- หน้าแรก
- ผมไม่อยากเกิดใหม่เลยจริงๆ
- บทที่ 48 คำสารภาพของเสือผู้หญิง
บทที่ 48 คำสารภาพของเสือผู้หญิง
บทที่ 48 คำสารภาพของเสือผู้หญิง
จากเหตุการณ์ที่ซางเหยียนเหยียนแย่งตั๋วหนังไปดู ก่อนเข้าเรียนช่วงบ่าย เฉินฮั่นเซิงจึงต้องประกาศกำชับอีกครั้งว่าห้ามใครสืบหาเลขที่นั่งของคนอื่น เพื่อรักษาความตื่นเต้นลุ้นระทึกให้คงอยู่จนถึงวินาทีที่หนังเริ่มฉาย
แต่คนที่มีความสุขุมนุ่มลึกที่สุดกลับเป็นตัวเฉินฮั่นเซิงเอง เพราะเขารู้ดีอยู่แล้วว่าคู่ควงของเขาคือใคร... ก็เขาเป็นคนจัดแจงเองกับมือนี่นา
หลังมื้อเย็น ในที่สุดช่วงเวลาแห่งรัตติกาลที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง พระจันทร์เริ่มเผยโฉมเย้ายวนจากหลังกลีบเมฆ แสงไฟริมถนนสายหลักในมหาวิทยาลัยสว่างไสวเป็นทิวแถว ล่อแมลงเม่าให้บินมาเริงระบำ สายลมยามค่ำพัดพาความเย็นสบายมาปะทะกาย ให้ความรู้สึกสดชื่นกำลังดี
เด็กมหาวิทยาลัยต่างก็เฝ้ารอคืนวันศุกร์ แม้การเรียนจะไม่หนักหนาอะไร แต่วันนี้เป็นวันที่เหล่าคนโสดจะได้ปลดปล่อย ไม่ว่าจะโต้รุ่งหรือปาร์ตี้ปิ้งย่าง ส่วนคนมีคู่ก็อาจจะไม่กลับหอพัก สถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยก็ช่างรู้ใจ เปิดเพลง "Si Le Dou Yao Ai" (ตายก็ยังจะรัก) ของวง Shin คลอตามบรรยากาศ
“ตายก็ยังจะรัก ไม่สุดเหวี่ยงก็ไม่สาแก่ใจ
รักลึกซึ้งเพียงใด ต้องพิสูจน์ให้เห็นกับตา...”
• ·····
เหล่าหนุ่มๆห้อง 602 หรือจะว่าไปก็คือหนุ่มๆทั้งสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 ต่างก็อยู่ในสภาพเตรียมพร้อมราวกับนักรบที่กำลังจะออกศึก แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดปนตื่นเต้น หลี่เจิ้นหนานถึงขั้นถอดใจอยากจะหนีทัพกลางคัน
“สาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 ไม่ต้อนรับพวกขี้ขลาดตาขาว แล้วก็ไม่ต้อนรับศิลปินนักเล่นกลองถอยทัพด้วยโว้ย!”
เฉินฮั่นเซิงลากตัวหลี่เจิ้นหนานออกมาจากหอพัก แล้วเงยหน้ามองเพื่อนๆ แต่ละคนหวีผมเรียบแปล้ ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นผิดหูผิดตา ขาดก็แต่สูทเท่ๆสักชุดเท่านั้น
“ลุย!”
สิ้นเสียงคำรามของเฉินฮั่นเซิง สัญญาณแห่งการศึกในค่ำคืนนี้ก็ถูกจุดชนวนขึ้นทันที
ทว่าพอลงมาถึงชั้นล่าง ต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ เพราะความคาดหวังของแต่ละคนที่มีต่อกิจกรรมนี้ไม่เหมือนกัน หลี่เจิ้นหนานอาจจะแค่อยากดูหนังธรรมดาๆเรื่องหนึ่ง แต่จินหยางหมิงมองว่ามันคือจุดเริ่มต้นของความรัก
เนื่องจากเฉินฮั่นเซิงรู้ล่วงหน้าแล้วว่าสาวข้างกายคือใคร ในขณะที่คนอื่นต้องไปรอเสี่ยงดวงอย่างกระวนกระวายที่หน้าโรงหนัง เขาจึงเดินชิลๆมารอที่ใต้หอพักหญิงแทน
คนแถวนี้พลุกพล่านพอสมควร แต่เขาดูจะสบายอารมณ์ที่สุด ในขณะที่ “แฟนชาวบ้าน” ยืนถือดอกไม้บ้าง ถุงขนมบ้าง มีเพียงเฉินฮั่นเซิงที่คีบบุหรี่ไว้ในมือ... แถมยังสูบเองคนเดียวอีกต่างหาก
สาวสวยทยอยเดินลงมาจากหอพักทีละคนสองคน เฉินฮั่นเซิงเห็นเพื่อนร่วมชั้นหลายคนแต่งหน้าบางๆ สวมชุดที่ดูดีเข้ากับรูปร่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวังและรอคอย ขณะเร่งฝีเท้าเดินไปยังศูนย์กิจกรรมนักศึกษา
“ดูท่าจะได้ผลดีแฮะ คืนนี้จะมีคู่เกิดใหม่กี่คู่ก็ช่างมันเถอะ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าเมื่อก่อนที่เพื่อนร่วมห้องเดินสวนกันแล้วไม่แม้แต่จะทักทาย”
เฉินฮั่นเซิงคิดในใจ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นวี่แววของเสิ่นโหยวชู ขณะที่กำลังจะกดโทรศัพท์ไปตาม ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบลงมา
ชุดนักเรียนเก่าๆ รองเท้าผ้าใบสีซีด และดวงตาดอกท้อที่เผยให้เห็นยามเผลอเงยหน้า... จะเป็นใครไปได้นอกจากเสิ่นโหยวชู?
เธอคงรู้ตัวว่าสายแล้ว จึงรีบวิ่งหน้าตั้งลงมา แต่ไม่นึกว่าจะเจอเฉินฮั่นเซิงยืนดักรออยู่ข้างล่าง
“ฉะ...ฉันอ่านหนังสือเพลินไปหน่อยค่ะ”
เสิ่นโหยวชูพูดไปหอบไป ก้มหน้างุดอธิบายเสียงเบา
“อืม”
เฉินฮั่นเซิงทำหน้านิ่ง เดินนำหน้าไปโดยไม่พูดอะไร
“ขอโทษนะคะ”
เสิ่นโหยวชูเดินตามหลังห่างๆประมาณสองก้าว เธอไม่กล้าเดินเคียงข้างเขา ปากก็พร่ำขอโทษพลางลอบสังเกตว่าเขาโกรธหรือเปล่า
เฉินฮั่นเซิงไม่สนใจ เดินดุ่มๆจนเกือบจะถึงศูนย์กิจกรรมนักศึกษา จู่ๆเขาก็ถามขึ้นว่า “หิวน้ำไหม?”
“ไม่ค่ะ ไม่หิว”
เสิ่นโหยวชูรีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน
เฉินฮั่นเซิงพยักหน้า แล้วเดินเลี้ยวเข้ามินิมาร์ทไปซื้อน้ำมาสองขวด
“เอาบ๊วยเค็มาไหม?”
เขาถามอีก
“ไม่เอาค่ะ ไม่เป็นไร”
เสิ่นโหยวชูโบกมือปฏิเสธอีกครั้ง
เฉินฮั่นเซิงพยักหน้า แล้วกวาดซื้อบ๊วยเค็ม หมากฝรั่ง และขนมขบเคี้ยวอื่นๆมาอีกเพียบ
หน้าศูนย์กิจกรรมนักศึกษามีซุ้มขายป๊อปคอร์น กลิ่นเนยหอมหวานลอยฟุ้งไปทั่ว
“ไอ้นี่กินไหม?”
เฉินฮั่นเซิงชี้ไปที่ป๊อปคอร์น
เสิ่นโหยวชูมองแวบหนึ่งแล้วนิ่งเงียบ
“ตกลงจะกินไหม?”
เฉินฮั่นเซิงถามย้ำ
เสิ่นโหยวชูจนปัญญา ตอบเสียงอ่อยว่า “ฉะ...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะกินดีหรือเปล่า”
เฉินฮั่นเซิงนึกในใจ ‘ยัยเด็กนี่ซื่อบื้อจริงวุ้ย จะกินก็พยักหน้า ไม่กินก็ส่ายหน้า พ่อไม่ใช่คนชอบบังคับจิตใจใครซะหน่อย’
“งั้นก็ไม่กิน เข้าไปข้างในเถอะ”
เฉินฮั่นเซิงตัดบทด้วยความรำคาญ
เสิ่นโหยวชูไม่กล้าชักช้า รีบเดินตามเข้าไปในศูนย์กิจกรรมนักศึกษา
บันไดภายในศูนย์กิจกรรมนักศึกษาสถาบันการเงินเป็นแบบขั้นบันไดลาดชัน ช่วงที่หนังฉายอยู่ภายในจะมืดสนิท ถ้าคนไม่คุ้นทางอาจก้าวพลาดได้ง่ายๆ
เฉินฮั่นเซิงเดินตามหลัง พลางยัดน้ำและขนมใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วแอบอ้าแขนออกรอรับ นับเลขในใจ “1... 2... 3...”
เสิ่นโหยวชูไม่เคยเข้ามาในนี้มาก่อน แถมยังกลัวโดนดุว่าเดินช้า พอรีบเดินก็สะดุด “กึก!” เท้าพลิกตามคาด ร่างของเธอหงายหลังล้มลงมา สู่อ้อมกอดของเฉินฮั่นเซิงพอดิบพอดี
“ระวังหน่อยสิ”
เฉินฮั่นเซิงกระซิบข้างหูเธอ
เสิ่นโหยวชูรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น เฉินฮั่นเซิงไม่ได้รั้งไว้ แต่ฉวยโอกาสคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “เดี๋ยวฉันจูงไปเอง”
เสิ่นโหยวชูพยายามบิดข้อมือออกหลายครั้ง แต่ยิ่งดิ้นเฉินฮั่นเซิงก็ยิ่งกำแน่นขึ้น
“ต่อให้เธอใจแข็งดั่งเหล็กกล้า ก็ต้านทานหมุดยึดอย่างฉันไม่ได้หรอกน่า ยอมเป็นแฟนฉันซะดีๆ เรื่องจะได้จบๆไป”
• ·····
หนังที่ฉายคืนนี้คือ The Lion King ภาพยนตร์แอนิเมชันจากดิสนีย์ปี 1998
แน่นอนว่าเราจะไปคาดหวังอะไรมากกับชมรมภาพยนตร์ของมหาวิทยาลัยไม่ได้หรอก ฟิล์มหนังใหม่ชนโรงปี 2002 พวกเขาไม่มีปัญญาหามาฉายหรอก หรือถ้าจะว่ากันตามตรง การจัดฉายหนังเก็บเงินแบบนี้มันผิดกฎหมายลิขสิทธิ์ด้วยซ้ำ
แต่เด็กมหาลัยมาดูหนังใครจะไปสนเนื้อเรื่องกันล่ะ ไม่เชื่อลองไปถามพวกผู้ชายสาขาการจัดการสาธารณะเซค 2 ดูสิ กลับไปถึงหอพักจะมีสักกี่คนที่จำเนื้อเรื่องได้ ส่วนใหญ่คงจดจ่ออยู่กับบรรยากาศอันคลุมเครือ และความตื่นเต้นปนประหม่าที่ได้นั่งข้างสาวๆมากกว่า
เฉินฮั่นเซิงเองก็เช่นกัน เขาไม่ได้อินกับเนื้อหาของหนังมากนัก แต่บรรยากาศแบบนี้มันดึงดูดใจ และก็เผลอทำให้เขาหวนนึกถึงช่วงเวลาในปี 2019
ตอนนั้นเฉินฮั่นเซิงผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ บางครั้งต้องดูหนังเรื่องเดิมซ้ำๆห้าหกรอบ เพราะสาวๆในสต๊อกมีเยอะเหลือเกิน ต้องพามาดูคนละรอบ รวมๆแล้วก็หลายรอบอยู่
อันที่จริงมันก็ทรมานเหมือนกันนะ เพราะเขาจำบทหนังได้แม่นจนท่องได้แล้ว แต่ยังต้องแกล้งทำเป็นตื่นเต้น ตลก หรือเศร้าไปพร้อมกับสาวๆ เหมือนเพิ่งเคยดูครั้งแรก...
“ชาตินี้ฉันจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีกแล้ว หนังเรื่องนึงดูแค่รอบเดียวก็พอ...”
เฉินฮั่นเซิงกำลังจะตั้งปณิธาน แต่ก็นึกถึงปลาตะเพียนน้อย(เซียวหรงอวี้)ขึ้นมาได้ ตอนนี้เธอยังงอนตุ๊บป่องอยู่ การพาไปดูหนังก็น่าจะเป็นวิธีง้อที่ดี
“หนังเรื่องนึงดูได้มากสุดสองรอบ... ช่างเถอะ สามหรือสี่รอบก็ได้วะ”
เฉินฮั่นเซิงปลอบใจตัวเองเงียบๆ ว่าคนเราต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้เสมอ จะได้รับมือกับมรสุมชีวิตได้ทุกระลอกโดยไม่ตื่นตระหนก
*****