีน้ำเงินจางๆเบื้องหน้านี้ไม่แตกต่างไปจากในยุคเดิมของเขามากมายนัก เว้นก็เสียแต่ว่ามันมีปุ่มพิเศษหลายปุ่มที่อยู่ด้านล่างเพิ่มเข้ามา

 

ปุ่มเหล่านี้ดูราวกับเป็นหลุมดำที่ปล่อยหมอกสีหมึกออกมาเป็นครั้งคราว

 

เหนือปุ่ม ปรากฏเส้นแสงสีน้ำเงินที่มีตัวอักษรเขียนเอาไว้ว่า

 

“เปิดใช้งานหน้าต่างระบบเทพสงครามเสร็จสมบูรณ์ สามารถใช้งานฟังก์ชั่นแรกได้แล้ว”

 

“ต้องการเปิดใช้งานเลยหรือไม่?”

 

“ใช่”

 

เมื่อได้รับการยืนยันจากฉิงซาน ปุ่มๆหนึ่งในท่ามกลางหมอกสีดำหมึกก็ค่อยๆเผยชื่อของมันออกมาอย่างช้าๆ

 

“วิชายุทธเทพสงคราม?”

 

กู่ฉิงซานมองลงไปยังชื่อที่ปรากฏขึ้น และอ่านมันอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากนั้นไม่นาน

 

ฉิงซานก็ถูกส่งไปยังชั้นวางอาวุธ เขาแหงนมองชั้นวางที่มีเพียงอาวุธไม่กี่ชนิดวางอยู่

 

เคียวที่อยู่ในสภาพเสียหาย , หอกสนิมเขรอะ และธนูกองทัพที่อยู่ใต้ฝุ่นหนาเตอะ

 

ช่างน่าเสียดายที่บนชั้นวางไม่มีดาบ

 

ในยุคของฉิงซาน เหล่าผู้ฝึกยุทธชั้นนำกว่าสิบล้านคนต่างก็เลือกที่จะใช้ดาบเป็นอาวุธ และกู่ฉิงซานก็เป็นหนึ่งในนั้น นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ฝึกวรยุทธดาบที่ติดหนึ่งในสิบอันดับของ ‘นักดาบนิรันด์’ อีกด้วย

 

เพียงแค่ชื่อ ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้แล้วว่านั่นคือยอดยุทธระดับสูง

 

นอกจากนี้ กู่ฉิงซานยังเป็นผู้บัญญชาการรบประจำสหพันธ์แห่งชาติอีกด้วย นั่นทำให้ทุกๆวันเขาต้องรับผิดชอบในทุกๆด้านหลังจากสงครามเริ่มต้นขึ้น จนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน

 

แม้ในโลกจริง เขาจะยังต้องคอยก้มหัวให้กับผู้นำของรัฐต่างๆอยู่ก็ตาม แต่ฉิงซานก็ยังเต็มใจร่วมมือกันวางกลยุทธ และแลกเปลี่ยนธุรกิจที่มีความซับซ้อนสูงกับเหล่าประเทศต่างๆ

 

จนเหล่ายอดยุทธระดับสูงหลายคนต่างพากันสงสารกู่ฉิงซาน และกล่าวว่าเขามัวแต่ทุ่มกำลังไปกับสิ่งที่กล่าวมามากเกินไป หากมุ่งสนใจแต่เพียงวิถีดาบ ฉิงซานคงไม่หยุดอยู่แค่สิบอันดับดาบบนิรันดร์ แต่คงก้าวเข้าสู่ ‘ดาบแห่งเต๋า’ ไปแล้วก็เป็นได้

 

เนื่องจากบนชั้นวางไม่มีดาบ กู่ฉิงซานจึงทำได้เพียงส่ายหัวและหยิบเคียวขึ้นมา

 

ในหน้าต่างระบบเทพสงคราม มีข้อมูลเพิ่มเติมขึ้นมาทันที

 

“เคียวรุ่นมาตรฐานของกองทัพ (เสียหาย) หากเลือกใช้งานจะได้รับสกิลดังต่อไปนี้ :”

 

“สกิลแรก : กวาดทำลายล้าง , แสดงผล: ท่าพิฆาต”

 

“สกิลสอง : สะบั้นไล่ล่า , แสดงผล: ระยะกว้าง”

 

“การเรียนรู้สกิลทั้งสอง แต่ละสกิลต้องการ 1 แต้มพลังวิญญาณ”

 

เมื่อเห็นข้อมูลตรงหน้า แม้กระทั่งคนจากอนาคตอย่างกู่ฉิงซานก็ยังรู้สึกทึ่ง

 

สามารถเรียนรู้สกิลได้โดยตรง นี่น่ะหรือคือวิชายุทธเทพสงคราม?

 

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเพียงฟังก์ชั่นแรกของระบบเทพสงครามเท่านั้น ฟังก์ชั่นอื่นยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำหมึก ไม่อาจเปิดใช้งานได้

 

ทว่า แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะถ้าหากคุณสามารถเรียนรู้สกิลต่างๆของผู้ฝึกยุทธได้ทั้งหมดตั้งแต่ต้น แล้วอย่างนั้นจะมีพวกผู้ฝึกยุทธชั้นสูง หรือสกิลลับไปทำไมเล่า?

 

กู่ฉิงซานสูดหายใจลึก และรอจนกระทั่งอารมณ์สงบลงเล็กน้อย จึงค่อยเอ่ยว่า “แต้มพลังวิญญาณคืออะไร”

 

และแทบจะในทันที ก็ปรากฏตัวอักษรเล็กๆขึ้นบนหน้าต่างตัวละคร

 

“การฆ่าสิ่งมีชีวิตจะทำให้ได้รับแต้มพลังวิญญาณ ส่วนการฆ่าเปลือกมารเมื่อครู่ ทำให้คุณได้รับ พลังวิญญาณ 4 แต้ม , ปัจจุบันมีแต้มพลังวิญญาณ 4/5”

 

ฆ่าเปลือกมารในไม่กี่ลมหายใจ แต่กลับได้มาถึง 4 แต้มพลังวิญญาณ!

 

แต่ทว่า เปลือกมารนั้นมิใช่พวกมารธรรมดาๆ ความแข็งแกร่งของมันห่างไกลจากพวกมารปกติและผู้ฝึกวรยุทธ อย่างไรก็ตาม ก็นับว่ายังดีที่มนุษย์นั้นชาญฉลาด สามารถใช้กลวิธีแอบซ่อนตัวและลอบสังหารมันได้

 

และโชคดีที่กู่ฉิงซานสามารถคว้าโอกาสนั้น อาศัยจังหวะสังหารมารลงได้ในคราวเดียว

 

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ กู่ฉิงซานที่เป็นเพียงผู้ฝึกวรยุทธขั้นต้นคงพ่ายแพ้แก่มันโดยสมบูรณ์ และไม่จบแค่เพียงมานั่งพันแผลอยู่ที่นี่ ส่วนทางฝั่งเปลือกมารคงไม่แม้แต่จะมีเลือดออกด้วยซ้ำ

 

กู่ฉิงซานพยักหน้า เพราะอย่างไรเสีย ในกรณีนี้ แต้มพลังวิญญาณดูเหมือนจะมีแค่ ⅘ หรือนี่จะหมายความว่าแต้มพลังวิญญาณมีขีดจำกัดสูงสุดแค่5แต้มเท่านั้น?

 

นี่มันน้อยเกินไป

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หน้าต่างตัวละครก็ปรากฏตัวอักษรเล็กๆเพิ่มขึ้นอีกบรรทัด

 

“ยิ่งรากฐานการฝึกวรยุทธสูงขึ้นเท่าไหร่ ขีดจำกัดของพลังวิญญาณก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว”

 

หมายความว่าแต้มพลังวิญญาณเชื่อมโยงกับรากฐานการฝึกวรยุทธ?

 

กู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่เหลือบมองไปยังระดับตัวละครของตนที่ลอยเด่นเป็นเครื่องหมายดูสะดุดตา “ปราณปรับแต่งขั้นหนึ่ง”

 

นี่คือระดับเริ่มต้นของผู้ฝึกยุทธสำหรับมนุษย์ทุกคนในต่างโลก แสดงให้เห็นว่าระดับของกู่ฉิงซานในอดีตได้ถูกรีเซ็ตไปแล้ว

 

กู่ฉิงซานถอนหายใจ เขาวางอาวุธเคียวลงอย่างเงียบๆ จากนั้นก็หันไปหยิบหอกสนิมเขรอะขึ้นมา

 

สำหรับตัวหอก มีสกิลที่สามารถเรียนรู้ได้เพียงสกิลเดียวเท่านั้น

 

กู่ฉิงซานส่ายหัวอีกรอบ เขาวางหอกลงแล้วเอื้อมไปหยิบอาวุธชิ้นสุดท้าย

 

“ธนูรุ่นมาตรฐานของกองทัพ แสดงผลสกิลที่สามารถใช้ได้ดังต่อไปนี้”

 

“สกิลแรก ทรงตัว แสดงผล: ระยะไกล”

 

“สกิลสอง ยิงต่อเนื่อง แสดงผล: ระยะไกล.”

 

“สกิลสาม แม่นยำ แสดงผล:ระยะไกล”

 

“สกิลสี่ คู่นางแอ่นเหิน แสดงผล: ระยะไกล”

 

“เรียนรู้ ทรงตัวกับยิงต่อเนื่อง ต้องใช้อย่างละ 2 แต้มพลังวิญญาณ”

 

“เรียนรู้ แม่นยำ ต้องใช้ 4 แต้มพลังวิญญาณ”

 

“เรียนรู้คู่นางแอ่นเหิน ต้องใช้ 6 แต้มพลังวิญญาณ”

 

ตามข้อมูลความทรงจำ การโจมตีระยะไกลมีไว้ให้สำหรับคนทั่วไปในกองทัพใช้ปกป้องค่ายทหาร หัวและท้ายของธนูจะมีมีดปลายแหลมติดเอาไว้ เพื่อไว้ใช้โจมตีและป้องกันเผื่อศัตรูเข้ามาในระยะประชิด แต่สุดท้ายพวกเขาก็ตายด้วยน้ำมือของ ‘มารกระหายเลือด’ อยู่ดี

 

สายตาของกู่ฉิงซานกวาดผ่านสกิลทั้งสี่ และหยุดนิ่งตรง ‘คู่นางแอ่นเหิน’

 

สกิลนี้ต้องการถึง6แต้มวิญญาณในการเรียนรู้ ซึ่งอยู่เหนือขีดจำกัดแต้มวิญญาณของกู่ฉิงซาน

 

“น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าปราณปรับแต่งขั้นแรกจะยังไม่สามารถเรียนรู้ได้ ฉันควรจะเริ่มต้นฝึกวรยุทธเพื่อเพิ่มขีดจำกัดแต้มวิญญาณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ซะแล้ว”

 

กู่ฉิงซานส่ายหัว

 

สิ่งที่เรียกว่าระดับปราณปรับแต่งนี้เป็นขอบเขตขั้นต่ำสุดของผู้ฝึกยุทธ

 

เหนือจากขั้นปราณปรับแต่ง ก็จะเป็น ซูจี(ขั้นก่อตั้ง) จินตัน(ขั้นแก่นทองคำ) หยวนหยิง(ขั้นก่อกำเนิด) ฮั่วเฉิน(ขั้นก้าวสู่เทพ) และขอบเขตอื่นๆที่จะกล่าวในภายหลัง

 

ข่าวดีก็คือ แม้ว่ากู่ฉิงซานจะยังเป็นเพียงผู้เล่นชั้นพื้นฐานของผู้ฝึกยุทธ แต่ความสามารถดังกล่าวนี้ก็ยังติดตัวกลับไปยังโลกจริงด้วย

 

ปราณปรับแต่งขั้นแรก สามารถรับรู้ถึงพลังวิญญาณและใช้งานมันได้!

 

หากเขาได้ถูกส่งข้ามเวลาย้อนอดีตมาจริงๆ ต่อให้ทั้งตัวของเขาจะไม่สวมใส่อุปกรณ์ใดๆ สูญเสียสกิลทั้งหมดที่เคยมีมา กู่ฉิงซานก็ยังยินดีเต็ม 10000 ส่วน

 

หลังจากทั้งหมดนี้ มนุษย์ทุกคนนั้นมีเรื่องที่ทำให้เกิดความรู้สึกเสียใจและไม่ยินยอม เมื่อใดก็ตามที่ต้องออกจากห้วงความฝันหวานในยามค่ำคืน กู่ฉิงซานเองก็ไม่เป็นข้อยกเว้น เขาทำได้เพียงเลียบาดแผลที่ร้าวลึกในหัวใจ รอยแผลที่ไม่อาจรักษาได้อย่างเงียบๆ

 

ถ้าเขาถูกส่งย้อนกลับมาอีกครั้งจริงๆ …

 

กู่ฉิงซานส่ายหัว ก่อนที่จะพยายามควบคุมอารมณ์ แล้วคว้าธนูกองทัพขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเอาชีวิตรอด

 

ด้วยระดับปราณปรับแต่งขั้นแหนึ่งในเวลานี้ หากบังเอิญต้องปะทะกับมารตรงๆ แม้จะวิ่งหนีก็ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

ดาบ กระบี่ และหอกนั้นเป็นอาวุธต่อสู้ระยะประชิด แต่หากเป็นผู้ฝึกยุทธขั้นต่ำสุดต่อสู้กับมารเพียงลำพังล่ะก็ เขาคงทำได้เพียงสร้างรอยขีดข่วนเล็กๆแก่มัน ส่วนเรื่องเรียกเลือดมารในการต่อสู้ตัวต่อตัวน่ะหรือ คงไม่ต้องพูดถึงหรอกกระมัง?

 

เมื่อเผชิญหน้ากับมาร ความประมาทเพียงนิดก็อาจตกตายได้

 

ตัวกู่ฉิงซานในเวลานี้ มิได้เป็นถึงนักดาบนิรันด์ มิได้เป็นตัวตนในตำนานที่คอยนำทัพปกป้องประเทศดังแต่ก่อนอีกแล้ว

 

ขณะนี้ เขาเป็นเพียงทหารธรรมดาๆดังเช่นทหารคนอื่นๆในค่าย แตกต่างกันเพียงทหารคนอื่นๆมิได้เป็นผู้ฝึกยุทธ ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องยากมากสำหรับกู่ฉิงซานที่มีระดับเพียงปราณปรับแต่งขั้นแรกที่จะสามารถปกป้องที่แห่งนี้ได้

 

เหลือเวลาอีกไม่นาน ข่ายอาคมอำพรางคงหมดสภาพลง อย่างน้อยก็หนึ่งถึงสองวัน หรืออาจมากกว่านั้นเล็กน้อย เมื่อถึงเวลานั้นศิลาวิญญาณก็จะหยุดทำงาน

 

เมื่อข่ายอาคมหยุดลง มารทุกชนิดก็จะมารวมกัน

 

กู่ฉิงซานจู่ๆก็พบว่าเวลานี้ตัวเขาเองอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตราย

 

ดูเหมือนว่าจะเกิดการต่อสู้ขึ้นในระยะเวลาอันใกล้ แทนที่จะรอป้องกันค่ายโดยอาศัยการโจมตีระยะไกล สู้อาศัยช่วงเวลาที่ข่ายอาคมอำพรางยังทำงานอยู่ เร่งยกระดับตัวละครให้สูงขึ้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ดีกว่า

 

เมื่อคิดถึงจุดนี้ กู่ฉิงซานก็ตัดสินใจได้ในที่สุด

 

“ฉันขอเลือกเรียนรู้สกิล ทรงตัว และยิงต่อเนื่อง”

 

ในวินาทีนั้นเอง กระแสความร้อนจากธนูกองทัพก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของกู่ฉิงซาน ก่อนที่จะหมุนคว้างเป็นวงกลม และแพร่กระจายไปในทะเลแห่งความรู้

 

กู่ฉิงซานจ้องมองฉากนี้อย่างโง่งม ก่อนที่จู่ๆก็ยกคันธนูขึ้น และยิงลูกศรขนนกออกไป

 

ซิบ!

 

ลูกศรจมลึกเข้าไปในแผ่นไม้แผ่นหนึ่งในตัวบ้าน

 

แต่เขายังไม่หยุดมือเพียงเท่านั้น จู่ๆศรขนนกก็เปล่งแสงออกมาราวกับสายน้ำ ก่อนที่มันจะถูกยิงออกไปอย่างต่อเนื่อง

 

ซิบ ซิบ ซิบ ซิบ!

12ดอกในหนึ่งลมหายใจ แต่มือที่กำคันธนูของกู่ฉิงซานกลับยังแข็งเป็นหิน ไม่ขยับและสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

 

‘นี่ก็คือผลของสกิล ยิงต่อเนื่องกับทรงตัว อย่างนั้นสินะ’ เลือดลมของกู่ฉิงซานอดไม่ได้ที่จะเดือดพล่าน

 

‘วิชายุทธเทพสงคราม’ ช่างทรงพลังอย่างแท้จริง!

 

ตราบใดที่มีแต้มพลังวิญญาณเพียงพอ เขาก็จะสามารถเรียนรู้สกิลจากอาวุธได้ในทันที แบบนี้มันไม่ได้หมายความว่า เขาจะสามารถนำสกิลเหล่านั้นไปใช้ในโลกจริงได้หรอกหรือ?

 

จบบทที่ หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.3 - หน้าต่างระบบเทพสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว