- หน้าแรก
- เกมไร้ขีดจำกัด เส้นทางสู่ผู้เล่นรุ่นแรก
- ตอนที่ 7: พานพบผู้เล่น
ตอนที่ 7: พานพบผู้เล่น
ตอนที่ 7: พานพบผู้เล่น
ตอนที่ 7: พานพบผู้เล่น
สองเท้าของจางอวี่ย่ำลงบนผืนทรายเปียกชื้น ทิ้งรอยเท้าเป็นทางยาวไว้เบื้องหลังบนชายหาด
ในเวลานี้ท้องฟ้าเริ่มสาง แสงตะวันเริ่มจับขอบฟ้า จางอวี่ที่เดินเท้ามาตลอดทั้งคืนรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ เขาเดินเข้าไปในป่า หาจุดร่มรื่นเหมาะๆ แล้วนั่งลงพักผ่อน
ตลอดทางจางอวี่กินอาหารทะเลไปไม่น้อย และตอนนี้เขาก็กินผลไม้สีแดงไปกว่าสิบลูกเพื่อเติมน้ำให้ร่างกาย ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก
เมื่อเปิดหน้าจอเกมขึ้นมาดู เวลาแสดงอยู่ที่ 06:22 น. เขาเดินมาเกือบ 10 ชั่วโมง ขาแทบจะลากดินอยู่แล้ว
เขาลากสังขารอันเหนื่อยอ่อนเดินสำรวจรอบๆ สองสามรอบ เมื่อไม่เห็นมูลสัตว์หรือสัญญาณอันตรายใดๆ เขาจึงวางใจ
จางอวี่เลือกทำเลดีๆ ในป่าทึบ เก็บกิ่งไม้มาปูรองพื้น แล้วนำใบไม้มาปูทับอีกชั้น เตรียมตัวนอนพักผ่อนตรงนั้นเลย
ก่อนจะหลับ จางอวี่เดินกลับไปที่ชายหาดเพื่อมองดูรอบๆ อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่เห็นภูเขาขนาดใหญ่ ดูเหมือนหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล
หลังจากสังเกตการณ์เสร็จ เขาก็กลับมายังที่พักชั่วคราว เพื่อไม่ให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ เขาวางมีดพร้าไว้ข้างกาย ล้มตัวลงนอน หลับตาลง และเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว
...
เที่ยงวัน ดวงอาทิตย์ลอยเด่นอยู่กลางหัว สาดแสงแผดเผาผืนดินอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่จางอวี่กำลังหลับลึก จู่ๆ ก็มีเสียงความเคลื่อนไหวบางอย่างลอยเข้าหู
อากาศที่ร้อนอบอ้าวทำให้จางอวี่หลับไม่ค่อยสนิทนัก อีกทั้งสัญชาตญาณระวังภัยยังคงทำงานอยู่ เสียงรบกวนกะทันหันทำให้จางอวี่ที่นอนตะแคงอยู่สะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งทันที
ขยี้ตาที่งัวเงีย จางอวี่คว้าด้ามมีดพร้าข้างกาย ปักมีดลงพื้นแล้วใช้พยุงตัวลุกขึ้นยืน
เขาจ้องเขม็งไปยังต้นตอของเสียง ด้วยสายตาที่ดีเยี่ยมทำให้จางอวี่มองเห็นเกล็ดงูวูบวาบผ่านช่องว่างระหว่างกอหญ้า
"เจ้าหนอนยาวนี่อีกแล้วรึ? กล้ามารบกวนเวลานอนของข้า สงสัยจะเบื่อโลก!" จางอวี่ที่เพิ่งตื่นอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก พอเห็นว่าเป็นแค่งูตัวหนึ่งที่มารบกวนฝันหวาน เขาก็ยิ่งหงุดหงิด
จางอวี่ถือมีดเดินเข้าไปข้างกอหญ้าโดยไม่สนปฏิกิริยาของงู เขาใช้มีดแหวกหญ้าออก หาตำแหน่งหัวของมัน แล้วเงื้อมีดในมือขึ้นฟันฉับเข้าที่หัวงูอย่างแม่นยำจนขาดกระเด็น
ลำตัวงูไร้หัวดิ้นพล่านอยู่กับพื้น จางอวี่ใช้มีดเกี่ยวตัวงูขึ้นมา ส่วนหัวของมันถูกเขาเตะกระเด็นไปทิศทางใดก็สุดจะรู้
งูลายดอกไม้สีเขียวตัวนี้เป็นเพียงสัตว์ธรรมดาๆ เป็นงูกระจอกที่ตายด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว ซึ่งก็ถือว่าช่วยประหยัดเสบียงอาหารให้เขาได้พอดี
เขานำเนื้องูหลับมาที่ที่พักชั่วคราว แล้วส่งข้อความหา ถู ลี่ฮุย เพื่อขอแลกเปลี่ยนเชื้อไฟ เพราะเขาต้องการก่อกองไฟทำอาหาร
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป ถู ลี่ฮุยก็ตอบกลับมาแทบจะในทันที ไม่นานนัก ท่อนฟืนที่ติดไฟลุกโชนก็ปรากฏขึ้นในช่องมิติสีฟ้าขนาดเล็กตรงหน้าจางอวี่
ขณะที่จางอวี่กำลังทึ่งกับความรวดเร็วของถู ลี่ฮุย เขาก็ใช้มีดเขี่ยฟืนที่ติดไฟออกมา วางไว้ตรงจุดที่เขาใช้นอนเมื่อครู่
เมื่อกองไฟถูกจุดติด จางอวี่ก็กลับมาจากชายหาดพร้อมกับเนื้องูที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
หลังจากจัดการมื้ออาหารเนื้องูจนอิ่ม จางอวี่เปิดแผงควบคุมเกมขึ้นมาดู เห็นว่าเวลาเพิ่งจะ 15:36 น. เขาจึงทำได้เพียงพิงต้นไม้รอเวลาพระอาทิตย์ตกดินอย่างเบื่อหน่าย
ราวๆ 19:00 น. อาทิตย์ลับขอบฟ้า จางอวี่เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
เดินไปได้ไม่นาน จางอวี่เงยหน้าขึ้นมองแล้วพบว่า เขาเริ่มมองเห็นเค้าโครงของภูเขาขนาดใหญ่ได้แล้ว เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางนึกชมโชคของตัวเอง คาดว่าน่าจะถึงตีนเขาได้ในเช้าวันพรุ่งนี้
เมื่อก้มหน้าลง เขาสังเกตเห็นแสงไฟจางๆ ในป่าทึบไกลๆ แต่เพราะระยะทางที่ไกลเกินไป เขาจึงไม่แน่ใจว่าเป็นคนหรือเจ้าสัตว์ประหลาดหนิวโถวกันแน่
แต่ถึงอย่างนั้น จางอวี่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะความรู้สึกโดดเดี่ยวมันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เลย
จางอวี่ชะลอฝีเท้าลง ย่องเบาเข้าไปหาแสงไฟนั้น เมื่อเห็นภาพข้างกองไฟชัดเจน เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ข้างกองไฟมีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอมีคิ้วเรียวสวย ดวงตากลมโตเป็นประกาย จมูกเล็กจิ้มลิ้ม ความประทับใจแรกคือดูเป็นคนมีชีวิตชีวา แต่ผมยาวสลวยของเธอดูกระเซอะกระเซิงไปบ้าง
ดวงตาของเด็กสาวจับจ้องไปที่หน้าจอเรืองแสงตรงหน้า โดยไม่รู้เลยว่าจางอวี่กำลังยืนสังเกตเธออย่างเปิดเผยจากในความมืด
หลังจากสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง จางอวี่ก็เดินตรงเข้าไปหาเด็กสาว เสียงฝีเท้าเสียดสีกับพื้นทรายดังสวบสาบ
หูของเด็กสาวกระดิก เธอเงยหน้ามองไปทางจางอวี่ทันที เมื่อเห็นชายหนุ่มผมเผ้ายุ่งเหยิง ผิวคล้ำแดด แบกห่อผ้าไว้บนหลัง เปลือยท่อนบนราวกับคนป่าและถือมีดพร้าเดินออกมาจากความมืด เธอก็ตกใจจนสะดุ้ง
เด็กสาวกระโดดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วตะโกนใส่จางอวี่ "หยุดนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!" สิ้นเสียง ร่างพลังงานสีฟ้าที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ก็ปรากฏขึ้นด้านหลังเธอ หมัดขนาดใหญ่ของมันเตรียมพร้อมต่อสู้
ภาพตรงหน้าทำเอาจางอวี่ตะลึงงัน นี่มันตัวอะไรกัน? เมื่อเห็นว่าเด็กสาวเตรียมจะโจมตี เขาจึงรีบอธิบาย "แม่นางคนสวย คนสวย ใจเย็นๆ ก่อน ฉันแค่ผ่านมาเห็นกองไฟเลยแวะมาดู ไม่ได้มีเจตนาร้าย"
เด็กสาวกวาดตามองจางอวี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "เดินทางตอนกลางคืนเหรอ? เพราะพรสวรรค์ของนายสินะ?"
จางอวี่ยังคงระแวดระวังตัว "ใช่แล้ว พรสวรรค์ของฉันคือการมองเห็นในที่มืด"
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวยังคงระแวง และร่างพลังงานด้านหลังเธอยังไม่สลายไป จางอวี่จึงต้องพูดต่อเพื่อคลายความกังวลของเธอ
"ถ้าฉันคิดจะทำร้ายเธอ ฉันคงลงมือตอนเธอเผลอหลับไปแล้วล่ะ"
เด็กสาวรู้สึกว่าคำพูดของจางอวี่มีเหตุผล ความระแวงส่วนใหญ่จึงมลายไป ร่างพลังงานด้านหลังเธอค่อยๆ เลือนหายไป
เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว จางอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เมื่อกี้คือพรสวรรค์ของเธอเหรอ?"
เด็กสาวตอบเสียงเรียบ "ใช่"
จางอวี่ถามต่อ "เธอเห็นซากโบราณสถานแถวนี้บ้างไหม?"
เด็กสาวยังคงตอบด้วยท่าทีเย็นชา "ไม่เห็น"
จางอวี่ลูบจมูกแก้เก้อ ไม่อยากจะเซ้าซี้คนที่ทำตัวเย็นชาใส่ ยึดคติ 'เพิ่มมิตรดีกว่าสร้างศัตรู' เขาจึงส่งคำขอเป็นเพื่อนไปให้เด็กสาว แล้วขอตัวออกเดินทางต่อ
ในเมื่อไม่มีซากโบราณสถานอยู่ที่นี่ จางอวี่ก็ไม่อยากเสียเวลาอีก ภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือต้องไปสมทบกับ หวังเหว่ย ให้เร็วที่สุด
【ผู้เล่น หลิวหลี ตอบรับคำขอเป็นเพื่อนของคุณ】
หลิวหลีมองแผ่นหลังของจางอวี่ที่ค่อยๆ หายไปในความมืด ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก การที่มีผู้ชายถือมีดโผล่มากลางดึกแบบนี้เล่นเอาเธอขวัญหนีดีฝ่อไปเหมือนกัน
ขณะเดินอยู่บนชายหาด จางอวี่เหลือบมองช่องแชทตามความเคยชิน แล้วก็พบว่าหวังเหว่ยส่งข้อความมาหาเขา เขาจึงรีบกดเข้าไปอ่าน
หวังเหว่ย: "เจอซากโบราณสถานที่นายพูดถึงแล้ว อยู่ในถ้ำภูเขาบนลูกเขาลูกใหญ่นั่นแหละ ฉันเข้าไปดูแล้วไม่มีอะไรเลย มีแต่แผ่นหินแผ่นหนึ่งที่ฉันยกไม่ไหว เอาน่า เดี๋ยวถ้านายมาถึงค่อยคุยกัน"
จางอวี่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที "คุณลุง ผมกะว่าพรุ่งนี้น่าจะถึงตีนเขาแล้วครับ อีกนิดเดียว"
หวังเหว่ยตอบกลับสั้นๆ ได้ใจความ "ดี"
จางอวี่ปิดหน้าจอสนทนา แล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง