เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 คนพามาด้วยนี่สิชอกช้ำสุดๆ

บทที่ 60 คนพามาด้วยนี่สิชอกช้ำสุดๆ

บทที่ 60 คนโตหวานเจี๊ยบ คนเล็กน่ารัก


เช้าวันเสาร์ เฉินฮั่นเซิงโทรศัพท์ไปหาอาจารย์กัวจงอวิ๋นเพื่อถามไถ่ว่าวันนี้สะดวกให้เข้าไปเยี่ยมหรือเปล่า

อาจารย์กัวได้ยินก็ดีใจยกใหญ่ “รีบมาเลย ทั้งครูทั้งซือหมู่(ภรรยาของอาจารย์)มีธุระต้องออกไปข้างนอก กำลังกลุ้มอยู่พอดีว่าไม่มีใครดูแลเจียฮุ่ย”

เมื่อนัดแนะเรียบร้อย เฉินฮั่นเซิงก็โทรหาเซียวหรงอวี้ ซึ่งเธอก็เตรียมตัวพร้อมสรรพแล้ว “เสี่ยวเฉิน ฉันอยากลองชิมอาหารเช้าที่มหาลัยนายบ้างจัง”

“ฉันเพิ่งกินมาเมื่อกี้เอง”

เฉินฮั่นเซิงที่ยังไม่ได้แปรงฟันด้วยซ้ำโกหกหน้าตาย “ไว้คราวหน้าเถอะ อีกอย่างอาหารเช้าที่นี่ก็ไม่ได้อร่อยอะไรหรอก”

โดยไม่รู้ตัว เฉินฮั่นเซิงพยายามกีดกันไม่ให้เกิดสถานการณ์ “รถไฟชนกัน” อย่างสุดความสามารถ

“ทางที่ดีคนนึงอยู่สถาบันการเงิน อีกคนอยู่ตงไห่ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกันดีกว่า อีกอย่างนักศึกษาตั้งเยอะแยะ คงไม่บังเอิญมาเจอกันง่ายๆหรอกมั้ง”

เมื่อทุกอย่างพร้อม เฉินฮั่นเซิงก็มารอรับเซียวหรงอวี้ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยตงไห่ รูปร่างของเธอดีเป็นทุนเดิม ยิ่งอยู่ในชุดกีฬา Puma สีชมพูอ่อนก็ยิ่งขับให้ดูสดใสโดดเด่น สะพายเป้ใบกะทัดรัด เดินฝ่าสายลมฤดูใบไม้ร่วงยามเช้า กลายเป็นทิวทัศน์ที่ดึงดูดทุกสายตา

“หนาวจังเลย เสี่ยวเฉิน”

เซียวหรงอวี้ย่ำเท้าเบาๆคลายความหนาว

“งั้นกลับไปนอนต่อที่หอไหม?”

เฉินฮั่นเซิงเสนอทางออกอันชาญฉลาด

“ไม่กลับ!”

เซียวหรงอวี้เงยหน้าค้อนขวับ แล้วถือวิสาสะสอดมือขวาเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของเฉินฮั่นเซิง

“ทำแบบนี้คนอื่นจะเข้าใจผิดเอานะ”

เฉินฮั่นเซิงบ่นอุบ

เซียวหรงอวี้ยิ้มหวาน “เข้าใจผิดก็ช่างสิ ก็ฉันไม่ได้กะจะมีแฟนตอนเรียนมหาลัยอยู่แล้วนี่”

“แต่ฉันอยากมีนะ เธอไปแกล้งเกาเจียเหลียงแทนได้ไหม... โอ๊ย! หยิกฉันทำไมเนี่ย”

“ใครใช้ให้ปากสุนัขแบบนี้ล่ะ”

แม้อากาศข้างนอกจะหนาว แต่บนรถเมล์กลับอบอุ่นจนเกือบจะอบอ้าว โชคดีที่สาย 737 มีต้นทางอยู่ที่เจียงหลิง เฉินฮั่นเซิงจึงเลือกที่นั่งริมหน้าต่างให้เซียวหรงอวี้ได้

“ขอดูมือถือหน่อยสิ น้าเหลียงคงไม่ได้ให้เงินมาซื้อหรอกใช่ไหม”

พอนั่งปุ๊บ เซียวหรงอวี้ก็ทวงถามที่มาที่ไปทันที

“แม่ฉันขี้งกจะตาย เวลาพาไปเที่ยว แค่ร้านไหนหัวละเกิน 20 หยวนแม่ก็ไม่ยอมเข้าแล้ว”

เฉินฮั่นเซิงเบ้ปากบ่นแม่

เซียวหรงอวี้หัวเราะคิกคัก ตีไหล่เขาเบาๆ “แสดงว่านายหาเงินซื้อเองจริงๆเหรอ?”

เฉินฮั่นเซิงไม่ปิดบัง เพราะในอนาคตเขาอาจต้องให้เซียวหรงอวี้ช่วยบุกตลาดที่ตงไห่ด้วย จึงเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ตั้งแต่การไปฉีกใบปลิวรับสมัครงานที่โรงอาหาร การไปพบจงเจี้ยนเฉิง จนถึงการสร้างสัมพันธ์กับคณะกรรมการเยาวชน

แน่นอนว่าชื่อของเสิ่นโหยวชูถูกตัดออกไปจากสารบบอย่างแนบเนียน

ฟังจบ เซียวหรงอวี้ก็ทำปากยื่น “นายทำตั้งเยอะแยะ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยสักอย่าง”

“ช่วยไม่ได้นี่นา เรามันพวกลูกเสือสำรอง ทำดีไม่หวังผลตอบแทน ปิดทองหลังพระน่ะรู้จักไหม”

เฉินฮั่นเซิงแถไปเรื่อย ก่อนจะวกกลับมาแนะนำเรื่องครอบครัวของอาจารย์กัวจงอวิ๋น เซียวหรงอวี้ดูสนใจกัวเจียฮุ่ยมาก ถึงกับถามว่าจะซื้อผลไม้ไปฝากดีไหม

“ผลไม้น่ะต้องซื้ออยู่แล้ว แต่ถ้าจะให้ดี ซื้อแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ไปฝากด้วย ยัยหนูอ้วนกลมนั่นชอบวิชาเลขมาก”

เฉินฮั่นเซิงแนะนำด้วยความ “หวังดี” จากความแค้นเรื่อง QQ คราวก่อน

คุยกันไปสักพัก แรงโยกของรถเมล์ทำเอาเซียวหรงอวี้เริ่มง่วง

“เสี่ยวเฉิน ขอยืมไหล่หน่อย”

“ฝั่งเธอก็มีหน้าต่างให้พิงไม่ใช่เหรอ?”

เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายเซียวหรงอวี้ก็ได้นอนซบไหล่เฉินฮั่นเซิงสมใจ เฉินฮั่นเซิงลองผลักออกสองสามที เห็นว่าไม่เป็นผลก็เลยปล่อยเลยตามเลย

ต่อรถสองต่อกว่าจะมาถึงบ้านอาจารย์กัวจงอวิ๋น อาจารย์กัวดูจะสนใจสาวน้อยหน้าตาสะสวยอย่างเซียวหรงอวี้เป็นพิเศษ

เฉินฮั่นเซิงกลัวเข้าใจผิด รีบชิงอธิบาย “นี่เพื่อนสมัยมัธยมครับ ตอนนี้เรียนอยู่ที่ตงไห่ฝั่งตรงข้าม ผมเลยกะจะพาเธอมาเปิดหูเปิดตาชมเมืองหลวงเก่าหกราชวงศ์ซะหน่อย”

“เชอะ ทำเป็นพูดดี”

เซียวหรงอวี้ทักทายอาจารย์กัวอย่างมีมารยาท แล้วหันไปเล่นกับกัวเจียฮุ่ย เห็นผมเผ้าเด็กน้อยยุ่งเหยิง ก็ช่วยมัดผมให้อย่างคล่องแคล่ว

“ฮั่นเซิง เสี่ยวเซียวสวยน่ารักดีนะ”

อาจารย์กัวแซวยิ้มๆ

เฉินฮั่นเซิงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด กลัวยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว เลยรีบเปลี่ยนเรื่อง “อาจารย์กัวครับ ผมจะทำโครงการส่งเสริมธุรกิจนักศึกษาในมหาลัย ตรงช่องอาจารย์ที่ปรึกษา ผมขอใส่ชื่ออาจารย์นะครับ”

อาจารย์กัวตอบรับง่ายๆ “ได้สิ แต่ครูไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้หรอกนะ ถ้าคิดว่าสะดวกก็ใส่ชื่อไปได้เลย”

วันนี้อาจารย์กัวต้องพาพ่อแม่ไปตรวจร่างกาย เตรียมตัวเสร็จก็จะออกไปแล้ว พอหันไปมองลูกสาว ก็เห็นว่าเสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยเป๊ะปัง แถมยังสะพายเป้ใบจิ๋ว ถือกระติกน้ำลายการ์ตูนดูดน้ำจ๊วบๆอย่างสบายใจ

“ขอบใจมากนะเสี่ยวเซียว”

อาจารย์กัวรู้สึกขอบคุณจากใจจริง หันไปบอกเฉินฮั่นเซิง “วันนี้พวกเธอพาเจียฮุ่ยไปเที่ยวให้สนุกเลยนะ มื้อนี้ครูเลี้ยงเอง”

หลังจากอาจารย์กัวออกไป เฉินฮั่นเซิงกับเซียวหรงอวี้ก็จูงกัวเจียฮุ่ยออกจากบ้าน เดินไปได้สักพัก เซียวหรงอวี้ก็ถามขึ้น “เสี่ยวอวี่คือใคร?”

ไม่ต้องเดาก็รู้ ยัยเด็กอ้วนปากโป้งนี่ฟ้องแน่ๆ

“อะไรนะ? ฝนจะตกเหรอ?”

เฉินฮั่นเซิงแกล้งทำหูทวนลม เอามือป้องหน้ามองท้องฟ้า “กรมอุตุฯไม่ได้บอกว่าวันนี้ฝนจะตกนี่หว่า”

“พี่ชายขา ก็ครูเสี่ยวอวี่ไงคะ หนูรู้ QQ ของคุณครูแล้วนะ”

กัวเจียฮุ่ยเงยหน้าอวดผลงานอย่างภูมิใจ

เฉินฮั่นเซิง: เหอๆ...

เซียวหรงอวี้: หึหึ...

กัวเจียฮุ่ยเป็นเด็กช่างจ้อ แถมยังขี้เกียจเดิน เดินไปได้ครึ่งทางก็ร้องให้อุ้ม เซียวหรงอวี้แรงน้อย อุ้มได้แป๊บเดียวก็หมดแรง

“เฉินฮั่นเซิง นายอุ้มหน่อยสิ”

เฉินฮั่นเซิงไม่อยากอุ้ม แต่กัวเจียฮุ่ยงอแงไม่ยอมเดิน เขาเลยนั่งยองๆ กล่อม “เจียฮุ่ยเด็กดี เดินเองนะ เดี๋ยวพี่พาไปกินแมคโดนัลด์”

“เย้! ขอบคุณค่ะพี่เสี่ยวเฉิน”

กัวเจียฮุ่ยดีใจยกใหญ่ ยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มเฉินฮั่นเซิงฟอดหนึ่ง

“งั้นเราเดินเองนะ”

“ไม่เอา”

เฉินฮั่นเซิงเปลี่ยนแผน “งั้นเรามานับหนึ่งถึงสาม แล้วพี่จะอุ้ม โอเคไหม?”

กัวเจียฮุ่ยมั่นใจในทักษะการนับเลขไม่เกิน 3 ของตัวเองมาก ลุกขึ้นยืนตอบรับเสียงใส “โอเคค่ะ!”

แล้วเฉินฮั่นเซิงก็ตะโกนสั่งแถว “หน้าเดิน! 1-2-1, 1-2-1, 1-2-1...”

กัวเจียฮุ่ยสะพายเป้ ส่ายก้นดุ๊กดิ๊ก เดินตามหลังเฉินฮั่นเซิงต้อยๆ

เซียวหรงอวี้ยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะส่ายหน้า “จอมลวงโลกจริงๆ”

สองผู้ใหญ่หนึ่งเด็กน้อย เดินลัดเลาะจากถนนมั่วหลิง เลี้ยวเข้าถนนจงซานใต้ จนมาถึงย่านซินเจียโข่ว ตลอดทางเซียวหรงอวี้แวะเข้าร้านเสื้อผ้าเป็นว่าเล่น

คนที่เหนื่อยที่สุดคือเฉินฮั่นเซิง เพราะต้องคอยระวังไม่ให้กัวเจียฮุ่ยหลง สุดท้ายก็ต้องยอมอุ้มจนได้

กว่าจะได้นั่งพักในร้านแมคโดนัลด์ย่านซินเจียโข่ว เฉินฮั่นเซิงก็บ่นพึมพำด่าตัวเองในใจ ‘ซุปหม้อดินที่โรงเรียนมันไม่อร่อยหรือไงวะ? ทำไมต้องมาเดินช้อปปิ้งกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงด้วยเนี่ย?’

แมคโดนัลด์เพิ่งออกเมนูใหม่ สตรอว์เบอร์รีซันเดย์ กัวเจียฮุ่ยมองคนอื่นกินตาละห้อย หันไปสะกิดเซียวหรงอวี้ “พี่สาวขา หนูอยากกินไอติม”

เซียวหรงอวี้ที่เหนื่อยจนไม่อยากขยับตัว นั่งเท้าคางมองเฉินฮั่นเซิงตาแป๋ว “พี่สาวก็อยากกินเหมือนกัน”

*****

จบบทที่ บทที่ 60 คนพามาด้วยนี่สิชอกช้ำสุดๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว