- หน้าแรก
- เกมไร้ขีดจำกัด เส้นทางสู่ผู้เล่นรุ่นแรก
- ตอนที่ 15: ฝนกำลังจะตก
ตอนที่ 15: ฝนกำลังจะตก
ตอนที่ 15: ฝนกำลังจะตก
ตอนที่ 15: ฝนกำลังจะตก
【ระยะเวลาที่เหลือในเฟสที่ 1: 15 วัน】
ยามเช้าตรู่ ภายในแคมป์
อวิ๋นตงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงฟาง ปากก็ขมุบขมิบละเมอเป็นพักๆ
หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกันหนึ่งคืน จางอวี่ก็รู้สึกได้เลยว่าอวิ๋นตงเป็นคนพูดมากเหลือเกิน
พอรู้ว่าจางอวี่และหวังเหว่ยแทบไม่ต้องนอนหลับเมื่อเดินลมปราณ ปากของเขาก็พ่นคำออกมาไม่หยุดราวกับปืนกล พูดจ้อตั้งแต่ก่อนนอน และใครจะไปคิดว่าขนาดหลับแล้วก็ยังไม่ยอมหยุด
ผิดกับหยางหยวนที่ดูเป็นคนเงียบขรึม ไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าไหร่
เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มสาง จางอวี่ก็ลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ค่อยๆ เดินไปที่ปากถ้ำ
เมื่อมาถึงปากถ้ำ เขาหายใจเข้าลึกๆ รู้สึกว่าอากาศชื้นผิดปกติ เมื่อเงยหน้ามองฟ้าก็เห็นเมฆหมอกมัวๆ เป็นสัญญาณชัดเจนว่าฝนกำลังจะตก
จางอวี่เดาะลิ้นอย่างขัดใจ สภาพอากาศแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย ถ้าฝนตก เขาคงออกไปสำรวจหาสมบัติที่หลงเหลือจากอุกกาบาตไม่ได้
เขาไม่อยากต้องเดินทางกลางสายฝน ไม่มีความจำเป็นต้องไปลำบากขนาดนั้น
จางอวี่หันกลับไปมองในถ้ำ เห็นหวังเหว่ยลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงเข้ามาหา ส่วนอวิ๋นตงและหยางหยวนยังคงหลับสนิท ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ
บางทีพวกเขาอาจจะเหนื่อยล้าจากการเดินทาง หรือไม่ก็นอนไม่ค่อยหลับตั้งแต่มาถึงเกาะหนิวโถว
หวังเหว่ยเดินมาหยุดข้างๆ จางอวี่ มองออกไปข้างนอกแล้วพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ฝนกำลังจะตก ไม่ใช่เรื่องดีเลย เราต้องรีบตุนเสบียงให้ได้เยอะๆ ก่อนฝนจะเทลงมา”
จางอวี่พยักหน้า เห็นด้วยกับหวังเหว่ย พวกเขามาอยู่บนเกาะหนิวโถวได้สิบกว่าวันแล้ว ฝนยังไม่เคยตกเลยสักครั้ง ใครจะไปรู้ว่าถ้าฝนตกแล้วจะเป็นยังไง
ที่นี่คือโลกเหนือธรรมชาติ จะเอามาตรฐานของดาวบลูสตาร์มาตัดสินไม่ได้ การกักตุนอาหารไว้ในถ้ำและลดการออกไปข้างนอกให้น้อยที่สุดน่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่า
ถ้าอยู่แต่ในถ้ำก็ไม่ต้องเปียกฝน กินอิ่มนอนหลับได้ตามปกติ จะใช้ชีวิตแบบนี้ไปได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศล้วนๆ
หวังเหว่ยเดินกลับเข้าไปในแคมป์ ปลุกอวิ๋นตงและหยางหยวนให้ตื่น
อวิ๋นตงบิดขี้เกียจลุกจากเตียง หาวหวอดๆ ถามว่า “ลุงครับ ตื่นเช้าขนาดนี้มีอะไรเหรอ?”
หยางหยวนที่นอนเตียงแยกอีกลุกเดินมาหาหวังเหว่ยด้วยท่าทางงัวเงีย มองหน้าหวังเหว่ยอย่างสงสัยเช่นกัน
เพราะบนชั้นวางยังมีอาหารเหลือเฟือสำหรับมื้อเช้า
หวังเหว่ยชี้ไปที่ท้องฟ้าครึ้มด้านนอกถ้ำ อธิบายว่า “ฝนกำลังจะตก เราต้องรีบหาอาหารมาตุนไว้ในถ้ำ เผื่อว่าฝนตกยาวไม่ยอมหยุด ถึงตอนนั้นจะออกไปหาอาหารคงลำบากแย่”
หลังจากอธิบายให้อวิ๋นตงและหยางหยวนเข้าใจ หวังเหว่ยก็เริ่มแจกแจงหน้าที่ “ฉันกับเสี่ยวตงจะไปเก็บผลไม้และหาฟืน หยางหยวนอยู่เฝ้าแคมป์ คอยรับอาหารที่เราส่งมาทางระบบแลกเปลี่ยน”
จากนั้นเขาก็หันมายิ้มให้จางอวี่ “เสี่ยวอวี่ เธอแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม หน้าที่ลงเขาไปจับปลา ฉันฝากเธอด้วยนะ”
เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับจางอวี่ เขาคว้าดาบเงินแล้วพุ่งตัวลงจากเขาไปทันที
หวังเหว่ยดูสภาพอากาศแล้วส่งข้อความหาหลิวลี่ บอกคร่าวๆ ว่าฝนกำลังจะตก ทางฝั่งลุงปลอดภัยดี และตอนนี้มีผู้เล่นมารวมตัวกันที่ภูเขาใหญ่ 4 คนแล้ว
เมื่อเห็นว่าหลิวลี่ยังไม่ตอบกลับ หวังเหว่ยก็ไม่อยากเสียเวลา สั่งงานหยางหยวนอีกสองสามคำ แล้วพาอวิ๋นตงมุ่งหน้าเข้าป่า
ในเวลานี้ จางอวี่ที่มาถึงชายหาดก็ได้กลายร่างเป็นเซียนตกปลา เขากระโจนลงทะเล ดวงตางูช่วยให้มองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน
เนื่องจากเป้าหมายหลักครั้งนี้คือการหาปลาให้พอกินได้หลายวัน และในแคมป์มีถึง 4 ปากท้องที่ต้องเลี้ยงดู จางอวี่จึงไม่คิดจะใช้วิธีนุ่มนวลเหมือนก่อนหน้านี้
หลังจากล็อคเป้าบริเวณที่มีปลาชุกชุม จางอวี่ก็กลับขึ้นฝั่ง
เขาหาหินก้อนใหญ่แข็งแรงบนหาด ยกขึ้นเหนือหัวแล้วค่อยๆ เดินไปที่ริมน้ำ ใช้สายตายืนยันตำแหน่งฝูงปลาอีกครั้ง
จากนั้นจางอวี่ก็รวบรวมพลัง เท้าจิกพื้นจนทรายยุบเป็นหลุม พลังป่าเถื่อนสีแดงเข้มแล่นพล่านไปตามแขน เส้นเลือดปูดโปน
ร่างของเขาแอ่นไปข้างหลัง มือที่มีพลังป่าเถื่อนห่อหุ้มจับก้อนหินไว้แน่น
สูดหายใจลึกๆ สองสามครั้ง จางอวี่ก็ทุ่มหินก้อนยักษ์ในมือออกไปสุดแรง ใส่บริเวณที่เล็งไว้
พละกำลัง 30 แต้มระเบิดออก พลังป่าเถื่อนแผ่ปกคลุมหินในวินาทีที่ขว้างออกไป
หินก้อนนั้นพุ่งแหวกอากาศราวกับดาวตกสีแดง กระแทกผิวน้ำดัง ‘ตูม!’ สนั่นหวั่นไหว
ในพริบตา ผิวน้ำทะเลแตกกระจายราวกับโดนระเบิดลง น้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว เกิดหลุมขนาดใหญ่บนผิวน้ำก่อนจะถูกมวลน้ำไหลกลับเข้ามาเติมเต็ม
ปลาลอยหงายท้องขาวโพลนขึ้นมาเหนือน้ำราวกับหน่อไม้หลังฝนตก ส่วนใหญ่เป็นปลาตัวเล็กขนาดเท่าฝ่ามือ
จางอวี่นับคร่าวๆ ได้ประมาณสิบกว่าตัว เขารีบลงไปเก็บปลาทั้งหมด แล้วส่งไปให้หยางหยวนผ่านระบบแลกเปลี่ยน
แค่นี้ยังไม่พอแน่นอน จางอวี่จึงทำแบบเดิมซ้ำอีกหลายรอบ
เมื่อรู้สึกว่าปลาที่ได้น่าจะเพียงพอแล้ว เขาก็หยุดมือ เช็คเวลาดูพบว่าเพิ่งผ่านไปแค่ชั่วโมงครึ่ง แต่ฝนปรอยๆ ก็เริ่มตกลงมาแล้ว
จางอวี่รู้สึกว่ายังเช้าอยู่ กลับไปที่ถ้ำตอนนี้ก็ไม่มีอะไรทำ จึงตัดสินใจไปแช่น้ำพุร้อน
เมื่อมาถึงบ่อน้ำพุร้อน ไอความร้อนยังคงพวยพุ่ง จางอวี่อดทึ่งไม่ได้กับความมหัศจรรย์ของน้ำพุประหลาดนี้ อุณหภูมิของมันไม่ลดลงเลยตั้งแต่ตกลงมาที่ตีนเขา
ขณะแช่น้ำพุร้อนอย่างสบายอารมณ์ จางอวี่ก็เปิดหน้าต่างแชทขึ้นมา หาชื่อถูลี่ฮุยแล้วส่งข้อความไป
จางอวี่: “ทางนี้ฝนจะตกหนักแล้ว ทางนายอากาศเป็นไงบ้าง?”
เขาแค่อยากเช็คดูว่าสภาพอากาศบนเกาะเริ่มต้นของทุกคนเหมือนกันหรือไม่
ถูลี่ฮุยตอบกลับมาทันที: “แดดเปรี้ยงเลยครับ ไม่มีวี่แววฝนสักนิด”
ทันใดนั้น ถูลี่ฮุยก็ส่งข้อความมาอีกรัวๆ ซึ่งมีข้อความหนึ่งสะดุดตาจางอวี่เป็นพิเศษ
ถูลี่ฮุย: “เมื่อหลายวันก่อน ตอนผมเดินเล่นในป่า ผมเห็นพวกคนเถื่อนแบกศพคนเถื่อนหลายศพไปทางเนินเขา คิดว่าน่าจะเอาไปฝัง”
“ผมจำตำแหน่งคร่าวๆ ไว้ แล้วก็ลองไปหาดูแถวนั้นมาหลายวัน ในที่สุดก็เจอหลุมศพหลายหลุมที่มีป้ายไม้ปักอยู่ ผมอ่านไม่ออกหรอกว่าเขียนว่าอะไร”
“ผมขุดทุกหลุมเลย ศพคนเถื่อนส่วนใหญ่เน่าเปื่อยไปหมดแล้ว แต่มีศพคนเถื่อนตัวสูง 3 เมตรศพหนึ่งที่สภาพยังสมบูรณ์มาก ระบบแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมาทำเอาผมตกใจแทบแย่”
“แชร์ข้อมูลไอเทม: ศพคนเถื่อนที่เสียชีวิต (ระดับ 1 เหนือมนุษย์)”
“ผมเห็นครั้งก่อนพี่ขอศพคนเถื่อน ผมเลยคิดว่าศพพวกนี้น่าจะมีประโยชน์กับพี่ เลยลองถามดูว่าอยากได้ไหม ถ้าอยากได้ ผมจะส่งไปให้”
หลังจากอ่านข้อความของถูลี่ฮุย ตาของจางอวี่ก็แดงก่ำ อาจจะเป็นผลมาจากสัญชาตญาณของคลาสคนเถื่อน
ระดับ 1 เหนือมนุษย์! จางอวี่ไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตระดับนี้มาก่อน ความสูง 3 เมตรนั่น เทียบกันไม่ติดเลยกับศพคนเถื่อนที่เขาเคยดูดซับไปก่อนหน้านี้ ขีดจำกัดของ ‘เตาหลอมหัวใจ’ ก็อยู่ที่ระดับ 1 เหนือมนุษย์เช่นกัน
จางอวี่จินตนาการไม่ออกเลยว่า ถ้าเขาดูดซับศพคนเถื่อนระดับ 1 เหนือมนุษย์นี้เข้าไป เขาจะแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน
หลังจากดูดซับแล้ว ร่างกายของจางอวี่น่าจะผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการเลื่อนขั้นเป็น ‘ราชันคนเถื่อนระดับ 1’
ต่อให้ยังไม่พอ จางอวี่ก็แค่รอคูลดาวน์พรสวรรค์แล้วหลอมสายเลือดเหนือมนุษย์อีกครั้ง รับรองว่าเหลือเฟือแน่นอน
ถึงตอนนั้น ถ้าเขาอัพขีดจำกัดพลังป่าเถื่อนไปถึง 100 จางอวี่รู้สึกว่าเขาอาจจะกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ก้าวเข้าสู่ระดับ 1 เหนือมนุษย์!