- หน้าแรก
- นรกส่งฉันมาทวงแค้น
- บทที่ 623 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 623 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
บทที่ 623 ความยึดติดในใจของกู้เจินเจิน (ฟรี)
หลังจากไน่เหอพูดจบ บรรยากาศในสถานีตำรวจก็เหมือนถูกแช่แข็งในทันที
ตำรวจสองนายมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกเขาทำงานมาหลายปี เจอเรื่องราวครอบครัวซับซ้อนมานับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีแม่เสียชีวิต พ่อไม่ยอมรับลูก แน่นอนว่าหลังตรวจ DNA บางคนก็ใช่ลูกจริงๆ บางคนก็ไม่ใช่
แต่พวกเขาไม่เคยเจอแม่คนไหนปฏิเสธลูกตัวเองอย่างเด็ดขาดขนาดนี้มาก่อน
ทุกคนต่างคิดว่า แม่เด็กคงเสียใจกับคำพูดของลูกเมื่อครู่ เลยพูดประชดออกมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
...
จ้าวรุ่ยหลินยืนนิ่งอึ้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เขาคาดไม่ถึงเลยว่า แม่จะไม่ยอมรับเขา
ถึงปากจะบอกว่า แม่ไม่เอาผมแล้ว ผมก็ไม่เอาแม่แล้ว
แต่ในใจเขารู้ดีว่าแม่ไม่มีทางทิ้งเขา และเขาก็ไม่ได้เกลียดแม่จริงๆ
แม้แม่จะไม่ให้กินขนม ไม่ยอมซื้อของเล่นให้เยอะๆ แถมยังบังคับให้เรียนหนังสือ
แต่แม่ทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน เล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง และเฝ้าไข้เขาตลอดทั้งคืนเวลาป่วย
เขารู้ว่าแม่รักเขา เขาแค่แกล้งพูดแบบนั้นเพื่อให้แม่กลัว เพื่อให้แม่ตามใจเขาบ้าง แต่แม่กลับบอกว่าไม่เอาเขาแล้ว
ความน้อยใจและความกลัวถาโถมเข้ามาทันที ร่างเล็กพุ่งเข้ากอดเอวแม่ ร้องไห้โฮน้ำตาไหลพราก
ไน่เหอจะดันเขาออก แต่จ้าวรุ่ยหลินกอดแน่นมาก เธอไม่กล้าออกแรงเยอะกลัวเด็กเจ็บ จึงใช้นิ้วกดจุดหลับบนตัวเด็ก มือเล็กที่กอดเอวเธอไว้แน่นค่อยๆ คลายออก ร่างกายโงนเงน ก่อนจะล้มลง ไน่เหอก็รับตัวไว้ทัน
ตำรวจดูไม่ออกว่าไน่เหอทำอะไร นึกว่าเด็กร้องไห้จนหลับไป ต่างถอนหายใจโล่งอก แล้วเริ่มเกลี้ยกล่อม
“เด็กยังเล็ก ย่อมมีบ้างที่จะดื้อซนทำผิด แต่คนเป็นพ่อแม่ต้องชี้แนะ สั่งสอน ปลูกฝังค่านิยมและความประพฤติที่ถูกต้อง ไม่ใช่เอะอะก็บอกไม่เอาลูก การทำแบบนี้จะทำให้เด็กขาดความมั่นคงทางใจ และสร้างปมด้อยในวัยเด็กได้นะครับ”
ไน่เหอยิ้มไม่พูดอะไร อุ้มจ้าวรุ่ยหลินเดินจากไป
ในความคิดของเธอ เด็กบางคนเลี้ยงด้วยความรักจะเติบโตงดงาม เป็นคนมีความรับผิดชอบ มีน้ำใจ และมองโลกในแง่ดี
แต่เด็กบางคน ยิ่งให้ความรักยิ่งเห็นแก่ตัว เอาแต่ใจตัวเอง ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เคยชินกับการเป็นผู้รับโดยไม่รู้จักให้ สุดท้ายก็กลายเป็น "ลูกทรพี"
เหมือนจ้าวรุ่ยหลินที่กู้เจินเจินเลี้ยงมา
กลับถึงบ้าน วางจ้าวรุ่ยหลินลงบนเตียง ไน่เหอเดินออกมาจากห้อง สั่งอาหารเดลิเวอรี่จากโรงแรมหรูมาหลายอย่าง เปิดซีรีส์สั้นเรื่องใหม่ดูไปกินไป กินไปได้ครึ่งทาง ก็เห็นจ้าวรุ่ยหลินเดินออกมาจากห้อง
...
จ้าวรุ่ยหลินลืมตาตื่น พบว่าตัวเองกลับมาอยู่บ้านเดิม นอนบนเตียงเดิม วินาทีนั้นเขาดีใจมาก
เขามองไปรอบห้อง เห็นรถเหล็กโมเดลและเลโก้ที่ต่อเสร็จแล้ววางเรียงรายอยู่บนชั้นโชว์
เขารู้สึกดีใจจากใจจริง เทียบกับบ้านน้าเหมียวแล้ว เขาชอบบ้านตัวเองมากกว่า
แต่พอเดินออกมาจากห้อง เห็นแม่นั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะ ความน้อยใจและความไม่พอใจก็พัดพาความดีใจเมื่อครู่หายไปจนหมด
เขาทำท่าจะเบะปากอาละวาด แต่พอนึกถึงคำพูดแม่ที่บอกตำรวจว่าไม่เอาเขา ก็สงบเสงี่ยมลงทันที
เขาค่อยๆ ขยับไปที่โต๊ะอาหาร เงยหน้ามองแม่แล้วพึมพำ “แม่ ผมหิว”
“ไปล้างมือเอง”
เขาล้างมือเสร็จ มานั่งที่โต๊ะ เห็นหมูสามชั้นน้ำแดงของโปรด ก็ยื่นมือจะดึงกล่องมาใกล้ๆ แต่ตะเกียบยังไม่ทันแตะโดนหมู กล่องก็ถูกดึงกลับไปที่เดิม
“ผมจะกินหมูสามชั้น”
พอไม่มีใครสนใจ จ้าวรุ่ยหลินกัดปาก ระหว่างร้องไห้อาละวาดกับอดทน เขาเลือกอย่างหลัง
เพราะคราวที่แล้วเขาบอกไม่กิน แม่ก็ไม่ให้กินจริงๆ เขาโทรฟ้องพ่อ สุดท้ายพ่อลูกโดนไล่ออกจากบ้าน เขาเลยจำใจยืดแขนไปคีบ
แต่หมูยังคีบไม่ถึงชาม ก็ร่วงลงบนโต๊ะ ส่วนแม่ที่นั่งตรงข้ามกลับทำเหมือนไม่เห็น ไม่สนใจเขาเลย ความอดทนที่สะสมมาก็ระเบิดออก
“แม่! ผมจะกินหมูสามชั้น!”
“ไม่มีจานไหนเป็นของแกคนเดียว อยากกินอะไรคีบเอง คีบไม่ถนัดก็ใช้ช้อน”
จ้าวรุ่ยหลินจ้องไน่เหอตาไม่กะพริบ ปากเบะเหมือนโดนรังแกหนักหนา ยื้อยุดกันอยู่พักใหญ่ แม่ก็ยังไม่ยอมมาโอ๋ หน้าแดงก่ำตะโกนลั่น “ผมเกลียดแม่!”
“ฉันก็เกลียดแก”
จ้าวรุ่ยหลินทิ้งชามตะเกียบ วิ่งหนีเข้าห้องไปทันที
ไน่เหอไม่สนใจ กินข้าวต่อจนอิ่ม เก็บขยะทิ้ง แล้วกลับห้องไปดูซีรีส์ต่อ
กลางดึกจ้าวรุ่ยหลินมาเคาะประตูบอกหิว ไน่เหอไม่แม้แต่จะเปิดประตู จ้าวรุ่ยหลินที่ยังไม่รู้ว่าพ่อตายแล้ว โทรหาพ่อไม่หยุด จนหลับไปก็ไม่มีคนรับสาย
เช้าวันต่อมา ไม่ต้องให้ไน่เหอปลุก เขาตื่นเองแต่เช้า เห็นอาหารเช้าบนโต๊ะเป็นโจ๊กข้าวฟ่างที่เขาไม่ชอบ ก็ไม่อาละวาด
ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องร้องกินโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหรือโจ๊กทะเล โจ๊กข้าวฟ่างนี่ไม่แตะสักคำ แต่วันนี้กินจนเกลี้ยง ไม่เหลือสักเม็ด
กินเสร็จ เขามองไน่เหอ อยากพูดแต่ไม่อยากเป็นฝ่ายเริ่ม ยืนจ้องหน้ากันอยู่นาน สุดท้ายเขาก็เป็นฝ่ายถาม
“พ่อผมล่ะ? ทำไมพ่อไม่รับโทรศัพท์ผม?”
“พ่อแกโดนรถชนตายเมื่อวาน”
จ้าวรุ่ยหลินยืนนิ่งอึ้ง มองไน่เหออย่างว่างเปล่า เหมือนฟังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจแต่ไม่อยากยอมรับความจริง
ไน่เหอก็ไม่พูดอะไร รอให้เขาทำความเข้าใจเองเงียบๆ
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงร้องไห้โฮออกมา “พ่อยังไม่ตาย แม่โกหก แม่นิสัยไม่ดีที่สุดเลย”
ตะโกนจบก็กดนาฬิกาโทรศัพท์โทรหาพ่อรัวๆ แต่ก็เหมือนเมื่อวาน ไม่มีคนรับสาย
โทรไปเป็นสิบสาย เขาเดินมาหาไน่เหออีกครั้ง “ผมจะหาพ่อ พาผมไปหาพ่อหน่อย”
“พ่อแกตายแล้วนะ แน่ใจเหรอว่าจะไปหา? ไม่กลัวเหรอ?”
จ้าวรุ่ยหลินตัวสั่นเล็กน้อย แต่จ้องไน่เหอกลับด้วยสายตาดื้อรั้นไม่ยอมแพ้
“ถ้าแกอยากไปก็ไป ฉันไม่ขัดข้อง”
ถ้าเป็นเด็กคนอื่น คงไม่แนะนำให้ไปสถานที่แบบนั้น เพราะกลัวติดสิ่งไม่ดีกลับมา
แต่มีเธออยู่ แค่ไอ้หนูนี่อยากไป ก็ไม่มีที่ไหนที่ไปไม่ได้