- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 46 - เขารู้จักผมเหรอ?
บทที่ 46 - เขารู้จักผมเหรอ?
บทที่ 46 - เขารู้จักผมเหรอ?
บทที่ 46 - เขารู้จักผมเหรอ?
กร่าง!
กร่างสุดๆ!
นี่คือความรู้สึกที่ชัดเจนที่สุดของหลวี่จงซินในขณะนี้
ผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งกล้าพูดใส่หน้าตำรวจที่สอบสวนว่า "คุณไม่มีสิทธิ์"
ผู้ต้องสงสัยแบบนี้หลวี่จงซินอย่าว่าแต่เคยเจอเลย แค่ได้ยินยังไม่เคยได้ยิน
แต่เพื่อให้ปิดคดีได้โดยเร็ว เขาจึงไม่ระเบิดอารมณ์ออกมา แต่ข่มใจอดทนไว้ และสั่งระงับการสอบสวนชั่วคราว
เมื่อกลับมาที่ห้องข้างๆ สมาชิกทีมสืบสวนพิเศษทุกคนรวมตัวกันอยู่ที่นี่
"ต้าจาง นายคิดว่าไง?" หลวี่จงซินพุ่งสายตาไปที่ลูกศิษย์ทันทีที่ก้าวเข้ามา
เขารู้อยู่แก่ใจว่าคนที่โจวจื่อเจ๋ออยากเจอคืออวี๋ต้าจาง
และทั้งทีมสืบสวนพิเศษ ก็มีแค่อวี๋ต้าจางคนเดียวที่ตอบคำถามของโจวจื่อเจ๋อได้
ที่ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ ก็เพื่อรักษาน้ำใจคนอื่น
"เขาอยากเปลี่ยนคนก็ให้เปลี่ยนเหรอครับ?" อวี๋ต้าจางลุกจากเก้าอี้คอมพิวเตอร์ สีหน้าบอกบุญไม่รับสุดขีด
"เขาคิดว่าที่นี่เป็นที่ไหน ร้านคาราโอเกะเหรอ ถึงได้มีสิทธิ์เลือกเด็กนั่งดริ๊งค์!"
สิ้นคำพูดนี้ สมาชิกทีมสืบสวนพิเศษทุกคนรวมถึงหลวี่จงซินอึ้งกิมกี่
พร้อมกับส่งสายตาเปี่ยมด้วยความอยากรู้อยากเห็นไปที่อวี๋ต้าจางซึ่งกำลังหงุดหงิด
หมอนี่เคยไปเที่ยวมาสินะ~
ไม่งั้นจะเชื่อมโยงไปถึงสถานที่แบบนั้นปุบปับได้ไง
แถมยังรู้ศัพท์เฉพาะวงการอีก ไม่ต้องสืบ เคยไปแน่นอน
วีรบุรุษไม่ถามที่มา คนเจ้าชู้ไม่ดูอายุจริงๆ
หมอนี่ครบเครื่องทั้งสองอย่าง
คนเก่งชัดๆ!
ผมหลุดปากพูดอะไรออกไปหรือเปล่าเนี่ย... อวี๋ต้าจางเห็นสายตาเพื่อนร่วมทีมดูไม่ค่อยเป็นมิตร ก็รีบเปลี่ยนเรื่อง
"อาจารย์ครับ เราจะยอมให้ผู้ต้องสงสัยจูงจมูกไม่ได้ เขาพูดมั่วๆ มาคำหนึ่ง เราก็ต้องตอบสนองเหรอ?"
"ถ้าถามผมนะ ไม่ให้เปลี่ยนครับ"
"อาจารย์ที่เป็นมาม่าซัง... เอ้ย เป็นรองหัวหน้าทีม ต้องใจแข็งหน่อยสิครับ"
"เราไม่ต้องสนหรอกว่าสิ่งที่ผู้ต้องสงสัยพูดเป็นความจริงไหม ต่อให้เขาอยากสารภาพจริงๆ ก็ตามใจเขาไม่ได้"
พวกนายยังคิดว่าฉันเคยไปเที่ยวจริงๆ สินะ... สมาชิกทีมทุกคนมีความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัว
"แบบนั้นจะไม่ดีมั้ง" หลวี่จงซินลังเล
"อุตส่าห์ยอมเปิดปากแล้ว ฉันคิดว่านี่เป็นโอกาส เราควรรีบคว้าไว้"
เขาคิดว่าลูกศิษย์ไม่อยากร่วมสอบสวน
คำพูดชุดเมื่อกี้ของอวี๋ต้าจาง ฟังผ่านๆ เหมือนจะมีเหตุผล แต่พิจารณาดีๆ มันฟังไม่ขึ้น
แค่ลองตรองดูก็รู้แล้วว่า จริงๆ แล้วเขาแค่ไม่อยากเผชิญหน้ากับผู้ต้องสงสัยโดยตรง
"เอางี้ละกันครับ" อวี๋ต้าจางจนปัญญา จำต้องยอมถอยคนละครึ่งทาง
"อาจารย์ยื้อกับเขาไปก่อน อย่างน้อยก็ยื้อไว้อีกสักวัน ถ้าพรุ่งนี้เขายังทำตัวตายซากแบบนี้อยู่ เราค่อยเปลี่ยนคน"
เขามีแผนของตัวเองแน่นอน
อย่าเห็นว่าผู้ต้องสงสัยเพิ่งจะยอมเปิดปากตอนนี้ แต่อวี๋ต้าจางสังเกตเห็นว่า เทียบกับตอนเพิ่งถูกจับมา สภาพจิตใจของเขาดีขึ้นมาก
ต้องคิดอะไรตกผลึกแล้วแน่ๆ ถึงเป็นแบบนี้
เมื่อวานอวี๋ต้าจางสังเกตอาการผู้ต้องสงสัยผ่านจอมอนิเตอร์อย่างละเอียด
แม้จะไม่ถึงขั้นขาสั่น แต่สายตาลอกแลกไม่หยุด แสดงว่าตอนนั้นเขาตกอยู่ในภาวะหวาดกลัวสุดขีด
เขาใช้สติสัมปชัญญะเฮือกสุดท้ายประคองความคิดตัวเองให้ตื่นตัว
แต่ผ่านไปแค่วันเดียว เขากลับสงบลงได้
คิดมาทั้งคืน คงยอมรับชะตากรรมบางอย่างได้แล้วสินะ... อวี๋ต้าจางประเมินว่าที่ฝ่ายตรงข้ามอยากเจอเขา มีเหตุผลไม่กี่ข้อ
วางกับดักต่อ เพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง
อยากตายแบบตาหลับ รู้ให้แจ้งเห็นจริง
หรืออาจจะมีทั้งสองข้อ
ใช่แล้ว เขาต้องรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ ไม่อย่างนั้นคงไม่นิ่งขนาดนี้
อย่าว่าแต่ทนายดังในชาติก่อนเลย ต่อให้กวาดทนายมือดีมาทั้งประเทศ ก็ช่วยเขาไม่ได้
พฤติการณ์เลวร้ายเกินไป
เจตนาฆ่า, หาแพะรับบาป, วางกับดักตำรวจ ข้อหาพวกนี้รวมกัน ยิงเป้าครึ่งชั่วโมงยังไม่สาสม
เขายังมีเป้าหมายอะไรอีก... นี่คือสิ่งที่อวี๋ต้าจางสนใจที่สุด
ส่วนเรื่องคุยกับผู้ต้องสงสัยตัวต่อตัว เขาไม่มีอารมณ์เลยสักนิด
ชาตินี้มีเขาคอยคุมเกมอยู่ข้างๆ อวี๋ต้าจางกลับอยากให้หลวี่จงซินเป็นคนสอบจนจบมากกว่า
ถือว่าให้อาจารย์ได้แก้แค้นให้ตัวเองทางอ้อม
.
ผ่านไปอีกวัน โจวจื่อเจ๋อก็ยังไม่ยอมปริปาก
หลวี่จงซินงัดหลักฐานออกมาโชว์หลายรอบ พยายามเกลี้ยกล่อมให้สารภาพ
แต่โจวจื่อเจ๋อก็ยังนิ่งเฉย พอถึงช่วงบ่าย เขาถึงขั้นหลับตาใส่
คราวนี้ไม่ใช่แค่หลวี่จงซิน สมาชิกทีมคนอื่นๆ ก็เริ่มร้อนใจ
"ต้าจาง นายไปเถอะ"
"ฉันดูออกว่าเขารอนายอยู่"
"นายอย่าทรมานอาจารย์นายเลย ฉันค้นพบว่าพวกเขาสองคนคุยกันคนละภาษาจริงๆ"
"ใช่ นายกับผู้ต้องสงสัยเป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน เผื่อจะคุยกันรู้เรื่อง"
ผมกับเขาจะมีเรื่องอะไรให้คุยกัน... อวี๋ต้าจางมองบนใส่เพื่อนร่วมทีม
แต่ก็นะ ถึงเวลาแล้ว
สองวันนี้เขารวบรวมหลักฐานและตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัดข้อสงสัยที่มีเหตุผลอื่นๆ ออกจนหมด
คดีนี้สำหรับอวี๋ต้าจางตอนนี้: ห่วงโซ่พยานหลักฐานสมบูรณ์ ขาดแค่ก้าวสุดท้าย...
การปิดวงจรให้ครบถ้วน
เขาค่อยๆ ลุกขึ้น บิดขี้เกียจเต็มแรง แล้วหยิบไมค์ข้างคอมพิวเตอร์ขึ้นมา
"อาจารย์ พักแป๊บครับ เปลี่ยนตัวผู้เล่น"
หลวี่จงซินในห้องสอบสวนเหมือนรอเวลานี้อยู่แล้ว
พอได้ยินเสียงอวี๋ต้าจางผ่านหูฟัง ก็พยักหน้าเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
ไม่สนใจปฏิกิริยาของโจวจื่อเจ๋อฝั่งตรงข้าม เขาลุกเดินออกจากห้องสอบสวนทันที
พอมาถึงห้องข้างๆ หลวี่จงซินก็รีบถาม
"ต้องให้ฉันเข้าไปเป็นเพื่อนไหม?"
อวี๋ต้าจางโบกมือปฏิเสธ กวาดตามองไปรอบห้อง สุดท้ายสายตาไปหยุดที่เฉียนเฉิง
"พี่เฉียน เราสองคนเข้าไป"
ดูเหมือนจะคาดไม่ถึงว่าอวี๋ต้าจางจะเรียกตัวเอง เฉียนเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ตอบกลับตามสัญชาตญาณ
"ฉันทำไม่เป็น แล้วฉันก็ไม่เคยร่วมสอบสวนด้วย"
"ไม่เป็นไร" อวี๋ต้าจางคว้าข้อมือเขาหมับ
"คนใหม่บรรยากาศใหม่ ในเมื่อจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนยกชุดไปเลย ปะ ไปเล่นงานให้เขาตั้งตัวไม่ทันกัน"
ดูทรงแล้วฉันน่าจะตั้งตัวไม่ทันยิ่งกว่าผู้ต้องสงสัยอีกนะ... เฉียนเฉิงไม่อยากไป แต่สะบัดมือเท่าไหร่ก็ไม่หลุด
สุดท้ายก็โดนอวี๋ต้าจางลากไปห้องสอบสวนจนได้
สมาชิกทีมอีกคนที่อยู่ในห้องเห็นสองคนเข้ามาก็งง
ทำไมจูงมือกันเข้ามา?
"พี่ออกไปก่อนครับ" อวี๋ต้าจางบอกเขา
"ที่นี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกผม"
"โอเค" สมาชิกคนนั้นรับคำ แล้วรีบเดินออกจากห้อง
ให้เฉียนเฉิงนั่งลงก่อน เขาถึงหันไปมองผู้ต้องสงสัยโจวจื่อเจ๋อ
สบตากัน อวี๋ต้าจางรู้สึกว่าสายตาที่อีกฝ่ายมองมาดูแปลกๆ
เหมือนกับ... สงสัย, รำลึกความหลัง, ไม่เข้าใจ...
สายตาแบบนี้มันอะไรกัน?
ราวกับเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน บังเอิญมาเจอกัน แล้วเขากำลังพยายามนึกให้ออกว่าเป็นใคร
เขารู้จักผมเหรอ?
เป็นไปไม่ได้... อวี๋ต้าจางปัดความคิดนี้ทิ้งทันที
ตอนจับกุมโจวจื่อเจ๋อ เขาไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ พอพาตัวกลับมาก็เป็นหลวี่จงซินสอบสวนตลอด
สองวันนี้เขาไม่เคยไปโผล่หน้าให้อีกฝ่ายเห็นเลย แม้แต่เดินสวนกันก็ไม่มี
เคยเจอกันมาก่อน?
ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่... อวี๋ต้าจางจำได้ว่าตอนอยู่โรงเรียนตำรวจตัวเองเป็นแค่มนุษย์ล่องหน ไม่มีจุดเด่นอะไรให้คนจำ
และเขามั่นใจมากว่า ในโรงเรียนเขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับโจวจื่อเจ๋อคนนี้
เล่นละครใส่ผมสินะ... อวี๋ต้าจางนั่งลง ยืดตัวตรง พยายามทำท่าทางให้ดูมีบารมีหน่อย
"ได้ยินว่าคุณตามหาผมอยู่"
(จบแล้ว)