เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 – ย่านเริงรมย์

บทที่ 4 – ย่านเริงรมย์

บทที่ 4 – ย่านเริงรมย์


บทที่ 4 – ย่านเริงรมย์

ชาวคูร์คานมักไม่ค่อยถูกเรียกขานด้วยชื่อจริง คนในทวีปส่วนใหญ่รังเกียจพวกเขา โดยมองว่าเป็นคนเถื่อนหรือสัตว์ร้าย นั่นเป็นเพราะเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเป็นที่รู้กันว่าสืบสายเลือดมาจากสัตว์เดรัจฉาน ธรรมชาติของพวกเขาจึงผิดมนุษย์มนาและไร้มารยาท พวกเขาเป็นตัวอันตรายที่หุนหันพลันแล่น มักมาก และทำตามสัญชาตญาณ

แต่มีสิ่งหนึ่งที่มนุษย์อิจฉาพวกเขา นั่นคือความสามารถทางกายภาพและความงดงาม ความเป็นสัตว์ร้ายที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังไม่อาจลดทอนรูปลักษณ์อันโดดเด่นที่พระเจ้าประทานให้ได้

ความแตกต่างนี้ทำให้พวกเขาได้รับความนิยม ในความเป็นจริงแล้ว ท่ามกลางเหล่าทาส ชนชั้นที่ดีที่สุดมักจะเป็นชาวคูร์คานเสมอ แม้แต่ในเอสเทียที่การค้าทาสถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย พวกเขาก็ยังถูกลักลอบซื้อขายกันอย่างลับๆ

อันที่จริง องค์หญิงเลอาห์เคยเห็นชาวคูร์คานถูกขายเป็นทาสมาหลายคนแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นคูร์คานที่มีกลิ่นอายอันน่าเกรงขามเช่นนี้

สติของเธอพร่ามัว แต่มั่นใจอยู่อย่างหนึ่ง ชายตรงหน้าไม่ได้เหมาะจะเป็นทาสกามหรือตัวตลก แต่ทุกอณูในร่างกายของเขาแผ่ซ่านอำนาจออกมา จนเธอจินตนาการภาพเขามองลงมาอย่างดูแคลนจากเบื้องบนได้เลย

“...”

ร่างกายของเธอขยับไปตามสัญชาตญาณ เลอาห์ก้าวถอยหลัง แต่ไม่นานแผ่นหลังของเธอก็ชนเข้ากับผนัง ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อรู้ตัวว่าจนมุม

ชายหนุ่มจากมุมมืดจ้องมองเธอด้วยความขบขันที่ฉายชัดในดวงตา เขาค่อยๆ ก้าวข้ามระยะห่างระหว่างกันอย่างเชื่องช้าและใจเย็น เขาเข้ามาใกล้มากจนร่างกายแนบชิดกัน ทันใดนั้น เลอาห์รู้สึกหายใจไม่ออก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ณ วินาทีนี้ เธอพบว่าการหายใจกลายเป็นเรื่องยากลำบากเหลือเกิน

ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวปัดหมวกของเลอาห์ออก เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีประสาทสัมผัสเป็นเลิศและไม่มีสิ่งผิดปกติใดที่จะเล็ดลอดสายตาเขาไปได้ เขาขมวดคิ้วใส่วิกผมสีน้ำตาลราคาถูกที่แข็งกระด้างซึ่งเลอาห์สวมอยู่ และกระชากมันออกทันที เมื่อไม่มีสิ่งใดพันธนาการไว้ เส้นผมสีเงินเป็นประกายระยับของเลอาห์ก็ทิ้งตัวลงมาถึงเอวอย่างนุ่มนวลพร้อมแสงเรืองรองจางๆ

ดวงตาสีทองของเขาหรี่ลงมองเธอ สายตาที่ร้อนแรงราวกับไฟกวาดมองไปทั่วผิวพรรณที่โผล่พ้นร่มผ้า ราวกับจะเจาะทะลุเข้าไปในทุกที่ที่เขาทอดสายตามอง แม้เธอจะสวมเสื้อผ้าอยู่ แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังเปลือยเปล่า

ต้นคอระหง ไหปลาร้าที่โผล่ออกมาเล็กน้อยผ่านเสื้อผ้าที่ยุ่งเหยิง และหน้าอกเล็กๆ ที่กระเพื่อมขึ้นลงขณะที่เธอหายใจอย่างหนักหน่วง ชายหนุ่มพิจารณาทุกสิ่ง มันไม่ยากเลยที่จะรู้ว่าสตรีที่เขาต้อนจนมุมผู้นี้ไม่ใช่สามัญชนคนธรรมดา

"ไม่อยากเชื่อเลยว่าสตรีในระดับชั้นอย่างคุณจะมาเยือนย่านเริงรมย์ มีเรื่องสั่นคลอนในหมู่ขุนนางหรืออย่างไร?"

เลอาห์ยืดไหล่ที่เกร็งเขม็งขึ้น แทนที่จะโต้แย้ง เธอเปิดปากพูดสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวออกมาอย่างใจเย็น "ดูเหมือนว่าท่านจะไม่รู้จุดประสงค์ที่ข้าตามท่านมา..."

เธอเงยหน้ามองเขาและรู้สึกเหมือนใจจะขาด เธอดักคนผิด! แต่เธอจะอธิบายความผิดพลาดนี้ให้เขาฟังได้อย่างไรโดยไม่เปิดเผยตัวตน?

"จุดประสงค์?" ริมฝีปากของเขาบิดเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ราวกับเข้าใจเจตนาของเธออย่างทะลุปรุโปร่ง

"แล้วมันผิดตรงไหน? ข้าก็แค่มาหาความสำราญโดยปิดบังตัวตนก็เท่านั้น"

“....”

เขาพูดไม่ออก ไม่ใช่ทุกวันที่ขุนนางซึ่งปลอมตัวมาอย่างล้มเหลวจะมาเยือนสถานที่แบบนี้ เธอกำลังปิดบังบางอย่าง

แม้เขาจะมีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบ แต่เขาก็ไม่คาดคั้นเธออีก ในทางกลับกัน ความเงียบของเขาทำให้เลอาห์รู้สึกประหม่าอย่างหนัก หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับกลองรัวอยู่ในอก เธอรู้ดีว่าในตอนนี้ ใบหน้าของเธอคงแดงก่ำเหมือนมะเขือเทศสุก

ด้วยความเขินอาย เธอจึงจำต้องหลุบตาลง บางทีชายคนนี้อาจกำลังมองหาความบันเทิงในค่ำคืนนี้ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันก็ถือว่าเข้าทาง เธอที่เข้าใจว่าเขาเป็นชายขายบริการคงจะไปกระตุกความสนใจของเขาเข้า ภาษากายของเขาบอกให้รู้ว่าเขาไม่มีกะจิตกะใจจะปล่อยเธอไปในเร็วๆ นี้แน่

เลอาห์ตัดสินใจเลือกการกระทำขั้นต่อไปอย่างเงียบๆ ยังไงเสียเธอก็คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว หากนี่เป็นหนึ่งในราคาที่ต้องจ่ายเพื่อทำลายความบริสุทธิ์ของราชวงศ์ วิธีการที่ใช้ก็คงไม่สำคัญอีกต่อไป

มือที่สั่นเทากำชายกระโปรงแน่น ตั้งแต่ต้นเธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำสิ่งนี้แม้จะรู้ว่าอาจต้องแลกด้วยชีวิต ดังนั้นมาถึงจุดนี้ จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องกลัว

ขณะที่เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบกับสายตาอันร้อนแรงของเขา เธอสังเกตเห็นว่ารูม่านตาสีทองของเขาหดเล็กลงเล็กน้อยจนเธอเผลออ้าปากค้าง การได้เห็นความผิดปกตินี้ในระยะประชิดช่างน่าตื่นตะลึง

ด้วยความหลงใหลอย่างลึกซึ้ง เธอหลงลืมเวลาที่เดินผ่านไป แต่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอก็เรียกสติเธอกลับมา

เลอาห์ผลักอกชายหนุ่มเบาๆ เพื่อพยายามสร้างระยะห่าง แต่เรี่ยวแรงจากแขนอันบอบบางของเธอนั้นช่างน้อยนิด ร่างของชายหนุ่มแทบไม่ขยับเขยื้อน ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากของเขากลับกว้างขึ้นเมื่อมองดูเธอดิ้นรน

เขาต้องกำลังสนุกอยู่แน่ๆ เธอจ้องเขม็งใส่เขา

"อย่าทำตัวลามปาม ข้าแค่กำลังมองหาใครสักคนเพื่อจะจ่ายเงินแล้วร่วมหลับนอนด้วยก็เท่านั้น" เธอโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิดชัดเจน ในสายตาของเขา เธอไม่ใช่ผู้หญิงเรียบร้อยอยู่แล้ว ทำไมต้องแสร้งทำตัวเช่นนั้นด้วยเล่า?

ชายหนุ่มทำเพียงหัวเราะเสียงแหบพร่าให้กับความตรงไปตรงมาของเธอ เขาถามกลับด้วยความขบขันอย่างยิ่ง "งั้น ข้าควรเรียกเจ้าว่านายท่านไหม?"

ผู้ชายคนนี้ช่างยียวนกวนประสาทนัก เธอกัดฟันและแก้ปมชุดด้วยมือที่สั่นเทา เธอแค่อยากให้เรื่องนี้จบๆ ไปเสียที ขณะที่เธอพยายามถอดเสื้อผ้า ชายหนุ่มก็กระซิบที่ข้างหู ทำให้มือที่กำลังวุ่นวายของเธอชะงักค้าง

"เรื่องนั้นข้าควรเป็นคนทำเอง"

ก่อนที่เธอจะทันได้ประท้วง มือขนาดใหญ่ก็ยกตัวเธอขึ้นอย่างง่ายดาย ชายหนุ่มอุ้มเธอราวกับเธอเป็นเพียงเด็กน้อย!

ขณะถูกอุ้มอยู่ในอ้อมแขน เธอมองเขาด้วยความเขินอายที่เปี่ยมล้น

"กลัวหรือ?" เขาถาม

คำตอบของเธอไม่ได้ถูกเอื้อนเอ่ย เพราะทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็โยนเธอลงบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมร่างเธออย่างปราดเปรียว เตียงส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดภายใต้น้ำหนักตัวของเขา นิ้วเรียวของเขาเชยคางเลอาห์ขึ้นและใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากล่างที่อวบอิ่มของเธอ

"ทำไมเจ้าถึงกล้ามาที่นี่?"

เสียงที่ก้องอยู่ในหูส่งผลให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อย ทว่าความน่าเกรงขามของเขาไม่อาจทำลายความตั้งใจที่จะเก็บงำสาเหตุที่มาเยือนและตัวตนของเธอไว้เป็นความลับ

"ทำตามที่ข้าสั่งก็พอ" เธอเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งแสร้งทำเป็นเก่งกล้า "ไม่ต้องห่วง ข้าสัญญาว่าจะจ่ายให้อย่างงาม"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มก็กระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความเจ้าเล่ห์

"แยกขาของเจ้าออก"

จบบทที่ บทที่ 4 – ย่านเริงรมย์

คัดลอกลิงก์แล้ว