- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกยุทธ์ในโลกจีนกำลังภายในบนโลกยุคปัจจุบัน
- บทที่ 49 - เงินรางวัลห้าล้าน
บทที่ 49 - เงินรางวัลห้าล้าน
บทที่ 49 - เงินรางวัลห้าล้าน
บทที่ 49 - เงินรางวัลห้าล้าน
อีกด้านหนึ่ง เปลือกตาของเฉินจั๋วกระตุกถี่ยิบ
"การต่อสู้จริงในป่า ล่าสังหารสัตว์อสูร เป็นไปตามที่ฉันเดาไว้จริงๆ!"
"ดูเหมือนว่าครั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ที่จะบ่มเพาะพวกเราให้เป็นยอดคนภายในเวลาอันสั้นที่สุด แม้ว่าหนทางนั้นจะเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดก็ตาม"
การต่อสู้กับสัตว์อสูร
พูดง่ายแต่ทำยาก
เหล่าลูกรักของสวรรค์ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่กลุ่มนี้ หากผลีผลามเข้าไปในป่า แม้ในทางทฤษฎีจะมีพลังเหนือกว่าสัตว์อสูร แต่ก็ยังห่างไกลจากการเป็นคู่มือของพวกมัน
"การสอบภาคปฏิบัติย่อมต้องมีการบาดเจ็บล้มตาย ไม่รู้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร หากมีคนตายมากเกินไป สุดท้ายผลที่ได้คงไม่คุ้มเสีย"
เฉินจั๋วไม่ได้ตระหนักเลยว่า หลังจากที่เขาเข้าร่วมมังกรทมิฬและสังหารเหลียงซิ่วเหลียน สภาพจิตใจของเขาก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ละเอียดอ่อน
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงไม่มีทางสงบสติอารมณ์กับเรื่องนี้ได้ขนาดนี้
แต่ตอนนี้ ในใจเขาไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังแอบเห็นด้วยกับการตัดสินใจของกระทรวงศึกษาธิการลึกๆ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ภายในใจของเฉินจั๋วก็กลับมาฮึกเหิม
"หลังจากกลืนกินยาแก่นโลหิต ตอนนี้ความเร็วและพละกำลังของฉันเพิ่มขึ้นมหาศาล ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ นอกจากสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเท่าว่าที่จอมยุทธ์แล้ว ก็คงไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนเป็นคู่ต่อสู้ของฉันได้กระมัง?
อื้ม ต่อจากนี้ฉันต้องหาทางหาเงินให้ได้ แล้วกินยาเพิ่มอีกสักสองสามเม็ด ดูสิว่าจะสามารถก้าวข้ามไปถึงระดับว่าที่จอมยุทธ์ก่อนสอบได้ไหม ถึงตอนนั้น ขอแค่ไม่เกิดเหตุสุดวิสัย การสอบภาคปฏิบัติก็คงไม่มีความยากอะไรสำหรับฉัน!
เผลอๆ แม้แต่เซียวไห่อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งหรงเฉิง ก็อาจทำคะแนนได้ไม่เท่าฉัน"
เฉินจั๋วเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น
หัวใจพองโต
คนหนุ่มสาวย่อมขาดความเลือดร้อนไปไม่ได้ เขาเองก็เช่นกัน
"ตอนนี้ปัญหาสำคัญที่สุดคือเงิน!"
"จริงสิ ไม่รู้ว่าพ่อมีเงินเก็บยามเกษียณอยู่เท่าไหร่ หรือฉันจะลองหาทางหลอกเอาเงินเกษียณพ่อออกมาดี? อย่างมากก็เขียนสัญญาเงินกู้ไว้ รอวันหน้าฉันรวยเมื่อไหร่ค่อยคืนให้สิบเท่า"
ดวงตาของเฉินจั๋วเป็นประกาย
เขาคิดวิธีหาเงินดีๆ ออกแล้ว
......
ในสนามกีฬา
นักเรียนต่างส่งเสียงฮือฮา ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
สอบเกาเข่าเพิ่มการต่อสู้จริง!
มันสร้างความสะเทือนใจให้พวกเขามากกว่าเรื่องเขตหวงห้ามเทียนหงเสียอีก!
บนปะรำพิธี
หัวหน้าฝ่ายปกครองส่ายหน้าเบาๆ "สภาพจิตใจแย่เกินไป แบบนี้ใช้ไม่ได้"
รองผู้อำนวยการถอนหายใจ "พวกเขาถูกผู้แข็งแกร่งปกป้องไว้ในเรือนกระจกมาตลอด ไม่เคยผ่านพายุฝน พอได้ยินกะทันหันว่าจะมีการต่อสู้จริง จิตใจจะพังทลายชั่วคราวก็เป็นเรื่องปกติ"
หัวหน้าฝ่ายปกครอง "พวกเราต้องหาวิธี ไม่อย่างนั้นถ้าพวกเขาไปสอบสภาพนี้ พูดจาไม่น่าฟังหน่อยนะ สิบคนจะมีรอดกลับมาสักคนหรือเปล่าก็ไม่รู้"
รองผู้อำนวยการกล่าว "กระทรวงศึกษาธิการคงไม่ส่งนักเรียนไปตายหรอก ผอ.หลัวคงจะประกาศมาตรการบางอย่างออกมาแน่"
และก็เป็นไปตามคาด
ต่อมา หลัวเยวี่ยก็พูดต่อ
"นักเรียนทุกคน การสอบภาคปฏิบัติไม่ได้หมายความว่าไปส่งตาย พวกเธอไม่ต้องกังวลจนเกินไป ในทางกลับกัน นี่คือโอกาสที่พวกเธอจะได้ผงาดขึ้นมา เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง"
"ข้อแรก: พื้นที่สอบในเขตทุรกันดาร ได้ผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว สัตว์อสูรข้างในจะไม่แข็งแกร่งจนเกินไป ขอแค่พวกเธอระมัดระวังตัวสักนิด แม้จะเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง ก็จะไม่ถึงแก่ชีวิตในทันที เพียงพอให้พวกเธอหนีเอาตัวรอดได้
ข้อสอง: การต่อสู้จริงครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องลุยเดี่ยว สามารถจับกลุ่มกันได้ มนุษย์คือกลุ่มก้อนที่พึ่งพาปัญญาและการรวมพลัง ครูเชื่อว่าต่อให้พวกเธออ่อนแอกว่าสัตว์อสูร แต่ก็จะสามารถเอาชนะพวกมันได้
ข้อสาม: การสอบครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการออกประกาศพิเศษยกเลิกข้อจำกัดเรื่องยา นั่นหมายความว่าพวกเธอสามารถกินยาเพื่อเพิ่มพลังได้ ไม่ถือว่าผิดกฎ
ข้อสี่: ในอีกสองเดือนข้างหน้า ครูในโรงเรียนจะไปจับสัตว์อสูรจากป่ากลับมา เพื่อใช้ฝึกฝนพวกเธอ โดยจะเน้นพัฒนาความสามารถในการต่อสู้จริง
ข้อห้า: ......"
มาตรการแต่ละข้อ ล้วนกระแทกใจกลางความกังวลของนักเรียน
สัตว์อสูรไม่เก่ง?
จับกลุ่มได้?
กินยาได้ไม่อั้น?
มีฝึกจำลองสถานการณ์จริง?
คำพูดเหล่านี้ของหลัวเยวี่ยเปรียบเสมือนยากล่อมประสาทขนานเอก ทำให้จิตใจที่ตื่นตระหนกของนักเรียนส่วนใหญ่ค่อยๆ สงบลง ไม่ทำตัวไม่ถูกเหมือนเมื่อครู่นี้
"นอกจากนี้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หัวเซี่ยจะไม่ห้ามการพกพาอาวุธเย็น (อาวุธมีคม) อีกต่อไป ขอแค่มีใบอนุญาตที่โรงเรียนออกให้ พวกเธอสามารถนำอาวุธของตัวเองมาโรงเรียนได้ เพื่อให้ครูช่วยชี้แนะ นักเรียนที่ยังไม่มีอาวุธต้องรีบหาซื้อโดยด่วน ในการสอบภาคปฏิบัติ เว้นเสียแต่ว่าเธออยากจะสู้กับสัตว์อสูรด้วยมือเปล่า ไม่อย่างนั้นจำเป็นต้องใช้อาวุธแน่นอน"
เฉินจั๋วตื่นเต้นในใจ
พูดแบบนี้ ก็เท่ากับว่าต่อไปฉันสามารถสะพายกระบี่คู่ได้อย่างเปิดเผยแล้วสินะ
ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป!
นโยบายนี้ เยี่ยมยอด!
"สุดท้าย ยังมีข่าวดีอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้นของทุกคน ในการสอบเกาเข่าปีนี้ มหาวิทยาลัยวรยุทธ์ทุกแห่งจะขยายจำนวนรับสมัครนักศึกษา โดยคาดว่าจะรับเพิ่มจากเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว นักเรียนที่เมื่อก่อนหมดหวังที่จะสอบติด ตอนนี้ก็อาจจะมีโอกาส!
และสำหรับผลสอบครั้งนี้ รัฐบาลเมืองหรงเฉิงจะจัดสรรงบประมาณก้อนโตเพื่อเป็นรางวัลให้แก่พวกเธอ ขอแค่พวกเธอสอบติดมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ จะได้รับเงินรางวัลคนละหนึ่งหมื่นหยวน หากทำคะแนนได้ติดร้อยอันดับแรกของเมืองหรงเฉิง รับคนละห้าหมื่นหยวน ห้าสิบอันดับแรก รับคนละหนึ่งแสนหยวน สิบอันดับแรก รับคนละสองแสนหยวน อันดับที่สาม รับห้าแสน อันดับที่สอง รับหนึ่งล้าน และอันดับที่หนึ่ง... รับห้าล้านหยวน!"
ฮือฮา~~~
เสียงอื้ออึงระเบิดขึ้นอีกครั้งในสนามกีฬา
นักเรียนจำนวนมากตาลุกวาว
"ให้ตายสิ"
เซียวไห่อุทาน
เริ่มจากบอกสถานการณ์การสอบภาคปฏิบัติเพื่อสร้างแรงกดดันให้นักเรียน
จากนั้นก็ปลอบประโลมด้วยมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจ
สุดท้าย ปิดท้ายด้วยการขยายรับสมัครและเงินรางวัล เพื่อกระตุ้นความกระตือรือร้น
กระบวนท่าชุดนี้ของกระทรวงศึกษาธิการ ร้ายกาจจริงๆ!
หลังจากร่ายรำมวยไทเก็กชุดนี้จบ ความหวาดกลัวต่อการสอบภาคปฏิบัติของนักเรียนก็หายไปเกินครึ่ง และยังมีคนที่มีความมั่นใจในตัวเองอีกไม่น้อย ที่เริ่มวาดฝันถึงเงินรางวัลมหาศาลกันแล้ว
คนกลุ่มนี้ ย่อมรวมถึงเฉินจั๋วด้วย
"อะไรนะ? ที่หนึ่งห้าล้าน?"
เมื่อได้ยินตัวเลขนี้ ตาของเฉินจั๋วก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวทันที (ตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความโลภ)
แม่เจ้าโว้ย
ต้องสู้ตายแล้ว!
ตาของเฉินจั๋วแดงก่ำ
เมื่อครู่นี้ เขายังคิดอยู่เลยว่าตอนสอบภาคปฏิบัติจะเปิดเผยพลังฝีมือทั้งหมดดีหรือไม่ แต่ตอนนี้ เพื่ออันดับที่หนึ่ง เขาขอทุ่มสุดตัว!
"ห้าล้านเชียวนะ เท่ากับยาแก่นโลหิตอีกหนึ่งเม็ด และถ้าฉันคว้าห้าล้านนี้มาได้ เอาไปซื้อยาแก่นโลหิต แล้วนำมาสกัดให้บริสุทธิ์ก่อนกิน ผลประโยชน์ที่ฉันจะได้รับย่อมเกินกว่าห้าล้านไปไกลโข ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว!"
เขาตัดสินใจแล้ว จะสู้!
และในการสอบเกาเข่า การซ่อนคมงำประกายก็ใช่ว่าจะมีผลดีเสมอไป หากแสดงฝีมือออกมา ในช่วงเวลาวิกฤตที่มนุษยชาติกำลังเผชิญภัยคุกคามเช่นนี้ อาจจะได้รับความสนใจจากระดับสูงมากขึ้น! ถึงตอนนั้นทรัพยากรที่ได้รับก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก!
จอมยุทธ์ ก็ต้องกล้าได้กล้าเสีย!
สู้มันอย่างเปิดเผย!
มัวแต่ปิดๆ บังๆ มันจะไปสนุกอะไร เผลอๆ จะกระทบต่อสภาพจิตใจของตัวเองเปล่าๆ
"แต่ถ้าจะคว้าอันดับหนึ่ง ก็ต้องเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองให้ได้มากที่สุดก่อนสอบ"
เฉินจั๋วคิดในใจ
จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ ยังอ่อนด้อยเกินไป
ถึงยังไงสัตว์อสูรระดับต่ำ ก็ไม่ได้คิดเยอะจนไม่กล้าโจมตีเขาเหมือนเหลียงซิ่วเหลียน หากเขากล้ายืนเฉยๆ สัตว์อสูรที่เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณคงจะพุ่งเข้ามากัดคอเขาขาดกระจุยแน่นอน
"ต้องแข็งแกร่งขึ้น"
"พ่อครับ เงินเกษียณของพ่อ ผมขอนะ!"
เฉินจั๋วกำหมัดแน่น
(จบแล้ว)