- หน้าแรก
- เพลิงรักพันธนาการ
- บทที่ 1 – เลอา เดอ เอสเทีย
บทที่ 1 – เลอา เดอ เอสเทีย
บทที่ 1 – เลอา เดอ เอสเทีย
บทที่ 1 – เลอา เดอ เอสเทีย
ก่อนพิธีวิวาห์จะเริ่มขึ้น เลอาห์ได้จรดปากกาเขียนจดหมายลาตาย ขณะที่ตัวอักษรค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนกระดาษพาร์ชเมนต์แผ่นเรียบ หัวใจของเธอก็ขับขานท่วงทำนองแห่งความโศกเศร้า
เธอมั่นใจว่าตนเองจะต้องตายหลังจากผ่านพ้นคืนแรกของการแต่งงาน การฆ่าตัวตายของเจ้าสาวอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ตระกูล แต่ความตายที่น่าอัปยศและไร้เกียรตินั่นแหละคือสิ่งที่เลอาห์ปรารถนาที่สุด
ความตาย
นั่นคือสิ่งที่เธอสมควรได้รับงั้นหรือ? จุดจบอันน่าเวทนาของเจ้าหญิงผู้ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อประเทศชาติและราชวงศ์? ความสำเร็จและความพยายามของเธอกลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน ในวันที่ครอบครัวขายเธอราวกับสินค้าดาดๆ เพื่อแลกกับความมั่งคั่ง ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน สุดท้ายเธอก็เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อความสะดวกสบายของผู้อื่น
อา... แต่ความตายคงเป็นทางหนีที่หอมหวานจากชีวิตที่เธอต้องเผชิญ
บอนจองแบก ชายผู้เป็นคู่หมั้นของเธอมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับบิดา แม้เธอจะพยายามคัดค้าน แต่ก็ไร้ซึ่งทางเลือก ชายผู้นั้นมีอำนาจล้นฟ้าเสียจนพ่อแม่ของเธอไม่อาจปฏิเสธที่จะยกเธอให้... หรือจริงๆ แล้วพวกเขาไม่เคยลังเลเลยตั้งแต่แรกกันแน่?
เมื่อราชวงศ์ตอบรับคำขอแต่งงานของบอน เลอาห์จึงสาบานว่าจะแก้แค้น เธอจะสร้างมลทินให้กับสินค้าชั้นเลิศที่ราชวงศ์จัดเตรียมไว้ ซึ่งก็คือตัวของเธอเอง มันเป็นเพียงการแก้แค้นเดียวที่เลอาห์ในสภาพไร้อำนาจจะสามารถทำได้
ม้าถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว วันนี้เธอจะต้องเดินทางไปยังบ้านของบอน สถานที่ที่จะใช้จัดงานแต่งงาน
การเตรียมการทุกอย่างเกิดขึ้นโดยที่เธอไม่ได้อนุญาต ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เลอาห์จินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหัว หลังจากเดินทางด้วยรถม้าเป็นเวลาสามสัปดาห์ เธอจะไปถึงโอเบอร์เด ที่นั่น เธอจะต้องแลกคำสาบานกับตาเฒ่าบอน จูบสาบาน และ... เข้าหอกับเขา
ใบหน้าของบอนจองแบก ที่ตื่นเต้นยามคิดถึงการได้ใช้มือสกปรกของเขาแตะต้องเจ้าสาวคนใหม่ที่ยังสาววาดภาพขึ้นอย่างชัดเจนในความคิดของเลอาห์ ความรังเกียจแล่นปราดไปตามสันหลังเมื่อคิดว่าชายที่หน้าตาเหมือนคางคกผู้นั้นจะขึ้นคร่อมร่างของเธอ
แต่เลอาห์ได้ทำในสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับได้ไปเสียแล้ว หลังผ่านพ้นคืนแรก บอนจะพบว่าเจ้าสาวคนใหม่ของเขาไม่บริสุทธิ์
พรหมจรรย์ของเจ้าสาวในเอสเทียถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เมื่อรู้ว่าตนเองถูกย้อมแมวขายด้วยเจ้าสาวที่ผ่านมือชายมาแล้ว ทั้งที่จ่ายทรัพย์สินไปมหาศาล บอนจะต้องโกรธจัดและรู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติอย่างรุนแรง
เขาไม่ใช่คนที่ใครจะไปล้อเล่นด้วยได้ อำนาจของเขาแผ่ขยายไปถึงพวกคนเถื่อนที่ชายแดน ยิ่งไปกว่านั้น โทสะของเขายังมากพอที่จะบีบคอขุนนางในเมืองหลวงให้ตายได้ ดังนั้น ราชวงศ์ที่สูญเสียอำนาจไปหมดสิ้นและเหลือเพียงเปลือกนอกที่หรูหรา จะต้องเผชิญกับชะตากรรมอันเลวร้ายภายใต้ความกราดเกรี้ยวของบอน พวกเขาจะต้องคายสิ่งที่กลืนลงไปออกมามากกว่าที่ได้รับ เพื่อระงับความโกรธของเขา
และเลอาห์จะถูกถอดยศจากราชวงศ์ ถูกประณามสาปแช่งตลอดไปว่าเป็นตัวหายนะที่ทำลายเกียรติยศของราชวงศ์
มันเป็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบ เรื่องน่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือเลอาห์คงไม่ได้เห็นความพินาศของราชวงศ์ด้วยตาของตัวเอง เพราะถึงตอนนั้น เธอคงกลายเป็นศพที่เย็นชืดไปแล้ว
"องค์หญิง นี่คือเอกสารแต่งงานพะยะค่ะ"
ก่อนจะออกจากเอสเทีย เจ้าหน้าที่จากราชสำนักนำเอกสารมาให้เลอาห์เซ็น เธอจรดปากกาเขียนชื่อลงไปโดยไม่ขัดขืน หมึกเนื้อดีซึมเปื้อนลงบนกระดาษ
[เลอา เดอ เอสเทีย]
ลายเซ็นอันวิจิตรบรรจงนั้นเป็นแบบเดียวกับที่เธอทิ้งไว้ในจดหมายลาตาย ตัวอักษรสีดำบนกระดาษสีขาวเด่นชัดราวกับความมืดมิดในยามค่ำคืน
เมื่อเธอวางปากกาลง เคาน์เตสเมลิสซา นางกำนัลคนสนิทที่เฝ้ามองอยู่ด้านข้างก็ปล่อยโฮออกมา ทันทีที่นางร้องไห้ เหล่าหญิงรับใช้คนอื่นที่พยายามกลั้นน้ำตาไว้ก็เริ่มสะอึกสะอื้นตามไปด้วย แม้แต่เจ้าหน้าที่ที่นำเอกสารมาให้ก็ยังมีสีหน้าสลดหดหู่
ทุกคนกำลังโศกเศร้าเพื่อเธอ แต่เลอาห์กลับสงบนิ่ง เธอวางกระดาษลงอย่างสง่างามและยืดหลังตรง
"หยุดเถอะ ข้าต้องไปแล้ว ไม่มีเวลาให้เสียเปล่า"
"องค์หญิง..."
"เลอาห์!"
เสียงร้อนรนดังขึ้น เลอาห์ชะงักฝีเท้า และค่อยๆ หันกลับไปมองชายที่มีท่าทีคุกคาม ซึ่งกำลังยืนหอบหายใจเมื่อมาถึงตัวเธอ
มกุฎราชกุมารแห่งเอสเทีย แบลร์
เมื่อมองไปยังพี่ชายต่างมารดาผู้มีเส้นผมสีเงินเป็นประกาย เลอาห์ก็ยิ้มออกมาอย่างสงบ ข้อดีเพียงไม่กี่อย่างของการแต่งงานอันเลวร้ายนี้ คือการที่เธอไม่จำเป็นต้องเจอหน้าแบลร์อีกต่อไป
แบลร์โบกมือสั่งให้คนรับใช้และทหารรอบตัวเลอาห์หยุดขนสัมภาระขึ้นรถม้าทันที เมื่อเห็นการแสดงอำนาจอย่างหยิ่งยโสนั้น เลอาห์เพียงแค่มองตรงไปที่เขา ภาพที่เธอไม่หลบสายตาเหมือนอย่างเคยทำให้แบลร์หัวเราะในลำคอ
"แหม แหม แหม นี่มันนางแพศยาที่ตกปลาตัวใหญ่ได้นี่นา ดูเหมือนตอนนี้จะหลงตัวเองขึ้นเยอะเลยนะ"
มันเป็นคำพูดที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ราวกับคำพูดของพ่อค้าข้างถนน แต่ในเมื่อเธอไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอกำลังจะออกจากวัง เลอาห์จึงตอบกลับไปโดยไร้ซึ่งความหวั่นไหว
"โปรดหลีกทางด้วยเพคะ หากชักช้ากว่านี้ หม่อมฉันจะออกจากเมืองหลวงไม่ทันก่อนตะวันตกดิน"
นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เขาคาดหวัง ความเย็นชาของเธอทำให้เจ้าชายหงุดหงิด และเขาก็ง้างมือขึ้นด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว แทนที่จะสะดุ้งตกใจ เลอาห์กลับตอกกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบใส่ชายที่กำลังจะตบหน้าเธอฉาดใหญ่
"ตอนนี้หม่อมฉันเป็นสมบัติของท่านบอนจองแบกแล้ว เสด็จพี่กล้าทำให้สมบัติของเขาเป็นรอยหรือเพคะ?"