เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - บัตรธนาคารหนึ่งใบ

บทที่ 50 - บัตรธนาคารหนึ่งใบ

บทที่ 50 - บัตรธนาคารหนึ่งใบ


บทที่ 50 - บัตรธนาคารหนึ่งใบ

การประชุมใหญ่ของโรงเรียนมัธยมหนึ่งหรงเฉิงกินเวลาจนถึงสิบเอ็ดโมงเช้าถึงจะจบลง

จากนั้นก็ปล่อยนักเรียนกลับบ้านทันที

"ปล่อยกลับตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน เรื่องเขตหวงห้ามเทียนหง จักรพรรดิสัตว์อสูรถือกำเนิด ปฏิรูปการสอบเกาเข่า สอบภาคปฏิบัติ... แต่ละเรื่องล้วนเป็นข่าวระดับระเบิดลง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือครู ต่างก็ต้องการเวลากลับไปย่อยข่าวสารพวกนี้"

เฉินจั๋วพึมพำกับตัวเอง

แต่ใจของเขาไม่ได้จดจ่ออยู่กับเรื่องพวกนี้เลย มันลอยกลับไปถึงบ้านตั้งนานแล้ว

"พ่อครับ ผมมาแล้ว~~~"

"อืม ครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะไถมาได้เท่าไหร่... ตอนนี้ฉันมีเงินติดตัว 270,000 ถ้าไถจากพ่อมาได้อีกสักไม่กี่หมื่น ก็จะซื้อยาปราณโลหิตได้หนึ่งเม็ดแล้ว..."

ในความคิดของเฉินจั๋ว ถ้าหลอกเงินเฉินเซี่ยงหรานมาได้สัก 30,000 หยวน รวมให้ครบ 300,000 เพื่อซื้อยาปราณโลหิต ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จ

ระหว่างทาง

เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าแทบทุกคนกำลังถกเถียงกันเรื่อง "เขตหวงห้ามเทียนหง"

หยิบมือถือขึ้นมาดู

โลกอินเทอร์เน็ตแทบระเบิดไปแล้ว

【มนุษยชาติพ่ายยับเยินที่เขตหวงห้ามเทียนหง】

【วันสิ้นโลกมาถึง? มนุษยชาติมาถึงจุดเป็นตาย】

【ตื่นตระหนก! สิบสามปรมาจารย์พลีชีพในแดนต้องห้าม!】

【ปีนี้การสอบเกาเข่าเปลี่ยนครั้งใหญ่ เด็ก ม.6 อาจต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูร】

【สัตว์อสูรให้กำเนิดจักรพรรดิ มนุษย์ไร้ทางถอย...】

ไม่ว่าจะเปิดเว็บไหน ข่าวพาดหัวชวนช็อกก็เด้งขึ้นมา แม้แต่แอปซื้อของอย่างเถาเป่าหรือพินตัวตัว ก็ยังมีเนื้อหาเรียกร้องความสนใจแบบนี้:

"วันสิ้นโลกมาถึง ชุดปฐมพยาบาล 9.9 หยวน ส่งฟรี"

"มีดพับทหารสวิส ทำให้คุณมีความกล้าเผชิญหน้ากับจักรพรรดิสัตว์อสูร"

"ร้านค้าลดล้างโลกต้อนรับวันสิ้นโลก ไม่ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ไปสวรรค์"

"ยาเลือดบริสุทธิ์ เม็ดละ 8888 ของปลอมจ่ายคืนสามเท่า"

สมกับเป็นสื่อและพ่อค้าไร้จรรยาบรรณจริงๆ ต่อให้วันสิ้นโลกมาถึงจริงๆ ก็ไม่อาจขัดขวางความสามารถในการใส่สีตีไข่และกอบโกยเงินทองของพวกเขาได้

อีกอย่าง

ยาเลือดบริสุทธิ์คือบ้าอะไร?

แม่งเอ๊ย ยอดขายดันดีซะด้วย!

ส่วนในช่องคอมเมนต์ของโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ถูกชาวเน็ตนับล้านถล่มจนจมมิด

"เขตหวงห้ามเทียนหงคือจุดเริ่มต้นการรุกรานของสัตว์อสูร นี่คือบทเรียนราคาเลือดของมนุษย์ เมื่อก่อนเราคิดเสมอว่าเราคือเจ้าแห่งสรรพสิ่ง แต่ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้เรารู้ซึ้งถึงสถานะตัวเอง หากเบื้องบนยังไม่ตัดสินใจให้ถูกต้อง อีกสามปีข้างหน้ามนุษย์คงต้องสูญพันธุ์จริงๆ"

"พูดมีเหตุผล ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์มีกำลังรบระดับสูงมากกว่าสัตว์อสูร แต่จำนวนประชากรสัตว์อสูรมันมหาศาลเกินไป ยกตัวอย่างเช่น: แค่หนูอย่างเดียว ทั่วโลกมีประมาณหนึ่งแสนล้านตัว เดิมทีหนูก็มีความสามารถในการเอาตัวรอดและขยายพันธุ์สูงมากอยู่แล้ว ทุ่งหญ้า ป่าเขา ในเมือง ชนบท ทะเลทราย หรือแม้แต่ลึกลงไปใต้ดินหลายพันเมตร... แทบทุกที่บนโลกล้วนมีร่องรอยของหนู

เมื่อพลังวิญญาณฟื้นคืน ความแข็งแกร่งของพวกมันก็พุ่งพรวด หนูจำนวนมากตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าหรือเป็นสิบเท่า โชคดีที่เผ่าพันธุ์หนูยังไม่มีผู้นำที่มีสติปัญญา ไม่อย่างนั้นลำพังแค่พวกมันก็กวาดล้างมนุษย์ได้แล้ว

พวกคุณบอกว่ามนุษย์มีอาวุธล้ำสมัย? มีนิวเคลียร์? มีระเบิดไฮโดรเจน? ฆ่าหนูทั้งโลกได้ไหมล่ะ? ล้อกันเล่นระดับโลกชัดๆ! เผลอๆ มนุษย์โดนระเบิดนิวเคลียร์ตายหมดแล้ว พวกหนูยังอยู่ดีมีสุขเลย

และเผ่าพันธุ์ที่คล้ายๆ หนู บนโลกนี้ยังมีอีกเพียบ แค่คิดก็น่ากลัวแล้ว..."

หลายคนถกเถียงกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน

ถึงขั้นทะเลาะกันเอาเป็นเอาตาย

ทว่าส่วนใหญ่เป็นพวกตามกระแสที่ไม่รู้อะไรจริงจัง มีน้อยคนนักที่จะตระหนักถึงวิกฤตจริงๆ ดูเหมือนว่าเรื่องที่เขตหวงห้ามเทียนหงจะไม่เกี่ยวกับพวกเขาเลย

มีเพียงคนส่วนน้อยที่ตัวอักษรแฝงไปด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้ง

เฉินจั๋วถอนหายใจในใจ "ธุระไม่ใช่ก็แขวนไว้ที่สูง แม้โลกจะมีประชากรหลายพันล้าน แต่จอมยุทธ์มีแค่ไม่กี่แสนคน นั่นหมายความว่าคนธรรมดากว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ไม่เคยสัมผัสความโหดร้ายของสัตว์อสูร ส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันเป็นยังไง สำหรับพวกเขา สัตว์อสูรเป็นเรื่องไกลตัว เป็นแค่หัวข้อสนทนาหลังอาหาร ความคิดแบบนี้นี่แหละที่น่ากลัวที่สุด..."

ช่างเถอะ

เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องไปกังวล

การควบคุมสถานการณ์ภาพรวม ระดับสูงย่อมมีวิธีคิดของตัวเอง คงไม่ปล่อยให้มนุษยชาติเดินหน้าไปสู่ความพินาศหรอก

และตั้งแต่ทำสัญญาสันติภาพ 5 ประการกับสัตว์อสูรเมื่อสิบห้าปีก่อน เขาไม่เชื่อว่าเบื้องบนจะไม่ได้เตรียมการอะไรไว้เลยตลอดสิบห้าปีมานี้

ถึงยังไง สัตว์อสูรก็ไว้ใจไม่ได้!

นอกจากสมองจะมีปัญหา ถึงจะไปคุยเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับสัตว์อสูร

สันติภาพ? ไม่มีอยู่จริงหรอก!

ขอแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพลังที่เหนือกว่าจนบดขยี้ได้ สัญญานั้นก็จะกลายเป็นแค่กระดาษชำระทันที

มีเพียงพลังที่แท้จริงเท่านั้น ถึงจะทำให้กลายเป็น 'เผ่าพันธุ์แห่งโชคชะตา' ของโลกใบนี้ได้!

ตอนนี้เฉินจั๋วถึงกับมีความสงสัยเล็กๆ ว่า เรื่อง "เขตหวงห้ามเทียนหง" ดูเหมือนเป็นการหยั่งเชิงของสัตว์อสูร แต่บางทีอาจจะเป็นการหยั่งเชิงของมนุษย์ระดับสูงที่มีต่อสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน

ความจริงเป็นอย่างไร นอกจากผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดแล้ว คงไม่มีใครรู้

มนุษย์น่ะ เจ้าเล่ห์จะตาย

......

......

กลับถึงบ้าน

พอดีเห็นพ่อกับแม่ยืนกระวนกระวายอยู่ที่ประตู ทั้งสองคนดูร้อนรน

แม่ยังไม่ได้หุงข้าวด้วยซ้ำ

พอเห็นเฉินจั๋ว เจียงฉินก็รีบดึงเฉินจั๋วมานั่งที่เก้าอี้ ถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกว่า "อาจั๋ว เรื่อง 'เขตหวงห้ามเทียนหง' ในทีวีเป็นเรื่องจริงเหรอ?"

"จริงครับ"

เฉินจั๋วพยักหน้า ลั่วหวงผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งของโลกออกมาพูดเอง จะปลอมได้ยังไง?

แถมรายชื่อปรมาจารย์และนักยุทธ์ที่เสียชีวิต เว็บไซต์ต่างๆ ก็ลงรายชื่อไว้หมดแล้ว อีกไม่นานคงมีพิธีไว้อาลัย

เจียงฉินได้ยินดังนั้น หน้าก็ซีดเผือด "งั้น... งั้น... ก็แปลว่าเรื่องปฏิรูปการสอบเกาเข่าก็เรื่องจริง? แบบนี้... แบบนี้ ลูกก็ต้องไปสู้กับสัตว์อสูรพวกนั้นน่ะสิ?"

"ครับ"

เฉินจั๋วพยักหน้า

เจียงฉินชะงัก น้ำตาก็ไหลพราก "อาจั๋ว แล้วจะทำยังไงดี? ลูกอ่อนแอขนาดนี้ สัตว์อสูรในทีวีแต่ละตัวดุร้ายทั้งนั้น ให้ลูกไปสู้กับสัตว์อสูรไม่ใช่ไปส่งตายเหรอ? หรือว่า... แม่จะไปคุยกับครูที่โรงเรียน การสอบครั้งนี้ลูกไม่ต้องสอบแล้วดีไหม? ถึงยังไงลูกอยู่บ้าน ต่อไปก็ยังใช้ชีวิตได้สุขสบายดี"

เฉินจั๋วเห็นท่าทางของแม่ ก็ยิ้มขื่น "แม่ครับ พูดอะไรแบบนั้น ใกล้จะสอบอยู่แล้ว จะมาลาออกกลางคันได้ยังไง? ถ้าทุกคนทำแบบนี้ ไม่วุ่นวายตายเหรอ? อีกอย่างผมได้ยินครูเฉาบอกว่า กระทรวงศึกษาธิการจะมีประกาศตามมา ถ้าใครลาออกโดยไม่มีเหตุผล จะต้องโดนลงโทษหนักนะ"

เจียงฉินส่ายหน้า กุมมือเฉินจั๋วแน่น "ลงโทษก็ลงโทษสิ แม่ยอมให้ลูกไปเสี่ยงอันตรายไม่ได้หรอก"

เฉินจั๋วหมดหนทาง "แม่ครับ วันนี้ผอ.หลัวก็บอกแล้ว แม้การสอบจะมีภาคปฏิบัติ แต่ขอแค่ไม่รนหาที่ตาย ก็แทบจะไม่มีอันตรายถึงชีวิต อีกอย่างแม่อย่าดูถูกลูกชายตัวเองสิ เห็นแบบนี้ผมสอบปฏิกิริยาได้คะแนนเต็มนะ ฝีมือไม่ได้แย่สักหน่อย แถมช่วงนี้เหมือนผมจะ 'บรรลุ' อะไรบางอย่าง ความเร็วกับพละกำลังก็เพิ่มขึ้นมาด้วย"

"บรรลุ?"

เฉินเซี่ยงหรานกับเจียงฉินทำหน้างง

มีเรื่องแฟนตาซีแบบนี้ด้วยเหรอ?

ฟังยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือ

"ใช่ครับ"

เดิมทีเฉินจั๋วตั้งใจจะปิดบังความสามารถเพื่อไม่ให้พ่อแม่เป็นห่วง

แต่ดูท่าแล้ว ถ้าปิดบังต่อไป พ่อแม่คงยิ่งเป็นห่วงหนักกว่าเดิม

เอาวะ!

ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนเร้นแล้ว

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง

เดินไปหยิบด้ามเหล็กกล้าจากในร้านมา จ้องมองเขม็ง เกร็งพลังทั่วแขน ระเบิดพลังมหาศาลออกมาฉับพลัน

เอี๊ยด!

เหล็กกล้าขนาดเท่าหัวแม่มือ ถูกเขาดัดจนงอด้วยมือเปล่า

เฉินเซี่ยงหรานตาถลนแทบหลุด

ส่วนเจียงฉิน ก็ตกใจจนพูดไม่ออก

ทั้งสองมองเฉินจั๋วราวกับมองสัตว์ประหลาด นิ่งเงียบไปนาน

ผ่านไปพักใหญ่ เจียงฉินถึงได้สติ เสียงสั่นเครือ "อาจั๋ว ลูกบรรลุแล้วจริงๆ เหรอ?"

แม้พวกเขาจะไม่เชื่อเรื่องการบรรลุอะไรนั่น แต่เหล็กที่งอพับอยู่ตรงหน้ามันของจริง

ทั้งคู่ยังมึนงง

เฉินจั๋วสีหน้าเรียบเฉย "ครับ"

เฉินเซี่ยงหรานสีหน้าซับซ้อน มองสำรวจเฉินจั๋วตั้งแต่หัวจรดเท้าหลายรอบ จู่ๆ ก็ลากเจียงฉินเข้าห้องไป

ประมาณสิบนาทีต่อมา

ทั้งสองก็เปิดประตูออกมา

ขอบตาของเจียงฉินแดงเรื่อๆ

ส่วนในมือของเฉินเซี่ยงหราน ถือบัตธนาคารใบหนึ่งอยู่

เมื่อมาถึงข้างกายเฉินจั๋ว เฉินเซี่ยงหรานยื่นบัตรธนาคารให้ เว้นจังหวะครู่หนึ่งถึงเอ่ยว่า "ไอ้ลูกชาย เมื่อก่อนคะแนนวิชาวรยุทธ์แกแย่มาตลอด แต่พ่อกับแม่ไม่เคยโทษแกเลย พ่อคิดว่า ต่อไปแกเป็นแค่คนธรรมดาๆ ก็ไม่เลว หรือบางทีพ่อก็หวังแค่ให้แกใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิต

แต่ดูจากตอนนี้ แกคงตั้งใจจะเดินบนเส้นทางวรยุทธ์จริงๆ แกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง พ่อกับแม่คงไปก้าวก่ายการตัดสินใจของแกไม่ได้

ทางเลือกของแก พ่อเข้าใจดี เป็นวัยรุ่นใครๆ ก็เลือดร้อน...

แต่แกควรรู้ไว้ว่าเส้นทางวรยุทธ์มันเดินไม่ง่าย มันเต็มไปด้วยความเสี่ยง อันตราย ในเมื่อแกเลือกแล้ว ก็ต้องเตรียมใจให้พร้อม

และบนเส้นทางนี้ ต่อไปพ่อกับแม่คงช่วยอะไรแกไม่ได้ ต้องพึ่งตัวแกเองแล้ว

ในบัตรใบนี้คือเงินที่พ่อกับแม่เก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปี เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้เป็น 'เงินสินสอด' ให้แกไปขอเมีย แต่เมื่อกี้พ่อปรึกษากับแม่แล้ว ตัดสินใจเอามันออกมาให้แกทั้งหมด เพราะถ้าแกจะเดินสายบู๊ ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ยา หรือซื้อเคล็ดวิชา ล้วนต้องใช้เงินมหาศาล เงินพวกนี้แม้มันจะไม่มาก แต่มันคือความตั้งใจและความเด็ดเดี่ยวของพ่อกับแม่

แกเรียนได้ธรรมดา เราไม่ว่า

แกอยากลาออก เราหาทางให้

แกอยากมุ่งสู่วรยุทธ์ เราสนับสนุนเต็มที่

พ่อแม่บ้านอื่น หวังให้ลูกเป็นมังกรเป็นหงส์ แต่ในโลกนี้มันจะมีมังกรมีหงส์สักกี่ตัวกันเชียว? สำหรับพ่อ ขอแค่ลูกชายของพ่อประพฤติตัวดี การปล่อยให้แกได้ทำในสิ่งที่อยากทำ นั่นแหละคือการเลี้ยงดูที่ดีที่สุด

ดังนั้น

ไม่ว่าแกจะทำอะไร พ่อกับแม่สนับสนุนแกเสมอ"

"พ่อครับ ผม..."

เฉินจั๋วแสบจมูกยิบๆ ส่วนลึกในหัวใจเหมือนถูกอะไรบางอย่างกระแทกเข้าอย่างจัง

เฉินเซี่ยงหรานอยากจะลูบหัวเฉินจั๋ว แต่ลังเลครู่หนึ่งก็ชักมือกลับ

เขาหัวเราะ

"เอาล่ะ ไม่ต้องมาซึ้ง ในบัตรมีเงินไม่เท่าไหร่หรอก"

"......"

อารมณ์ซาบซึ้งที่เฉินจั๋วอุตส่าห์บิ๊วท์มาตั้งนาน ถูกตีกลับเข้าไปจนจุกอก

เดิมทีเขากะจะหลอกเอาเงินเกษียณพ่อ

ผลปรากฏว่าพ่อเอาเงินสินสอดขอเมียออกมาให้

รู้สึกแปลกๆ พิกลแฮะ

ครู่ต่อมาเขาก็อดถามไม่ได้ "แล้ว... ตกลงมีเท่าไหร่ครับ?"

เฉินเซี่ยงหรานหัวเราะร่า "เจ้าลูกบ้า รีบร้อนขนาดนี้เลยเรอะ? ไปเช็คเอาเอง เดี๋ยวบอกตอนนี้แล้วแกจะหมดลุ้น"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่"

"คือ..."

"หุบปาก"

พูดจบ ก็ลากเจียงฉินที่ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างเข้าครัวไป

ทำกับข้าว!

"......" เฉินจั๋วแทบกระอักเลือดตาย

พ่อครับ พ่อยังไม่ได้บอกรหัสบัตรผมเลยนะเว้ย!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 50 - บัตรธนาคารหนึ่งใบ

คัดลอกลิงก์แล้ว