เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ตัวตลก

บทที่ 22 ตัวตลก

บทที่ 22 ตัวตลก


บทที่ 22 ตัวตลก

ตอนนี้จาบราก็เริ่มเข้าใจแล้ว มังกรน้ำที่ระเบิดเมื่อกี้น่ะ… มันเป็นแค่กับดักเอาไว้ล่อพวกเขา ไม่ได้จะโจมเลยด้วยซ้ำ น้ำที่กระเด็นมาด้วยก็อาจตั้งใจทำให้เขาตกใจด้วย

“ไอเวรนี่!”

ใครจะไม่โกรธล่ะที่กล้ามาเล่นกับพวกเขาแบบนี้

“รุก-รับเปลี่ยนกันอีกแล้วนะ ชบาบา~”

“ถ้านายไม่พูด ก็ไม่มีใครคิดว่านายเป็นใบ้หรอกนะ!” คาลิฟาพูดด้วยความหงุดหงิด

คนคนนี้ไม่เคยคิดบ้างเลยเหรอว่าตอนไหนควรพูดหรือตอนนี้ควรเงียบน่ะ

สแปนดัมกุมหัวแล้ววิ่งกลับไปอีกครั้ง พอเห็นสถานการณ์ชัด ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

“เฮ้!”

“ทำไมนิโค โรบินกับพวกนั้นถึงวิ่งไปทางนู้นได้ล่ะ?!”

“CP9 ทำอะไรซักอย่างสิ?!”

สแปนดัมโกรธสุดๆ เพราะเมื่อครู่นี้เขายังจินตนาการถึงอนาคตที่สดใสอยู่ แต่ความจริงเพิ่งชนเข้ากับหน้าเขาเต็มๆ

แฟรงกี้เผาพิมพ์เขียวทิ้งไป นินจากับโรบินก็กลับมาหาหมวกฟางเรียบร้อย แล้วแบบนี้จะเล่นต่อไปทำไม?!

สีหน้าของ CP9 ยิ่งเคร่งขรึมหลังโดนด่า การถูกศัตรูเอาชนะก็แย่พอแล้ว แต่ตอนนี้ยังต้องทนกับความโกรธของหัวหน้าโง่ๆ อีก

“โยโย่เอ๋ย~”

“เฮ้ นายแค่ไปที่นั่นไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะออกจากเอนิเอส ล็อบบี้ไปแบบปลอดภัยนะ” คุมาโดริพูด ทำท่าเหมือนเตือน

“ถูกต้องแล้ว” บลูโนพูดต่อ “น้ำตกนี้อาจจะผ่านไม่ได้สำหรับคนอื่น แต่สำหรับพวกเรามันไม่ใช่ปัญหาหรอก”

ด้วยการใช้ เดินชมจันทร์ พวกเขาสามารถบุกเข้าไปได้ทุกเมื่อ

“อ๋อ… นายพูดถูกจริงๆ” สแปนดัมพยักหน้า หลังจากสงบสติอารมณ์ลง โรคุชิกิ ของ CP9 สามารถช่วยข้ามน้ำตกโจมตีศัตรูได้จริงๆ

“ที่สำคัญที่สุด ถ้าไม่มี กุญแจ พวกหมวกฟางก็ไม่มีทางปล่อยนิโค โรบินได้แน่นอน” คาลิฟาพูด พร้อมดันแว่นขึ้น

หลังพูดจบ เธอมองไปที่หมวกฟางที่กำลังประหลาดใจด้วยความยินดี แล้วตะโกน “เฮ้! พวกโจรสลัด!”

แต่น่าเสียดาย… ไม่มีใครสนใจเธอเลย

“คลิก~”

เส้นเลือดบนหน้าผากคาลิฟาเต้นตุบๆ เธอตะโกนด้วยความโกรธ “เฮ้ พวกโจรสลัด หมวกฟาง นายได้ยิน ฉันพูดมั้ยเนี่ย!”

“หืม อะไรของเธอ?” นามิหันไปถาม เธอไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้พวกเขากำลังเพลินกับการเจอเพื่อนอีกครั้ง?

“อย่าดีใจเร็วนักล่ะ!” คาลิฟาตะโกน “ลืมไปแล้วเหรอ โรบินยังถูก กุญแจมือหินไคโร อยู่น่ะ?”

“อะไรนะ เธอมี กุญแจ ใช่มั้ย?”

“เหอะๆ… ประมาณนั้นล่ะ”

ทันทีที่พูดจบ ดวงตาของเรนจิก็เฉียบคมขึ้น หากกุญแจอยู่กับผู้หญิงคนนั้น เขาคงคิดจะฆ่าเธอก่อน

สายตาของเรนจิทำคาลิฟาตกใจ ทำให้เธอต้องถอย แต่หลังจากนึกขึ้นได้ว่าเธอยังอยู่กับพวกพ้อง เธอก็เดินกลับมา

“ไม่ต้องรีบนักนะหรอกนะ” คาลิฟาพูดพลางหยิบกุญแจออกมา “ตอนนี้มีกุญแจอยู่หกดอก อยู่กับพวกเราคนละดอก”

“และกุญแจที่จะปลด กุญแจมือของนิโค โรบิน จริงๆ ก็อยู่กับ 1 ในพวกเรานี่แหละ นายแน่ใจแล้วเหรอว่าจะหนีไปตอนนี้กันจริงๆ?”

โดยปกติคาลิฟาไม่ทำอะไรพิเศษ แต่ตอนนี้เธอสามารถใช้วิธีนี้ดึงดูดโจรสลัดไม่ให้หนีได้ง่ายๆ

“งั้นก็…” โซโลวางมือบนดาบ “เราคงปล่อยโรบินไม่ได้ ถ้าไม่เอากุญแจจากเธอมา”

ฮึ… ฟุ่บ… ซันจิพูดพลางจุดบุหรี่ “งั้นก็สู้กันเลยเถอะ”

“เราค่อยหาทางจัดการกับกุญแจมือของโรบินทีหลังไม่ได้หรอ” นามิพูด “เราอุส่าได้โรบินกลับมาแล้วนี่”

“แน่ใจเหรอว่าจะทำแบบนี้?” คาลิฟาถาม “ต้องเผชิญการลอบสังหารทุกวัน แถมยังต้องถูกล่ามไว้ด้วยหินไคโรด้วย”

“แล้วถ้ามีคนเปิดมันได้ล่ะ?”

“ขอโทษนะ กุญแจไคโรพิเศษน่ะ” คาลิฟาเยาะ “ถ้าไม่เจอผู้ใช้ผลปีศาจพิเศษ ก็มีทางเดียว คือหากุญแจ”

“แต่มหาสมุทรกว้างขนาดนี้… พวกเธอคิดว่าจะหามันเจองั้นเหรอ?”

“หรือว่าอยากให้โรบินใส่ กุญแจหินไคโร ไปตลอดชีวิตกันละ?”

คาลิฟามีท่าทีเหมือนมั่นใจว่าจับพวกเขาจนมุมได้ ดูเหมือนไม่กังวลเลยว่าพวกเขาจะหนี

“พูดได้เยี่ยม!” สแปนดัมหัวเราะ “พวกโจรสลัด ต่อให้หนีวันนี้ ฉันก็ระดมกำลังมาล้อมพวกแกได้!”

“พวกแกสามารถปกป้องโรบินด้วย กุญแจมือ จริงๆ เหรอ?!”

“แก…”

“พูดมากกันเกินไปแล้วววว!!!”

จู่ๆ ลูฟี่ตะโกนขัด สแปนดัมตกใจจนเกือบล้ม

“ฉันบอกแล้วไงว่าจะต่อยเจ้านกพิราบนั่น!” ลูฟี่พูด “และเราก็ประกาศสงครามกับพวกนายแล้ว เราจะไปง่ายๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน”

“ลูฟี่…”

“ถูกต้องแล้ว” เรนจิพูดอย่างใจเย็น “อุส่าเปิดบัสเตอร์คอลไปแล้วด้วย จะปล่อยไปเฉยๆ มันก็น่าเสียดาย”

“คราวนี้ ฉันจะบอกโรบินว่า บัสเตอร์คอล ไม่มีอะไรพิเศษ”

“เรนจิ…”

โรบินที่ถูกเรนจิอุ้ม น้ำตาเริ่มคลอ แต่เธอกัดริมฝีปาก พยายามไม่ร้องไห้

“ดูเหมือนผลลัพธ์จะไม่ต่างไปจากที่คิดมากนัก” โซโลพูด

“นี่มันสมบูรณ์แบบไม่ใช่หรอ” ซันจิพูด “ฉันอยากเตะมันอยู่เหมือนกัน”

“พวกนาย…” นามิส่ายหัว ก่อนพูดจริงจัง “ถ้าอย่างนั้น… มาสร้างความวุ่นวายใหญ่กันเถอะ”

“อย่างที่ฉันต้องการเลยย!” ช็อปเปอร์พูดด้วยความโกรธ “พวกนายที่กล้าที่จะรังแกโรบิน เตรียมตัวไว้ให้ดี!”

“โซเงคิงก็ไม่สมควรให้ใครล้อเล่นด้วยเหมือนกัน!”

ทุกคน…

ในที่สุดโรบินก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ น้ำตาไหลอาบแก้ม

“อ๊า!!”

“พวกนายนี่มัน!!”

แฟรงกี้เอามือปิดหน้า “ฉันรักพวกนายจริงๆ นะ!!”

“เจ้าพวกโง่!”

“ตกลง!” แฟรงกี้ลุกขึ้น “ปล่อยให้ฉันผู้ ซูปปป.ปป..เปออร์ ช่วยพวกนายเอง!”

“ฉันวันนี้ก็ซูปเปอรร์!!”

คาลิฟามองฉากนี้ด้วยใบหน้าโกรธจัด เธอไม่คาดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีความคิดแบบนี้… รู้สึกเหมือนตัวตลก

“โถเว้ย… ถ้างั้นทำไมพวกนายถึงลำบากทำขนาดด้วยนี้ล่ะ?!” คาลิฟาพูด มองเรนจิโกรธๆ

“ฉันเหรอ?” เรนจิเหลือบมองคาลิฟา “ถึงแม้ฉันอยากสู้กับพวกเธอก็จริง แต่ฉันคงทิ้งเพื่อนของฉันไว้กับพวกเธอได้หรอกจริงมั้ย ?”

“หนอยย..แกกก”

“งั้น… มาดูกันว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน!” คาลิฟากล่าว

“บัสเตอร์คอลมันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกนะ” ร็อบ ลุชชีกล่าว “วันนี้นายจะเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง”

“ไม่หรอก”

“นาย…ไม่เข้าใจความแข็งแกร่งของฉันเลย”

เรนจิยิ้ม “การสร้างศัตรูกับนินจาบนทะเลเป็นความผิดที่ใหญ่ที่สุดของพวกนายเอง”

“และมัน...จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญให้พวกนายจำไปจนวันตายนั้นแหละ!”

จบบทที่ บทที่ 22 ตัวตลก

คัดลอกลิงก์แล้ว