เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 : พิณฝูซี!?

บทที่ 34 : พิณฝูซี!?

บทที่ 34 : พิณฝูซี!?


“พี่ชายใจร้าย! หายหน้าหายตาไปตั้งเดือนกว่า ไม่คิดจะไปเยี่ยมหนูบ้างเลย!” พอถึงบ้าน เฟิงเหยาก็เริ่มตัดพ้อด้วยน้ำเสียงน้อยใจ แต่แววตาที่เปี่ยมไปด้วยความยินดีกลับปิดไม่มิด

“โอ๋ๆๆ พี่ผิดไปแล้ว เหยาเอ๋อร์จะลงโทษพี่ยังไงก็ได้เลย” เฟิงเซียวโอบกอดร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน สัมผัสถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมละมุนที่คุ้นเคย ใจของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความโหยหา... มีหรือที่เขาจะไม่อยากอยู่กับเธอตลอดเวลา ทุกวันที่รอคอยเธอ เขาเฝ้านับวันคืนราวกับคนบ้า

“พี่ชาย...” ใบหน้างดงามดุจหยกสลักแนบชิดอกของเขา แววตาหวานซึ้งที่สื่อความรักและความคิดถึงออกมาอย่างไม่ปิดบังทำให้เฟิงเซียวใจละลาย... เขาอดนึกถึงตอนเด็กๆไม่ได้ ตอนนั้นเธอเหมือนตังเมที่เกาะติดเขาแจ แค่ไม่เห็นหน้าเขาครึ่งชั่วโมงก็ร้องไห้จ้าแล้ว แม้ตอนนี้จะโตเป็นสาวงามสะพรั่ง แต่ความผูกพันที่มีต่อเขาก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

.........

เฟิงเซียวอาจจะเก่งกาจในหลายๆด้าน แต่เรื่องการใช้ชีวิตนั้นต้องบอกว่า ‘เอาตัวรอดไปวันๆ’ ห้องหับรกรุงรังหลังจากขาดคนดูแลมาหนึ่งเดือน เฟิงเหยามองสภาพห้องแล้วถอนหายใจพลางส่งสายตาดุๆให้

เฟิงเซียวได้แต่ยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ “ช่วยไม่ได้... ก็เธอตามใจพี่จนเคยตัวเองนี่นา”

เฟิงเหยาจึงต้องสวมบทแม่บ้านตัวน้อย ซักผ้า ถูบ้าน เก็บกวาดห้องอยู่ค่อนวัน กว่าจะดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย ตลอดเวลาที่เธอวุ่นวายอยู่เหมือนผีเสื้อร่ายรำไปมา เฟิงเซียวทำได้แค่นั่งมองตาปริบๆบนโซฟา เพราะพอจะเข้าไปช่วยก็โดนเธอดันออกมาทุกที

เฟิงเหยาอายุน้อยกว่าเขา 3 ปี เธอฉลาด อ่อนโยน สง่างาม และมีรัศมีสูงศักดิ์บริสุทธิ์ติดตัวมาตั้งแต่เกิด จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอคือนางฟ้าจุติลงมาหรือเปล่า ทั้งคู่โตมาด้วยกัน แต่เธอกลับทำตัวเหมือนพี่สาวที่คอยดูแลเขาในทุกๆเรื่อง ใส่ใจเขายิ่งกว่าตัวเธอเองเสียอีก

เธอจัดการทุกอย่างให้เขา ทำทุกอย่างให้เขามีความสุข... ยามเหนื่อย เธอนวดไหล่ให้ ยามหิว เธอทำอาหารจานโปรดให้ ยามสุข เธอร่วมหัวเราะ ยามทุกข์ เธอคอยปลอบประโลม... เธอเปรียบเสมือนนางฟ้าประจำตัว เป็นคนสำคัญที่สุด เป็นโลกทั้งใบของเขา

มีช่วงหนึ่งที่เขาหวาดกลัว... กลัววันที่ต้องสูญเสียเธอไป เพราะสักวันน้องสาวก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว ไม่อาจอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตได้

ความคิดนั้นกรีดแทงหัวใจเขาเจ็บปวดเจียนตาย... จนเขาตระหนักได้ว่าเขาตกหลุมรักน้องสาวตัวเองเข้าแล้ว... และรักจนถอนตัวไม่ขึ้น

แต่... พวกเขาเป็นพี่น้องกัน!

เพื่อหนีจากความรู้สึกผิดบาป เขาพยายามหาตัวตายตัวแทน ลองคบผู้หญิงคนแล้วคนเล่า แต่ก็ล้มเหลวทุกครั้ง ความงดงามและความอ่อนโยนของเฟิงเหยาฝังรากลึกในใจเขาจนไม่มีใครแทนที่ได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง... หญิงสาวผู้รักเขาอย่างสุดหัวใจก้าวเข้ามาในชีวิต...

ตั้งแต่วันนั้น เฟิงเหยาหายตัวไป 3 วัน... เมื่อเธอกลับมา เธอซูบผอมลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มยังคงงดงามเช่นเดิม เธอยังคงดูแลเขาเหมือนเดิม ทำอาหารอร่อยๆให้เขาเหมือนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิม...

มีเพียงรอยยิ้มนั้น... ที่ซ่อนความเจ็บปวดและสิ้นหวังไว้อย่างลึกซึ้ง

ภายหลังเด็กน้อยแถวนั้นเล่าให้เขาฟังว่า มีพี่สาวนางฟ้านั่งร้องไห้อยู่ในป่าเมเปิ้ลคนเดียวถึง 3 วัน 3 คืน โดยมีเพียงฝูงนกคอยบินวนเวียนปลอบใจ

จนกระทั่งปี 1... หญิงสาวคนนั้น...

ช่วงเวลานั้นคือจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตเฟิงเซียว โลกทั้งใบไร้สีสัน จนกระทั่งน้ำตาของน้องสาวและหมัดหนักๆของเซียวเทียนเพื่อนรักเรียกสติเขาให้กลับคืนมา

แต่จิตใจของเขาก็ไม่เคยสงบสุขเหมือนเดิม เขาเริ่มหลบสายตาเศร้าๆของน้องสาว... หนึ่งปีต่อมา พ่อบุญธรรมเสียชีวิต โลกของเขาพังทลายลงอีกครั้ง แต่นั่นก็เป็นจุดเปลี่ยนที่ฉุดเขาขึ้นมาจากขุมนรกแห่งความรู้สึกผิด

คำสั่งเสียสุดท้ายของพ่อบุญธรรมยังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำ:

“เซียวเอ๋อร์... มีบางเรื่องที่พ่อต้องบอกให้เจ้ารู้... เจ้ารู้ไหมว่าทำไมพ่อถึงเก็บเจ้ามาเลี้ยง? 18 ปีก่อน จู่ๆก็มีกระแสจิตบางอย่าง... บังคับให้พ่อไปที่เขาคุนหลุน พ่อไม่อาจขัดขืนได้... พ่อเดินตามเสียงเรียกนั้นผ่านเส้นทางลับที่ไม่มีใครรู้จัก ไปจนถึงใต้หน้าผาสูงชัน และที่นั่น... ในที่ที่ไม่น่าจะมีมนุษย์อยู่ได้ พ่อพบเจ้านอนร้องไห้อยู่... ร่างกายของเจ้ามีแสงสีทองห่อหุ้มไว้... พ่อมั่นใจว่าเจ้าตกลงมาจากยอดเขา และแสงนั้นช่วยชีวิตเจ้าไว้...”

“...3 ปีต่อมา กระแสจิตเดิมก็เรียกพ่อไปที่เดิมอีกครั้ง... คราวนี้พ่อไปโดยไม่ลังเล... ที่เดิม สถานการณ์เดิม พ่อเก็บเหยาเอ๋อร์ได้... สิ่งเดียวที่ต่างกันคือ แสงที่ห่อหุ้มตัวเธอเป็นสีแดง...”

“หลังจากเก็บเหยาเอ๋อร์มา จู่ๆในหัวพ่อก็ปรากฏวิชาลึกลับบทหนึ่งขึ้นมา และสั่งให้พ่อถ่ายทอดให้เจ้า... นั่นคือ ‘ศิลปะแห่งความโกลาหล’ ที่เจ้าฝึกอยู่นั่นแหละ”

“เซียวเอ๋อร์... เจ้ากับเหยาเอ๋อร์ไม่ใช่คนธรรมดา และ ไม่ใช่พี่น้องทางสายเลือด ถ้าเป็นไปได้... พ่ออยากให้เจ้าดูแลเธอไปชั่วชีวิต! พ่อดูออกว่าเหยาเอ๋อร์รักเจ้ามากแค่ไหน... พ่อคงช่วยพวกเจ้าได้เท่านี้...”

“เซียวเอ๋อร์... จิตสุดท้ายบอกพ่อว่า อีก 3 ปีข้างหน้า ‘หลุนหุย’ ของอิงลั่วจะถือกำเนิดขึ้น เจ้าต้องพยายามเป็นที่หนึ่งในหลุนหุยให้ได้! ต้องทำให้ได้! แม้พ่อจะไม่รู้ว่าอิงลั่วคืออะไร หลุนหุยคืออะไร แต่สัญชาตญาณบอกพ่อว่า... เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโชคชะตาอันยิ่งใหญ่!”

“เซียวเอ๋อร์... ออกไปเถอะ เรียกเหยาเอ๋อร์เข้ามา พ่อมีเรื่องจะคุยกับเธอ...”

วันที่น้องสาวร้องไห้ตาบวมมาบอกว่าพ่อจากไปแล้ว... เฟิงเซียวรู้สึกเหมือนท้องฟ้าครึ่งหนึ่งถล่มลงมา

แต่อย่างน้อย เขาก็รู้ความจริงแล้วว่า... เหยาเอ๋อร์ไม่ใช่น้องสาวแท้ๆ! ขอแค่เขายินดี และเธอยินยอม พวกเขาก็สามารถรักกันได้อย่างเปิดเผย... นับแต่วันนั้น พวกเขาสาบานว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

“พี่ชาย! ข้าวเย็นเสร็จแล้วนะคะ!” เสียงหวานๆปลุกเฟิงเซียวตื่นจากภวังค์

เฟิงเซียวรีบพุ่งไปที่โต๊ะอาหารราวกับหมาป่าหิวโซ อาหารตรงหน้าปรุงจากวัตถุดิบเหลือๆในตู้เย็น แต่ด้วยฝีมือระดับเทพของเฟิงเหยา มันจึงออกมาหน้าตาน่ากินระดับภัตตาคารหรู

“อ๊า~ อื้ม~ โอ้วววว!!”

เฟิงเหยาหน้าแดงก่ำ ตีไหล่พี่ชายเบาๆ “แค่กินข้าวเอง เวอร์ไปแล้ว!”

เฟิงเซียวจ้องตาน้องสาวหวานซึ้ง “ฝีมือทำอาหารของเหยาเอ๋อร์เป็นเลิศในใต้หล้า และมีแค่พี่คนเดียวที่โชคดีได้กิน... อาหารอร่อยบวกคนทำสวยขนาดนี้ พี่จะไม่เคลิ้มได้ไงไหว”

“...พี่ชายก็ปากหวานแบบนี้ตลอดแหละ!” เฟิงเหยายิ้มเขิน รอยยิ้มนั้นงดงามจนเฟิงเซียวแทบทำตะเกียบหลุดมือ

“พี่คะ เมื่อวานหนูเริ่มเล่น ‘หลุนหุย’ แล้วนะ เลเวล 5 แล้วด้วย! แถมวันนี้ยังเหลือเวลาเล่นอีกตั้ง 5 ชั่วโมงแน่ะ!” เฟิงเหยาคุยอวดด้วยความตื่นเต้น

“อื้มๆ... เหยาเอ๋อร์เก่งอยู่แล้ว... เดี๋ยวต้องแซงพี่ได้แน่ๆ... ง่ำๆ... พี่ก็เหลือเวลา 5 ชั่วโมงเหมือนกัน...” เฟิงเซียวเคี้ยวตุ้ยๆ ตอบไม่ค่อยเป็นภาษา

“งั้นกินเสร็จเราไปเล่นพร้อมกันนะคะ! พี่ต้องเป็นที่หนึ่งให้ได้นะ ห้ามอู้นะรู้มั้ย! อ้อ จริงสิพี่... ตอนเริ่มเกมระบบแจกอุปกรณ์ให้หนูชิ้นนึงด้วยแหละ!”

“ยัยบ๊อง ระบบมันก็แจกทุกคนแหละ ไม่งั้นก็ตัวเปล่าสิ” เฟิงเซียวลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู

“อ้าวเหรอคะ... ว้า... นึกว่า ‘พิณฝูซี’ จะเป็นของหายากซะอีก” เฟิงเหยาทำหน้าเสียดาย

“อ๋อ... ที่แท้ระบบก็แจกพิณฝูซี... หืม?”

“..........”

“อะไรนะ!? พิณฝูซี!?”

ข้าวพุ่งออกจากปากเฟิงเซียวเป็นละอองฝอย

“เหยาเอ๋อร์... นะ... แน่ใจนะว่าจำชื่อไม่ผิด?”

“ไม่ผิดหรอกค่ะ ชื่อเพราะขนาดนั้นจะจำผิดได้ไง” เฟิงเหยาทำหน้างง “พี่คะ พิณนั่นมันมีปัญหาเหรอ?”

“ปัญหาใหญ่เลยล่ะ...” เฟิงเซียวมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาประหลาด “เหยาเอ๋อร์... ตอนสร้างตัวละคร ค่าสถานะของเธอเป็นยังไง?”

“อ๋อ... เสียงผู้หญิงเพราะๆคนนั้นบอกว่าหนูมี ‘กายา... อะไรสักอย่าง’ แล้วก็เพิ่มค่าจิตให้ 50 กับค่าความอึดอีก 50 น่ะค่ะ”

“กายาอะไร?”

“เอ่อ... ตอนนั้นหนูมัวแต่ดูแสงสวยๆเลยไม่ได้ฟังให้ดี...”

“..........”

พิณฝูซี... หนึ่งในสิบสุดยอดศาสตราโบราณ ระดับเดียวกับกระบี่เซวียนหยวนของเขา! ตำนานกล่าวว่ามันมีพลังควบคุมจิตใจของสรรพสิ่ง!

เขาถูกระบบระบุว่าเป็น ‘กายาบรรพโกลาหล’ และ ‘กายาเทพอสูร’... น้องสาวก็มีร่างกายพิเศษเหมือนกัน...

เขาได้กระบี่เซวียนหยวนมาแบบงงๆ... น้องสาวก็ได้พิณฝูซีมาแบบงงๆ...

ทั้งคู่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากที่เดียวกัน โดยคนคนเดียวกัน และมีแสงประหลาดคุ้มครองเหมือนกัน... แถมพ่อบุญธรรมยังทำนายเรื่อง ‘หลุนหุย’ ไว้อีก...

เรื่องบังเอิญ... มันชักจะเยอะเกินไปแล้ว หรือว่าเบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมดนี้... จะมีความลับอันยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่?

เฟิงเซียวจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอันลึกล้ำ...

*****

จบบทที่ บทที่ 34 : พิณฝูซี!?

คัดลอกลิงก์แล้ว