เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 59: หยางซีรั่ว

บทที่ 59: หยางซีรั่ว

บทที่ 59: หยางซีรั่ว


ภายในห้องขนาดกะทัดรัดที่ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรจางๆที่ทำให้เฟิงเซียวต้องขมวดคิ้วเล็กน้อย

“นายเป็นใครกันแน่?” สีหน้าของหยางอ้าวเทียนตึงเครียดขึ้น เพราะเมื่อครู่นี้ที่อีกฝ่ายบุกเข้ามา เขาไม่ทันแม้แต่จะคิดขยับตัวขัดขวางด้วยซ้ำ

ยอดฝีมือ! แถมยังเป็นยอดฝีมือระดับพระกาฬ!

“ไล่คนนอกออกไปก่อน ฉันอยากคุยกับนายแค่สองคน” เฟิงเซียวเอนหลังพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน ปรายตามองหญิงวัยกลางคนแวบหนึ่งก่อนจะหลับตาลง กลิ่นอายแปลกประหลาดบางอย่างจากตัวเธอทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

หยางอ้าวเทียนยังคงเงียบ แค่นเสียงในลำคออย่างเย็นชา สายตาจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา ผ่านไปครึ่งนาที หญิงวัยกลางคนก็เอ่ยขึ้นอย่างรู้สถานการณ์ “งั้นเชิญคุยกันตามสบายนะคะ ฉันขอตัวไปจ่ายตลาดก่อน”

เมื่อภายในห้องเหลือเพียงสองคน บรรยากาศก็ตกอยู่ในความเงียบอันน่าอึดอัด คนหนึ่งนั่งหลับตาพักผ่อน อีกคนหน้าตาเคร่งเครียด เปลี่ยนสีหน้าไปมาไม่หยุด

ในหัวของหยางอ้าวเทียนมีความคิดหมุนวนเป็นพันๆเรื่อง อีกฝ่ายมีฝีมือเหนือกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด แถมยังอ่านไม่ออกเลยว่ามีเบื้องหลังอะไร

คนคนนี้เป็นใคร? ทำไมถึงรู้ชื่อเขา? แล้วตามมาถึงที่นี่ได้ยังไง?

หรือว่าน้องสาวเป็นคนบอก?

แต่หยางอ้าวเทียนก็ปัดความคิดนั้นทิ้งทันที

ในที่สุดเฟิงเซียวก็บิดขี้เกียจยืดแขนยาวเหยียด แล้วค่อยๆลืมตาขึ้นมา ทำหน้ามึนๆเหมือนเพิ่งตื่น พอเห็นหยางอ้าวเทียนยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าประตู ก็ทำตาโตเหมือนเพิ่งจะสังเกตเห็น

“โอ๊ะโอ! นั่นน้องชายแซ่หยางไม่ใช่เหรอ ยืนทำบื้ออะไรอยู่ล่ะ มาๆๆ มานั่งคุยกันก่อน”

เฟิงเซียวแสดงท่าทีสนิทสนมประหนึ่งตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน ทั้งเชื้อเชิญให้นั่ง ทั้งทำท่าจะรินน้ำชาให้

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหยางอ้าวเทียนกระตุกยิกๆ เขาต้องใช้ความอดทนอย่างสูงที่จะไม่กระโจนเข้าไปกระทืบคนตรงหน้าให้จมธรณี ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกระแทกเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเฟิงเซียวอย่างแรง

“บอกจุดประสงค์ของนายมา!”

เฟิงเซียวทำหน้ากวนประสาทที่น่าโดนตีนสุดๆ ตอบเสียงเนือยๆว่า “คิดว่าฉันอยากมานักหรือไง กว่าจะหาไอ้ที่กันดารแบบนี้เจอ ขาฉันแทบจะหลุดอยู่แล้ว”

“ไม่มีใครขอให้มา” หยางอ้าวเทียนสวนกลับด้วยความดูแคลน แต่ความระแวงก็ลดลงไปบ้าง เพราะผู้ชายคนนี้ไม่มีจิตสังหารหรือเจตนาร้ายแผ่ออกมาเลย

“รู้ได้ไงว่าไม่มีใครขอให้มา? ถ้าไม่ใช่เพื่อมาช่วยน้องสาวนายที่กำลังจะตาย ฉันคงไม่ถ่อสังขารมาไกลขนาดนี้หรอก” เฟิงเซียวทำหน้าตัดพ้ออย่างน่าสงสาร

หยางอ้าวเทียนลุกพรวดขึ้นยืน จ้องหน้าเขาเขม็งด้วยสายตาอ่านยาก เฟิงเซียวเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว

“ดูเหมือนนายจะรู้เรื่องเยอะดีนี่” แววตาของหยางอ้าวเทียนซับซ้อนขึ้น

“หึๆ เยอะกว่าที่นายคิดอีก”

“ทำไมฉันต้องเชื่อนาย”

อาการป่วยของน้องสาว... เขารู้ดีที่สุด เพราะ... เธอไม่ได้ป่วย!

ตลอดสามเดือนเต็ม เขาพาน้องสาวตระเวนไปรักษาตามโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ ปรึกษาหมอชื่อดังทุกคนในแผ่นดินจีน แต่ผลตรวจออกมาเหมือนกันหมด คือร่างกายของเธอปกติดีทุกอย่าง เพียงแค่อ่อนแอลงเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้น พลังชีวิตของเธอกลับลดน้อยถอยลงทุกวัน สภาพจิตใจเหี่ยวเฉาลงเรื่อยๆ แววตาที่เคยสดใสเริ่มว่างเปล่า เมื่อสัปดาห์ก่อน หมอชราท่านหนึ่งบอกเขาว่าพลังชีวิตของเธอใกล้หมดแล้ว อยู่ได้อีกไม่เกินสิบวัน ส่วนสาเหตุ? หมอได้แต่ส่ายหน้า

เขาหมดหวังแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คืออยู่เคียงข้างเธอในช่วงเวลาสุดท้าย สิ่งที่พอจะปลอบประโลมใจได้บ้าง คือเกมที่เพิ่งเปิดตัวเมื่ออาทิตย์ก่อน มันทำให้เธอได้มองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง ได้วิ่งเล่นอย่างอิสระ และได้ยิ้มออกมาจากใจจริงอีกครั้ง

ช่วงเวลาสุดท้าย... ก็ขอให้เธอมีความสุขอยู่ในโลกของเกมเถอะ

หลังจากนั้น... ชีวิตของพี่ชายไร้ความสามารถคนนี้ จะเหลือความหมายเพียงอย่างเดียวคือ... การล้างแค้น!

แต่จู่ๆตอนนี้กลับมีคนแปลกหน้าที่เคยเจอกันแค่ครั้งเดียว มาบอกว่ารักษาน้องสาวเขาได้...

ไม่อยากจะเชื่อ... ระแวง... แต่ลึกๆก็แอบมีความหวังจุดประกายขึ้นมา...

“ฉันไม่ได้ขอให้นายเชื่อ จะเอาน้องสาวนายไว้ หรือจะปล่อยให้ตาย ก็แล้วแต่นาย” เฟิงเซียวทำท่าไม่ยี่หระ เขาเชื่อว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีทางทิ้งโอกาสนี้แน่นอน

“...นายต้องการอะไร!”

“ไม่ต้องการอะไร แค่อยากช่วย บอกตามตรงนะปกติฉันไม่เคยทำอะไรขาดทุนแบบนี้หรอก ถือว่านายโชคดีก็แล้วกัน”

“เอาล่ะ ขี้เกียจพูดมากแล้ว ให้เวลาคิด 5 วินาที จะเอายังไงกับชีวิตน้องสาวนายก็เลือกเอา ถ้าผ่าน 5 วินาทีนี้ไป ต่อให้นายกราบตีนอ้อนวอนฉันก็จะไม่ช่วย” เฟิงเซียวลุกขึ้นยืนทำท่ารำคาญ

“เดี๋ยว!” หยางอ้าวเทียนยื่นมือไปขวาง กัดฟันแน่น “ตามฉันมา”

มีความหวังย่อมดีกว่ายอมแพ้ ซีรั่วเหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว ผลลัพธ์คงไม่แย่ไปกว่านี้หรอก อีกอย่าง... แววตาของหมอนี่บอกว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

เฟิงเซียวอมยิ้ม แล้วเดินตามไป

“นี่ห้องน้องสาวฉัน” หยางอ้าวเทียนมองเขาด้วยสายตาซับซ้อน “ถ้านายรักษาน้องสาวฉันได้จริงๆ บุญคุณครั้งนี้หยางอ้าวเทียนจะจดจำไปชั่วชีวิต แต่ถ้า...”

หยางอ้าวเทียนถอนหายใจยาว ไม่พูดอะไรต่อแล้วผลักประตูเข้าไป

กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆผสมกับกลิ่นยาจางๆลอยมาปะทะจมูก ร่างบอบบางที่นั่งพิงหัวเตียงพยายามลืมตาอันว่างเปล่าขึ้นมาอย่างยากลำบากเมื่อได้ยินเสียงคนเข้ามา “น้าหลิว... น้าหลิวเหรอคะ?”

“ซีรั่ว ทำไมลุกขึ้นมานั่งล่ะ” หยางอ้าวเทียนรีบวิ่งไปที่เตียงด้วยความห่วงใย ประคองร่างน้องสาวให้นอนลง

“พี่คะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หยางซีรั่วยิ้มหวาน “หนูแค่อยากรู้ว่าตัวเองยังมีแรงเหลือเท่าไหร่... ดูสิ หนูทำได้นะ”

หัวใจของเฟิงเซียวกระตุกวูบ

เขาค่อยๆเดินเข้าไปข้างเตียง ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียว ลมหายใจแผ่วเบา แต่ดวงตาที่ไร้จุดโฟกัสนั้นกลับเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่

หมวกกันน็อกเกมวางสงบนิ่งอยู่ข้างเตียง มันได้กลายเป็นที่พึ่งสุดท้ายแห่งความหวังของเด็กสาวคนนี้

“คนสวย... ทายซิใครเอ่ย?” น้ำเสียงของเฟิงเซียวอ่อนโยนดุจสายลม ราวกับกลัวว่าจะทำให้ตุ๊กตาแก้วตัวนี้แตกสลาย

ร่างของหยางซีรั่วสั่นน้อยๆ ดวงตาที่เคยมืดมิดกลับเปล่งประกายขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เธอยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่งดงามจับใจ

“คุณคือ ‘คุณเฟิง’... เพราะฉันจำเสียงของคุณได้” คำตอบเดิม ด้วยน้ำเสียงเดิม

“อื้ม... ขอบคุณที่ยังจำฉันได้นะ” วินาทีนั้น เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนเห็นนางฟ้า

หยางอ้าวเทียนยืนเงียบ แต่ภายในใจกลับปั่นป่วน ราวกับว่าไม่ได้เห็นน้องสาวหัวเราะออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจแบบนี้มานานแสนนานแล้ว

แสงแห่งความหวังในใจของหยางอ้าวเทียนสว่างขึ้นอีกนิด อย่างน้อย... หมอนี่ก็คงไม่ทำร้ายน้องสาวเขา

“น้องชายแซ่หยาง นายจะยอมเชื่อใจฉันไหม?” เฟิงเซียวหันไปสบตาหยางอ้าวเทียน แล้วถามด้วยความจริงจัง

หยางอ้าวเทียนไม่ตอบ แต่จ้องตากลับเพื่อรอฟังประโยคถัดไป

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมารบกวน หวังว่านายจะช่วยเฝ้าหน้าห้องให้ อย่าให้ใครเข้ามา... รวมถึงตัวนายด้วย” เฟิงเซียวเน้นเสียงหนักแน่น

หยางอ้าวเทียนมองหน้าน้องสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆแทบมองไม่เห็น

“ขอบใจ... แต่ถ้านายทำอะไรไม่ดี ต่อให้ต้องตามล่าไปสุดขอบโลก ฉันก็จะเอาชีวิตนายมาให้ได้”

โดยไม่ได้อธิบายอะไรให้น้องสาวฟัง หยางอ้าวเทียนเดินออกจากห้องไป แล้วปิดประตูตามหลัง

“พี่เฟิง... พี่มารักษาฉันเหรอคะ?” หยางซีรั่วพยายามจะลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง แต่เฟิงเซียวค่อยๆกดไหล่เธอให้นอนลง

“น้องซีรั่ว เธอเชื่อใจฉันไหม?” เฟิงเซียวถามเสียงนุ่ม

“อื้ม! เชื่อค่ะ ฉันเชื่อว่าพี่เฟิงต้องรักษาฉันได้แน่ๆ”

ไม่มีความลังเลหรือความสงสัยแม้แต่น้อย สาวน้อยจิตใจดีคนนี้มักมอบความมั่นใจให้ผู้อื่นเสมอ และในขณะเดียวกันก็เป็นการให้กำลังใจตัวเองด้วย

ผู้ชายคนนี้ที่เพียงแค่เห็นหน้าครั้งแรกก็ประทับแน่นอยู่ในใจ วันนี้เขานำความสุขที่ไม่คาดฝันมาให้เธอ แม้จะต้องตายในวินาทีนี้ เธอก็ไม่เสียใจแล้ว

“น้องซีรั่ว เดี๋ยวฉันอาจจะต้อง... เอ่อ... สัมผัสร่างกายเธอทั้งตัวเลยนะ ได้ไหม?” เฟิงเซียวถามอย่างสุภาพ นี่เป็นครั้งแรกที่ไอ้หนุ่มกลัดมันอย่างเขารู้สึกบริสุทธิ์ใจจริงๆ เขาไม่อยากล่วงเกินสาวน้อยคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว

“อ๊ะ——” ซีรั่วอุทานเบาๆ ใบหน้าซีดขาวขึ้นสีระเรื่อทันที

จับทั้งตัว? จะดีเหรอ... เรากับเขา เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเองนะ...

“เชื่อใจพี่นะ...” เห็นแววตาตื่นตระหนกของเธอ เฟิงเซียวก็อดสงสารไม่ได้

“...ค่ะ” ซีรั่วกัดริมฝีปากล่างเบาๆแล้วตอบรับเสียงแผ่ว

ให้เขาจับ... ก็คงไม่เป็นไรมั้ง ความคิดนี้ทำให้หัวใจดวงน้อยของหยางซีรั่วเต้นแรงจนหน้าแดงซ่าน

“ฟู่ว... งั้นเรามาเริ่มกันเลย นอนเฉยๆ ทำตัวตามสบายนะ ไม่ต้องเกร็ง รับรองว่าไม่เจ็บสักนิด” เฟิงเซียวถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ — ยังดีที่เธอยอมให้จับ ไม่งั้นคงรู้สึกผิดพิลึก ความรู้สึกผิดแบบนี้ ขนาดตอนแอบจับหน้าอกโหรวโหรวหน้าด้านๆเขายังไม่เคยเป็นเลย

“อื้ม...” ซีรั่วครางรับในลำคอ แล้วหลับตาลง

*****

จบบทที่ บทที่ 59: หยางซีรั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว