เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 เดิมพันด้วยเก้าอี้รองประธาน

บทที่ 32 เดิมพันด้วยเก้าอี้รองประธาน

บทที่ 32: เดิมพันด้วยเก้าอี้รองประธาน


ความวุ่นวายในห้องสัมภาษณ์ฝ่ายประชาสัมพันธ์เรียกความสนใจจากรุ่นพี่แผนกอื่นให้มามุงดู โจวเสี่ยวเองก็ไม่ใช่คนมนุษยสัมพันธ์ดีเด่อะไร เพื่อนๆส่วนใหญ่เลยยืนดูอยู่ห่างๆ ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาห้ามทัพ

เรื่องราวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เด็กปีหนึ่งที่รอสัมภาษณ์ต่างรู้ดีว่าโจวเสี่ยวใช้เหตุผลเรื่อง "เพศ" มาตัดโอกาสพวกเขา ดังนั้นในสายตาของเด็กใหม่ เฉินฮั่นเซิงคือ "วีรบุรุษ" ผู้กล้าท้าทายอำนาจมืด ส่วนโจวเสี่ยวคือ "อันธพาล" ผู้รังแกน้องใหม่ เพียงแต่อันธพาลคนนี้กำลังตกที่นั่งลำบาก โดนเฉินฮั่นเซิงด่าจนหัวหด

ท้ายที่สุด ร้อนถึง ‘จัวเสี่ยวลี่’ รองประธานสภานักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ฯต้องรีบเข้ามาดูสถานการณ์ พอรู้เรื่องคร่าวๆเขาก็ขมวดคิ้วเดินเข้าไปในห้อง พูดเสียงขรึม “พอได้แล้ว! งานรับสมัครสมาชิกใหม่ดีๆกลายเป็นตลาดสดไปได้ยังไง น้องปีหนึ่งคนนั้น ถ้ายังไม่หยุดก่อกวน ฉันจะเรียกยามมาลากตัวออกไปนะ”

โจวเสี่ยวเห็นลูกพี่ใหญ่มาช่วยก็ใจชื้น รีบวิ่งไปฟ้องจัวเสี่ยวลี่ ใส่สีตีไข่พฤติกรรมของเฉินฮั่นเซิงยกใหญ่

เฉินฮั่นเซิงไม่รู้จักหมอนี่ เลยถามห้วนๆ “คุณเป็นใคร?”

“ฉันคือรองประธานสภานักศึกษาคณะ... จัวเสี่ยวลี่”

มาถึงขั้นนี้แล้ว จะซ้าย(จัว)หรือขวา(โยว)ก็ค่าเท่ากัน ในสายตาเฉินฮั่นเซิง หมอนี่ก็พวกเดียวกับโจวเสี่ยวนั่นแหละ เขาพยักหน้าส่งๆ “งั้นก็เชิญ”

“เชิญอะไร?”

จัวเสี่ยวลี่งง

“ก็เมื่อกี้บอกจะเรียกยามไม่ใช่เหรอ? ไปสิ”

เฉินฮั่นเซิงท้าทายหน้าตาย

จัวเสี่ยวลี่ถึงกับไปไม่เป็น ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเป็นหน่วยงานราชการของมหาลัย รองประธานนักศึกษาตัวเล็กๆอย่างเขาจะมีปัญญาไปสั่งการได้ยังไง ก็แค่ขู่เด็กให้กลัวไปงั้นเอง

แต่ผิดคาด เฉินฮั่นเซิงไม่กลัว แถมยังไม่ไว้หน้าเขาอีกต่างหาก

“นายอยู่ห้องไหน? อาจารย์ที่ปรึกษาชื่ออะไร?”

ไม้ตายสุดท้ายของพวกรุ่นพี่ขี้เบ่งคืองัดอาจารย์มาขู่ ปกติเด็กปีหนึ่งร้อยทั้งร้อยเจอไม้นี้เข้าไปต้องจ๋อย

แต่เฉินฮั่นเซิงยืดอกตอบเสียงดังฟังชัด “ผมเฉินฮั่นเซิง หัวหน้าห้องการจัดการสาธารณะเซค 2 อาจารย์ที่ปรึกษาคืออาจารย์กัวจงอวิ๋น จะเอาเบอร์โทรแกด้วยมั้ย?”

“เอ่อ...”

จัวเสี่ยวลี่ใบ้กิน เจอเด็กปีหนึ่งที่ไม่กลัวเกรง แถมยังเป็นหัวหน้าห้องอีก ส่วนเรื่องฟ้องอาจารย์กัวยิ่งเป็นไปไม่ได้ อาจารย์ระดับนั้นไม่มีทางลงมาใส่ใจเรื่องหยุมหยิมของเด็กตีกันหรอก

จังหวะนั้นเอง กลุ่มของถานหมิ่นที่ได้ยินข่าวก็รีบวิ่งกลับมา พอเห็นสถานการณ์ก็ตะโกนช่วยทันที “พวกพี่รังแกเพื่อนเราเหรอ! เสี่ยวหมิ่น โทรเรียกพวกผู้ชายที่หอเร็ว บอกว่าหัวหน้าเราโดนรุม!”

ตอนแรกจัวเสี่ยวลี่ไม่ใส่ใจ คิดว่าเป็นแค่การขู่เด็กๆ แต่พอเริ่มเห็นนักศึกษาชายหน้าตาขึงขังทยอยมายืนออหน้าห้อง เขาก็เริ่มใจเสีย

จูเฉิงหลง หยางซื่อเชา และเพื่อนๆมากันครบแก๊ง ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ที่ประตู แม้แต่เด็กเรียนอย่างหลี่เจิ้นหนานก็ยังมา แสดงให้เห็นว่าบารมีของเฉินฮั่นเซิงในหมู่เพื่อนชายนั้นไม่ธรรมดา

“เอางี้ เธอผ่านรอบแรกแล้ว กลับไปรอประกาศผลรอบสองแล้วกัน”

ฉีเว่ย ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ไม่อยากให้เรื่องบานปลายเป็นม็อบนักศึกษา เลยรีบหาทางลงให้

เฉินฮั่นเซิงมองหน้าฉีเว่ย ผู้หญิงคนนี้ดูฉลาดและรู้จักวางตัว ในเมื่ออีกฝ่ายยอมถอย เขาก็ไม่คิดจะจองเวรต่อ ถือเป็นสีสันชีวิตมหาลัย

แต่คนโง่บางคนมักจะไม่รู้กาละเทศะ

โจวเสี่ยวเห็นเฉินฮั่นเซิงยอมถอย แทนที่จะจบเรื่อง กลับรู้สึกเสียหน้า ยิ่งมีลูกพี่ใหญ่อย่างจัวเสี่ยวลี่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ่งได้ใจตะโกนไล่หลัง “เด็กสมัยนี้มันไร้มารยาท เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ กล้าดีมาจากไหนมาไล่ฉันออก ถ้าฉันออก แกจะมาเป็นรองประธานแทนหรือไงวะ!”

เฉินฮั่นเซิงที่กำลังจะเดินออกไปชะงักกึก คิดในใจว่า ไอ้เวรนี่คงกินข้าวไม่อิ่ม อยากหน้าบวมกว่านี้สินะ เขาหันขวับกลับมาสวนทันควัน

“แล้วถ้าผมเป็น... มันจะทำไม?”

“มีกฎข้อไหนห้ามเด็กปีหนึ่งเป็นรองประธานงั้นเหรอ? หืม?”

น้ำเสียงของเฉินฮั่นเซิงเย็นเยียบจนน่าขนลุก

จูเฉิงหลงเห็นลูกพี่เปิด ก็รีบเสริม “นั่นสิ! ของแบบนี้มันวัดกันที่ความสามารถ! รองประธานสภากับรองประธานฝ่ายสมัยนี้ นอกจากรังแกเด็กใหม่แล้วทำห่าอะไรเป็นบ้าง!”

ข้อหานี้แรงเกินไป จัวเสี่ยวลี่รับไม่ไหว ประธานรุ่นก่อนเพิ่งจบไป รองประธานสามคนกำลังแย่งเก้าอี้กันดุเดือด ขืนปล่อยให้ข่าวเสียๆหายๆหลุดออกไป เขาซวยแน่

“รุ่นน้องครับ ฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นหัวใจสำคัญของสภานักศึกษา รองประธานมีหน้าที่หาสปอนเซอร์สนับสนุนกิจกรรม โจวเสี่ยวเขารู้จักร้านค้าแถวนี้ดี นายมั่นใจเหรอว่าจะหาสปอนเซอร์ได้ทุกงาน?”

จัวเสี่ยวลี่เปลี่ยนมาใช้เหตุผลเข้าสู้

“แล้วโจวเสี่ยวรับประกันได้เหรอว่าจะหาได้ทุกงาน?” เฉินฮั่นเซิงย้อน

“เขาทำได้”

จัวเสี่ยวลี่ต้องปกป้องลูกน้องตัวเองสุดตัว

“งั้นผมก็ทำได้เหมือนกัน”

เฉินฮั่นเซิงตอบกลับอย่างไม่ลังเล

“นาย...”

จัวเสี่ยวลี่หัวเสียสุดๆ ไม่เคยเจอเด็กปีหนึ่งที่ดื้อด้านขนาดนี้ ยิ่งคนมุงดูเยอะ ถ้าเขากู้หน้าให้โจวเสี่ยวไม่ได้ ต่อไปใครจะนับถือเขาในสภานักศึกษา

“เอาอย่างนี้แล้วกัน”

จัวเสี่ยวลี่ตัดสินใจ “เร็วๆนี้ทางคณะจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่ ต้องใช้เงินค่าป้ายผ้า ชุดการแสดง ของที่ระลึก ในเมื่อรุ่นน้องเฉินมั่นใจว่าเก่งกว่าโจวเสี่ยว งั้นมาแข่งกัน”

“แข่งกันว่า... ใครจะหาสปอนเซอร์มาสนับสนุนงานเลี้ยงรับน้องได้มากกว่ากัน”

ข้อเสนอนี้ดูเหมือนยุติธรรม แต่จริงๆแล้วโจวเสี่ยวได้เปรียบเห็นๆ เฉินฮั่นเซิงเพิ่งมาอยู่ใหม่ ไม่รู้จักใคร ในขณะที่โจวเสี่ยวคลุกคลีกับร้านค้าแถวนี้มาเป็นปี

เพื่อนๆที่มุงดูต่างรู้ทัน จูเฉิงหลงตะโกนด่า “ขี้โกงชัดๆ! เอ็งไม่เอาเงินยัดใส่กระเป๋าโจวเสี่ยวไปเลยล่ะวะ แข่งบ้าอะไรเอาเปรียบชิบหาย!”

จัวเสี่ยวลี่แกล้งทำหูทวนลม คิดในใจว่าช่วยไม่ได้ เฉินฮั่นเซิงปากดีเอง สมควรโดนสั่งสอน

เฉินฮั่นเซิงยกมือห้ามจูเฉิงหลง แล้วหันไปถามจัวเสี่ยวลี่เสียงเรียบ

“แล้วถ้าผมชนะล่ะ?”

คำถามนี้ทำเอาทุกคนในห้อง ตั้งแต่จัวเสี่ยวลี่ ฉีเว่ย เหยาชิงกั๋ว ยันโจวเสี่ยว และจีนมุงรุ่นพี่รุ่นน้องอ้าปากค้าง หมอนี่ยังคิดว่าจะชนะอีกเหรอ? มั่นหน้าอะไรเบอร์นั้น!

โจวเสี่ยวรู้สึกเหมือนโดนดูถูกถึงขีดสุด หลุดปากออกมาด้วยความโมโห

“ถ้าแกชนะ... ฉันยกเก้าอี้รองประธานให้แกไปเลย!”

มันคือคำพูดประชดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่เฉินฮั่นเซิงกลับฉีกยิ้มกว้าง ตอบรับทันควัน

“คนเป็นพยานเพียบ... หวังว่าพูดแล้วจะไม่คืนคำนะท่านรองฯ!”

*****

จบบทที่ บทที่ 32 เดิมพันด้วยเก้าอี้รองประธาน

คัดลอกลิงก์แล้ว