- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิต ปิดคดีเดือด
- บทที่ 30 - ในที่สุดพี่ก็ดูเหมือนผู้เหมือนคนสักที
บทที่ 30 - ในที่สุดพี่ก็ดูเหมือนผู้เหมือนคนสักที
บทที่ 30 - ในที่สุดพี่ก็ดูเหมือนผู้เหมือนคนสักที
บทที่ 30 - ในที่สุดพี่ก็ดูเหมือนผู้เหมือนคนสักที
"ผมก็พูดไปอย่างนั้น พี่ดันเชื่อเป็นจริงเป็นจัง" อวี๋ต้าจางยิ้ม
"ถ้าแค่เดาก็ไขคดีได้ จะมีแผนกพิสูจน์หลักฐานไว้ทำไมล่ะครับ"
เฉียนเฉิงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็กลับมาเป็นปกติ
แบบนี้ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย จะยืนยันส่วนประกอบของวัตถุ สุดท้ายก็ต้องดูผลการตรวจสอบอยู่ดี
"ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ผลออกเมื่อไหร่จะรีบเอามาให้นายทันที"
เฉียนเฉิงพูดจบก็เดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุม
ตอนนี้ ในห้องประชุมอันกว้างขวางเหลือเพียงอวี๋ต้าจางคนเดียว
ตอนแจกแจงงานเมื่อกี้เขาก็มองออก รวมทั้งอาจารย์ด้วย ไม่มีใครในทีมสืบสวนพิเศษเข้าใจการกระทำของเขาเลย
ให้หลวี่จงซินสอบสวนไปในทางว่าผู้ต้องสงสัยบริสุทธิ์ ให้คนอื่นไปสืบภูมิหลังของทั้งสองฝ่าย
แค่สองข้อนี้ก็บอกชัดแล้วว่าอวี๋ต้าจางปักใจเชื่อว่าข่งลิ่งเจี๋ยไม่ใช่ฆาตกรตัวจริง
ไม่มีใครรู้ว่าความมั่นใจของเขามาจากไหน
อวี๋ต้าจางเองก็จนใจ เขาอยากจะอธิบายให้ชัดเจน แต่บางเรื่องมันพูดไม่ออก
ในชาติก่อน หลักฐานที่อยู่ของข่งลิ่งเจี๋ยเป็นของจริงแน่นอน นี่เป็นหลักฐานสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาหลุดคดี
ยังมีทนายความคนนั้นอีก ต้องมีคนออกเงินจ้างให้ข่งลิ่งเจี๋ยแน่ๆ
จากสองข้อนี้อนุมานได้ว่า ข่งลิ่งเจี๋ยเป็นแค่หุ่นเชิดที่ถูกดันออกมาหน้าฉาก
ติดตรงที่อวี๋ต้าจางไม่สามารถพูดเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นได้
สถานการณ์ของเขาตอนนี้คือ: รู้อยู่เต็มอก แต่พูดไม่ได้
ต่อให้บอกว่าเป็นผู้กลับชาติมาเกิด ก็ต้องมีคนเชื่อก่อนสิ
.
ใกล้เที่ยง เฉียนเฉิงกลับมาพร้อมผลการตรวจสอบในมือ
"ผลออกแล้ว นายลองทายซิว่าไอ้เม็ดนั่นคืออะไร?"
ท่าทางของเฉียนเฉิงตื่นเต้นมาก พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิชาชีพ เขาจะดี๊ด๊าเป็นพิเศษ
"ถ่าน" อวี๋ต้าจางตอบแทบไม่ต้องคิด
"พูดให้ถูกคือ ถ่านกัมมันต์"
เฉียนเฉิง: !!!!
หลุด หลุดปากออกมาแล้ว!
เมื่อกี้ยังบอกว่าลำพังการเดาไขคดีไม่ได้ แล้วทำไมนายเดาแม่นขนาดนี้
ของแบบนี้มันแยกแยะด้วยตาเปล่าได้เหรอ?
ตานายเชื่อมต่อกับเครื่องวิเคราะห์สารหรือไง?
สรุปนายเป็นตัวอะไรกันแน่!
เห็นเฉียนเฉิงอ้าปากค้าง จ้องตัวเองตาไม่กระพริบ อวี๋ต้าจางก็หัวเราะ
"ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกครับ"
"รายงานการตรวจที่เกิดเหตุระบุว่า ศพถูกวางหงายบนเตียง โดยศีรษะอยู่ทางปลายเตียง"
"และเม็ดนั่นก็เจอที่ปลายเตียง คำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผลคือ... เม็ดนั่นร่วงมาจากผมของผู้ตาย"
"นี่เป็นสมมติฐานเดียวที่เชื่อมโยงกับผู้ตายได้"
"เมื่อประกอบกับสภาพในห้องเช่า ก็อนุมานประโยชน์ของเจ้าเม็ดนั่นได้ไม่ยาก"
ประโยชน์อะไรอีกล่ะ... เฉียนเฉิงทำหน้าเหมือนเห็นผี
ลูกพี่พูดต่อสิครับ!
ถ้าผมเดาเองได้คงไม่มาอยู่แผนกพิสูจน์หลักฐานหรอก
เห็นเฉียนเฉิงทำท่าอึกอัก อวี๋ต้าจางก็เริ่มงง
ใบ้ขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอ?
ช่วยไม่ได้ เขาเลยต้องพูดต่อ
"วันนั้นที่เราสองคนไปที่เกิดเหตุ พี่ไม่รู้สึกว่าในห้องมันมีอะไรผิดปกติเหรอ?"
เฉียนเฉิงนึกย้อนดู สุดท้ายก็ส่ายหน้าอย่างจนใจ
"ไม่เห็นมีอะไรพิเศษนี่นา ตอนเราไปเขาก็ตรวจที่เกิดเหตุเสร็จหมดแล้ว"
อวี๋ต้าจางหาเบาะแสใหม่ได้สองอย่างก็ทำเขาประหลาดใจพอแล้ว เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่ายังมีอะไรผิดปกติอีก
"กลิ่นไงครับ!" อวี๋ต้าจางทำหน้าเหมือนผู้ใหญ่ผิดหวังในตัวเด็ก
"ในอุณหภูมิปกติ คนเราหลังเสียชีวิตยี่สิบสี่ชั่วโมง ศพจะเริ่มส่งกลิ่น เกินสี่สิบแปดชั่วโมงก็จะเหม็นจนเข้าใกล้ไม่ได้"
"แต่ตอนที่พบศพจางเหยียน เธอตายมาสี่วันแล้ว ด้วยอุณหภูมิเมืองซงไห่ตอนนี้ มันต้องเหม็นเน่าขนาดไหน"
"ต่อให้ย้ายศพไปแล้ว กลิ่นที่หลงเหลืออยู่อย่างน้อยเป็นอาทิตย์กว่าจะจางหาย"
"แต่ตอนเราอยู่ในห้องเช่า กลิ่นมีก็จริง แต่จางมาก ถ้าไม่ตั้งใจดมแทบไม่รู้สึก"
"ตอนอยู่หน้างานพี่บอกเองว่า หลักการรักษาสถานที่เกิดเหตุคือคงสภาพเดิม"
"งั้นก็ต้องไม่มีใครไปกำจัดกลิ่นในที่เกิดเหตุ"
"ดังนั้น ฆาตกรต้องใช้วิธีบางอย่างรักษาสภาพศพ..."
อวี๋ต้าจางพูดถึงตรงนี้ ดวงตาเฉียนเฉิงก็เป็นประกาย รีบยกมือขัดจังหวะ
"รู้แล้วๆ ฉันรู้แล้ว ฆาตกรอาศัยคุณสมบัติดูดซับสูงของถ่านกัมมันต์ มากำจัดกลิ่นและรักษาสภาพศพ"
คิดได้ก็จริง แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่อวี๋ต้าจางแทบจะเฉลยคำตอบให้อยู่แล้ว
เฉียนเฉิงมองเด็กใหม่ที่ยังไม่ผ่านโปรตรงหน้า เริ่มสงสัยในไอคิวตัวเองแล้ว
ไปที่เกิดเหตุพร้อมกัน ทำไมเขาเจอจุดผิดปกติเยอะแยะขนาดนั้น
ส่วนตัวเองเหมือนไปทัวร์ที่เกิดเหตุเฉยๆ
ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนสมองเปิดโล่ง ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด
"ฆาตกรต้องเคยอ่านหนังสือแนวนิติเวชศาสตร์ หรือไม่ก็เรียนมาทางด้านนี้โดยตรง"
เฉียนเฉิงพูดไปวิเคราะห์ไป
"การแช่แข็งศพจะถูกตรวจพบตอนชันสูตรได้ง่าย นี่เป็นวิธีของมือสมัครเล่น"
"มีแต่คนที่ศึกษาด้านนิติเวชมาเท่านั้น ถึงจะคิดใช้วิธีเอาถ่านกัมมันต์มาจัดการ"
"ทำแบบนี้ไม่เพียงกลบกลิ่น แต่ยังช่วยชะลอการเน่าเปื่อยของศพได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
"หมายความว่า เวลาตายที่แท้จริงของผู้ตายต้องขยับขึ้นมาเร็วขึ้นอีก!"
ในที่สุดพี่ก็ดูเป็นผู้เป็นคนกับเขาสักที... อวี๋ต้าจางพยักหน้าอย่างพอใจ
ก่อนหน้านี้เขาเคยสงสัยว่าเฉียนเฉิงอาจจะมาเป็นตัวแถม เพราะปกติคนแผนกพิสูจน์หลักฐานไม่ค่อยเข้าทีมสืบสวนพิเศษ
แต่จากการร่วมงานกันหลายครั้ง อวี๋ต้าจางพบว่าความรู้เฉพาะทางของเฉียนเฉิงเรียกได้ว่าระดับเซียน
คนแบบนี้ไม่ต้องให้มาวิเคราะห์คดี แค่เวลาเจอข้อสงสัย แล้วเขาสามารถให้ความเห็นทางวิชาชีพได้ทันท่วงทีก็พอแล้ว
อย่างเช่นตอนนี้
อวี๋ต้าจางคิดได้ว่าฆาตกรใช้ถ่านกัมมันต์รักษาสภาพศพ แต่ไม่รู้ว่ามันช่วยชะลอการเน่าเปื่อยได้ด้วย
นี่แหละช่องว่างระหว่างมือสมัครเล่นกับมืออาชีพ
"ยังมีอีก" เฉียนเฉิงยิ่งพูดยิ่งลื่นไหล เริ่มแก้จุดผิดของอวี๋ต้าจาง
"เมื่อกี้ที่นายบอกว่าสี่สิบแปดชั่วโมงจะเหม็นมาก มันไม่ถูกต้องเป๊ะๆ นะ"
"จริงๆ แล้วศพจะเริ่มนิ่มตัวตอนสี่สิบสองชั่วโมง ปัสสาวะและอุจจาระจะถูกขับออกมาเนื่องจากกล้ามเนื้อคลายตัว..."
"พอแล้วๆ" อวี๋ต้าจางรีบเบรก
"ไม่ต้องมาเลกเชอร์ให้ผมฟังหรอกครับ ผมรู้แค่คร่าวๆ ก็พอแล้ว"
ใกล้เที่ยงแล้วนะพี่ ตั้งใจจะทำให้ผมกินข้าวไม่ลงใช่ไหม... อวี๋ต้าจางรู้ทันพวกโอตาคุสายวิชาการ
พอได้คุยเรื่องที่ถนัดจะเครื่องติด แทบอยากจะคายความรู้ที่เรียนมาทั้งหมดออกมา
แต่ก็ต้องขอบคุณเฉียนเฉิง
ถ้าไม่มีความรู้ของเขา อวี๋ต้าจางก็คงไม่รู้ว่าเวลาตายถูกบิดเบือนได้
ถ้าเวลาตายขยับเร็วขึ้น หลักฐานที่อยู่ของข่งลิ่งเจี๋ยก็จะใช้ไม่ได้
"พี่เฉียน พี่ต้องวิ่งไปสถาบันนิติเวชอีกรอบแล้วล่ะ" อวี๋ต้าจางพูดเร็วๆ
"แจ้งสถานการณ์ใหม่ให้หมอนิติเวชทราบ ขอยื่นเรื่องชันสูตรศพซ้ำ ระบุเวลาตายที่แน่นอนให้เร็วที่สุด"
อวี๋ต้าจางรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเวลาตายก็เป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง
และแค่พูดปากเปล่าไม่ได้ ต้องมีรายงานชันสูตรที่ถูกต้องและมีผลทางกฎหมายยืนยัน
"ฉันจะไปเดี๋ยวนี้" เฉียนเฉิงพูดพลางยื่นรายงานการตรวจสอบเม็ดถ่านให้อวี๋ต้าจาง
เวลาตายคลาดเคลื่อน เป็นสิ่งที่เขาใช้องค์ความรู้เฉพาะทางอนุมานออกมา
นั่นหมายความว่าในคดีนี้ เขาก็มีส่วนช่วยผลักดันให้คดีคืบหน้าเหมือนกัน
เพราะแบบนี้ ตอนนี้เฉียนเฉิงถึงได้ไฟแรงสุดๆ
ส่วนอวี๋ต้าจางเดินไปห้องข้างๆ ห้องสอบสวน หยิบไมค์บนโต๊ะขึ้นมา
"อาจารย์ พักครึ่งก่อนครับ รูปคดีเปลี่ยน"
(จบแล้ว)