- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกยุทธ์ในโลกจีนกำลังภายในบนโลกยุคปัจจุบัน
- บทที่ 34 - วิถีกระบี่คือสิ่งต้องห้าม
บทที่ 34 - วิถีกระบี่คือสิ่งต้องห้าม
บทที่ 34 - วิถีกระบี่คือสิ่งต้องห้าม
บทที่ 34 - วิถีกระบี่คือสิ่งต้องห้าม
"เฉินจั๋ว ตอนนี้เราไปลงทะเบียนที่ห้องพี่จ้าวกันเถอะ พอลงทะเบียนเสร็จ กระบี่คู่ชุดนี้ก็จะเป็นของนายโดยสมบูรณ์"
เกาเฉิงเยี่ยนพาเฉินจั๋วเดินไปทางห้องทำงานของจ้าวเฉียน
ในใจก็พร่ำบ่นไม่หยุด
อาวุธมีตั้งเยอะตั้งแยะไม่เลือก ดันเลือกกระบี่ คิดอะไรอยู่?
แต่เขากับเฉินจั๋วก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก คำที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว พูดมากไปก็ไม่ดี
ออกจากคลังอาวุธใต้ดิน
ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงหน้าห้องทำงานของจ้าวเฉียน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เกาเฉิงเยี่ยนเดินเข้าไปเคาะประตู
เฉินจั๋วสะพายกระบี่สองเล่ม ยืนอยู่ข้างหลังเขา
แอ๊ด~~
ประตูเปิดออก เสียงหัวเราะของจ้าวเฉียนดังออกมา "พวกเธอกลับมาแล้ว? เฉินจั๋ว เลือกอาวุธอะไร? พอใจ..."
เสียงของจ้าวเฉียนขาดห้วง หยุดอยู่ที่แผ่นหลังของเฉินจั๋ว
เนิ่นนาน ลำคอเขาถึงเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา "เธอเลือกกระบี่ยาว?"
เฉินจั๋วเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในที่สุด "พี่จ้าว กระบี่ยาวไม่ดีเหรอครับ?"
จ้าวเฉียนส่ายหน้า "ก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี เพียงแต่มาตรฐานการใช้กระบี่ยาวนั้นสูงมาก โดยพื้นฐานแล้วแทบไม่มีใครใช้ อย่างน้อยในสาขามังกรทมิฬเมืองหรงเฉิง ก็ไม่มีใครใช้กระบี่เป็นอาวุธ แต่หากมีพรสวรรค์สูงส่ง บวกกับเคล็ดวิชาที่ไม่ธรรมดา อาวุธประเภทกระบี่เมื่อฝึกถึงขั้นสูง พลังทำลายล้างจะรุนแรงกว่าอาวุธอื่น อย่างเช่นตอนนี้ในบรรดาปรมาจารย์ของจีน ก็มีปรมาจารย์วิถีกระบี่สองท่าน : ปรมาจารย์เจิ้งอี้ฟาน, ปรมาจารย์เผิงเซิ่ง ปรมาจารย์ทั้งสองท่านฝึกฝนวิถีกระบี่จนถึงขีดสุด แต่ละกระบี่ทำลายภูผา ตัดสายน้ำได้ แข็งแกร่งกว่าปรมาจารย์ระดับเดียวกันที่ใช้ดาบหรือค้อนมาก นี่คือข้อได้เปรียบของมือกระบี่ ยิ่งฝึกไปถึงระดับสูง อานุภาพยิ่งร้ายกาจ
แต่มันมีข้อเสียร้ายแรงอยู่ข้อหนึ่ง : เริ่มต้นยากเกินไป
โดยเฉพาะภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีคนชี้แนะ หากคนคนหนึ่งคิดจะคลำทางเข้าสู่วิถีกระบี่ด้วยตัวเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับคนโง่นอนละเมอ ขณะที่เธอกำลังงมโข่งหาวิธีใช้กระบี่ จอมยุทธ์คนอื่นที่ใช้ดาบเขาฆ่าสัตว์อสูรไปนับไม่ถ้วนแล้ว ถึงขั้นทะลวงสู่ระดับใหม่ ทิ้งห่างเธอไปไกลลิบ"
เฉินจั๋วฟังแล้วใจเต้นรัว
มิน่าล่ะเมื่อกี้เกาเฉิงเยี่ยนถึงมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ ที่แท้การใช้กระบี่ก็มีอุปสรรคเยอะขนาดนี้
แต่ว่า
นอกจากกระบี่ยาว ตอนนี้เขาไม่รู้จะใช้อาวุธอะไรเลย
ใช้ดาบ? เขาเหวี่ยงไม่ไหวด้วยซ้ำ
ใช้ค้อน? เขายกไม่ขึ้นเลยล่ะมั้ง
อาวุธนอกกระแสอื่นๆ เขายิ่งไปไม่เป็น
"พี่จ้าว ฟังพี่พูดแบบนี้ หรือว่าอาวุธประเภทกระบี่จะสูญพันธุ์ไปเลยหรือครับ?" เฉินจั๋วถาม
"ก็ไม่เชิง เพียงแต่ตอนนี้จอมยุทธ์ต่างเชิดชูพละกำลังแบบระเบิดตูมตาม และจุดเด่นของดาบคือการฟาดฟันอย่างเปิดเผย มุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว สามารถระเบิดพลังทั่วร่างออกมาได้ วิธีการออกแรงแบบนี้ เหมาะกับจอมยุทธ์เลือดร้อนที่สุด และไม่มีความยากในการเรียนรู้อะไร ดังนั้นการที่มันถูกคนส่วนใหญ่เลือกใช้จึงเป็นเรื่องปกติ แต่กระบี่สามารถดำรงอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงขั้นมีจอมยุทธ์ใช้กระบี่ถือกำเนิดเป็นปรมาจารย์ได้ถึงสองท่าน แสดงว่ามันต้องมีข้อดีของตัวมันเอง
อีกอย่าง ฉันได้ยินคนพูดกันว่า หลังจากจอมยุทธ์บรรลุถึงระดับปรมาจารย์ ความได้เปรียบของผู้ฝึกวิถีกระบี่จะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม ได้ยินว่าเกี่ยวกับระดับของจิตวิญญาณ...
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า : วิถีกระบี่คือสิ่งต้องห้าม เธอเข้าถึงแก่นได้ อนาคตสดใส แต่ถ้าเธอเข้าไม่ถึง สำหรับเธอก็คือทางตัน แต่แค่เงื่อนไขการเข้าถึงแก่นข้อเดียวนี้ ก็คัดคนออกไป 99.9% แล้ว"
เฉินจั๋วตกอยู่ในความเงียบ เหตุผลบอกเขาว่าต้องเชื่อฟังคำพูดของจ้าวเฉียน เปลี่ยนกระบี่คู่เป็นอาวุธอื่น
ด้วยสถานะและตำแหน่งของจ้าวเฉียน รวมถึงประสบการณ์อันโชกโชน ย่อมไม่หลอกเขาแน่นอน
แต่ทว่า ในใจเขากลับมีความคิดแวบหนึ่งผุดขึ้นมา : หากยังถือกระบี่คู่ต่อไป จะเหมาะกับตัวเองมากกว่า โดยเฉพาะมันสอดคล้องกับเกมที่เล่นตอนกลางคืนมากกว่า
"ฉันควรเลือกยังไงดี?"
ใบหน้าเฉินจั๋วเต็มไปด้วยความลังเล
เห็นสีหน้าลังเลใจของเฉินจั๋ว จ้าวเฉียนก็ยิ้ม ตบไหล่เขา "เอาอย่างนี้ เธอไม่ต้องลังเลว่าจะเปลี่ยนอาวุธหรือไม่ ลองใช้กระบี่คู่ไปก่อนสักเดือน เดือนหน้า ถ้าเธอรู้สึกว่ามันเหมาะกับตัวเองจริงๆ ก็ใช้ต่อไป แต่ถ้าเธอพบว่ามันไม่มีประโยชน์กับตัวเองเลย แถมยังเป็นภาระ ถึงตอนนั้นฉันจะให้เธอเข้าคลังอาวุธไปเปลี่ยนอาวุธที่ถนัดมือชิ้นอื่น เธอว่าไง?"
"ขอบคุณครับพี่จ้าว"
เฉินจั๋วถอนหายใจโล่งอก รีบขอบคุณ
จ้าวเฉียนส่ายหน้ายิ้มๆ คนหนุ่มสาวก็แบบนี้แหละ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา
"งั้นเอาตามนี้ มา ฉันร่างสัญญาเกี่ยวกับเธอไว้แล้ว เธอแค่เซ็นชื่อ ก็ถือว่าเข้าร่วมองค์กรมังกรทมิฬอย่างเป็นทางการ"
เฉินจั๋วรับสัญญามา อ่านอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ถึงเซ็นชื่อตัวเองลงไปที่ด้านหลัง
มือที่จับปากกาสั่นเล็กน้อย พอมองออกว่าในใจเขาตื่นเต้นแค่ไหน
"นี่คือบัตรธนาคารเปิดใหม่ของเธอ ชื่อบัญชีเป็นชื่อเธอ รหัสเริ่มต้น 123456 ต่อไปเงินเดือนและสวัสดิการขององค์กรมังกรทมิฬจะโอนเข้าบัตรนี้โดยตรง
ยังมี พวงกุญแจนี้คือกุญแจห้องชุดที่จัดสรรให้เธอ ส่วนที่อยู่เขียนไว้บนพวงกุญแจ ตอนนี้เวลายังเช้า ถ้าเธอมีเวลา ให้เสี่ยวเกาพาเธอไปดูที่พักหน่อยก็ได้ จะได้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม"
จ้าวเฉียนเก็บสัญญา แล้วยื่นถุงใบเล็กๆ มาให้ ในถุงมีบัตรธนาคาร กุญแจ คีย์การ์ด และของอื่นๆ
เฉินจั๋วรับถุงมา
กำลังจะพูด
ทันใดนั้น
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด~~~
มือถือของจ้าวเฉียนดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หันไปมองเกาเฉิงเยี่ยน "เสี่ยวเกา เดือนนี้นายยังไม่มีภารกิจออกปฏิบัติการใช่ไหม?"
"ใช่ครับ พี่จ้าว"
เกาเฉิงเยี่ยนพยักหน้า
จ้าวเฉียนเสียงขรึมลง "เมื่อคืนตอนสองทุ่ม มีคนร้ายหนีมาจากเมืองหูโจว คนร้ายฝีมือฉกาจ ตำรวจธรรมดารับมือไม่ไหว เลยต้องการให้มังกรทมิฬเราลงมือ คนร้ายรายนี้เป็นชายอายุราวสี่สิบ สูงประมาณร้อยเจ็ดสิบห้า ผอม ข้อมูลร่างกายคือ :
ความเร็ว : 18-20 เมตร/วินาที
พละกำลัง : 600 กิโลกรัมโดยประมาณ
ปฏิกิริยาตอบสนอง : 0.8-0.9
คนร้ายมีระดับความอันตรายสูงมาก มีคดีฆ่าคนตายติดตัวหลายคดี เนื่องจากเขามีความเร็วสูงมาก บวกกับความสามารถในการหลบหนีการจับกุมที่ยอดเยี่ยม เลยหนีรอดเงื้อมมือตำรวจมาได้หลายครั้ง เสี่ยวเกา นายมีความได้เปรียบเรื่องความเร็ว ชนะทางฝ่ายนั้นพอดี คืนนี้ส่งนายไป ต้องลากคอมันมารับโทษให้ได้"
"ครับ พี่จ้าว"
สีหน้าเกาเฉิงเยี่ยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
จ้าวเฉียนกดมือถือไม่กี่ที เครื่องพิมพ์ก็พิมพ์เอกสารออกมาสองสามแผ่น เขายื่นเอกสารให้เกาเฉิงเยี่ยน "ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับคนร้ายอยู่ที่นี่ นายดูให้ละเอียดว่าตัวเองรับมือไหวไหม ถ้านายรู้สึกว่าต้องการกำลังเสริม ฉันจะส่งคนไปกับนายอีกคน"
เกาเฉิงเยี่ยนรับเอกสารมา อ่านอย่างตั้งใจ
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาเงยหน้าขึ้น "พี่จ้าว แถวโกดังร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหรงเฉิงผมคุ้นเคยดี บวกกับความเร็วของผม ผมคิดว่าผมสามารถทำภารกิจคนเดียวได้สบายครับ"
"ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ฝากนายด้วย" จ้าวเฉียนกล่าว
"ครับ"
เกาเฉิงเยี่ยนอ่านข้อมูลอีกรอบ จู่ๆ ก็เกิดความคิดหนึ่ง "เฉินจั๋ว ภารกิจนี้ระดับความอันตรายไม่สูง นายจะไปดูด้วยกันไหม? ถือซะว่าเป็นบทเรียนแรกในการเข้าวงการของนาย"
"ผม? ผมไหวเหรอครับ?"
เฉินจั๋วอึ้ง
นี่คือให้เขาไปเผชิญหน้ากับอาชญากรเดนตายตัวจริงเสียงจริงนะ!
เกาเฉิงเยี่ยนยิ้ม "วางใจเถอะ ขอแค่นายอยู่ข้างๆ ฉัน บวกกับปฏิกิริยาตอบสนองของนาย ขอแค่ไม่พลาดแบบโง่ๆ โดยพื้นฐานแล้วไม่มีอันตรายอะไรหรอก"
หัวใจเฉินจั๋วแขวนอยู่บนเส้นด้ายทันที มือเท้าเย็นเฉียบ หายใจถี่กระชั้น
ไม่ว่าจะยังไง เขาก็เป็นแค่เด็กมัธยมปลายอายุสิบกว่าปี เด็กมัธยมทั่วไป ได้ยินคำว่าอาชญากรเดนตาย คงเข่าอ่อนยืนไม่อยู่แล้ว จะมีสักกี่คนที่กล้าไปเจอหน้า?
แต่ไม่นานเขาก็ตัดสินใจแน่วแน่
ในเมื่อเขาเข้าร่วมองค์กรมังกรทมิฬ ช้าเร็วก็ต้องเผชิญหน้ากับการฆ่าฟัน ตอนนี้ไม่กล้าตอบตกลง ภายหน้าคงยิ่งไม่กล้า และคืนนี้มีเกาเฉิงเยี่ยนคอยดูแล ถือเป็นโอกาสฝึกฝนที่หาได้ยาก
"ตกลงครับ!"
เขาสูดลมหายใจลึก เอ่ยปากรับคำ
(จบแล้ว)