- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปฝึกยุทธ์ในโลกจีนกำลังภายในบนโลกยุคปัจจุบัน
- บทที่ 15 - อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง
บทที่ 15 - อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง
บทที่ 15 - อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง
บทที่ 15 - อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง
"จอมยุทธ์ สักวันฉันต้องไปให้ถึงจุดนั้น!"
เฉินจั๋วมองเหล่าจอมยุทธ์บนปะรำพิธี กำหมัดแน่นเงียบๆ
ตอนนี้เขาได้รับเกม VR ลึกลับ ที่สามารถช่วยยกระดับปฏิกิริยาตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว นี่คือไม้ตายก้นหีบของเขา!
"แค่ระดับความยากแบบง่ายของเกม ก็ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองฉันพัฒนาขึ้นมหาศาล ถ้าฉันสามารถผ่านด่านระดับยาก, ระดับนรก, ระดับผู้เชี่ยวชาญได้ คาดว่าถึงตอนนั้นแม้แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของจอมยุทธ์ก็คงสู้ฉันไม่ได้
ถึงตอนนั้นแม้ความเร็วและพละกำลังของฉันจะอ่อนด้อย แต่ต้องมีวิธีเพิ่มมันขึ้นมาแน่ ต่อหน้าปฏิกิริยาตอบสนองที่สมบูรณ์แบบ ต่อให้ความเร็วและพละกำลังด้อยกว่าหน่อย ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่"
ปฏิกิริยาตอบสนองที่สมบูรณ์แบบ ก็เหมือนกับความเร็วที่สมบูรณ์แบบและพละกำลังที่สมบูรณ์แบบ ล้วนไร้เทียมทาน!
ขณะที่เฉินจั๋วกำลังใจเต้นระรัว
เหล่านักเรียนก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกระลอก
"ดูที่หน้าประตูสนามกีฬาเร็ว"
"เซียวไห่! เซียวไห่มาแล้ว!"
"อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง"
"ความภาคภูมิใจของโรงเรียนมัธยมหนึ่งหรงเฉิง เซียวไห่ไม่ได้มาโรงเรียนนานแล้วใช่ไหม?"
"อัจฉริยะอย่างเขา เรียนในโรงเรียนไปก็ไม่ได้อะไร สู้กลับบ้านไปฝึกฝนยกระดับฝีมือด้วยตัวเองดีกว่า แถมเซียวไห่ยังมีพี่ชายที่เก่งกาจขนาดนั้น เขาจะไปเห็นครูที่โรงเรียนอยู่ในสายตาได้ยังไง? การสอบร่วมครั้งนี้ถ้าไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ส่งคนลงมา คาดว่าเซียวไห่คงไม่ลดตัวลงมาสอบหรอก"
เซียวไห่?
ดวงตาเฉินจั๋วเป็นประกาย
เกี่ยวกับเซียวไห่ เฉินจั๋วได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมาจนหูชา
ตลอดสามปีมัธยมปลาย เขาแทบจะเติบโตมากับปาฏิหาริย์ของอีกฝ่าย
เซียวไห่ เมื่อสามปีก่อนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมหนึ่งหรงเฉิงด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของเมือง หลังเข้ามัธยมปลายก็ยังคงทิ้งห่างเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ แบบไม่เห็นฝุ่น
ตอน ม.4 เทอมปลาย ถูกรุ่นพี่ ม.6 ท้าทาย เซียวไห่หักกระดูกมืออีกฝ่ายในสามกระบวนท่า สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งเมืองหรงเฉิง
บัดนี้เวลาผ่านไปสองปี ฝีมือของเซียวไห่ยิ่งก้าวหน้าไปไกล มีคนบอกว่าเขาขาดแค่อีกก้าวเดียวก็จะก้าวเข้าสู่ขอบเขตของว่าที่จอมยุทธ์ กลายเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง
แต่เฉินจั๋วเคยได้ยินคนพูดกันว่า พี่ชายของเซียวไห่เก่งกว่าเขาเสียอีก เป็นจอมยุทธ์ไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน แต่ข่าวลือพวกนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเฉินจั๋วมากนัก เขาจึงไม่ได้ใส่ใจ
เฉินจั๋วมองไปทางประตูสนามกีฬาตามสายตาของฝูงชน
เห็นเพียงชายหนุ่มผมซอยสั้นสวมชุดลำลองสีขาวเดินเข้ามา มุมปากของชายหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ สายตามองตรงไปข้างหน้า เดินไปยังจุดรอสอบของตัวเอง
สุขุม
หนักแน่น
มีเพียงประกายเจิดจ้าที่วาบผ่านดวงตาเป็นครั้งคราว ที่บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของเขา
บนปะรำพิธี
ผู้อำนวยการหลัวเยวี่ยยิ้มบางๆ "ทุกท่านครับ เขาคนนี้คือเซียวไห่ที่ผมเคยเล่าให้ฟัง เด็กคนนี้ฝีมือถือว่าใช้ได้ทีเดียว"
ด้านข้าง ชายวัยกลางคนตาเหยี่ยวเอ่ยขึ้น "ผอ.หลัว วันนี้พวกเรามาที่นี่ เพื่อมาคัดเลือกบุคลากร หวังว่าเซียวไห่คนนี้จะไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง ขอแค่มาตรฐานการทดสอบของเขาถึงเกณฑ์ที่พวกเรากำหนด มหาวิทยาลัยวรยุทธ์ทั้งสิบแห่งของเราให้เขาเลือกได้ตามใจชอบ
อีกอย่าง ผอ.หลัวพูดถึงแต่เซียวไห่ หรือว่าโรงเรียนมัธยมหนึ่งหรงเฉิงนอกจากเขาแล้ว ไม่มีใครที่พอจะอวดได้อีกแล้วหรือ?"
"ฮ่าฮ่า ไม่ใช่อย่างนั้นแน่นอนครับ ตัวแทนทุกท่านโปรดวางใจ นอกจากเซียวไห่แล้ว โรงเรียนมัธยมหนึ่งของเรายังมีต้นกล้าชั้นดีอีกไม่น้อย รับรองว่าทุกท่านต้องพอใจ"
หลัวเยวี่ยหัวเราะ
"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น"
ชายตาเหยี่ยวไม่พูดอะไรอีก สายตากวาดมองเซียวไห่ที่อยู่ไกลออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
คนอื่นๆ ก็มองแวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย แล้วดึงสายตากลับอย่างรวดเร็ว
เซียวไห่?
อัจฉริยะ?
จะเป็นอัจฉริยะหรือไม่ หลังการทดสอบเดี๋ยวก็ได้รู้กัน
ถ้าเป็นอัจฉริยะจริง พวกเขาย่อมต้องแย่งตัว แต่ถ้าเป็นพวกมีแต่ชื่อเสียงจอมปลอม พวกเขาก็คร้านจะเสียเวลาแสดงท่าที
เห็นฉากนี้ หลัวเยวี่ยแอบคิดในใจ "ดูท่าพวกหัวสูงพวกนี้จะยอมรับแค่ผลการสอบ หวังว่าเดี๋ยวเซียวไห่จะแสดงฝีมือให้โลกตะลึงในการสอบ กู้หน้าให้โรงเรียนและเมืองหรงเฉิงได้บ้าง ส่วนต้นกล้าคนอื่นๆ เกรงว่าพวกตัวแทนที่ตาอยู่บนยอดไม้พวกนี้คงมองไม่เห็นหัว เพราะคนพวกนี้ล้วนเป็นตัวแทนจากมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ระดับท็อปของจีน
เฮ้อ... ไม่รู้ว่าเบื้องบนเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น ครั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการและตัวแทนมหาวิทยาลัยวรยุทธ์ถึงให้ความสำคัญกับการสอบจำลองเกินกว่าเหตุ ถึงขั้นเข้มงวดกว่าการสอบเกาเข่าเสียอีก มันดูไม่ชอบมาพากลจริงๆ"
เขาระงับความรู้สึกแปลกประหลาดในใจ
สายตากลับมาที่สนามกีฬา
แก๊ง~~~
พอถึงเวลาเก้าโมงตรง เสียงระฆังกังวานก็ดังขึ้น
การสอบเริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
ในสนามกีฬา เสียงประกาศเริ่มดังขึ้น :
"ม.6/1 จ้าวอี้ เชิญที่ลู่วิ่งหมายเลขหนึ่ง ทำการทดสอบความเร็ว"
"ม.6/1 ฟู่หมิงเทียน เชิญที่ลู่วิ่งหมายเลขสอง ทำการทดสอบความเร็ว"
"..."
เมื่อเสียงประกาศดังขึ้น ก็มีกรรมการคุมสอบคอยชี้ทางให้นักเรียน เพื่อให้นักเรียนหาสถานที่สอบของตัวเองเจอได้อย่างราบรื่น
การสอบวรยุทธ์ในวันนี้
การทดสอบความเร็ว พละกำลัง ปฏิกิริยาตอบสนอง สามรายการเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว ผู้สอบหลังจากทดสอบความเร็วเสร็จ จะเริ่มทดสอบพละกำลังเป็นรายการที่สองทันที เมื่อสอบพละกำลังเสร็จ ก็จะต่อด้วยการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนอง
สามรายการจบ ผลออกทันที!
"ปัง!"
เสียงปืนดังขึ้น นักเรียนหลายคนบนลู่วิ่งพุ่งตัวออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง ความเร็วสูงลิบ
มาจนถึงวันนี้
การฟื้นคืนของพลังวิญญาณผ่านมา 20 ปีแล้ว สมรรถภาพร่างกายของคนธรรมดาบนโลกแข็งแกร่งกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนมาก เมื่อ 20 ปีก่อน เกณฑ์ผ่านการวิ่งร้อยเมตรของเด็กมัธยมปลายคือ : 16 วินาที หรือก็คือ 6.25 เมตร/วินาที
แต่ตอนนี้ต่อให้เป็นคนธรรมดา ความเร็วก็อยู่ที่ 9 เมตร/วินาที
ส่วนเกณฑ์คะแนนรับเข้าของมหาวิทยาลัยวรยุทธ์เมื่อปีที่แล้ว มาตรฐานความเร็วอยู่ที่ 12 เมตร/วินาที เทียบเท่ากับวิ่งร้อยเมตรใน 8.3 วินาที!
สถิตินี้ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน คงทำให้วงการกีฬาทั่วโลกตื่นตะลึง แต่ตอนนี้มันเป็นแค่เส้นผ่านเกณฑ์เข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์
การฟื้นคืนของพลังวิญญาณ แม้จะทำให้มนุษยชาติตกอยู่ในวิกฤต แต่ก็ช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกายของมนุษย์อย่างมหาศาล
ดีหรือร้าย ยากจะตัดสิน
มาพูดถึงการทดสอบพละกำลัง
ปัจจุบันผู้ชายตัวเต็มวัยที่แข็งแรงมีแรงหมัดอยู่ที่ 150 กิโลกรัม
การสอบเกาเข่าของจีนปีที่แล้ว เส้นผ่านเกณฑ์การทดสอบพละกำลัง : 200 กิโลกรัม!
ทศวรรษ 1990 ของศตวรรษก่อน สถิติน้ำหนักหมัดของไทสันที่ทางการประกาศคือ 498 ปอนด์ ตามอัตราแลกเปลี่ยน หนึ่งปอนด์เท่ากับ 0.45 กิโลกรัม ดังนั้นแรงหมัดของราชาสังเวียนไทสันจึงอยู่ที่ประมาณ 225 กิโลกรัม
พูดง่ายๆ ก็คือ นักเรียนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์ได้ แรงหมัดไม่ด้อยไปกว่าราชาสังเวียนไทสันเลย
สิ่งที่น่ากล่าวถึงเป็นพิเศษคือ ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว พละกำลัง หรือปฏิกิริยาตอบสนอง ในการสอบเกาเข่ามาตรฐานการทดสอบของชายหญิงเหมือนกันเป๊ะ!
ไม่มีการบอกว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะลดมาตรฐานให้!
เพราะสัตว์อสูรมันไม่มานั่งสงสารคุณหรอกว่าเป็นผู้หญิง มีแต่มาตรฐานที่แข็งกระด้างเท่านั้น ถึงจะคัดเลือกบุคลากรที่ผ่านเกณฑ์อย่างแท้จริงได้
...
ในสนามกีฬา
ผ่านไปไม่กี่วินาที ผลสอบกลุ่มแรกก็ออกมา
บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ แสดงข้อมูลแถวหนึ่ง
"จ้าวอี้ ความเร็ว : 11.5 เมตร/วินาที"
"ฟู่หมิงเทียน ความเร็ว : 10.8 เมตร/วินาที"
"ซุนเถียนเถียน ความเร็ว : 9.3 เมตร/วินาที"
"..."
ไม่มีใครผ่านเกณฑ์สักคน
แต่เรื่องนี้อยู่ในความคาดหมายของทุกคน เพราะต่อให้เป็นโรงเรียนมัธยมหนึ่งหรงเฉิง แต่ละปีคนที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยวรยุทธ์สายตรงได้ก็มีแค่ 50-60 คนเท่านั้น
ดังนั้นต่อให้เป็นหลัวเยวี่ย สีหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพียงแค่ยืนนิ่งๆ อยู่ที่เดิม
เฉินจั๋วยืนอยู่ในสนาม ในใจแอบเปรียบเทียบ "เก่งกันขนาดนี้เชียว? แต่ละคนเร็วชะมัด คาดว่าถ้าฉันระเบิดพลังเต็มที่ ความเร็วคงพอๆ กับผู้หญิงที่ชื่อซุนเถียนเถียนนั่น ส่วนพละกำลัง ฉันเดาว่าน่าจะอยู่ราวๆ 130 กิโลกรัม สถิตินี้ แม้แต่ระดับคนธรรมดายังสู้ไม่ได้..."
การทดสอบดำเนินต่อไป
"จางเหว่ย พละกำลัง : 152 กิโลกรัม"
"หวังหมิง พละกำลัง : 211 กิโลกรัม"
"หวังซิ่วอิง ปฏิกิริยาตอบสนอง : 63.5 คะแนน"
"ลี่หง ปฏิกิริยาตอบสนอง : 76.4 คะแนน"
"..."
หลังจากผลออกมา มีนักเรียนบางคนทำได้ดีเกินคาด ดีใจจนเนื้อเต้น บางคนทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน นั่งร้องไห้อยู่ข้างทาง
แม้จะมีหลายคนที่ผ่านเกณฑ์ทั้งสามรายการ แต่เฉินจั๋วเห็นตัวแทนคุมสอบบนปะรำพิธี แต่ละคนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย มองดูการทดสอบอย่างเย็นชา
"จอมยุทธ์นี่ไม่เหมือนคนอื่นจริงๆ ถ้าไม่ใช่อัจฉริยะของจริง คงยากที่จะทำให้พวกเขาหวั่นไหวได้"
เฉินจั๋วคิดในใจ
ทันใดนั้น เขาหันขวับไปมองทางซ้ายด้านหลัง จิตใจตื่นเต้นขึ้นมา
เสียงชัดเจนดังออกมาจากลำโพง :
"ม.6/1 เซียวไห่ เชิญที่ลู่วิ่งหมายเลขหนึ่ง ทำการทดสอบความเร็ว"
ฮือฮา~~~
ทั่วทั้งสนามกีฬาเกิดเสียงอื้ออึง
แทบจะทุกสายตาจับจ้องไปที่เซียวไห่
ทุกคนต่างคาดหวังว่า อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง จะสร้างปาฏิหาริย์แบบไหนให้เห็น
(จบแล้ว)