- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 16 : ผ้าคลุมวิญญาณหิมะ
บทที่ 16 : ผ้าคลุมวิญญาณหิมะ
บทที่ 16 : ผ้าคลุมวิญญาณหิมะ
“สวัสดีครับคุณลุงช่างตีเหล็ก นี่แร่ที่ขอไว้ครับ” เฟิงเซียวกลับมาที่ร้านอาวุธในหมู่บ้านมือใหม่ แล้วส่งมอบแร่ให้แก่ช่างตีเหล็กจางอย่างสุภาพ
“อ้อ เฟิงหุนเองรึ ทำได้ดีมาก นี่รางวัลของเจ้า” ช่างตีเหล็กจางกล่าวตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
ภารกิจเสร็จสิ้น เฟิงเซียวได้รับรางวัลเป็นอุปกรณ์ระดับน้ำเงินเลเวล 5 หนึ่งชิ้น พร้อมค่าประสบการณ์อีก 300 หน่วย
“คุณลุงช่างตีเหล็กครับ คุณเป็นนักหลอมสร้างด้วยหรือเปล่า?” เฟิงเซียวเอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ
เมื่อได้ยินคำว่า ‘นักหลอมสร้าง’ ดวงตาของช่างตีเหล็กจางก็ทอประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว เขาตอบเสียงเรียบว่า “ข้าเป็นนักหลอมสร้างจริงๆนั่นแหละ หากเจ้ามีวัตถุดิบดีๆข้าก็ช่วยตีอุปกรณ์ให้เจ้าได้นะ ค่าแรงไม่แพงหรอก”
“อ๋อ... งั้นลุงครับ ไม่ทราบว่าวัตถุดิบระดับเซียน ลุงพอจะตีไหวไหม?” เฟิงเซียวถามหยั่งเชิงดู เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เพราะตามทฤษฎีแล้วหมู่บ้านมือใหม่ไม่น่าจะมีวัตถุดิบระดับเซียนปรากฏขึ้นได้ แม้แต่วัตถุดิบระดับสูงก็ยังยากที่จะพบเห็น ดังนั้นช่างตีเหล็กในหมู่บ้านเริ่มต้นแบบนี้ ฝีมือคงไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก
“อะไรนะ? วัตถุดิบระดับเซียน!? หรือว่าเจ้ามีวัตถุดิบระดับเซียน!?”
ช่างตีเหล็กจางแทบจะกระโดดตัวลอย มือทั้งสองพุ่งมาคว้าไหล่เฟิงเซียวหมับด้วยความเร็วปานสายฟ้าราวกับกลัวว่าเขาจะหนีหายไป ปฏิกิริยาของแกเหมือนกับตอนที่ผู้ใหญ่บ้านรู้เรื่องสร้อยคอเปี๊ยบ... เฟิงเซียวแอบกลอกตามองบน สมกับเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ท่าทางยังกะถอดแบบกันมา
ยังไม่ทันที่เฟิงเซียวจะตอบ ช่างตีเหล็กจางก็ชักมือกลับไปเสียก่อน แล้วหัวเราะเยาะตัวเอง “เมื่อกี้ข้าคงบ้าไปแล้วที่หวังจะเจอวัตถุดิบระดับนั้น... หมู่บ้านมือใหม่จะมีของระดับเซียนได้ยังไงกัน”
“ใครบอกว่าไม่มีล่ะครับ ท่านเฟิงคนนี้มีอยู่ตั้งแผ่นนึงแน่ะ” เฟิงเซียวบ่นพึมพำ ก่อนจะค่อยๆหยิบหนังจักรพรรดิหมาป่าหิมะทองคำออกมาโชว์ด้วยท่วงท่าที่คิดว่าเท่ที่สุด
ทันใดนั้น แสงสีขาวนวลตาผสมผสานกับประกายสีทองก็สว่างวาบขึ้น ขับไล่ความมืดสลัวในโรงตีเหล็กจนดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตา
ภายใต้แสงอันเจิดจ้านั้น มือของช่างตีเหล็กจางเริ่มสั่นเทา น้ำตาแห่งความปิติไหลพราก... ไม่ใช่แค่น้ำตา แม้แต่น้ำลายก็ยังไหลย้อยลงมาด้วย... เขากระชากหนังจักรพรรดิหมาป่าไปจากมือเฟิงเซียวทันที จ้องมองด้วยความไม่อยากเชื่อ ลูบคลำแล้วลูบคลำอีก จิตใจปั่นป่วนจนแทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่
สำหรับนักหลอมสร้างแล้ว วัตถุดิบชั้นเลิศเปรียบเสมือนชีวิต และการได้รังสรรค์สุดยอดศาสตราวุธขึ้นมาสักชิ้นคือเกียรติยศสูงสุดและเป้าหมายชั่วชีวิต ช่างตีเหล็กจางเป็นถึงนักหลอมสร้างระดับสูง แต่ต้องมาจมปลักอยู่ในหมู่บ้านมือใหม่ที่กันดารชนิดนกไม่ไข่หมูไม่ออก ยากจนข้นแค้นมานานกว่า 40 ปี ไม่เคยเห็นวัตถุดิบระดับสูงผ่านตาเลยสักชิ้น มีฝีมือระดับเทพแต่ไร้ที่แสดงออก วันๆได้แต่ขายอุปกรณ์สีขาวขยะๆในร้านมืดๆ... ความรู้สึกนั้นมันทรมานไม่ต่างอะไรกับการไร้ทายาทสืบสกุล
การได้มาเห็นวัตถุดิบระดับเซียนในตำนานตรงหน้า ความตื่นเต้นของเขาจึงไม่ใช่สิ่งที่คนนอกวงการจะเข้าใจได้
“เฟิงหุน! ได้โปรดเถอะ... เจ้าต้องมอบให้ข้าเป็นคนตีมันนะ! ข้าจะไม่คิดเงินเจ้าสักแดงเดียว! แถมข้าจะยอมงัดเอาแร่วิเศษระดับท็อปที่สะสมมาทั้งชีวิตใส่ลงไปให้ด้วย!” ช่างตีเหล็กจางพยายามสงบสติอารมณ์ จ้องมองเฟิงเซียวด้วยสายตาที่ลุกโชน... โอกาสทองแบบนี้ถ้าหลุดมือไป ชาตินี้คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว เพื่อจะได้ตีหนังแผ่นนี้ เขาพร้อมทุ่มหมดหน้าตัก!
สีหน้าของช่างตีเหล็กจางที่เหมือนคนอดอยากมา 800 ปีแล้วเพิ่งเห็นเนื้อชิ้นโต ทำให้เฟิงเซียวใจอ่อนปฏิเสธไม่ลง อีกอย่าง... ตีฟรี แถมยังเพิ่มแร่ฟรี ฟังยังไงก็มีแต่กำไรเห็นๆ!
เขาจึงตอบกลับอย่างใจกว้าง “ตกลงครับคุณลุงช่างตีเหล็ก งั้นรบกวนช่วยตีผ้าคลุมให้ผมสักผืนเถอะครับ”
ในโลกของ ‘หลุนหุย’ ผ้าคลุมเป็นอุปกรณ์ที่เท่และหายากมาก และในคำอธิบายของหนังจักรพรรดิหมาป่าก็ระบุชัดเจนว่า “ใช้สำหรับตัดเย็บผ้าคลุม” เฟิงเซียวจึงเลือกสิ่งนี้โดยไม่ลังเล
เมื่อได้ยินคำตอบรับ ช่างตีเหล็กจางก็ตื่นเต้นจนตัวสั่นงกๆเงิ่นๆราวกับสาวน้อยรอเข้าหอ เขาเริ่มรื้อค้นข้าวของเสียงดังโครมครามอยู่พักใหญ่ ทั้งงัดหีบทั้งรื้อกระเบื้องปูพื้น... สุดท้ายก็มุดออกมาจากใต้เตียงด้วยใบหน้าเปื้อนเขม่าดำเมี่ยม ในมือถืออัญมณีที่เปล่งแสงประหลาดออกมาหลายเม็ด พร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ
เฟิงเซียวยืนทนดมฝุ่นที่ฟุ้งตลบอยู่ในห้องไม่ยอมออกไปไหน เพราะเขาอยากเห็นขั้นตอนการตีด้วยตาตัวเอง
ประตูโรงตีเหล็กถูกปิดลง กั้นผู้เล่นคนอื่นไม่ให้เข้ามา ช่างตีเหล็กจางบรรจงวางหนังจักรพรรดิหมาป่าลงบนเตาหลอมอย่างระมัดระวัง จัดทรงเล็กน้อย แล้ววางอัญมณี 4 สี 4 เม็ดลงไปบนนั้น
ไฟในเตาหลอมลุกโชน ช่างตีเหล็กจางสูดหายใจลึก จ้องมองเปลวเพลิงเขม็ง คำนวณความร้อนในใจอย่างเงียบเชียบ เฟิงเซียวเห็นความตั้งใจอันแน่วแน่นั้นแล้วก็ไม่กล้าส่งเสียง กลัวจะไปรบกวนสมาธิ
ทันใดนั้น ดวงตาของช่างตีเหล็กจางก็ลุกวาว มือขวาคว้าค้อนรูปร่างประหลาดออกมาจากไหนไม่รู้ แล้วระดมทุบลงไปบนหนังจักรพรรดิหมาป่าตามจุดต่างๆด้วยความเร็วและความแม่นยำอันน่าทึ่ง ความถี่ในการทุบนั้นรวดเร็วจนเฟิงเซียวมองตามแทบไม่ทัน
ในระหว่างที่ทุบ ค้อนนั้นดูเหมือนจะจงใจเฉี่ยวไปสัมผัสอัญมณีทีละนิด ทุกครั้งที่สัมผัส อัญมณีจะค่อยๆละลายและซึมเข้าไปในหนังจักรพรรดิหมาป่า จนกระทั่งหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันจนหมด
เฟิงเซียวใช้เนตรวิญญาณตรวจสอบอัญมณีเหล่านั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น:
• ผลลัพธ์: หากใช้ในการหลอมสร้าง จะเพิ่มค่าความว่องไวและคุณสมบัติธาตุลมให้กับอุปกรณ์ (หายไปหากล้มเหลว)
• ศิลาม่วงทอง: อัญมณีระดับวิญญาณ
• ผลลัพธ์: หากใช้ในการหลอมสร้าง จะเพิ่มประสิทธิภาพของออปชันพิเศษขึ้น 20% (หายไปหากล้มเหลว)
• หยกคุนหลุน: อัญมณีระดับเซียน
• ผลลัพธ์: หากใช้ในการหลอมสร้าง จะเพิ่มขีดจำกัดจำนวนออปชันของอุปกรณ์ สามารถเพิ่มออปชันพิเศษได้สูงสุด 2 อย่าง
• ศิลาลิขิตชะตาระดับสูง: อัญมณีระดับเซียน
• ผลลัพธ์: เพิ่มอัตราความสำเร็จในการสร้างอุปกรณ์ระดับต่ำกว่าเทพขึ้น 40%
“..........”
เฟิงเซียวแทบน้ำตาไหลพราก คุณลุงช่างตีเหล็ก! คุณคือพ่อบังเกิดเกล้าคนที่สองของผมชัดๆ!
อัญมณีระดับวิญญาณ 2 เม็ด ระดับเซียนอีก 2 เม็ด... แต่ละเม็ดเอาไปขายคงประเมินค่าไม่ได้ แต่ลุงแกเล่นทุ่มหมดหน้าตักแบบไม่มีกั๊ก เฟิงเซียวเชื่อสนิทใจเลยว่าช่างตีเหล็กจางทุ่มเทชีวิตจิตใจเพื่องานนี้จริงๆ เขาควักทุนรอนก้นหีบออกมาใช้จนหมดเกลี้ยงเพื่อผ้าคลุมผืนนี้
...ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...
เปลวไฟในเตาหลอมลุกโชนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนห่อหุ้มหนังจักรพรรดิหมาป่าไว้ทั้งผืน เหงื่อเม็ดโป้งผุดเต็มใบหน้าของช่างตีเหล็กจาง แต่ความเร็วในการทุบไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปิติยินดีและตื่นเต้น ราวกับไม่รู้สึกถึงความร้อนที่แผดเผาแขนอยู่เลย
เฟิงเซียวใจเต้นแรง หรือว่าจะเสร็จแล้ว?
ท่ามกลางเสียงทุบที่รัวเร็ว หนังหมาป่าที่เคยส่องแสงสีทองจางๆก็ระเบิดแสงสีขาวเจิดจ้าออกมา แสงนั้นสว่างบาดตาจนอาบย้อมทั่วทั้งร้านอาวุธให้กลายเป็นสีขาวโพลน แสงสว่างจ้านั้นยังเล็ดลอดออกไปตามรอยแตกของประตูหน้าต่าง ดึงดูดความสนใจของผู้เล่นจำนวนมากในหมู่บ้านมือใหม่
แสงสีขาวสว่างวาบอยู่นานนับสิบวินาทีก่อนจะค่อยๆจางลง
สำเร็จแล้วเหรอ? เฟิงเซียวมองช่างตีเหล็กจางที่นั่งหอบแฮ่กๆอยู่กับพื้นด้วยความลุ้นระทึก
หลังจากหายเหนื่อย ช่างตีเหล็กจางก็หันมายิ้มกว้างจนหน้าบานเป็นจานเชิง ชูผ้าคลุมสีขาวทองในมือให้เฟิงเซียวดูอย่างภาคภูมิใจ
เฟิงเซียวรับผ้าคลุมมาด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่สัมผัส... กลิ่นอายแห่งความเบาสบายและพลิ้วไหวก็แผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก ทำให้เขารู้สึกเบาหวิวราวกับจะลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าได้
*****