เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ความจริงไม่ใช่การ์ตูน ไม่มีฉากปรับความเข้าใจแล้วกลับมารักกันหวานชื่นหรอกนะ

บทที่ 30 ความจริงไม่ใช่การ์ตูน ไม่มีฉากปรับความเข้าใจแล้วกลับมารักกันหวานชื่นหรอกนะ

บทที่ 30 ความจริงไม่ใช่การ์ตูน ไม่มีฉากปรับความเข้าใจแล้วกลับมารักกันหวานชื่นหรอกนะ


บทที่ 30 ความจริงไม่ใช่การ์ตูน ไม่มีฉากปรับความเข้าใจแล้วกลับมารักกันหวานชื่นหรอกนะ

ห้องนั่งเล่น

หลังจากถังเหยาเอ่ยถาม ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมชั่วขณะ

หลี่เจียงที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องครัวมีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกตะลึง... เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวหน้าตาน่ารักขนาดนี้จะพูดจาได้ขวานผ่าซากขนาดนี้

ส่วนอาจารย์โอว ดูเหมือนจะพูดไม่ออกไปแล้ว?

...หา?

หลี่เจียงยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูครัว รู้สึกทำตัวไม่ถูก จะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี

ผ่านไปครู่ใหญ่

ในที่สุดเขาก็รวบรวมความกล้า มือไม้สั่นเทาขณะยกน้ำชาเข้าไปให้ทั้งสองคน

"เอ่อ... น้ำชาครับ"

เขาวางถ้วยชาที่มีควันกรุ่นสองถ้วยลงตรงหน้าพวกเขาอย่างระมัดระวัง

โอวฉงฉวนไม่ได้สนใจเขา สายตายังคงจ้องเขม็งไปที่ถังเหยา

กลับเป็นถังเหยาที่หันมากล่าวขอบคุณ

เพราะนี่เป็นเรื่องของมารยาท

"ทำไม... คุณถึงรู้?"

การปรากฏตัวของหลี่เจียงดูเหมือนจะช่วยทำลายบรรยากาศที่ตึงเครียดลงได้บ้าง โอวฉงฉวนจึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง

"ฉันเป็นบรรณาธิการค่ะ ถึงจะเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นาน แต่ฉันก็จะทำในสิ่งที่ควรทำ และแบกรับความรับผิดชอบที่ควรแบกรับ"

ถังเหยาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ตอนที่รู้ว่าจะต้องมาดูแลงานของคุณ ฉันอ่านผลงานเรื่องยาวเก่าๆ ของคุณทั้งหมด รวมถึงเรื่องสั้นสองเรื่องก่อนหน้านี้ด้วย ข้ามเรื่องที่จบไปแล้ว มาดูที่ 'บทขุมนรก' ที่กำลังจะจบลงตอนนี้ ตั้งแต่ฉบับที่ 102 เมื่อปลายเดือนที่แล้ว คุณจงใจวาดสีหน้าของพระเอกตอนเห็นนางเอกคุยกับพระรอง แม้จะไม่ได้บรรยายออกมาตรงๆ แต่เห็นได้ชัดว่าคุณพยายามอย่างมากที่จะสื่อให้เห็นถึงความอึดอัดใจของเขาทางอ้อม"

ปากของโอวฉงฉวนเผยอขึ้นเล็กน้อย อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา

เพราะเขาเริ่มปูพื้นความขัดแย้งในใจของพระเอกตั้งแต่ฉบับนั้นจริงๆ

"ทำไม..."

"คุณเป็นแผ่นเสียงตกร่องหรือไงคะ? บอกแล้วไงว่าฉันเป็นบรรณาธิการ"

ถังเหยาสูดหายใจเข้าลึกๆ "ฉันจะไม่ก้าวก่ายสิ่งที่คุณอยากวาด และไม่มีความสนใจจะเข้าไปแทรกแซงด้วย แต่ด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ และเพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย อย่างเช่นกรณีที่คุณเสนอหัวข้อหารือเอง ฉันจำเป็นต้องเข้าใจผลงานของคุณเพื่อที่จะให้คำแนะนำได้ หรืออย่างฉบับล่าสุดที่คุณออกทะเลไปไกล ฉันก็ต้องเข้าใจผลงานเพื่อที่จะให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ได้เช่นกัน"

โอวฉงฉวน: "..."

"ด้วยเหตุผลที่ดูเด็กน้อยและน่าขำพรรค์นั้น คุณกลัวว่าฉันจะไปครอบงำความคิดคุณ แต่คุณกลับลืมไปว่าบรรณาธิการคือนักอ่านคนแรก"

ถังเหยาจ้องหน้าโอวฉงฉวน "ทัศนคติของคุณมันก็เหมือนกับการที่คุณถอดเบรกและเบาะคนนั่งข้างออกด้วยตัวเอง แล้วขับรถไร้เบรกพุ่งขึ้นทางด่วน แถมยังหลงคิดว่าตัวเองแน่เสียเต็มประดา และยังมีความคิดเพี้ยนๆ ว่าเบรกจะลุกขึ้นมาแย่งพวงมาลัยคุณ เพียงเพราะเบรกเคยพังแค่ครั้งเดียว

คุณทำบ้าอะไรอยู่คะ? เบรกมันพังแล้วงอกมือออกมาได้หรือไง?"

ใบหน้าของโอวฉงฉวนค่อยๆ แดงก่ำ

ส่วนหลี่เจียงเบิกตากว้าง รู้สึกว่าสถานการณ์ชักจะไปกันใหญ่ เตรียมจะส่งสายตาห้ามถังเหยาไม่ให้พูดต่อ

"การดำเนินเรื่องที่ไร้ที่มาที่ไปในฉบับนี้ จุดเริ่มต้นมันผิดตั้งแต่แรกแล้ว! บทก่อนหน้านี้คุณไม่เคยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เลย แล้วจู่ๆ จะให้พระเอกมาใส่ใจตอนนี้เนี่ยนะ?"

แต่ถังเหยาทำเป็นมองไม่เห็นสัญญาณจากหลี่เจียงและพูดต่อ "คุณอ่านคอมเมนต์คนอ่านใช่ไหมล่ะ? พวกเขาท้วงเรื่องนี้ขึ้นมา แถมยังมีคอมเมนต์แซมๆ ว่าเนื้อเรื่องเริ่มน้ำเน่า พระเอกดูเป็นพ่อพระเกินไป คุณก็เลยเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา เริ่มเพิ่มความดราม่าให้พระเอก พร้อมกับสร้างจุดเปลี่ยนที่ขัดแย้งกับก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง จนออกมาเละเทะเหมือนกองขี้แบบนี้ไง"

ใบหน้าของโอวฉงฉวนเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ "แล้วจะทำไม? ฉันไม่ควรเปลี่ยนงั้นเหรอ? ต้องให้ย่ำอยู่กับที่เหรอ? การไม่เปลี่ยนแปลงมันดียังไง?"

"คิดจะเปลี่ยนน่ะไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ปัญหาของคุณคือ..."

ถังเหยาเชิดคางเรียวสวยขึ้นเล็กน้อย มองเขาด้วยสายตาเหมือนมองขยะ "คุณเมินเฉยต่อความเห็นของบรรณาธิการโดยสิ้นเชิง เพียงเพราะเหตุผลปัญญาอ่อนที่กลัวว่าจะโดนชักจูง จนไม่แม้แต่จะเปิดดู ไม่มีความกล้าแม้แต่จะประเมินมันด้วยซ้ำ"

"แล้วถ้าดูแล้วจะทำไม? มันจะเปลี่ยนอะไรได้?"

โอวฉงฉวนเริ่มพาลด้วยความอับอายระคนโกรธ "ถ้าฉันคุยกับเธอ บอกเธอว่าฉันอยากวาดอะไรจริงๆ คนนอกอย่างเธอจะให้คำแนะนำที่มีประโยชน์อะไรได้? เธอก็คงบอกให้ฉันแก้! ห้ามฉันไม่ให้ทำ! มันจะมีความหมายอะไร?"

ถังเหยาย้อนถาม "แล้วคุณลองหรือยังล่ะคะ?"

"ไม่จำเป็นต้องลอง! ในเมื่อเธอมั่นใจนัก ก็บอกมาสิ! ว่าฉันควรทำยังไง!"

โอวฉงฉวนยังคงดื้อรึง "เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เธอก็นั่งชี้นิ้วสั่งได้สิ! ยังไงคนที่โดนด่าก็ไม่ใช่เธอนี่! บอกมาสิ! ว่าต้องทำยังไง!"

ถังเหยาดันซองเอกสารตรงหน้าไปทางเขา

"..."

โอวฉงฉวนมองถังเหยาที่มีสีหน้าเรียบเฉย สลับกับมองต้นฉบับแก้ไขที่เธอยื่นมาให้ แล้วพูดอย่างเหลือเชื่อ "เธอล้อฉันเล่นหรือเปล่า!"

ถังเหยาไม่ตอบ

"ได้! ฉันจะดู! ว่าเธอเขียนอะไรมา!"

โอวฉงฉวนกระชากซองเอกสารบนโต๊ะด้วยความโมโห ฉีกซองออกอย่างรุนแรง ดึงต้นฉบับแก้ไขข้างในออกมา พลิกดูพลางพูดด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า "เธอคิดว่าตัวเอ..."

ทว่า

เสียงของเขาขาดห้วงไปกลางคัน

จู่ๆ เขาก็เงียบเสียงลง

โอวฉงฉวนถือต้นฉบับแก้ไขค้างไว้ ตัวแข็งทื่ออยู่บนโซฟาราวกับถูกสาปเป็นหิน

อีกด้านหนึ่ง หลี่เจียงที่ตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจและเตรียมจะลากโอวฉงฉวนแยกออกมาทุกเมื่อ ก็ชะงักไปเช่นกัน มองดูโอวฉงฉวนที่นิ่งไปกะทันหันด้วยความงุนงง

โอวฉงฉวนไม่สังเกตเห็นสายตาของหลี่เจียง เขาจ้องมองต้นฉบับแก้ไขในมืออย่างเหม่อลอย

[อย่าใช้ความตายของตัวละครมาสร้างมิติให้ตัวละครอื่น มันโง่เกินไป]

[ความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกไม่สามารถยกระดับได้ด้วยเหตุการณ์การตาย และความสัมพันธ์ของพระรองกับนางเอกก็ไม่สามารถคลี่คลายได้ด้วยวิกฤต ด้วยเหตุผลเดียวกัน]

[ถ้าต้องการให้พระเอกสลัดภาพลักษณ์พ่อพระ สามารถใช้วิธีอื่นได้ วิธีปัจจุบันมันรุนแรงเกินไป ดูรายละเอียดด้านล่าง]

[ห้ามใช้ 'เสียงทอดถอนใจแห่งความระทม' ที่ปรากฏในบทแรกมาชุบชีวิตพระเอกเด็ดขาด มันจะทำให้การปูเรื่องในบทที่สองกลายเป็นเรื่องตลก]

[ 'กงล้อธรณีพยากรณ์แห่งนรก' ที่กล่าวถึงตอนต้นบทที่สาม ยังไม่ปรากฏในบทนี้]

[...]

หน้าแรกของต้นฉบับแก้ไข

เต็มไปด้วยข้อเสนอแนะยิบย่อยเต็มหน้ากระดาษ

ถ้าเป็นแค่ข้อเสนอแนะ โอวฉงฉวนคงไม่อึ้งขนาดนี้

แต่... ทุกสิ่งที่เขียนอยู่บนนั้น คือสิ่งที่เขากำลังเตรียมจะวาดต่อไป และหลายอย่างเขาไม่เคยบอกใครมาก่อน แค่เคยเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้และมีอยู่แค่ในหัวของเขาเท่านั้น

มันตรงกับความคิดของเขาเปี๊ยบ

แม้แต่บางอย่างที่เขาเองลืมไปแล้ว อย่างเช่นการตั้งค่าของ 'กงล้อธรณีพยากรณ์แห่งนรก'... ก็ยังปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษ

"..."

โอวฉงฉวนมองหน้าแรกอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ พลิกไปหน้าถัดไป

[เปลี่ยนเหตุการณ์ความตายเป็นกลไก บอสใหญ่ของขุมนรกดูธรรมดาเกินไป แนะนำให้เปลี่ยนจากสายพลังทำลายล้างเป็น 'ตัวตนที่ไม่อาจเข้าใกล้' และ 'ร่างอวตารแห่งความชั่วร้ายทั้งมวล' - หมายความว่าผู้ที่เข้าใกล้จะต้องเผชิญหน้ากับความกลัวและความมืดในจิตใจตัวเอง ตกอยู่ในภาพลวงตาที่สร้างจากความมืดและความกลัวของตน]

[...]

หน้าแรกชี้ปัญหา หน้าต่อๆ มาเป็นข้อเสนอแนะในการแก้ไข... เนื้อหาละเอียดมาก และที่น่าตกใจคือมีภาพประกอบสาธิตมาให้ด้วย

ใครดูก็รู้ว่าคนทำทุ่มเทและทำการบ้านมาหนักขนาดไหน

โอวฉงฉวนอึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วเริ่มอ่านทีละคำ ทีละบรรทัด

จากนั้น

ยิ่งอ่าน ดวงตาของเขาก็ยิ่งเบิกกว้าง แววตาเริ่มเป็นประกาย ลมหายใจค่อยๆ ถี่กระชั้นขึ้น

เมื่อกี้เป็นเพราะความโกรธ แต่ตอนนี้เป็นเพราะความตื่นเต้น

หลี่เจียงสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของโอวฉงฉวนอย่างชัดเจนและยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม เขาค่อยๆ หันไปมองถังเหยา - เธอใช้เวทมนตร์อะไรกันแน่?

ถังเหยาไม่ได้สนใจ

และประมาณสิบห้านาทีต่อมา

ในที่สุดโอวฉงฉวนก็เงยหน้าขึ้น มือกำต้นฉบับแก้ไขแน่นราวกับเป็นฟางเส้นสุดท้าย น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ร่างอวตารแห่งความชั่วร้าย... หมายความว่ายังไง?"

...เหมือนกันเปี๊ยบ

เหมือนกันจริงๆ!

ข้อเสนอแนะในการแก้ไขช่วงท้ายของต้นฉบับนี้ ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการจะสื่ออย่างสมบูรณ์แบบ แต่เทคนิคชั้นเชิงนั้นเหนือกว่ามาก

และที่สำคัญที่สุด หากทำตามตรรกะของต้นฉบับแก้ไขนี้ มันจะเชื่อมโยงกับการดำเนินเรื่องในฉบับปัจจุบันได้อย่างลงตัว และช่วยเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับจิตใจผู้อ่านในฉบับนี้ได้

"ฉันจำได้ว่าเขียนไว้ชัดเจนมากแล้วนะคะ"

ถังเหยาตอบกลับ "เรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องถามเพื่อยืนยันหรอกค่ะ"

"งั้น..."

ดวงตาของโอวฉงฉวนยังคงแดงก่ำ แต่ต่างจากเมื่อครู่ มันไม่ได้เต็มไปด้วยความวิตกกังวลอีกต่อไป แต่กลับมีประกายแห่งความหวัง

เขาอยากจะถามอะไรอีก

แต่ถังเหยาลุกขึ้นยืนเสียก่อน และถามสวนสายตาประหลาดใจของโอวฉงฉวนว่า "รบกวนยืนยันด้วยค่ะ ว่าข้อเสนอแนะในการแก้ไขได้ส่งถึงมือแล้วใช่ไหมคะ?"

โอวฉงฉวนเผลอตอบไปตามสัญชาตญาณ "ส่งถึงแล้ว..."

"งั้นก็เชิญพิจารณาตามสมควรค่ะ"

ถังเหยาพยักหน้าและพูดต่อ "แน่นอนว่าถ้าคุณอยากวาดตามความคิดเดิมของคุณ ก็เชิญตามสบายค่ะ"

พูดจบ

เธอก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไป

"เดี๋ยวสิ"

โอวฉงฉวนมองถังเหยาที่กำลังจะจากไปด้วยความประหลาดใจ และเริ่มร้อนรน "จริงๆ แล้วฉันยังมีคำถามอีกหน่อยที่ต้องยืนยันกับเธอ..."

"ยืนยันเหรอคะ?"

ถังเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาชี้ไปทางหลี่เจียงที่กำลังตกตะลึง "ฉันมาหาคุณสี่ครั้ง สามครั้งโดนกันไว้ที่หน้าประตู ได้เจอแค่ผู้ช่วยหลี่ และยกเว้นครั้งแรก อีกสามครั้งหลังฉันฝากต้นฉบับแก้ไขที่คุณถืออยู่ในมือนั่นไว้กับผู้ช่วยหลี่ ตอนนี้คุณต้องการจะยืนยันกับฉันเหรอคะ? ฉันควรจะต้องนั่งตัวตรง ตั้งใจฟังสิ่งที่คุณอยากจะพูดงั้นสิ?"

โอวฉงฉวน: "..."

"เลิกล้อเล่นเถอะค่ะ"

ถังเหยามองลงมาที่โอวฉงฉวน สีหน้าเย็นชาราวกับมองขยะ "คุณเป็นนักเขียนการ์ตูนผู้ยิ่งใหญ่ คุณใช้สถานะของคุณไล่บรรณาธิการให้ไปไกลๆ ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพอคุณแกล้งทำเป็นถ่อมตัวขอคำแนะนำ แล้วความจริงจะเป็นเหมือนในการ์ตูน ที่พอปรับความเข้าใจกันแล้วก็จะกลับมารักกันหวานชื่น ความจริงไม่ใช่การ์ตูนค่ะ

แม้ฉันจะเป็นคนนอก แม้ฉันจะไม่เข้าใจการสร้างตัวละคร พล็อตเรื่อง และยิ่งไม่รู้เรื่องการวาดรูป กินข้าวมาน้อยกว่าที่คุณกินเกลือ

แต่ฉันเลือกได้ว่าจะทุ่มเทให้ใคร และไม่ต้องสงสัยเลยว่า คุณไม่คุ้มค่าพอ... และไม่มีคุณสมบัติพอ

ที่ให้ต้นฉบับแก้ไขนี้กับคุณ ท้ายที่สุดก็แค่เพื่อคนอ่าน และเพื่อตัวฉันเองที่เพิ่งเป็นบรรณาธิการครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อนและได้ทุ่มเทลงไป

และเพื่อให้คุณรู้ด้วยว่า สัปดาห์ที่แล้วคุณทำเรื่องโง่เง่าอะไรลงไป

สัปดาห์ที่แล้ว ถ้าคุณแค่ปรายตามองต้นฉบับแก้ไขนี้สักนิด เรื่องราวมันคงต่างออกไป แต่ความเย่อหยิ่ง ทิฐิของคุณ บีบให้เรื่องมันดำเนินมาถึงจุดนี้"

โอวฉงฉวนกำต้นฉบับในมือแน่น มองลายมือสวยงามบนนั้น แล้วนิ่งอึ้งไป

ถ้าเขาอ่านมันตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว...

โอวฉงฉวนนึกถึงเนื้อหาในต้นฉบับแก้ไข แล้วนึกถึงสิ่งที่เขาวาดลงไปในฉบับนี้... ความเสียใจเริ่มถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง

เขาเผลอก้มหน้าลง ดู... สิ้นสภาพ

ส่วนหลี่เจียงมองถังเหยาที่แผ่รังสีความเย็นชาออกมาดุจเทพธิดาน้ำแข็ง เขาก็อึ้งไปเช่นกัน ก่อนจะรีบหันหน้าหนี ไม่กล้ามองอีก

"ถามใจตัวเองดูเถอะค่ะ ถ้าคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ตอนนี้เป็นคุณเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สถานการณ์จะเป็นยังไง"

ถังเหยามองโอวฉงฉวนที่ก้มหน้าต่ำและกำต้นฉบับแน่น แล้วพูดเสียงเย็น "คิดให้ดีๆ อีกที ที่คุณพยายามรั้งฉันไว้ตอนนี้ เพราะคุณรู้ว่าคุณผิด หรือเพราะต้นฉบับแก้ไขนั่นช่วยให้คุณหลุดพ้นจากหายนะที่จะโดนคนอ่านรุมด่าได้... น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะความเย่อหยิ่งและทิฐิที่ฝังรากลึกในกระดูกของคุณเหมือนกับติงอี้หลง มันไม่มีวันหายไปหรอกค่ะ มันแค่สงบลงชั่วคราวเวลาเกิดเรื่องเท่านั้นแหละ

ยอมรับเถอะค่ะ ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ คุณก็จะเลือกทางเดิม ด้วยเหตุผลน่าขันพรรค์นั้น ใช้สถานะนักเขียนการ์ตูนมาหยามเกียรติบรรณาธิการหน้าใหม่

ตอนนี้คุณแค่กำลังจมอยู่กับความรู้สึกที่ได้รับการช่วยเหลือ เลิกแสดงฉากบรรลุสัจธรรมกะทันหันเถอะค่ะ

เพราะมันน่าสะอิดสะเอียนจริงๆ"

โอวฉงฉวนกำต้นฉบับแน่นขึ้นไปอีก ถังเหยามองไม่เห็นเพราะมุมบัง

แต่หลี่เจียงที่หันหน้าไป เห็นชัดเจนว่าโอวฉงฉวนในวัยห้าสิบกว่าปี เต็มไปด้วยความอับอายขายหน้า

"อีกอย่าง อย่าคิดว่าวาดตามต้นฉบับแก้ไขแล้วจะแก้ปัญหาได้ทุกอย่างนะคะ"

ถังเหยาพูดต่อ "อย่าเห็นคนอ่านเป็นคนโง่ ความเสียหายที่เกิดกับจิตใจคนอ่านจากพล็อตโง่ๆ ของคุณในฉบับนี้มันจะไม่หายไปไหน พวกเขาจะไม่มีวันลืมฉากกุมมือที่คุณวาดทิ้งท้ายไว้ ชื่อเสียงดีงามที่คุณสั่งสมมาด้วยความเป็นมืออาชีพจะแปดเปื้อนด้วยรอยด่างพร้อยแห่งความบ้าคลั่งตลอดไป และคนอ่านจำนวนมากจะเลิกอ่านถาวรเพราะความโกรธ

รอดูแบบสอบถามคนอ่านสัปดาห์หน้า และรดูยอดขายรวมเล่มฉบับหน้าเถอะค่ะ... แต่ทั้งหมดนี้ คุณทำตัวเองทั้งนั้น"

"แค่นี้แหละค่ะ"

"ถ้าคุณรู้สึกโกรธ รู้สึกโดนดูถูก คุณจะฉีกต้นฉบับแก้ไขในมือทิ้งลงถังขยะเหมือนกับครั้งก่อนๆ ที่ฉันมาหาก็ได้นะคะ"

ถังเหยาละสายตากลับมา แล้วทิ้งท้ายว่า "ฉันไม่อยาก และไม่มีความสนใจจะตอบคำถามของคุณในตอนนี้ ความอดทนของฉันหมดไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพายุลูกนี้สงบลง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่รับผิดชอบงานของคุณอีก ต่อให้ติงอี้หลงไม่เปลี่ยนคน ฉันก็จะลาออกเอง ให้บรรณาธิการคนอื่นมาดูแลงานคุณแทน

คุณจะใช้เหตุผลน่าขันนั่นตั้งแง่กับบรรณาธิการคนต่อไปยังไงก็เชิญ... หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะคะ"

หลังพูดประโยคสุดท้ายจบ

ถังเหยาพยักหน้าให้หลี่เจียง กล่าวขอบคุณ "ลาก่อนค่ะ"

จากนั้น

เธอก็หมุนตัวเดินจากไป

และจนกระทั่งถังเหยาหันหลังกลับ โอวฉงฉวนถึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เขามองแผ่นหลังของถังเหยาด้วยสายตาซับซ้อน มองบรรณาธิการที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวตัวเอง อยากจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร

ไม่นาน ถังเหยาก็จากไป

โอวฉงฉวนละสายตากลับมา ก้มมองต้นฉบับแก้ไขในมืออีกครั้ง... ต้นฉบับที่ใครดูก็รู้ว่าทุ่มเททำมาและตรงจุดเป๊ะๆ

เขาเงียบกริบ

ใช่แล้ว

ทำไมเขาถึงไม่ดูมันให้เร็วกว่านี้

ถ้าเขาดูมันเร็วกว่านี้...

โอวฉงฉวนนึกถึงท่าทีผิดหวังและคำด่าทอด้วยความโกรธแค้นของคนอ่าน แล้วนึกถึงสิ่งที่ถังเหยาเพิ่งพูดไป

ถ้าสัปดาห์ที่แล้วเขาได้อ่านต้นฉบับนี้...

ยิ่งคิด

สีหน้าของเขาก็ยิ่งบิดเบี้ยว...

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะ... ความเสียใจ

ในเวลาเดียวกัน

หลังจากเห็นถังเหยาจากไป หลี่เจียงก็หันกลับมามองโอวฉงฉวน

และในจังหวะนี้เอง โทรศัพท์ของโอวฉงฉวนบนโต๊ะก็สั่นขึ้นมา

หลี่เจียงสังเกตเห็น... และเห็นชื่อคนโทรเข้า - ติงอี้หลง

อย่างไรก็ตาม

หลี่เจียงมองโทรศัพท์ แล้วมองโอวฉงฉวนที่กำลังนิ่งเงียบ ตัดสินใจว่าเอาไว้ค่อยเตือนทีหลังแล้วกัน

จบบทที่ บทที่ 30 ความจริงไม่ใช่การ์ตูน ไม่มีฉากปรับความเข้าใจแล้วกลับมารักกันหวานชื่นหรอกนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว