- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 56: เนตรอาชูร่า
บทที่ 56: เนตรอาชูร่า
บทที่ 56: เนตรอาชูร่า
เฟิงเซียวจัดการเชือดจอมเวทวิญญาณสองตัวที่ขวางหน้าอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเจ้าของเสียงฝีเท้าหนักๆก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันคือกลุ่มทหารสวมเกราะหนักถือโล่และค้อนเหล็กขนาดใหญ่
[องครักษ์โล่วิญญาณ]: เลเวล 38
• รายละเอียด: องครักษ์ถือโล่ที่ก่อกำเนิดจากไอแห่งความตาย สามารถใช้สกิลพื้นฐานของอาชีพองครักษ์โล่ได้ทุกสกิล
• พรสวรรค์:
• กายาวิญญาณ: ต้านทานธาตุความมืด 30%, ต้านทานสถานะตายทันที 100%
• มรณะสัมผัส: การโจมตีมีโอกาส 1% ที่จะทำให้ศัตรูตายฉับพลัน
• คลุ้มคลั่ง: เมื่อ HP ต่ำกว่า 20% โอกาสปล่อยตายทันทีเพิ่มขึ้นอีก 2%
• ทักษะ:
• โจมตีเลือดเดือด: (เพิ่มพลังโจมตี)
• ค้อนพิฆาต: (โจมตีอย่างรุนแรง)
• บทเพลงพิทักษ์: (เพิ่มพลังป้องกัน)
• โล่กระแทก: (โจมตีและทำให้มึนงง)
ติ๊ง! ยินดีด้วย ผู้เล่นเฟิงหุน ทักษะ ‘เนตรวิญญาณ’ ของท่านเลเวลอัปเป็นระดับ 2 และได้วิวัฒนาการสู่รูปแบบสมบูรณ์ ‘เนตรจิตวิญญาณ’
ติ๊ง! ทักษะ ‘เนตรจิตวิญญาณ’ ได้ผสานเข้ากับพลังแห่งอาชูร่าอย่างน่าอัศจรรย์ ก่อกำเนิดทักษะเฉพาะตัวของชูร่า ‘เนตรอาชูร่า’
"วิวัฒนาการ? ผสาน?" เฟิงเซียวรีบเปิดดูคุณสมบัติของ ‘เนตรอาชูร่า’ ด้วยความตื่นเต้น
[เนตรจิตวิญญาณ]:
• สถานะ: ยังไม่ตื่นเต็มที่ แสดงผลได้เพียงบางส่วน
• ผลลัพธ์ - เบิกเนตรสวรรค์: มองเห็นสถานการณ์รอบตัวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง สามารถตรวจสอบค่าสถานะพื้นฐานของมอนสเตอร์, ผู้เล่น, และ NPC ที่มีเลเวลสูงกว่าไม่เกิน 30 เลเวล และมีโอกาสค้นพบจุดอ่อนของเป้าหมาย (ไม่ใช้มานา)
[เนตรอาชูร่า]:
• รายละเอียด: รูปแบบที่แปรเปลี่ยนไปของ ‘เนตรจิตวิญญาณ’ หลังจากผสานกับพลังอำนาจแห่งอาชูร่า มีพลังลึกลับน่าสะพรึงกลัว
• ผลลัพธ์:
• สกิลติดตัว: ใช้จิตสังหารแห่งอาชูร่าจ้องมองศัตรูด้วยสายตาที่เย้ยหยันและน่าเกรงขาม ทำให้เป้าหมายทั้งหมดในระยะสายตามีพลังป้องกันลดลง 10%
• สกิลกดใช้: มีโอกาสทำให้ศัตรูติดสถานะ ‘หวาดกลัว’ หากใช้กับผู้เล่น มีโอกาสสูงมากที่จะทำให้เป้าหมายตกอยู่ในสภาวะ “หวาดกลัวไร้ที่สิ้นสุด” (ควบคุมตัวละครไม่ได้/สติหลุด)
"สุดยอดสกิล!"
"ค้นพบจุดอ่อน?" เฟิงเซียวลองใช้เนตรอาชูร่าตรวจสอบจอมเวทวิญญาณและองครักษ์โล่ดูอีกครั้ง
• องครักษ์โล่วิญญาณ: ...แพ้ทางธาตุแสงและธาตุไฟ, ความต้านทานธาตุแสง -50%, ความต้านทานธาตุไฟ -30%
เนตรจิตวิญญาณที่เพิ่งตื่นขึ้นระบุจุดอ่อนของมอนสเตอร์พวกนี้ได้อย่างแม่นยำ ยิ่งไปกว่านั้น เฟิงเซียวยังเซอร์ไพรส์เมื่อเห็นว่าบนหัวมอนสเตอร์มีหลอดเลือดสีแดงปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน!
ยิ่งไอแห่งความตายเข้มข้นขึ้นเท่าไหร่ จุดอ่อนเรื่องแพ้ไฟของพวกผีดิบก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
"แพ้แสง แพ้ไฟ... ธาตุแสงไม่มี แต่ธาตุไฟมีอยู่ท่าหนึ่ง ถึงจะไม่ใช่ท่าโจมตีหมู่ แต่ก็เหลือเฟือ!"
องครักษ์โล่วิญญาณ 5 ตัวลากร่างหนักอึ้งพร้อมเกราะหนาเตอะดาหน้าเข้ามา กันจอมเวทวิญญาณไว้ด้านหลัง เฟิงเซียวเบ้ปากใส่อย่างดูแคลนความเชื่องช้าของพวกมัน เขาฟาด 'ดาบมังกรเพลิง' ใส่ตัวหน้าสุด แล้วดีดตัวถอยฉากออกมาอย่างรวดเร็ว
-2,010
-4,008
-4,002
แม้พวกองครักษ์โล่จะมีเลือดเยอะและเกราะหนา แต่เมื่อเจอดาเมจธาตุไฟที่แพ้ทางเข้าไปเต็มเปาก็ร่วงลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงในดาบเดียว!
ความมั่นใจของเฟิงเซียวพุ่งกระฉูด เขาพลิ้วตัวหลบเคียวมรณะที่ฟาดฟันเข้ามา แล้วพุ่งสวนกลับไปรัว 'ดาบมังกรเพลิง' ใส่ไม่ยั้ง
-4,000
-4,020
-1,998
-2,004
-1,998
-4,032...
แม้เลเวลจะห่างกันมาก แต่ด้วยค่าโชคที่สูงลิ่วของเฟิงเซียว อัตราคริติคอลจึงออกถี่จนน่าตกใจ การโจมตีเกือบครึ่งหนึ่งเป็นคริติคอล!
-198
MISS
-204
เฟิงเซียวสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนองครักษ์โล่สวนกลับ เขารีบจัดการพวกที่เหลือจนเรียบ
จอมเวทวิญญาณที่น่าจะมีพลังโจมตีสูงสุดกลับทำดาเมจได้แค่ 150 แต่เจ้าพวกองครักษ์โล่ที่มีดีแค่ถึกและสะท้อนดาเมจ 10% กลับตีเขาเข้าถึง 200 ทั้งที่ไม่ได้ใช้สกิลด้วยซ้ำ
เฟิงเซียวลืมไปว่าตัวเองมีค่าต้านทานธาตุความมืดสูงถึง 55% ทำให้การโจมตีเวทมนตร์ของพวกจอมเวทเบาหวิว แต่การโจมตีกายภาพของพวกองครักษ์โล่นั้นเข้าเนื้อเต็มๆ
"สงสัยต้องระวังตัวหน่อยแล้ว ถ้าสกิล 'ชูร่าคืนชีวา' รีเลือดไม่ทัน เดี๋ยวเปลืองค่ายา..." เฟิงเซียวไม่ได้กลัวตายหรอก ด้วยเลือด 8,000 กว่า และรีเจนเลือดเกือบ 300 ต่อวินาที จะให้ตายยังยากกว่าถูกหวยเลย
ที่เขากังวลคือ 'เปลืองตังค์ค่ายา' ต่างหาก
เฟิงเซียวมัวแต่สนใจการต่อสู้ จนไม่ทันสังเกตว่าดาบเซวียนหยวนในมือสั่นไหวน้อยๆ
“ทำไม! ทำไมเขาถึงมีเวทมนตร์วิญญาณได้? นั่นมันเวทมนตร์เฉพาะตัวของตาแก่คนนั้นนี่นา... ทำไมมาอยู่ที่พี่เฟิงได้?”
ความคิดของเซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์สับสนวุ่นวาย พยายามหลีกหนีความทรงจำที่ไม่อยากจะนึกถึง
ผ่านไปเนิ่นนาน นางถึงสงบใจลงได้ พลางถอนหายใจแผ่วเบา “บางทีอาจเป็นเพราะกายาบรรพโกลาหลกระมัง... แต่ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะได้อ่านใจพี่เฟิงไม่ได้อีก ต่อไปจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไปแอบรู้ความคิดส่วนตัวของเขา”
เฟิงเซียวเริ่มวิ่งไล่ฆ่ามอนสเตอร์ในสุสานชั้นสามอย่างมันมือ เจอตัวเดียวก็ตบดิ้น เจอมาเป็นฝูงก็ใช้วิธีตีหัวเข้าบ้าน วิ่งลากแล้วหันกลับมาฟาด ทำเอาพวกองครักษ์โล่ที่วิ่งช้าเป็นเต่าคลานร้องโวยวายด้วยความแค้นใจ ส่วนพวกจอมเวทวิญญาณยิ่งน่าสมเพช เจอความเร็ว 60 ของเฟิงเซียวเข้าไป วิ่งหนีไปทางไหนก็ไม่รอด
“ไปดูชั้นสี่ดีกว่ามั้ง... ตีทีเดียวตายแบบนี้ชักไม่สนุกแล้วแฮะ ไม่ท้าทายเลย”
สุสานเทพยมทูตแต่ละชั้นจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ชั้นที่สามนี้กว้างแค่ห้องโถงใหญ่ไม่กี่ห้องต่อกัน ทางลงชั้นสี่อยู่ข้างหน้าแล้ว เฟิงเซียวเคลียร์ทางจนโล่ง แล้วค่อยๆขยับเข้าไปใกล้
ทางเข้าชั้นสี่ส่องแสงสีเขียวมรกตดูน่าขนลุก เฟิงเซียวสูดหายใจลึก ขี้เกียจเดินลงบันได เลยกระโดดลงไปดื้อๆ
สุสานยมทูตชั้นที่สี่
ที่นี่เป็นโถงสีเขียวมรกต ขนาดเล็กกว่าชั้นสามครึ่งหนึ่ง ทันทีที่เท้าแตะพื้น ดวงตาสีเขียวเรืองแสงหลายคู่ก็จ้องเขม็งมาที่เขา แล้วกระโจนเข้าใส่ทันที
[พยัคฆ์เลื่อยวิญญาณ]: เลเวล 51
• ทักษะ: ...
[อสูรเขี้ยววิญญาณ]: เลเวล ????
• ทักษะ: ????
“เชี่ย! มอนสเตอร์เลเวล 50 กว่า!” เฟิงเซียวหันหลังกลับเตรียมโกยแน่บ แต่อสูรเขี้ยววิญญาณนั้นเร็วนรกแตก แค่กระโดดไม่กี่ทีก็ไล่ทัน แล้วตะปบด้วยท่า ‘เขี้ยวสังหารต่อเนื่อง’ ใส่แผ่นหลังของเฟิงเซียวที่กำลังหนี
-658
-622
-643
ติ๊ง! ท่านอยู่ในสถานะต่อสู้ ไม่สามารถกลับเมืองได้
“บ้าเอ๊ย! ประตูมิติไร้ขอบเขต!”
...
“เกือบไปแล้ว... บ้าชิบ เลเวล 21 ริอ่านจะไปเปรี้ยวกับมอนสเตอร์เลเวล 50 ดีนะที่ไหวตัวทัน” เฟิงเซียวกลับมาตั้งหลักที่ชั้นสาม มองดูเลือดที่หายไปเกือบสองพันในพริบตาด้วยความสยอง
เลเวล 50 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ ผู้เล่นจะเปลี่ยนอาชีพครั้งที่สองและเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด มอนสเตอร์ก็เช่นกัน มอนสเตอร์เลเวล 50 จะเก่งกว่าเลเวล 49 แบบคนละเรื่องเลย
เฟิงเซียวระบายความหงุดหงิดใส่พวกจอมเวทวิญญาณและองครักษ์โล่แทน
เขาแกว่งดาบเซวียนหยวนราวกับยมทูต เก็บเกี่ยวชีวิตพวกมันทีละกลุ่มๆ ถึงแม้บรรยากาศในสุสานจะชวนอึดอัด และซากศพจะใช้สกิลรวบรวมไม่ได้ แต่ข้อดีคือมอนสเตอร์เกิดใหม่ไวมาก แถมพื้นที่แคบทำให้มอนสเตอร์กระจุกตัวกันแน่น ฆ่ากลุ่มนี้เสร็จ กลุ่มข้างหลังที่เพิ่งฆ่าไปก็เกิดใหม่พอดี
เมื่อจับทางได้แล้ว เฟิงเซียวก็หลบการโจมตีได้เกินครึ่ง ยิ่งพวกจอมเวทที่ร่ายเวทนาน 1.2 วินาทีนี่หลบง่ายเหมือนปอกกล้วย จากที่ระมัดระวังตัวในตอนแรก ตอนนี้เขาวิ่งลุยกลางดงมอนสเตอร์ได้แบบชิลๆ
สุสานยมทูตชั้นสามอันกว้างใหญ่ถูกมนุษย์ตัวเล็กๆคนเดียวปั่นป่วนจนเละเทะ วุ่นวายโกลาหลไปหมด
สมัยที่เทียนซิว(อาชูร่าคนก่อน)เลเวล 21 เขายังทำได้แค่เดินย่องๆอยู่แถวชั้นสองเท่านั้นเอง
*****