เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 : หน้ากากพิสดาร

บทที่ 18 : หน้ากากพิสดาร

บทที่ 18 : หน้ากากพิสดาร


ณ พื้นที่ลับแห่งหนึ่งในหมู่บ้านมือใหม่... ชายหนุ่มผมแดงกำลังกวัดแกว่งดาบยักษ์เข้าฟาดฟันบอสพยัคฆ์ขาวอย่างดุเดือด แม้เสียงแจ้งเตือนจากระบบจะดังขึ้นติดกันสามครั้ง แต่จังหวะดาบของเขากลับไม่สะดุดแม้แต่น้อย ตัวเลขความเสียหายมหาศาลลอยขึ้นเหนือหัวบอสอย่างต่อเนื่อง ราชันย์พยัคฆ์ขาวคำรามลั่นพร้อมโจมตีสวนกลับ แต่ความเสียหายที่มันทำได้กลับมีเพียงน้อยนิด...

...

“เฮิ่นเทียน คนแรกที่ออกจากหมู่บ้านมือใหม่ไม่ใช่นายแฮะ!” หญิงสาวชุดแดงที่ยืนมองดูการต่อสู้เงียบๆอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ

ตึง!

ดาบยักษ์ฟาดลงอย่างหนักหน่วง ราชันย์พยัคฆ์ขาวร้องโหยหวนก่อนจะล้มลงสิ้นใจ ทิ้งอุปกรณ์เกลื่อนพื้น แต่สีหน้าของเฮิ่นเทียนไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยไร้ค่า

“ฉันไม่เคยดูแคลนคนในมิตินี้อยู่แล้ว” เฮิ่นเทียนเอ่ยเสียงเย็นชา สายตาที่มองหญิงสาวชุดแดงผู้เลอโฉมนั้นว่างเปล่าราวกับมองซากศพ

“แล้วก็... เหมยอวี่ ไสหัวกลับไปในที่ที่เธอควรอยู่ซะ อย่าตามฉันมาอีก” น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งเยื่อใย เขาเดินผ่านกองไอเทมบนพื้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง เพราะสำหรับเขา ของพวกนี้ก็แค่ขยะ

“ถ้าไม่อยากให้ฉันตามก็ฆ่าฉันซะสิ!” เหมยอวี่ไม่เกรงกลัว จ้องตากลับอย่างท้าทาย ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มมุมปากอย่างดื้อรั้นแฝงแววงอนง้อ

“เธอ... หึ! ฉันไม่ฆ่าผู้หญิง” เฮิ่นเทียนแค่นเสียง แล้วหันหลังเดินลึกเข้าไปในพื้นที่

รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหมยอวี่ เธอกำหมัดเล็กๆชูขึ้นอย่างดีใจ แล้วรีบสาวเท้าตามหลังเขาไปติดๆ

ฉันจะทิ้งนายไปได้ยังไง... ฉันต้องปกป้องนายนะ...

ณ พื้นที่ลับอีกแห่งหนึ่ง...

ความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีแสงสว่างแม้เพียงริบหรี่ ในความมืดนั้นมีเพียงเสียงคมดาบเฉือนเนื้อและเสียงกรีดร้องโหยหวนของมอนสเตอร์ดังระงมไม่ขาดสาย

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะอันน่าสยดสยองก็ดังขึ้นอย่างแปลกประหลาด “ฮี่ๆๆๆๆ... นึกไม่ถึงว่าจะมีคนเร็วกว่าข้า ‘หลุนหุย’ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ... ข้า ‘เมี่ยหุน’ จะทำให้พวกที่ทำตัวสูงส่งเหล่านั้นต้องมาสยบแทบเท้า ลิ้มรสชาติของความสิ้นหวัง... ฮ่าๆๆๆๆ”

เมี่ยหุน... สำหรับคอเกมออนไลน์แล้ว ชื่อนี้คือตัวตนที่น่าหวาดหวั่นที่สุด

ในเวลาเพียง 5 ปี เขานำกิลด์ ‘เมี่ยหุน’ ของเขาบดขยี้ผู้เล่นอื่นด้วยความแข็งแกร่งอันไร้เทียมทาน ทำลายสมดุลของเกมจนย่อยยับ เป็นสาเหตุให้เกมออนไลน์กว่าสิบเกมต้องปิดตัวลง ที่น่ากลัวคือเขาใช้ฝีมือล้วนๆ ไม่พึ่งโปรแกรมโกงหรือบั๊กใดๆ จึงไม่มีใครเอาผิดเขาได้ เขาจึงกลายเป็นฝันร้ายของวงการเกมออนไลน์ ได้รับฉายาว่า “เพชฌฆาตเกมออนไลน์”

เมี่ยหุน ผู้ทำลายขีดจำกัดค่าความว่องไวของ ‘หลุนหุย’ ด้วยค่าความว่องไวเริ่มต้นถึง 30 แต้ม เป้าหมายเดียวของเขาในการมาที่นี่ ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่ออำนาจหรือเงินทอง... แต่เพื่อย้อมโลกใบนี้ให้กลายเป็นสีเลือด!

ร้านค้า, โรงแรม, ภัตตาคาร, โรงรับจำนำ, ร้านอาวุธ, ร้านขายยา, โรงประมูล... เฟิงเซียวมองร้านรวงต่างๆด้วยความตื่นตาตื่นใจ แทบทุกร้านที่มีในโลกจริงถูกยกมาไว้ที่นี่หมด

นครหลวงมังกรสวรรค์ตั้งอยู่ใจกลางทวีปมังกรสวรรค์ มีขนาดมหึมาและโอ่อ่าตระการตา ใหญ่กว่าเมืองปักกิ่งสักยี่สิบเท่าเห็นจะได้ เฟิงเซียวเดินชมเมืองมุ่งหน้าสู่พระราชวังมังกรสวรรค์ กระเบื้องเคลือบและทองคำที่ส่องประกายระยิบระยับตลอดสองข้างทางทำให้เขาต้องทึ่งในฝีมือของ “อิงลั่ว” สถาปัตยกรรมโบราณที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้หาดูได้ยากยิ่งในโลกความเป็นจริง

เกมแบบนี้ จะไม่ให้ดังระเบิดได้ยังไงไหว!

เพียงแต่ตอนนี้นครหลวงมังกรสวรรค์ยังคงเงียบเหงา มีเพียงทหารยามเดินลาดตระเวนและ NPC ชาวเมืองเดินผ่านไปมาบ้างประปราย

“สวัสดีครับพี่สาว ขอถามหน่อยครับว่าสถานที่เปลี่ยนอาชีพไปทางไหน?” เฟิงเซียวรีบถามทางทันทีที่เจอ NPC

NPC หญิงวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่า ‘พี่สาว’ ยิ้มแก้มปริจนหน้าบานเป็นดอกไม้ “พ่อหนุ่มเป็นผู้กล้าจากต่างโลกสินะ? ไม่นึกเลยว่าจะมาถึงเร็วขนาดนี้ เดินตรงไปตามทางนี้นะจ๊ะ สุดทางจะมีลานกว้าง ที่นั่นแหละคือที่เปลี่ยนอาชีพ”

“เอ่อ... แน่ใจนะครับ?” เฟิงเซียวทำหน้าประหลาดๆ

“จะผิดได้ยังไงกัน คนทั้งเมืองเขารู้กันหมด ไม่เชื่อไปถามใครดูก็ได้” ป้าแกคิดในใจ พ่อหนุ่มนี่หน้าตาดีจัง ถ้าลูกสาวฉันยังไม่แต่งงานนะจะจับทำลูกเขยซะเลย

เฟิงเซียวแทบจะเป็นลม... ที่แท้จุดที่เขาถูกวาร์ปมาส่งเมื่อกี้ก็คือลานเปลี่ยนอาชีพนั่นแหละ! เดินอ้อมโลกทำไมตั้งนานฟะเนี่ย

เขารีบขอบคุณคุณป้า NPC อย่างดีแล้ววิ่งย้อนกลับไปทางเดิม เผื่อวันหน้าต้องพึ่งพาอาศัยกัน

เมื่อกลับมาถึงลานมังกรสวรรค์ เฟิงเซียวถึงสังเกตเห็นว่าฝั่งตรงข้ามมีตาแก่ท่าทางประหลาดๆยืนอยู่หลายคน

“ให้ตายเถอะ! รู้งี้หันหลังกลับไปมองตั้งแต่แรกก็จบ... ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อเลยเรา ว่าแต่ตาแก่หน้าตาหื่นกามพวกนั้นคือ NPC เปลี่ยนอาชีพในตำนานเหรอเนี่ย? ดูยังไงก็เหมือนแก๊งคนแก่โรคจิตชัดๆ... เอ๊ะ?”

สายตาของเฟิงเซียวสะดุดเข้ากับเสาต้นหนึ่งทางซ้ายมือ ใต้เสานั้นมีชายชราร่างเล็กนั่งขดตัวกลมอยู่ ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อกี้เขาเดินผ่านแล้วไม่เห็น แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาไม่ใช่ตัวคน แต่เป็น หน้ากาก ที่เขาสวมอยู่... เพราะมันช่าง... เท่ระเบิด!

“หน้ากากอะไรเนี่ย! โคตรเท่! ทำไมต้องไปอยู่บนหน้าตาแก่แบบนั้นด้วย เสียดายของชะมัด!”

หน้ากากสีดำสนิทปิดบังใบหน้าส่วนบนของชายชราไว้มิดชิด แม้แต่ดวงตาก็มองไม่เห็น บนหน้ากากมีลวดลายปีศาจสีเลือดจางๆพาดผ่าน ตรงหน้าผากสลักคำว่า “ฆ่า” จางๆ แผ่รังสีอำมหิตออกมา ที่มุมบนทั้งสองข้างมีเขี้ยวโค้งยาวประมาณสิบเซนติเมตรยื่นออกมา ปลายเขี้ยวงอนลงล่าง คมกริบวาววับน่าเกรงขาม

อยากได้! เฟิงเซียวอยากจะกระชากหน้ากากนั่นมาใส่เดี๋ยวนี้เลย —— ถ้าเกมมันยอมให้ทำล่ะก็นะ

“สวัสดีครับท่านผู้เฒ่า มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?” แม้จะหมั่นไส้ที่ตาลุงนี่เอาของดีมาใช้ทิ้งๆขว้างๆ แต่เฟิงเซียวก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มทักทายตามมารยาท

“..........” ฝ่ายตรงข้ามไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง

เฟิงเซียวอยากจะกระโดดถีบตาแก่นี่ให้กระเด็น พวกคนแก่ในเกมนี้เป็นอะไรกันไปหมด เอะอะก็ทำท่าหยิ่งยโสไม่สนใจชาวบ้าน เจอที่หมู่บ้านมือใหม่คนนึง มาถึงเมืองหลวงก็เจออีกคน

“ท่านผู้เฒ่าครับ หน้ากากท่านเท่บาดใจมาก ซื้อที่ไหนครับเนี่ย? ผมจะไปเหมามาสักสิบเข่ง...” ท่านเฟิงไม่เชื่อหรอกว่าจะง้างปากตาแก่นี่ไม่ได้

“ท่านผู้เฒ่าครับ ขายหน้ากากให้ผมเถอะ นะๆๆ... 10 เหรียญเงินเป็นไง? ชีวิตนี้ผมไม่เคยยอมขาดทุนให้ใครขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย”

หนวดเคราสีขาวใต้หน้ากากกระตุกวูบหนึ่ง

“งั้นเอาอย่างนี้... ผมยอมแลกด้วยอุปกรณ์สุดรักสุดหวงของผมเลยเอ้า! เสื้อตัวนี้ผมใส่มาตั้งแต่เกิด ยังไม่เคยถอดเลยนะเนี่ย ขลังสุดๆ!” ว่าแล้วเฟิงเซียวก็ทำเรื่องน่าขยะแขยงด้วยการถอดเสื้อผ้าฝ้ายมือใหม่ของตัวเองออกมาโชว์

“ติ๊ง! ผู้เล่นเฟิงหุน เนื่องจากการแต่งกายไม่เรียบร้อยในที่สาธารณะ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมือง ระบบขอปรับเงินท่านเป็นจำนวน 3% ของทรัพย์สินทั้งหมด หากไม่แก้ไขภายใน 1 นาที จะเพิ่มค่าปรับเป็นสองเท่า”

เฟิงเซียว: “..........”

เขารีบใส่เสื้อกลับเข้าไปแทบไม่ทัน ระบบเกมนี้มันเขี้ยวลากดินจริงๆ คิดค่าปรับเป็นเปอร์เซ็นต์แบบนี้ ต่อให้รวยล้นฟ้าก็จนได้ในพริบตา

จู่ๆเฟิงเซียวก็ตัวสั่นยะเยือก... หรือว่าถอดเสื้อแป๊บเดียวจะเป็นหวัด? หืม? ในเกมมีเป็นหวัดด้วยเหรอ?

ไม่สิ... นี่มัน... จิตสังหาร!

และเจ้าของจิตสังหารนั้นคือ... ชายชราที่นั่งขดตัวอยู่ตรงนั้น!

เฟิงเซียวไม่รอช้า ใส่เกียร์หมาโกยแน่บโดยไม่ต้องคิด เขาคุ้นเคยและไวต่อจิตสังหารดี คนที่แผ่จิตสังหารรุนแรงขนาดนี้ออกมาได้ไม่ใช่แค่โกรธจัด แต่ต้องเป็น... ยอดฝีมือระดับพระกาฬ —— รังสีอำมหิตนี่รุนแรงกว่าตอนที่เขาแกล้งทำเท่ในโลกจริงเสียอีก

เฟิงเซียวมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าขืนยืนบื้ออยู่ตรงนั้นอีกวินาทีเดียว ผลลัพธ์มีอยู่อย่างเดียวคือ... ตายคาที่!

“ตาแก่นั่นไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ แค่แหย่เล่นนิดเดียวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ... เฮ้อ ดวงซวยชะมัด วันหลังเจอต้องรีบเดินอ้อมให้ไกล”

*****

จบบทที่ บทที่ 18 : หน้ากากพิสดาร

คัดลอกลิงก์แล้ว