- หน้าแรก
- ซุปตาร์พันหน้า ตำนานตัวประกอบสะท้านวงการ
- บทที่ 15: ถีบจ้าวลี่อิงกระเด็น
บทที่ 15: ถีบจ้าวลี่อิงกระเด็น
บทที่ 15: ถีบจ้าวลี่อิงกระเด็น
บทที่ 15: ถีบจ้าวลี่อิงกระเด็น
ซ่งถิงเย่ถึงกับพูดไม่ออก เขาเองก็ถูกระบบพาตัวกลับมาเหมือนกัน
จะให้เขาเลียนแบบระบบ ยืนถือแส้อยู่ข้างหลังจ้าวลี่อิง แล้วคอยหวดเธอทุกครั้งที่ทำผิดงั้นหรือ?
จึ๊ๆๆ พอคิดดูแล้ว... ก็น่าสนุกไม่หยอก
ตื่นเต้นชะมัด!!!
แต่เขาก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ ขืนลงมือฟาดจริงๆ มีหวังโดนผู้กำกับจับแก้ผ้าแขวนคอประจาน แล้วเฆี่ยนศพซ้ำกลางกองถ่ายแน่ๆ
"เวลาปล่อยหมัด อย่าใช้แค่แรงแขนครับ ต้องเหวี่ยงเหมือนลูกตุ้ม... ใช้แรงบิดจากเอวส่งหมัดออกไป ท่าทางมันถึงจะดูมีพลัง..."
ซ่งถิงเย่ทำได้เพียงถ่ายทอดเทคนิคทั้งหมดที่เขาสรุปมาได้ให้เธอ ส่วนเธอจะซึมซับไปได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับหัวไวของเธอเองแล้ว
จ้าวลี่อิงผู้ซึ่งไต่เต้ามาจากระดับล่างเช่นกัน ตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง พยายามเลียนแบบทุกท่วงท่าให้เหมือนที่สุด
หลังจากซ้อมไปได้สักพัก จ้าวลี่อิงก็รู้สึกว่าตนเริ่มชำนาญ ถึงขั้นพร้อมจะ 'ทรยศอาจารย์ ล้างผลาญสำนัก' ได้แล้ว
เธอจึงตั้งท่า 'นางพญาขยายปีก' กวักมือเรียกซ่งถิงเย่ทันที
"มา ลองสู้กันสักตั้ง"
"ไม่เอาครับ! ไม่เด็ดขาด!" ซ่งถิงเย่ปฏิเสธเสียงแข็ง โบกมือรัวๆ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเล่นสนุก
ด้วยรูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นของจ้าวลี่อิง ขืนเขาเผลอเตะโดนเข้า เธอคงได้ร้องไห้ไปอีกนานแน่
จ้าวลี่อิงเลิกคิ้วขึ้น ไม่ยอมลดละ
"ถ้าเจ็บฉันไม่โทษนายหรอกน่า คนดูอยู่ตั้งเยอะ ฉันไม่แบล็กเมล์นายหรอก"
ตลกน่า! เธอไม่ใช่คุณหนูบอบบางเสียหน่อย ก่อนจะดังขนาดนี้ ก็โดนเตะโดนต่อยมานับไม่ถ้วนแล้วไม่ใช่หรือไง?
"พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับ? เอาแบบนี้ ถ้าคุณชนะผมได้ในสามกระบวนท่า ผมเลี้ยงชานมไข่มุกแก้วนึงเลย"
มีคนอยากจ้างให้เขาอัดเนี่ยนะ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็นงานอดิเรกแบบนี้
"งั้นขอแค่ทีเดียวได้ไหม?" ซ่งถิงเย่หันไปมองหลี่กั๋วหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ
หลี่กั๋วหยวนหันหน้าหนี ความหมายชัดเจน: เรื่องของพวกแก ฉันไม่ยุ่ง
"งั้นเอาแค่พอหอมปากหอมคอนะครับ ห้ามเจ็บตัว" ซ่งถิงเย่ต่อรอง
"ดี! รับมือ!" จ้าวลี่อิงดีใจจนเนื้อเต้น เธอตั้งท่า แล้วพุ่งตัวเข้าใส่เขาด้วยความช่วยเหลือจากสลิง
ซ่งถิงเย่ยืนนิ่ง สูดหายใจลึก แล้วยกขาขึ้น
อะจ๊าก~
จ้าวลี่อิงถูกถีบกระเด็นกลับหลัง
หลี่กั๋วหยวนและกลุ่มสตั๊นท์แมนยืนมองตาค้าง เฮ้ย! นายกล้าถีบเธอจริงๆ เหรอเนี่ย!!!
สาวงามบอบบางขนาดนี้ นายทำใจเตะลงได้ยังไง?
ไอ้หนูนี่มันพวกเชือดปลาในซุปเปอร์มาร์เก็ตจนใจด้านชา หรือว่าเป็นศิษย์สำนักงักปุ๊กคุ้งที่ตอนตัวเองทิ้งเพราะเชื่อว่าผู้หญิงมีแต่จะทำให้ชักดาบช้าลงกันแน่?
จ้าวลี่อิงร่วงลงก้นจ้ำเบ้า สีหน้าบิดเบี้ยว ไม่ใช่เพราะเจ็บที่โดนเตะ แต่เพราะแรงกระชากของสลิงที่ดึงเธอกลับไปได้ทันท่วงที
ลูกเตะของซ่งถิงเย่แค่เฉี่ยวเสื้อผ้าเธอไปนิดเดียว ไม่ได้โดนตัวเธอจังๆ
แต่พอนึกย้อนไปถึงวินาทีนั้น เธอก็ยังรู้สึกหวาดเสียวไม่หาย ลูกเตะนั้นเร็วจนน่ากลัว ถ้าโดนเข้าไปจริงๆ เธอคงต้องหนีไปแอบร้องไห้ในรถเป็นชั่วโมงแน่ๆ
"ขอโทษครับพี่ลี่อิง เจ็บตรงไหนรึเปล่า?" ซ่งถิงเย่รีบถลาเข้าไปถามไถ่อย่างเป็นห่วง
ในใจเขากลับนึกค่อนขอด นี่แม่นางไม่ใช่ประมุขหอเจ็ดสังหารหรอกหรือ? ไหงอ่อนด๋อยขนาดนี้ล่ะเนี่ย!
จริงอย่างที่แม่ของเตียบ่อกี้เคยสอนไว้ ยิ่งผู้หญิงสวยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเชื่อถือไม่ได้เท่านั้น
จ้าวลี่อิงโบกมือ ให้ทีมงานช่วยปลดสลิงออก แล้วพูดอย่างไม่ถือสาว่า
"ไม่เป็นไร ดูเหมือนฉันยังต้องฝึกอีกเยอะ เอาไว้ว่างๆ นายช่วยสอนฉันอีกนะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงชานม"
โอ้โห ใจนักเลงใช้ได้เลยแฮะ
ซ่งถิงเย่เหลือบมองหลี่กั๋วหยวนที่ทำท่าเหมือนอยากจะฆ่าคน แล้วคิดในใจ 'ช่างเถอะ ต่อให้พี่จะอาละวาด ผมก็ไม่กล้าสอนเธออีกแล้วล่ะ'
——
การฝึกซ้อมอันเข้มข้นสิ้นสุดลงตอนห้าโมงเย็น
ซ่งถิงเย่กลับหอพักไปอาบน้ำ เปลี่ยนชุดใหม่ กินข้าวขาหมูรองท้อง แล้วจึงเดินทางไปโรงแรมเพื่อเตรียมตัวสำหรับการอ่านบทครั้งแรกในชีวิต
"ได้ข่าวว่านายถีบจ้าวลี่อิงกระเด็นกลางกองถ่ายเก้าสกุลเลยเหรอ?" สวี่ฟางกอดคอซ่งถิงเย่ สีหน้าเต็มไปด้วยความชื่นชม
เพื่อนเขาอยู่ในกองถ่ายนั้น จึงไม่แปลกที่จะรู้ข่าวไว
ซ่งถิงเย่รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
"เปล่านะครับ! เธอโดนสลิงดึงกลับไปต่างหาก ผมยังไม่ได้แตะตัวเธอเลยสักนิด"
เขาต้องรีบแก้ข่าว ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นเหมือนอาจารย์เฟิงหยวนเจิง ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว เผลอๆ เดินถนนอยู่ดีๆ อาจโดนตบหน้าหันได้ ซึ่งนั่นคงเป็นเรื่องซวยมหาซวย
"ล้อเล่นน่า ดูทำหน้าเข้า ตื่นเต้นเชียว" สวี่ฟางหัวเราะร่า พาซ่งถิงเย่ไปส่งที่ห้องประชุมใหญ่ แล้วก็ขอตัวกลับไป
ในห้องประชุม มีโต๊ะยาวตั้งอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยเก้าอี้ฝั่งละเจ็ดแปดตัว บนพนักเก้าอี้แต่ละตัวมีชื่อนักแสดงนำแปะอยู่
ซ่งถิงเย่นึกสงสัยว่าเมื่อไหร่เขาจะมีโอกาสได้ไปนั่งแถวหน้าแบบนั้นบ้าง
นักแสดงนำและผู้กำกับยังมาไม่ถึง คนที่อยู่ในห้องตอนนี้ล้วนเป็นนักแสดงสมทบ
ทุกคนต่างจับกลุ่มคุยกัน คนพวกนี้เคยร่วมอ่านบทด้วยกันมาหลายครั้งจนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี
การปรากฏตัวของหน้าใหม่อย่างซ่งถิงเย่ดึงดูดสายตาอยากรู้อยากเห็นได้ไม่น้อย บางคนก็เข้ามาทักทาย
"สวัสดีครับ ผมรับบทเป็นหม่านฉง"
"สวัสดีครับ ผมรับบทเป็นเฉินฉวิน"
"สวัสดีครับ ผม..."
"..."
หลังแนะนำตัว ก็ตามมาด้วยการเยินยอกันตามมารยาท เช่น "ผมเคยดูผลงานของคุณนะ แสดงได้ยอดเยี่ยมมาก"
ทุกคนต่างรู้ทันกัน ไม่มีใครกล้าถามกลับหรอกว่า "เรื่องไหนเหรอครับ?"
นี่เป็นครั้งแรกที่ซ่งถิงเย่ได้เจอบรรยากาศแบบนี้ ทีแรกเขาก็รู้สึกปลื้มใจนิดๆ แต่ไม่นานก็เลิกใส่ใจ
เพราะตอนที่เขาแวบไปเข้าห้องน้ำ พอกลับเข้ามา บางคนก็เหมือนถูกลบความจำ เดินเข้ามาทักทายเขาใหม่อีกรอบ
"สวัสดีครับ ผมรับบทเป็นหม่านฉง"
"โอ้ คุณซ่งถิงเย่นี่เอง ผมเคยดูการแสดงของคุณ ประทับใจมากเลยครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
ใต้บัลลังก์อริยะ ล้วนเป็นเพียงมดปลวก คืนนี้เขาไม่ได้มาเสียเที่ยวจริงๆ ได้บทเรียนชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งบท
สักพักใหญ่ ผู้กำกับ คนเขียนบท และเหล่านักแสดงนำก็ทยอยกันเข้ามา
เมื่อประตูปิดลง ผู้กำกับก็กระแอมไออย่างมีจังหวะจะโคน
"อะแฮ่ม~ เอาล่ะ วันนี้ตัวละครในกองถ่ายของเราก็มารวมตัวกันครบแล้ว ขอผมแนะนำนักแสดงคนสุดท้ายที่เข้ามาร่วมทีมหน่อย"
ผู้กำกับยืดคอยาวเหมือนห่านมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยเรียก
"ซ่งถิงเย่ ซ่งถิงเย่อยู่ไหม?"
"อยู่ครับผู้กำกับ" ซ่งถิงเย่รีบลุกขึ้นยืน
ฟึ่บ~ เสียงเก้าอี้ขยับ หลายสายตาหันขวับมามองทางเขา
ถังอี้ซินแอบสะกิดไหล่หลิวเทาเบาๆ
"พี่เทา เป็นเขาจริงๆ ด้วย นึกว่าพี่ล้อเล่นซะอีก"
หลิวเทาปัดมือเธอออกอย่างรำคาญ บอกเป็นนัยว่าอย่าทำยุกยิก
"ช่วยแนะนำตัวสั้นๆ ให้ทุกคนรู้จักหน่อย" ผู้กำกับผายมือไปกลางอากาศ
"รับทราบครับผู้กำกับ" ซ่งถิงเย่ตอบรับ โค้งตัวให้ทุกคนเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไม่ถ่อมตนจนเกินงามและไม่หยิ่งผยอง
"สวัสดีครับ ท่านรุ่นพี่และอาจารย์ทุกท่าน ผมซ่งถิงเย่ รับบทเป็นกุยแก (Guo Jia) ครับ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้เรียนรู้จากทุกท่าน ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
สิ้นเสียง สายตาของทุกคนก็ฉายแววประหลาดใจ เด็กขนาดนี้ จะเล่นเป็นกุยแกเนี่ยนะ? ล้อกันเล่นรึเปล่า!
ไอ้หนู หน้าตาดีใช้ได้นี่หว่า เข้ามาด้วยฝีมือหรือเส้นสายกันแน่เนี่ย?
"เยี่ยม!" ทันใดนั้น อวี๋เหอเหว่ยที่นั่งอยู่ข้างผู้กำกับก็ตะโกนขึ้นพร้อมตบมือนำเป็นคนแรก
ทันทีหลังจากนั้น หลิวเทา ถังอี้ซิน และถานเจี้ยนซื่อ ก็ปรบมือตาม
อู๋ซิ่วโป คุณลุงมาดเซอร์ผู้รับบทสุมาอี้ (Sima Yi) ปรบมือพลางขมวดคิ้วมองซ่งถิงเย่ ในใจรู้สึกปรามาสอยู่ลึกๆ
เด็กเมื่อวานซืน จะมารับบทกุยแก? คิดจะมาประชันฝีมือกับฉันงั้นรึ?
ไอ้หนุ่ม เอ็งจะรับมือความเก๋าเกมหลายสิบปีของข้าไหวเร้อ?!
ผู้กำกับยกมือขึ้นปรามเสียงปรบมือ แล้วกล่าวว่า
"เอาล่ะ ซ่งถิงเย่ เดี๋ยวค่อยๆ ทำความรู้จักกับทุกคนทีหลังนะ ผมจะไม่แนะนำทีละคนตรงนี้ งั้นเรามาเริ่มอ่านบทกันเลย"
ซ่งถิงเย่พยักหน้า ทันทีที่เขานั่งลง
จู่ๆ 'หม่านฉง' ที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็หันขวับกลับมา ยิ้มกว้างพร้อมยื่นมือให้
"สวัสดีครับ ผมหวังลี่ รับบทเป็นหม่านฉง ยินดีที่ได้รู้จักครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"