เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: รอผู้มีบุญสัมพันธ์

บทที่ 29: รอผู้มีบุญสัมพันธ์

บทที่ 29: รอผู้มีบุญสัมพันธ์


บทที่ 29: รอผู้มีบุญสัมพันธ์

"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อวานเจ้าลงไม้ลงมือกับญาติผู้พี่ของเจ้าหรือ?"

เซียวอันเล่อพยักหน้ารับ

"ใช่เจ้าค่ะ ข้าตีจริง!"

สีหน้าของฮูหยินเซียวเย็นชาลงทันทีเมื่อได้ยินคำสารภาพของนาง

"ช่างบังอาจนัก! ใครใช้ให้เจ้าลงไม้ลงมือกับญาติผู้พี่?

เดือนหน้าญาติผู้พี่ของเจ้าก็จะออกเรือนไปเป็นชายาของท่านอ๋องคุนแล้ว เจ้ากล้าดียังไงไปตีนาง? เจ้านี่มันเด็กป่าเถื่อนไร้การอบรมจริงๆ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย"

เซียวอันเล่อยักไหล่

"ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะ ข้าโตมาแบบเด็กป่าเถื่อนข้างนอก ไม่มีใครอบรมสั่งสอนมารยาทจริงๆ นั่นแหละ

เรื่องที่ตีญาติผู้พี่ ข้าผิดเอง ข้าเห็นว่าญาติผู้พี่เสียบริสุทธิ์ไปแล้ว ก็นึกว่านางไปเสียตัวให้ชายชู้ที่ไหนมา

ใครจะไปรู้ล่ะเจ้าคะว่าชายชู้คนนั้นจะเป็นท่านอ๋องคุน? ถ้ารู้ว่าพวกเขาลึกซึ้งกันไปถึงขั้นนั้นแล้ว ข้าคงไม่พูดอะไรหรอก

ก็ข้าไม่รู้นี่นา แล้วท่านแม่ก็ไม่ยอมบอกข้าด้วย"

ฮูหยินเซียวโกรธจนแทบจะเป็นลม นางยังกล้าพูดเรื่องนี้อีก!

"ฟังจากน้ำเสียงเจ้า เหมือนจะเป็นความผิดของพวกข้าอย่างนั้นรึ?"

เซียวอันเล่อยักไหล่

"ช่างเถอะเจ้าค่ะ ข้าเข้าใจท่านแม่

เรื่องพรรค์นี้มันพูดยากจริงๆ นั่นแหละ ยิ่งญาติผู้พี่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากท่านแม่มากับมือ ถ้าเรื่องงามหน้าแบบนี้แพร่งพรายออกไป คนอื่นคงกังขาในกฎระเบียบและมารยาทที่ท่านแม่สอนมา"

เซียวเฉิงหลิง: "แค่ก แค่ก แค่ก"

มุมปากของเซียวเฉิงเฟิงกระตุกยิกๆ เห็นท่านแม่โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ เขาจึงรีบเอ่ยไกล่เกลี่ย

"เรื่องมันแล้วไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะขอรับ

ญาติผู้พี่ใจกว้าง ไม่ถือสาหาความเจ้าหรอก ต่อไปเจ้าก็ระวังปากระวังคำหน่อย ไม่ใช่ว่า 'เห็น' อะไรแล้วจะ 'พูด' ได้ทุกอย่าง

บางเรื่องเห็นแล้วก็เก็บไว้ในใจ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา เข้าใจไหม?"

เซียวอันเล่อพยักหน้าอย่างว่าง่าย

"เจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะระวัง มากินข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ

เอ๊ะ ท่านพ่อไปไหน? ทำไมไม่เห็นท่านพ่อเลย?"

ยังไม่ทันสิ้นเสียง ใครในห้องจะทันได้ตอบ นายท่านเซียวก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นเต้น

"เล่อเอ๋อร์ เล่อเอ๋อร์ พ่อให้หลงจู๊หาทำเลร้านดีๆ ให้เจ้าได้แล้ว ไปกันเถอะ เราจะ... อ้าว ยังไม่ได้กินข้าวกันรึ? งั้นกินเสร็จแล้วค่อยไป"

เซียวอันเล่อตาลุกวาวทันที กินข้าวอะไรกันตอนนี้?

"ไม่ต้องกินหรอกเจ้าค่ะ ซื้ออะไรกินระหว่างทางก็ได้ ไปดูร้านข้าก่อนดีกว่า"

นายท่านเซียวพยักหน้าเห็นดีด้วยทันที

"อา ก็ดีเหมือนกัน พ่อรู้จักร้านบะหมี่เกี๊ยวเจ้าอร่อยอยู่ร้านหนึ่ง เดี๋ยวดูร้านเสร็จเราไปกินที่นั่นกันก็ได้"

สองพ่อลูกคุยกันอย่างออกรส เตรียมจะพากันออกไป ฮูหยินเซียวสูดหายใจลึก กัดฟันแน่น แล้วแผดเสียงถาม

"ท่านพี่ พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงเปิดตัวลูกสาว ท่านจะไม่ให้นางอยู่ฝึกมารยาทในจวนหน่อยหรือเจ้าคะ?

เกิดนางไปทำเรื่องขายหน้าต่อหน้าบรรดาฮูหยินและคุณหนูตระกูลอื่น ท่านพี่จะไม่เสียหน้าแย่หรือเจ้าคะ?"

นายท่านเซียวชักสีหน้าไม่พอใจ

"ลูกสาวข้าจะไปทำเรื่องขายหน้าอะไรได้?

ต่อให้มารยาทนางจะบกพร่องไปบ้าง ก็เป็นเพราะนางเติบโตมาอย่างอิสระเสรี ไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอที่คร่ำเคร่งอยู่ในกฎระเบียบพวกนั้น

จะให้นางไปเปรียบเทียบกับพวกคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงที่วันๆ เอาแต่เก๊กท่าได้อย่างไร?

อีกอย่าง ลูกสาวข้าดูดวงได้ ปราบผีเป็น พวกนั้นทำได้รึไง!"

พูดจบนายท่านเซียวก็จูงมือลูกสาวเดินเชิดหน้าออกไปอย่างภาคภูมิใจ

ทิ้งให้ฮูหยินเซียวทุบโต๊ะระบายความโกรธอยู่เบื้องหลัง

ลูกๆ ทั้งห้าคนที่เหลือต่างนั่งเงียบกริบด้วยความหวาดกลัว

ซูจิงหรงมองตามหลังเซียวอันเล่อและนายท่านเซียวไปจนสุดสายตา ผ้าเช็ดหน้าในมือแทบจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ

ข้างๆ นาง เซียวเจียเหอก้มหน้าก้มตากินซุปรากบัวเห็ดหูหนูขาวอย่างตั้งอกตั้งใจ แม้กิริยาการกินจะงดงามไร้เสียง

แต่นางก็เป็นคนเดียวในโต๊ะที่ยังกินลง ซึ่งมันขัดตาฮูหยินเซียวอย่างแรง

"รู้จักรแต่กิน! หัดเอาอย่างญาติผู้พี่เจ้าบ้างไม่ได้รึไง? บทกวีที่ข้าให้ท่องจำได้หมดหรือยัง?

กินเข้าไป เดี๋ยวก็ต้องตัดเสื้อใหม่อีก เป็นสาวเป็นนางประสาอะไร?"

เซียวเจียเหอฟังมารดาบ่นไปกินไป พอมารดาบ่นจบ นางก็กินหมดพอดี

ฮูหยินเซียวถลึงตาใส่นาง แล้วหันไปมองซูจิงหรง เห็นใบหน้านางซีดเซียว

"หลานรัก สีหน้าเจ้าดูไม่ค่อยดีเลย เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือ?

อย่าไปเก็บคำพูดของน้องหญิงเจ้ามาใส่ใจเลย นางโตมาข้างนอก ไม่รู้ธรรมเนียมมารยาท เดี๋ยวป้าจะเข้มงวดกับนางทีหลัง"

พูดจบ นางก็หันไปมองหาลูกชายคนรอง แต่พบว่าเขาหายตัวไปเสียแล้ว

เซียวอันเล่อกับนายท่านเซียวเดินออกมาได้ไม่ไกล เซียวเฉิงหลิงก็วิ่งตามมาทัน

"ท่านพ่อ น้องเล็ก รอข้าด้วย ข้าก็อยากเห็นร้านที่ท่านพ่อเปิดให้น้องเล็กเหมือนกัน"

นายท่านเซียวตวัดสายตามอง

"วิ่งตามมาทำไม? ไม่กลัวแม่เจ้าบ่นหูชาหรือไง?"

เซียวเฉิงหลิงหน้าหนาจนชินชาแล้ว ไม่สะทกสะท้านกับคำบ่นแค่นั้นหรอก

"พ่อครับ ร้านน้องเล็กจะชื่อ 'หอจุติภพ' ใช่ไหม? ป้ายร้านเสร็จหรือยังครับ?"

นายท่านเซียวค้อนลูกชาย

"เสร็จแล้วสิ โน่นไง อยู่ข้างหน้านั่น"

ไม่ไกลนัก มีร้านค้าแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่จริงๆ สองข้างร้านประดับด้วยผ้าแพรสีแดงผืนใหญ่ เหนือประตูร้านมีผ้าแดงคลุมป้ายชื่อร้านเอาไว้

แถมยังมีคณะเชิดสิงโตและประทัดเตรียมพร้อมรอต้อนรับ

เซียวอันเล่อรู้สึกพอใจมาก แม้ว่าร้านขายธูปเทียนกระดาษเงินกระดาษทองที่ตกแต่งอย่างครึกครื้นแบบนี้จะดูขัดๆ ตาไปบ้างก็ตาม

"มาๆๆ ลูกสาวพ่อ ต่อไปนี้เจ้านี่แหละคือเจ้าของร้าน"

พูดจบนายท่านเซียวก็หันมาถาม

"ลูกรัก ได้ฤกษ์หรือยัง?"

เซียวอันเล่อก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ เตรียมเป็นแม่งาน

นางดึงผ้าแดงคลุมป้ายชื่อร้านลงมา ตัวอักษรตัวใหญ่สามตัว 'หอ-จุติ-ภพ' ปรากฏแก่สายตาทุกคน

"วันนี้หอจุติภพเปิดกิจการวันแรก หวังว่าพี่ป้าน้าอาทุกท่านจะให้การสนับสนุน

รับทำนายดวงชะตาวันละสามคน วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ ค่าครูคนละหนึ่งร้อยตำลึง"

ฝูงชนที่มุงดูพอได้ยินราคาก็ทำหน้าเหวอ

พร้อมใจกันร้อง: เชอะ~~~

"นึกว่าร้านอะไรใหญ่โต ที่แท้ก็ร้านขายธูปเทียนกระดาษเงินกระดาษทอง อัปมงคลชะมัด!"

"ข้าก็นึกว่าร้านผ้า กะว่าจะมาซื้อผ้าลดราคาสักหน่อย ที่แท้ก็แค่นี้?"

"ไม่ใช่เทศกาลเช็งเม้ง ใครจะซื้อของพวกนี้ไปกองไว้ที่บ้านให้เป็นลางร้ายกัน!"

"นั่นสิ! แถมยังมีดูดวงด้วย ตั้งร้อยตำลึง บอกว่าลดราคาแล้ว?

ตลกตายชัก ใต้สะพานลอยร้อยอีแปะก็ดูได้แล้ว"

"ไปเถอะๆ แยกย้ายๆ ไม่มีอะไรน่าดูแล้ว"

เซียวเฉิงหลิงส่ายหน้า

"น้องเล็ก คนพวกนี้ตาต่ำ ไม่รู้ความ เจ้าอย่าไปใส่ใจเลย

ว่าแต่ ราคาพิเศษร้อยตำลึง ถ้าไม่ลดราคาล่ะเท่าไหร่?"

เซียวอันเล่อใจกว้างกว่าที่เขาคิด

"ไม่ลดก็สองร้อยตำลึงสิ ข้าจะกล้าเรียกพันตำลึงเชียวหรือ?

จะมีสักกี่คนที่มีปัญญาจ่ายพันตำลึง? แบบนั้นลูกค้าข้าก็หดหายหมดสิ"

นายท่านเซียวสนับสนุนเต็มที่

"ลูกรัก พูดถูกที่สุด!

ต่อให้เป็นตระกูลขุนนาง เงินพันตำลึงก็ไม่ใช่จะควักกันออกมาได้ง่ายๆ"

เซียวเฉิงหลิงถึงกับพูดไม่ออก

"พ่อครับ ทำไมพ่อถึงดีกับน้องเล็กขนาดนี้?"

นายท่านเซียวกลอกตาใส่

"ก็เพราะนางเป็นลูกสาวข้าน่ะสิ"

เซียวเฉิงหลิงอยากจะเถียงว่าเขาก็เป็นลูกชายเหมือนกัน แต่ไม่เคยเห็นพ่อจะโอ๋เขาขนาดนี้มาก่อน

ช่างเถอะ เป็นเพราะน้องสาวเขาเก่งกาจต่างหาก

ตอนเปิดร้านก็ดูครึกครื้นดี แต่พอคนซาก็เงียบเหงาวังเวงชอบกล

"ท่านพ่อ ถ้ามีธุระก็ไปว่าราชการก่อนเถอะเจ้าค่ะ ทางนี้พวกเราจัดการเอง ร้านแบบนี้ไม่ได้เปิดปุ๊บคนจะเข้าปั๊บ ต้องรอผู้มีบุญสัมพันธ์เท่านั้น!"

ทันทีที่นางพูดจบ รถเข็นหรูหราคันหนึ่งก็มาจอดเทียบหน้าร้าน คนที่ก้าวลงมาสวมชุดไหมต่วนสีเงินยวง ใบหน้าเรียบเฉย เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกกดดันจนหายใจไม่ทั่วท้อง

จบบทที่ บทที่ 29: รอผู้มีบุญสัมพันธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว