- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 54 ผักกาดดองคลุกพริกกรุบกรอบ
บทที่ 54 ผักกาดดองคลุกพริกกรุบกรอบ
บทที่ 54 ผักกาดดองคลุกพริกกรุบกรอบ
นับตั้งแต่เฉินฮั่นเซิงยื่นมือเข้ามาจัดการเรื่องทุนการศึกษานักเรียนยากจนจนสำเร็จลุล่วง หูหลินอวี่ก็เริ่มเห็นแววบางอย่างในตัวเขา และยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นของเขาในเรื่องการเจรจากับบุคคลภายนอกมากขึ้น
“แล้วนายว่าควรจะซื้ออะไรดีล่ะ?” หูหลินอวี่ถาม
เฉินฮั่นเซิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ในเมื่อเราจะให้ในนามของห้องเรียน ของขวัญก็ไม่ควรจะแพงเกินไปหรือดูธรรมดาเกินไป ไม่อย่างนั้นอวี่เยว่ผิงคงไม่ยอมรับแน่”
“ตอนที่ฉันไปช่วยงานที่คณะกรรมการเยาวชน สังเกตเห็นว่าในห้องทำงานเขายังขาดพวกอุปกรณ์จัดเก็บเอกสารอยู่ เธอไปซื้อแฟ้มใส่เอกสารดีๆสักชุดจากร้านเครื่องเขียนมาหน่อยสิ”
หูหลินอวี่พยักหน้าเห็นด้วย แฟ้มเอกสารราคาไม่แพง แถมความหมายก็ดี ดูเป็นการเป็นงาน อวี่เยว่ผิงน่าจะรับไว้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ
เฉินฮั่นเซิงหันไปหาเสิ่นโหยวชู “แฟ้มเอกสารน่ะให้ในนามของห้องเรียน แต่ส่วนของเธอเองก็ควรจะมีอะไรเล็กๆน้อยๆแสดงน้ำใจส่วนตัวด้วยนะ”
“แล้ว... ฉันควรจะซื้ออะไรดีคะ?”
เสิ่นโหยวชูถามเสียงอ่อย เรื่องการวางตัวเข้าสังคมแบบนี้เธอไม่ประสีประสาเลยสักนิด เฉินฮั่นเซิงว่ายังไง เธอก็ว่าตามนั้น
“เธอจะใช้เงินซื้อไม่ได้ ไม่อย่างนั้นความหมายของทุนการศึกษานักเรียนยากจนจะผิดเพี้ยนไปหมด ที่บ้านเกิดเธอมีของขึ้นชื่ออะไรบ้าง?”
“ของขึ้นชื่อ?”
เสิ่นโหยวชูเงยหน้าขึ้นมองเฉินฮั่นเซิงด้วยความงุนงง ไม่เข้าใจความหมาย
“ก็พวกของที่เธอกินกันเป็นประจำน่ะ” เฉินฮั่นเซิงอธิบายอย่างใจเย็น
“ของที่กินประจำ... พริก... พริกแห้งนับไหมคะ?”
เสิ่นโหยวชูตอบเสียงแผ่ว
เฉินฮั่นเซิงแปลกใจ “เธอกินเผ็ดได้ด้วยเหรอ?”
เสิ่นโหยวชูพยักหน้าเขินๆ หูหลินอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆรีบเสริมทันที “พูดไปนายอาจจะไม่เชื่อ โหยวชูมีพริกแห้งถุงเบ้อเริ่มเก็บไว้ในหอพัก ฉันเคยลองชิมดู โอ้โห... เผ็ดจนลิ้นชาเลยล่ะ”
หูหลินอวี่ทำท่าแลบลิ้นพัดลมเข้าปากประกอบ
“แต่โหยวชูนี่สุดยอดจริงๆ มื้อเย็นเธอมักจะกินแค่หมั่นโถวเปล่าแกล้มกับพริก แล้วเธอยังไปเจอแปลงผักกาดเขียวป่าที่สวนหย่อมใต้หอพัก เก็บเอามาดองพริกกินเองด้วย...”
หูหลินอวี่พล่ามเรื่องราวชีวิตในหอพักของเสิ่นโหยวชูให้ฟังเป็นฉากๆ ทำเอาเจ้าตัวอายม้วนจนคอแดงไปหมด แต่เฉินฮั่นเซิงกลับนั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
จู่ๆหูหลินอวี่ก็ชะงักไป เฉินฮั่นเซิงจึงเร่งเร้า “อ้าว หยุดทำไม เล่าต่อสิ”
“ฉันว่า... เหมือนเราจะออกทะเลกันแล้วนะ”
หูหลินอวี่พูดอย่างงงๆ
เฉินฮั่นเซิงคิดในใจว่า ‘นี่แหละเรื่องสำคัญที่สุดต่างหาก’ แต่ปากก็พูดไปว่า “ผักกาดดองคลุกพริกเข้าท่าดีนี่ เสิ่นโหยวชู เธอหาขวดโหลสะอาดๆใส่ไปให้อาจารย์อวี่สักขวดสิ ของอาจจะไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่มันแสดงถึงน้ำใจของเธอได้ดีที่สุด”
“อื้อ”
เสิ่นโหยวชูพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
“ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่ารสชาติจะเป็นยังไง เพื่อนๆในห้องคงไม่เคยลอง ถ้าว่างๆเธอก็ทำมาเผื่อเยอะๆหน่อยสิ”
เฉินฮั่นเซิงทิ้งท้ายด้วยมุกตลกก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่
• ·····
เช้าสองวันต่อมา ในคาบเรียนแรก “แก๊งสายเสมอ” แห่งหอพัก 602 ยกเว้นหลี่เจิ้นหนาน เดินทอดน่องมาถึงห้องเรียนอย่างไม่รีบร้อน และบังเอิญเจอหูหลินอวี่ที่หน้าประตู
เฉินฮั่นเซิงแซวยิ้มๆ “แม่นางหูมายืนรอจินหยางหมิงเหรอจ๊ะ?”
หูหลินอวี่ส่ายหน้า “เมื่อกี้โหยวชูร้องไห้น่ะ”
เฉินฮั่นเซิงชะงัก “ร้องไห้ทำไม?”
“ก็วันที่นายบอกให้เธอทำผักกาดดองมาให้เพื่อนๆชิม ฉันก็รู้นะว่านายแค่ล้อเล่น แต่เธอดันจริงจังน่ะสิ”
“เพื่อจะไปเก็บผักกาดเขียว แขนเธอโดนแมลงกัดตั้งหลายตุ่ม”
“แถมกลัวว่ากลิ่นพริกจะรบกวนคนอื่น เธอเลยแอบไปนั่งดองผักกาดที่ระเบียงคนเดียวตอนดึกๆ”
“เมื่อเช้านี้ เธอก็เอาผลงานมาวางไว้ในห้องแล้ว”
• ·····
“แล้วไงต่อ?”
เฉินฮั่นเซิงถามต่อ
“ไม่มีใครกินเลย แถมยังมีคนบ่นว่ากลิ่นแรงอีก”
หูหลินอวี่ชี้ไปที่ถุงพลาสติกสีแดงบนโต๊ะหน้าห้อง ปากถุงเปิดอ้าเผยให้เห็นผักกาดเขียวสดกรอบเคลือบด้วยน้ำมันพริกสีแดงฉ่ำวาว ดูน่ากินไม่หยอก
จินหยางหมิงชะโงกหน้าไปดูแล้วเบ้ปาก “เป็นฉันก็ไม่กินหรอก กินข้าวเช้ากันมาหมดแล้ว อีกอย่าง สะอาดรึเปล่าก็ไม่รู้”
เฉินฮั่นเซิงนิ่งเงียบ นี่คงเป็นความคิดของคนส่วนใหญ่ในห้อง เสิ่นโหยวชูเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เพื่อนๆจะระแวงก็ไม่แปลก แต่การทำแบบนี้มันทำร้ายจิตใจสาวน้อยซื่อๆคนหนึ่งเกินไป
คนบางคนอาจจะเข้าสังคมไม่เก่ง แต่หัวใจของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อโลกใบนี้
เสิ่นโหยวชูยังคงนั่งชิดกำแพง แขนทั้งสองวางซ้อนกันบนโต๊ะอย่างเรียบร้อยเหมือนเด็กประถม แต่แขนเสื้อชุดนักเรียนเก่าๆนั้นเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง
เมื่อรู้สึกว่าเฉินฮั่นเซิงเดินเข้ามาใกล้ เธอเงยหน้าขึ้นมองแวบหนึ่ง ดวงตาดอกท้อที่เคยสดใสบัดนี้แดงก่ำ มีหยาดน้ำตาเม็ดโตเกาะอยู่ที่ปลายคางมน พอเห็นว่าข้างหลังเฉินฮั่นเซิงมีคนอื่นตามมาด้วย เธอก็รีบก้มหน้าหลบเหมือนเคย
จินหยางหมิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเฉินฮั่นเซิง จู่ๆก็หลุดอุทานออกมาเบาๆ “เชี่ย... นี่เมื่อก่อนฉันตาบอดเหรอวะเนี่ย เทียบกับซางเหยียนเหยียนแล้วยัยนี่สวยระดับนางฟ้าชัดๆ ซางเหยียนเหยียนเทียบไม่ติดฝุ่นเลย”
จังหวะนั้น อาจารย์เถาลี่ซง ผู้สอนวิชา ‘พฤติกรรมองค์การ’ เดินเข้ามาในห้องพอดี เขามองถุงบนโต๊ะด้วยความสงสัย เฉินฮั่นเซิงจึงเอ่ยขึ้น “อาจารย์เถาครับ ขอกวนเวลาสักครู่ได้ไหมครับ?”
อาจารย์เถารู้ว่าเฉินฮั่นเซิงเป็นหัวหน้าห้อง จึงพยักหน้าอนุญาต
เฉินฮั่นเซิงเดินขึ้นไปบนหน้าชั้นเรียน บรรยากาศในห้องค่อยๆเงียบลง เขากวาดสายตามองเพื่อนร่วมชั้นทุกคน ก่อนจะหยิบผักกาดดองขึ้นมาหนึ่งชิ้นแล้วยัดใส่ปากเคี้ยว “กรุบ... กรุบ...” เสียงเคี้ยวกรุบกรอบดังก้องไปทั่วห้อง
พอกินเสร็จ เฉินฮั่นเซิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เริ่มเรียกชื่อทันที “เหล่าหยาง ขึ้นมาชิมหน่อยซิ”
“จัดไป”
หยางซื่อเชาเตรียมจะลุกขึ้น แต่จินหยางหมิงกลับพุ่งตัวตัดหน้าขึ้นไปก่อน
“ของอร่อยขนาดนี้ ขืนให้เหล่าหยางกิน เดี๋ยวมันฟาดเรียบหมด ฉันขอลองก่อนสักสองชิ้น”
เมื่อกี้จินหยางหมิงเพิ่งได้เห็นใบหน้าชัดๆของเสิ่นโหยวชู ถึงได้ตาสว่างว่าที่แท้มีนางฟ้าซ่อนตัวอยู่ในห้อง ยิ่งตอนร้องไห้ยิ่งดูสวยกว่าซางเหยียนเหยียนที่เป็น “ดาวคณะ” เสียอีก
“ตอนนี้ความลับยังไม่แตก เราต้องรีบทำคะแนนเพื่อพิชิตใจสาวงามอันดับหนึ่งแห่งสถาบันการเงินให้ได้!”
จินหยางหมิงตั้งใจจะสร้างภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ในใจเสิ่นโหยวชู เขาหยิบผักกาดดองขึ้นมา เตรียมจะตะโกนเท่ๆว่า “เสิ่นโหยวชู This is for you!”
“แค่กๆๆๆ...”
แต่ความจริงช่างโหดร้าย จินหยางหมิงกินเผ็ดไม่เป็น พอเจอฤทธิ์พริกเข้าไปก็สำลักหน้าดำหน้าแดง น้ำมูกน้ำตาไหลพราก หมดสภาพพระเอกทันที แถมยังโดนหยางซื่อเชาซ้ำเติม “ไอ้หก นอกจากขี้แล้วเอ็งจะแย่งฉันกินทุกอย่างเลยไหม?”
หยางซื่อเชาคอแข็งกว่าเยอะ เขาหยิบผักกาดดองขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย เดาะลิ้นชอบใจ แถมยังหยิบติดมือไปอีกชิ้นก่อนเดินลงเวที
“เส้าเฉียง”
เฉินฮั่นเซิงเรียกต่อ
“อาหนาน”
“เหล่าไต้”
“จูเฉิงหลง”
• ·····
เฉินฮั่นเซิงใช้วิธี “แกมบังคับ” ให้ผู้ชายทุกคนในห้องขึ้นมาชิมคนละชิ้น ระหว่างนั้นหูหลินอวี่ก็คอยอธิบายที่มาที่ไปให้อาจารย์เถาฟัง
พอผู้ชายกินกันครบแล้ว เฉินฮั่นเซิงก็หันไปทางฝั่งผู้หญิง “มีสาวๆคนไหนอยากลองบ้างไหม?”
หูหลินอวี่อาสาเป็นคนแรกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่คาดไม่ถึงคือซางเหยียนเหยียนลุกขึ้นมาเป็นคนที่สอง
“ต้องไว้หน้าหัวหน้าห้องหน่อย”
ซางเหยียนเหยียนส่งยิ้มหวานให้เฉินฮั่นเซิง
เมื่อมีเฉินฮั่นเซิงคุมเกม และมีหูหลินอวี่นำทัพ เพื่อนผู้หญิงในห้องก็ทยอยกันขึ้นมาชิมผักกาดดองสูตรเด็ดจากเสฉวนคนละคำสองคำ ไม่ว่าจะกินมากกินน้อย แต่วัตถุประสงค์ของงานนี้ก็สัมฤทธิ์ผลแล้ว
เฉินฮั่นเซิงก้มมองในถุง เหลือผักกาดดองชิ้นสุดท้ายนอนแอ้งแม้งอยู่ในน้ำมันพริก เขาเตรียมจะปิดจ็อบ แต่อาจารย์เถาลี่ซงกลับเดินยิ้มเข้ามา
“ครูดูแล้วซาบซึ้งใจจริงๆ ขอลองชิมบ้างสิ”
*****