เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 ปัญญาอ่อนหรือเปล่า?

บทที่ 24 ปัญญาอ่อนหรือเปล่า?

บทที่ 24 ปัญญาอ่อนหรือเปล่า?


บทที่ 24 ปัญญาอ่อนหรือเปล่า?

สิบนาทีต่อมา

ถังเหยาที่ปรับอารมณ์ให้เป็นปกติแล้ว ก็เดินกลับเข้ามาในกองบรรณาธิการบิ๊กคอมิค

เนื่องจากเป็นเวลาพักเที่ยง คนในแผนกจึงบางตา

ติงอี้หลงนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะทำงาน สีหน้าย่ำแย่ยิ่งกว่าตอนไหนๆ

ข้างกายเขามีชายวัยสี่สิบกว่าสวมแว่นกรอบบางยืนอยู่ ชายคนนั้นรูปร่างผอมบาง ไม่มีพุงพลุ้ยและกลิ่นอายความมันเยิ้มแบบชายวัยกลางคนทั่วไป แต่กลับแผ่รังสีความน่าเบื่อหน่ายแบบฉบับเด็กสายวิทย์ออกมาแทน

ถังเหยาไม่รู้จักชายคนนี้ แต่ดูจากการแต่งกายและบุคลิกแล้ว ไม่น่าจะเป็นบรรณาธิการ... แถมสีหน้าเขาก็ดูเคร่งเครียดไม่แพ้กัน

"..."

ถังเหยามองสำรวจทั้งสองคน คิ้วเรียวขมวดมุ่น สัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่าง

เธอค่อยๆ เดินเข้าไปหา

เมื่อชายสวมแว่นกรอบบางเห็นถังเหยาเดินเข้ามา แววตาของเขาก็ฉายแววตกตะลึง ดูเหมือนจะแปลกใจว่ามีคนหน้าตาแบบนี้อยู่ในกองบรรณาธิการด้วยเหรอ เขาหันขวับไปมองติงอี้หลงทันที

ราวกับจะถามทางสายตาว่า นี่คือบรรณาธิการเหรอ?

ติงอี้หลงหน้าทะมึน พยักหน้าให้เล็กน้อยแทบมองไม่เห็น

ชายสวมแว่นกรอบบางเข้าใจความหมาย เขามองสำรวจถังเหยาอีกครั้ง แล้วเอ่ยขึ้นโดยไม่รอให้ติงอี้หลงแนะนำ "คุณคงเป็นบรรณาธิการผู้รับผิดชอบเรื่อง สาวน้อย เด็กหนุ่ม และดาบ ใช่ไหมครับ? สวัสดีครับ ผมชื่อซางเทา ผู้อำนวยการฝ่ายนิวมีเดีย มีบางเรื่องอยากจะสอบถามคุณหน่อยครับ"

น้ำเสียงของเขาดูเร่งร้อน แต่ไม่ได้ก้าวร้าว ตรงกันข้ามกลับดูสุภาพด้วยซ้ำ

"สวัสดีค่ะ... ฉัน เคย เป็นบรรณาธิการผู้รับผิดชอบเรื่อง สาวน้อย เด็กหนุ่ม และดาบ ถังเหยาค่ะ"

พอได้ยินแบบนั้น ถังเหยาก็นึกถึงบทสนทนากับคุณหลี่เมื่อครู่และพอจะเดาอะไรได้ลางๆ เธอแนะนำตัวกลับไปเช่นกัน แต่เน้นย้ำคำว่า 'เคย' เป็นพิเศษ

"...เคย?"

ซางเทาชะงักกับคำตอบนั้น แล้วหันไปมองติงอี้หลงอีกครั้ง

ชัดเจนว่าเขากำลังถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว"

อีกด้านหนึ่ง

ติงอี้หลงเองก็ร้อนรนใจ แต่ยังแสร้งทำหน้าเข้มวางมาด เขาค่อยๆ หยิบนิตยสารบนโต๊ะ พลิกไปยังหน้าสุดท้ายของ สาวน้อย เด็กหนุ่ม และดาบ แล้วโยนไปตรงหน้าถังเหยา "นี่! เธอเป็นคนเขียนใช่ไหม? มันหมายความว่ายังไง?"

ถังเหยาปรายตามองแล้วตอบเรียบๆ "คำโปรยท้ายเรื่องไงคะ"

"ฉันรู้ว่าเป็นคำโปรยท้ายเรื่อง! ฉันไม่ได้ถามเรื่องนั้น!!"

ติงอี้หลงไม่พอใจกับคำตอบอย่างเห็นได้ชัด ตวาดกลับไปว่า "ฉันถามว่าคำโปรยนี้มันหมายความว่ายังไง!? อะไรคือ 'ความประสงค์ร้ายของส่วนรวม'? เป็นความฝันหรือความจริง? ในเมื่อเธอเขียนคำโปรยแบบนี้แสดงว่ารู้อะไรใช่ไหม? ทำไมอาจารย์โอวถึงวาดพล็อตแบบนี้ออกมา? เนื้อเรื่องจะดำเนินต่อไปยังไง? อธิบายมาซิ!"

"?"

พอได้ยินแบบนั้น ถังเหยาก็เงยหน้าขึ้นมองหัวหน้ากองบรรณาธิการตรงหน้าด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน "อธิบาย? ทำไมเขาถึงวาดพล็อตแบบนี้? หัวหน้าคะ คุณปัญญาอ่อนหรือเปล่า?"

"ว่าไงนะ?"

ติงอี้หลงชะงักไปชั่วครู่ เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนขึ้นทันที

ถังเหยาถามซ้ำอย่างใจเย็น "ฉันถามว่า คุณปัญญาอ่อนหรือเปล่า?"

ปัง—

ติงอี้หลงตบโต๊ะดังสนั่น ใบหน้าบิดเบี้ยว "หัดเคารพหัวหน้าบ้างไม่ได้หรือไง!? พูดจากับหัวหน้าแบบนี้เหรอ!?"

"ฉันพูดอะไรผิดเหรอคะ?"

ถังเหยายกมือขวาขึ้น ชี้ไปที่กองต้นฉบับฉบับหน้าบนโต๊ะของเขา

เนื่องจากเป็นนิตยสารรายปักษ์ เวลาทำงานจึงยืดหยุ่นกว่ารายสัปดาห์ ทำให้นักเขียนหลายคนมีต้นฉบับสำรอง "คุณไม่คิดจะก้มลงไปอ่านเลยเหรอ? ทำไมอาจารย์โอวถึงวาดพล็อตแบบนี้? มาถามฉันเนี่ยนะ? ต้นฉบับรายสัปดาห์วางอยู่บนโต๊ะคุณทุกอาทิตย์ แล้วตอนนี้มาถามฉันว่าทำไมเขาถึงวาดแบบนี้?

เมื่อวานซืนฉันไม่ได้บอกคุณเหรอ? ฉันจำได้ว่าบอกไปชัดเจนแล้วนะว่าเขาวาดอะไรมั่วซั่วไปหมด แล้วตอนนั้นคุณตอบฉันว่ายังไงนะ?... 'อาจารย์โอววาดมีปัญหาตรงไหน! เธอคิดว่าเธอเข้าใจดีกว่าเขาเหรอ!?'

ลืมไปแล้วเหรอคะ? ถ้าคุณถามฉันตอนก่อนส่งโรงพิมพ์ ฉันคงตอบอย่างจริงจัง แต่มาถามตอนนี้เนี่ยนะ?

ถ้าไม่ปัญญาอ่อนแล้วจะเรียกว่าอะไร?"

ติงอี้หลงก้มมองโต๊ะ สีหน้าแข็งค้าง แต่ก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เงยหน้าขึ้นมองถังเหยาแล้วขึ้นเสียงใส่ ราวกับว่าเสียงดังแล้วจะมีเหตุผลมากขึ้น "...ฉันกำลังถามเธออยู่! ไม่ได้ให้เธอมาปัดความรับผิดชอบ!"

"ปัดความรับผิดชอบ? แน่ใจเหรอคะว่า ฉัน เป็นคนปัดความรับผิดชอบ?"

ถังเหยาสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ส่องกระจกดูหน้าตัวเองหน่อยไหมคะ? อ้อ พอมีปัญหาปุ๊บก็มาให้ฉันอธิบาย รีบโยนขี้ให้คนอื่นเชียวนะ แล้วก่อนหน้านี้ทำอะไรอยู่? ความมั่นใจหายไปไหนหมด? ท่าทีที่เหมือนคุมทุกอย่างไว้อยู่หมัดหายไปไหนแล้วล่ะ?"

ติงอี้หลงยิ่งร้อนรน เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ หน้าตายิ่งบิดเบี้ยวหนักกว่าเดิม "...สรุปตอนนี้ฉันเป็นหัวหน้า! หรือเธอเป็นหัวหน้ากันแน่!?"

"คุณเป็นหัวหน้าค่ะ"

อีกด้านหนึ่ง

สีหน้าของถังเหยายังคงเรียบเฉย เธอกระตุกมุมปากแล้วตอบ "คุณกำลังถามคำถามฉันใช่ไหม? งั้นฉันจะอธิบายให้ฟังเดี๋ยวนี้ ฉันแจ้งคุณล่วงหน้าแล้วว่าอาจารย์โอววาดมั่วซั่ว แต่คุณเพิกเฉย การดำเนินเรื่องต่อจากนี้? ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้รับผิดชอบอาจารย์โอวคนนั้นแล้ว ก็อย่างที่คุณพูดเมื่อวานซืนนั่นแหละ ฉันมันไร้ประโยชน์ ช่วยอะไรไม่ได้ ไม่คู่ควรจะเป็นบรรณาธิการดูแลเขาหรอกค่ะ

ส่วนคำโปรยท้ายเรื่องนั่น ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ เขียนตามเนื้อหาในตอนนี้ของอาจารย์โอว เพื่อสร้างความคาดหวังให้ตอนต่อไป ก็แค่นั้นเอง

มีอะไรจะถามอีกไหมคะ? อยากได้คำตอบแบบไหน? คิดว่าเพราะคำโปรยนั่น ฉันเลยรู้เนื้อเรื่องตอนต่อไปและเปลี่ยนสถานการณ์ตอนนี้ได้งั้นเหรอ? หรือคุณแค่อยากให้ฉันร้องไห้ฟูมฟายยอมรับผิด บอกว่าเป็นความผิดของฉันทั้งหมด?"

พอได้ยินถังเหยาพูดแบบนั้น

ความคิดของติงอี้หลงเหมือนถูกเปิดเปลือย ใบหน้าของเขาค่อยๆ แดงก่ำด้วยความอับอายระคนโกรธ "เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว! ฉันถามเรื่องคำโปรยท้ายเรื่อง!!"

"โอเค คำโปรยนั่นฉันเขียนเอง"

ถังเหยาพยักหน้า เชิดคางขาวผ่องขึ้นเล็กน้อย "แล้วไงต่อคะ? เหตุผลฉันก็อธิบายไปแล้ว ตอนนี้อยากได้คำตอบแบบไหนอีกล่ะ? สรุปตอนนี้คุณต้องการให้ฉันทำอะไร? เชิญสั่งมาได้เลยค่ะ ท่านหัวหน้ากองบรรณาธิการผู้ยิ่งใหญ่"

"..."

ติงอี้หลงไปต่อไม่ถูก เขาอุตส่าห์รีบมาหาถังเหยา

ท้ายที่สุดแล้ว

เขาก็แค่อยากให้เธอรับผิดแทน

เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างร้ายแรง และท่าทีของรองประธานจ้าวฟางเซิงก็ทำให้เขาไม่สบายใจอย่างมาก

แม้ปากจะบอกว่าจะใช้คำโปรยท้ายเรื่องเพื่อปลอบประโลมคนอ่าน แต่เขาไม่รู้เลยว่าจะปลอบยังไง หรือเรื่อง สาวน้อย เด็กหนุ่ม และดาบ จะดำเนินต่อไปทางไหน

ถึงจุดนี้ บรรณาธิการผู้รับผิดชอบจำเป็นต้องรับผิดชอบ

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีความสามารถพอหรือไม่ ขอแค่เธอก้มหัวยอมรับผิดต่อหน้าเขา พูดว่า 'ขอโทษค่ะ' เขาก็จะโยนความผิดให้เธอได้อย่างชอบธรรม

ส่วนจะแก้ไขสถานการณ์ได้หรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องของเขา อย่างน้อยปัญหาหลักก็ไม่ได้อยู่ที่เขา เพราะยังไงซะนักเขียนก็อยู่ภายใต้การดูแลของบรรณาธิการ และคำโปรยก็เขียนโดยบรรณาธิการ อย่างมากเขาก็แค่บกพร่องในการกำกับดูแล

แต่เขาคาดไม่ถึงว่าหลังจากเกิดเรื่องขนาดนี้... ถังเหยาจะยังไม่เกรงกลัวและไร้ความปรานี โยนปัญหากลับมาที่เขาหน้าตาเฉย

แถมยังก้าวร้าวกว่าเขาเสียอีก

หน้าของเขาเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว ความโกรธแค้นที่สะสมมานาน ความไม่พอใจผสมปนเปกับความอับอายและหงุดหงิด ระเบิดออกมาทันที "นี่ไม่ใช่ปัญหาของเธอหรือไง!? ทำท่าทางแบบนี้หมายความว่าไง!! รับผิดชอบสิเว้ย!!"

"ปัญหาของฉัน? รับผิดชอบ?"

ถังเหยามองติงอี้หลงด้วยสายตาเหมือนมองขยะ แล้วพูดเสียงเย็น "ฉันไปหาเขาอาทิตย์ละสี่ครั้ง พยายามทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนใจอาจารย์โอว ระหว่างนั้นฉันบอกให้คุณติดต่อเขาด้วยตัวเองตั้งสองครั้ง แต่ครั้งแรกคุณไม่สนใจเลย! ครั้งที่สองคุณด่าว่าฉันไร้ประโยชน์ ช่วยอะไรไม่ได้ หาว่าฉันไปก่อกวนเขา ตอนนี้มาบอกให้ฉันรับผิดชอบ? ให้รับผิดชอบตอนนี้? คุณคิดว่าคุณมีสิทธิ์พูดคำนั้นเหรอ?

ก่อนหน้านี้ทำอะไรอยู่? ทำไมโอวฉงเฉวียนถึงวาดพล็อตแบบนี้? คุณน่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ? อ้อ ลืมไป คุณไม่รู้หรอก เพราะคุณมันไอ้โง่จอมหยิ่งยโส... คุณไม่ได้อ่านต้นฉบับของเขาเลยด้วยซ้ำ!

พอมีปัญหา ก็รู้แต่จะปัดความรับผิดชอบ คิดว่าเพราะคำโปรยประโยคเดียว ฉันจะมีทางแก้เหรอ? คิดว่าฉันจะรับผิดชอบเหรอ? ฉันบอกตรงนี้เลยนะ! นั่นมันความรับผิดชอบของ คุณ! ฉันไม่มีทางแก้! ฉันพยายามไปแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อน คุณจะให้ฉันทำอะไร? เชิญพูดออกมาดังๆ เลย แล้วฉันจะทำตามคำสั่ง

แต่ไอ้โง่ที่วันๆ เอาแต่วางมาดอย่างคุณจะพูดออกมาได้เหรอ? จะคิดแผนการที่เป็นรูปธรรมและทำได้จริงออกมาได้เหรอ?"

ตาของติงอี้หลงเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้น

ปัง—

เพราะอารมณ์พลุ่งพล่านเกินไป ร่างอ้วนท้วมของเขาจึงชนกระแทกกับโต๊ะทำงานเสียงดังลั่น เรียกความสนใจจากบรรณาธิการไม่กี่คนที่อยู่ในออฟฟิศ

ถังเหยาไม่สะทกสะท้าน ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องหน้าเขาเขม็ง "พูดสิ อยากให้ฉันทำอะไร? หลังจากเกิดเรื่อง คุณเคยคิดบ้างไหมว่าจะแก้ปัญหายังไง นอกจากปัดความรับผิดชอบ? ก่อนจะมาตามหาฉัน คุณได้ติดต่อโอวฉงเฉวียนด้วยตัวเองหรือยัง? ในสมองคุณมีความคิดที่จะแก้ปัญหาบ้างไหม?"

ติงอี้หลงหอบหายใจถี่ ดูโกรธจัด ตวาดลั่น "ฉันกำลังถามเธออยู่!!!"

"ตอนนี้ ฉัน กำลังถามคุณอยู่!!"

ถังเหยาโน้มตัวไปข้างหน้า สองมือยันโต๊ะ จ้องตาหัวหน้ากองบรรณาธิการเขม็ง แล้วตะคอกกลับ "ฉันเขียนคำโปรยเอง! แล้วไง? อย่าบอกนะว่าเพราะฉันเขียนคำโปรย คุณเลยคิดว่าฉันมีทางแก้ ฉันไม่มีทางแก้ ตอนนี้คุณจะให้ฉันทำอะไร!"

"เธอ... เธอไปติดต่ออาจารย์โอวสิ!"

ติงอี้หลงสบตากับสายตาเย็นชาของถังเหยา เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจควบคุม แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังพูดตะกุกตะกักเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก

"แล้วไงต่อ?"

ถังเหยาไล่ต้อน "คุณรู้ไหมว่าเนื้อเรื่องดำเนินไปถึงไหนแล้ว? รู้ไหมว่าทำไมเขาถึงวาดแบบนั้น? รู้ไหมว่าเขาคิดอะไรอยู่? เคยคิดไหมว่าจะเปลี่ยนใจเขายังไง? คุณเคยอ่าน—มังงะของโอวฉงเฉวียนบ้างหรือเปล่า?"

"..."

ติงอี้หลงอ้าปากพะงาบๆ แต่พูดไม่ออก

"พูดไม่ออกนอกจากปัดความรับผิดชอบเหรอ? เป็นถึงหัวหน้ากองบรรณาธิการแต่ไม่อ่านต้นฉบับ วันๆ สนแต่ยอดขาย ยอดขาย ยอดขาย ไม่เข้าใจนักเขียนคนสำคัญของตัวเอง ไม่ฟังคำแนะนำของลูกน้อง ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของคนอ่านที่ซื้อนิตยสารทุกสัปดาห์"

ใบหน้าขาวผ่องงดงามของถังเหยาฉายแววเย้ยหยัน "ก่อนเกิดเรื่องก็วางมาดใหญ่โต หยิ่งยโสน่ารังเกียจ พอเกิดเรื่องก็ทำอะไรไม่ถูก สิ่งแรกที่ทำคือหาแพะรับบาป แม้แต่วิธีกู้สถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมก็คิดไม่ออก มองป้ายชื่อบนโต๊ะสิ คิดว่าตัวเองคู่ควรจะเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการเหรอ?"

พูดถึงตรงนี้

เธอยกมือออกจากโต๊ะ แล้วยืดตัวขึ้น "ทำตัวเหมือนหมาจริงๆ! ไร้ประโยชน์ ช่วยอะไรไม่ได้!"

พูดจบ

เธอก็หันหลังเดินจากไปทันที

ลมหายใจของติงอี้หลงสะดุด มองแผ่นหลังของถังเหยา ตาเบิกโพลง รู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นหน้าจนหน้าแดงก่ำในพริบตา

จบบทที่ บทที่ 24 ปัญญาอ่อนหรือเปล่า?

คัดลอกลิงก์แล้ว