เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 เรานอนกอดกันได้

ตอนที่ 35 เรานอนกอดกันได้

ตอนที่ 35 เรานอนกอดกันได้


ท้ายที่สุด มีเพียงผู้คนจากนิกายอรุณรุ่งเท่านั้นที่ยังคงอยู่

“พี่ผี! พี่ทำได้จริงๆ”

เมื่อเทียบกับผู้ชายแล้ว สาวๆ ตื่นเต้นมากกว่า พวกนางล้อมรอบเขาเหมือนมดที่อยู่รอบๆ น้ำตาล

ผู้อาวุโสมาร์ควางมือบนไหล่ของไมเคิลและพยักหน้าแสดงความขอบคุณ

“ระบบ โอนสามหมื่นห้าพันเหรียญทองจากคลังไปแหวน”

[ติ๊ง! โอนสำเร็จ]

“ข้าควรให้สิ่งนี้กับเจ้า”

หลังจากโอนเงินที่เขาได้รับจากซาดี้ เขาก็มอบแหวนให้แคลร์ท่านเจ้านิกาย ตอนแรกนางดูลังเลที่จะรับแหวน แต่หลังจากมองผู้อาวุโสคนอื่นๆ นางก็รับแหวนนั้นไปจากเขา

“ข้าขออย่างเดียว อย่าขอให้ข้าใส่เครื่องแบบสีส้มพวกนี้เลย เพราะมันดูน่าเกลียด”

ฮ่าๆ...

ศิษย์ทุกคนจากนิกายต่างพากันหัวเราะเมื่อได้ยินเขา เพราะพวกเขารู้ดีว่าชุดสีส้มนั้นน่าเกลียด และเป็นการดีที่ได้ยินใครซักคนบอกสิ่งนี้กับผู้อาวุโส เนื่องจากผู้อาวุโสอารมณ์ดี พวกเขาจึงหัวเราะด้วย และบรรยากาศเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวามาก

“อย่างแรก เราควรกลับไปที่นิกายและชำระหนี้บางส่วนของเรา”

ผู้อาวุโสแซนดร้าถอนหายใจ

*************************

ในขณะนั้น ไมเคิลกำลังติดตามผู้อาวุโสไปยังนิกาย ผ่านถนนในชนบท และเสื้อคลุมสีดำของเขามีสีน้ำตาลเล็กน้อยเนื่องจากฝุ่น

“พี่ผี พี่ไม่เคยบอกเราเลยว่ามาจากที่ไหน?”

ผู้หญิงคนหนึ่งถามเขาด้วยความสงสัย

“ก็ตั้งแต่เกิดข้าไม่เคยอยู่ที่เดิมนานๆ เลย ข้าชอบเที่ยว ก็เลยตอบตรงคำถามเจ้าไม่ได้”

“แล้วพ่อแม่ของพี่ล่ะ พี่ผี”

"ข้าไม่มี"

แม้ว่าเขาจะตอบคำถามนี้หลายครั้งเกินไปตั้งแต่เขาโตขึ้น แต่ก็ยังเจ็บเมื่อต้องพูด ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเมื่อได้ยินคำตอบ

“พี่ผีข้าขอโทษ”

“ไม่ๆ ข้าไม่เป็นไร”

รอยยิ้มที่อ่อนโยนของเขาทำให้หญิงสาวลืมเรื่องนี้ไปอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากพฤติกรรมที่สบายๆ ของเขา พวกเขาจึงรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่ใกล้เขาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขา

“พ่อหนุ่ม แล้วเจ้าฝึกฝนมาถึงจุดนี้ได้ยังไง เวทมนตร์ที่เจ้าใช้ดูหายากและมีค่ามาก” ผู้อาวุโสไมล์สเข้าร่วมการสนทนาและถาม

“อย่างที่บอกครับผู้อาวุโส ข้าเดินทางบ่อย เจอผู้คนมากมาย สำรวจซากปรักหักพังมามาก เนื่องจากข้าไม่มีใครสอนหรือช่วยข้าในเส้นทางการบ่มเพาะ ข้าจึงต้องทำทุกอย่างที่ทำได้”

“ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว พ่อหนุ่ม แม้ว่าเราจะไม่มีทรัพยากรมากมายให้เจ้า แต่เราสามารถสอนและแนะนำเจ้าในเส้นทางที่ถูกต้องได้”

ผู้อาวุโสมาร์คพูดอย่างภูมิใจและตบหลังเขาเบาๆ สาวกของนิกายอรุณรุ่งทุกคนรู้สึกภูมิใจเมื่อมองไปที่เขา เกือบจะทำให้เขาลอย

ไม่มีใครโง่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากได้เห็นสิ่งที่เขาสามารถทำได้ คนประหลาดอย่างเขา แม้ว่าเขาจะอยู่ในสามนิกายใหญ่ เขาก็จะอยู่ในหมู่ศิษย์ชั้นนำ และนิกายจะให้ความสำคัญกับเขาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ หลังจากการแข่งขันในวันนี้ ชื่อของเขาก็แพร่หลายไปทั่วราชอาณาจักรเบรเดีย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงเป็นดาวเด่นของคนรุ่นใหม่

ตั้งแต่ตอนนี้ ศิษย์ภายนอกที่แย่ที่สุดในสามนิกายใหญ่ที่เคยเยาะเย้ยพวกเขาและนิกายของพวกเขา รังแกพวกเขาทุกครั้งที่ทำได้ ในตอนนี้เมื่อเขามีผี พวกเขาก็มีหน้าที่จะเดินเข้าไปเยาะเย้ยคนพวกนั้น

“และอย่าคิดว่าเจ้าไม่มีครอบครัว พ่อหนุ่ม อย่างที่ผู้อาวุโสสไมล์บอก เราไม่มีทรัพยากร แต่เราปฏิบัติต่อทุกคนในนิกายเหมือนครอบครัวของเรา และตอนนี้เจ้ากลายเป็นหนึ่งในพวกเราแล้ว”

ผู้อาวุโสแซนดร้ายิ้มให้เขา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ยาวนาน หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นเมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง

เขามีความประทับใจที่ดีต่อผู้คนในนิกาย พวกเขายากจนเรื่องเงินทอง แต่ร่ำรวยไปด้วยความเมตตามาก แม้ว่าเขาเคยเป็นนักฆ่าที่เก่งกาจที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก แต่เขาโดดเดี่ยวเพราะเขาไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อน ไม่มีแฟน และไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ยกเว้นที่ปรึกษาของเขา ทั้งหมดที่เขามีคืองานและเงินจำนวนมากในบัญชีต่างประเทศและความรักที่มีต่องานของเขา

แต่ในชีวิตนี้เขาต้องการเปลี่ยนสิ่งนั้น เขาอยากมีครอบครัวญาติ อยากมีแฟน เขาต้องการเพื่อน ในชีวิตนี้เขาไม่ต้องการที่จะอยู่คนเดียว

“เราต้องแนะนำให้เขาไปถึงระดับการบ่มเพาะที่สูงขึ้น อเล็กซ์และเซลิน่าจะไม่ปล่อยเขาไปแน่”

ผู้อาวุโสมาร์คพูดอย่างกังวลขณะเดิน สีหน้าที่มีความสุขของทุกคนกลับมืดมน แม้แต่ผู้อาวุโสไมล์สก็ขมวดคิ้ว

“อย่ากังวลไปเลย ผู้อาวุโสมาร์ค อีกไม่นานข้าจะแซงหน้าพวกเขา แล้วถ้าพวกเขาเข้ามาขวางทางข้า ข้าจะฆ่าพวกเขา”

เขาพูดด้วยรอยยิ้มเรียบๆ แต่เหล่าสาวกสังเกตเห็นเจตนาฆ่าในดวงตาของเขาและรู้สึกกลัวเล็กน้อย

********************

ไมเคิล และสาวกขอนิกายอรุณรุ่งคุยกันตลอดทางจนในที่สุดพวกเขาก็ถึงที่หมาย

นิกายอรุณรุ่งเคยเป็นนิกายที่มีชื่อเสียงและแข็งแกร่งมากเมื่อหลายสิบปีก่อน เคยมีเกียรติและมีอำนาจมากกว่าสามนิกายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปู่ของแคลร์เสียชีวิตระหว่างการผจญภัยครั้งหนึ่งและผู้นำนิกายคนก่อน พ่อของนางหายตัวไป บารมีของนิกายจึงลดลงอย่างมาก

แคลร์อาศัยพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาที่มีมาแต่กำเนิดของนางและทรัพยากรจำนวนน้อยที่มีอยู่เพื่อบ่มเพาะจนถึงระดับปัจจุบันของนาง ในเวลาเพียง 26 ปี นางไปถึงระดับหลอมกายา และเข้ารับตำแหน่งผู้นำนิกายหลังจากนั้น

นิกายอรุณรุ่งทั้งหมดพึ่งพานางและผู้อาวุโสนิกายอย่างมากเพื่อรักษาทั้งนิกาย วันเวลาของพวกเขายากลำบากและนาทีที่เขาก้าวผ่านประตูของนิกาย สถานการณ์ที่น่าสงสารก็ปรากฏชัดเจนในสายตาของเขา

อาคารหลายหลังที่เขาเห็นทรุดโทรมและเก่า เป็นที่ชัดเจนว่าหลายปีแล้วนับตั้งแต่มีการปรับปรุงครั้งล่าสุด สวนหลังบ้านหลายแห่งเต็มไปด้วยใบไม้แห้ง และใยแมงมุมจำนวนมากแสดงให้เห็นว่าไม่ได้รับการดูแลมานานแค่ไหน

ระหว่างการสนทนา เหล่าสาวกบอกเขาว่าจำนวนสาวกทั้งหมดในนิกายมีประมาณ 30 คน นอกจากเขา สาวกที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ที่ระดับรากฐานขั้น 8 ส่วนที่เหลืออยู่ต่ำกว่าระดับรากฐานขั้น  5

เนื่องจากพระอาทิตย์ใกล้ตกดินและเขาเหนื่อยมาก ท่านเจ้านิกายแคลร์จึงมอบบ้านที่ดีที่สุดให้กับเขาพร้อมลานสำหรับอยู่อาศัย

ณ จุดนี้ เขาอยู่ที่ระดับหลอมกายาแล้ว เขาต้องการเวลาเพียงสามถึงสี่วันในการไปถึงขั้น 5 จากคะแนนประสบการณ์ของเขา

“พี่ผี นี่อาจไม่ดีพอ แต่นี่คือบ้านที่ดีที่สุดที่เรามี”

สาวกที่ชื่อแจ็คพาเขาไปที่บ้านเก่าที่ทรุดโทรม แต่นี่คือบ้านที่ดีที่สุดของพวกเขา

“ถ้านี่คือบ้านที่ดีที่สุดของพวกเขา ลองนึกภาพสิว่าบ้านหลังอื่นจะหน้าตาเป็นอย่างไร แม้แต่สาวใช้ของข้าก็ไม่ยอมอยู่ในนั้นแน่”

กายะคำรามเมื่อมองสนามหญ้าหน้าบ้านที่แห้งแล้งและบ้านหลังเก่าที่อยู่ตรงหลัง

แจ็คดูอายๆ แต่ไมเคิลยิ้มและตบไหล่เขาเบาๆ

“ไม่เป็นไร แจ็ค แค่นี้ก็พอแล้ว”

เขายิ้มและพยักหน้า แจ็คทิ้งเขาไว้บนสนามหญ้า ขณะที่เขาถอนหายใจและเข้าไปในบ้าน บ้านมีห้องโถงเล็กๆ และห้องน้ำอยู่ติดกัน และนั่นคือทั้งหมด ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ให้นั่งเลย ยกเว้นเตียงเก่าๆ ในห้อง

“ใครจะไปอยู่ได้”

กายะกระโดดออกจากร่างของเขาและเตะก้อนกรวดที่อยู่บนพื้น

"เราสามารถปรับปรุงสถานที่ภายหลังได้ แต่สำหรับตอนนี้"

ขณะที่เขาพูด เขาเข้าไปในร้านระบบและซื้อโซฟาสีขาวขนาดใหญ่ เตียงผ้าไหมสีทองขนาดเล็กพร้อมกับผ้าห่มอย่างดี และวางไว้ทั่วห้อง

“อะไรเนี่ย เจ้าไปเอามาจากไหน? พกมันติดตัวไปด้วยทุกที่เลยหรอ?”

ดวงตาของนางเป็นประกายขณะมองไปยังโซฟาและเตียงที่อยู่ตรงหน้านาง นางอยากจะกระโดดขึ้นไปบนเตียงนุ่มฟูเพราะว่ามันนานมากแล้วที่นางไม่ได้นอนบนเตียง

ไวกว่ากายะ เขากระโดดขึ้นไปบนเตียงพร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เพราะเขาคิดหาวิธีใหม่ที่จะหยอกล้อนางได้

“มาเถอะ ไม่ต้องอาย เตียงมันเล็ก เราจะได้นอนกอดกัน ฮิๆ”

"เจ้า..."

กายะโกรธจัดและตกใจอย่างมาก หลังจากพูดตะกุกตะกักอยู่สองสามนาที นางก็หาคำที่เหมาะสมที่จะสาปแช่งเขาไม่ได้

ในฐานะเจ้าหญิงและผู้บ่มเพาะที่ทรงพลังแห่งเมืองนาคา นางไม่เคยถูกกระทำอย่างไร้ยางอายเช่นนี้มาก่อน และทำให้นางโกรธเป็นอย่างมาก

“ไอ้You f**king f**kery f**ker!”

นางกระโจนใส่เขาพร้อมอ้าปากเหมือนสุนัขป่า แต่เขาขยับไปด้านข้างทำให้นางนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง และเมื่อนางหันหลังกลับไป เขาก็อยู่บนตัวนาง

"แก!"

นางพยายามจะตะโกนแต่เสียงของนางหายไปและหน้าแดงเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ใกล้ชิดกับผู้ชายคนนี้ นางกลืนน้ำลายหนึ่งอึกและมองดวงตาของเขา ขณะที่หัวใจของนางเริ่มกระแทกดันหน้าอกของนาง นางสัมผัสได้ถึงความร้อนที่มาจากจมูกของเขาและสัมผัสถึงกลิ่นหอมจากใบหน้าของเขา

"เจ้า...เป็น...อะไร"

นางไม่มีอำนาจและนางรู้ว่าถ้าเขาต้องการเอาเปรียบนาง ไม่มีทางหยุดมันได้

“จิ๊, มันจะตายหรือไงถ้าเจ้าแต่งหน้าซะบ้าง”

ขณะที่เขาถาม เขาขยับไปด้านข้าง ขณะที่นางตัวแข็งไปครู่หนึ่ง

"อ๊าก!"

จู่ๆ ไมเคิลก็รู้สึกเจ็บมืออย่างรุนแรง และเมื่อมองไปที่แขนของเขาก็เห็นว่านางกัดมันอย่างโกรธจัด

“ให้ตายนี่เจ้าแปรงฟันหรือยัง?”

"ข้าจะ...ฆ่า...แก..."

นางก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเมื่อได้ยินเขาและพยายามกัดมือเขาแรงกว่าเดิม

*****************************

ไมเคิลนอนลงบนเตียงขณะที่เขามองออกไปนอกหน้าต่าง มองดวงจันทร์ที่สวยงาม และสาวสวยบนโซฟาตรงหน้าเขา แสงจากดวงจันทร์สะท้อนบนร่างของนางและทำให้นางดูสวยงามเป็นพิเศษ แม้ว่านางจะพยายามแต่งตัวเป็นผีเพื่อทำให้ตกใจ แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะนางสวยขนาดนี้

"เฮ้"

"อะไร?"

หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นบนเตียง ดวงตาของนางมีแววเขินอายเล็กน้อย แต่นางปิดบังไว้ด้วยท่าทางหงุดหงิด

“ข้าจะทะลวงผ่าน ดังนั้นเจ้าต้องป้องกันไม่ให้ใครมาขัดขวางการบ่มเพาะของข้า” ไมเคิลนั่งตัวตรงและพูด

“ตอนนี้? เจ้าเพิ่งมาถึงขั้นหลอมกายาเมื่อสองวันก่อน!”

นางขมวดคิ้วและไม่เชื่อว่าเขาจะก้าวหน้าได้อีก แต่หลังจากใช้เวลาร่วมกับเขามา นางรู้ว่าคนประหลาดนี้อาจกำลังพูดความจริง

“การบ่มเพาะคือการเดินในสวนสาธารณะสำหรับคนเก่งอย่างข้า”

เขาขยิบตาให้นาง กายะไม่เคยเจอกับมนุษย์ที่หลงตัวเองมากเท่านี้มาก่อน

"ข้าจะทำยังไง กัดใครก็ตามที่เคาะเข้ามาหรือไง เจ้าต้องให้บางอย่างกับข้าเพื่อเอาพลังของข้ากลับคืนมา" ชั่วขณะหนึ่งนางดูเหมือนจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ อะไรบางอย่าง ที่นางหมายถึง เขารู้ว่านางต้องการยาเพื่อฟื้นฟูอาการนาง

“อ่ะนี่เจ้างูโลภ”

เขาซื้อยาหนึ่งเม็ดจากร้านและขว้างมันใส่นาง

“เม็ดเดียว?!”

นางคำรามเมื่อรู้ว่าเขาให้ยานางเพียงเม็ดเดียว อาการของนางต้องใช้อีกอย่างน้อยสองร้อยเม็ดเพื่อรักษาให้กลับมาสมบูรณ์และเริ่มบ่มเพาะ

“เอาไปก่อน เดี๋ยวข้าให้เพิ่มสองเม็ด”

“สี่”

กายะชูสี่นิ้วต่อรอง

“สาม”

"ตกลง"

นางยิ้มอย่างภาคภูมิใจชื่นชมความสามารถในการต่อรองของนาง และทันใดนั้นนางก็นึกบางอย่างได้

“ทำไมเจ้าไม่ขอให้พวกไอ้แก่นั่นทำแทนล่ะ?”

"ข้าลืมไปและมันดึกเกินไปที่จะไปรบกวนพวกเขา"

กลุ่ม 1 เปิดแล้วน้าา ใครสนใจเข้าไปดูได้ที่เพจ Sbb Translate

https://www.facebook.com/photo?fbid=804639060804696&set=a.754586159143320

จบบทที่ ตอนที่ 35 เรานอนกอดกันได้

คัดลอกลิงก์แล้ว