- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 15 : หยางซีรั่ว
บทที่ 15 : หยางซีรั่ว
บทที่ 15 : หยางซีรั่ว
สายตาของเด็กสาวร่างบางจับจ้องตามร่างเงาของเฟิงเซียวที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างไม่วางตา นับตั้งแต่วินาทีที่เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อปกป้องเธอ เธอก็ได้แต่มองเขาอย่างเหม่อลอย
รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผย ใบหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบราวกับลูกรักของสวรรค์ ภายใต้ดวงตาดุจดวงดาวที่แฝงแววชั่วร้ายคู่นั้น ซุกซ่อนความจองหองที่ดูแคลนใต้หล้าเอาไว้... ความหยิ่งทระนง ความสงบเยือกเย็น ความเย็นชา และความขี้เล่นที่ไม่ยี่หระต่อโลก บุคลิกที่หลากหลายเหล่านี้กลับปรากฏขึ้นในตัวคนคนเดียวกันอย่างน่าประหลาด ทว่ากลับดูผสมผสานกลมกลืนกันอย่างลงตัว
รูปลักษณ์ภายนอกที่ไร้ที่ติ ผสานกับบุคลิกอันโดดเด่น และหัวใจที่กล้าหาญและจิตใจดีงาม... นี่คือผู้ชายที่มีแรงดึงดูดถึงตายสำหรับผู้หญิง เด็กสาวรำพึงในใจเงียบๆ
-99
โม่หลางหมายเลขห้าหัวเสียสุดขีด ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะอ่านเจตนาการโจมตีของเขาออกทุกครั้งและสามารถหลบหลีกการโจมตีได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาโจมตีต่อเนื่องไปถึงเจ็ดครั้งแต่กลับโดนตัวมันแค่ครั้งเดียว แถมยังเป็นจังหวะที่มันจำใจต้องรับดาบเพื่อหลบลูกบอลธาตุอีกต่างหาก แต่ในทางกลับกัน การโจมตีของฝ่ายตรงข้ามกลับแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ ทุกดาบล้วนฟันเข้าที่มุมอับจนเขาไม่มีทางให้หลบเลี่ยงได้เลย
เฟิงเซียวกระดกน้ำยาฟื้นพลังขวดเล็กเข้าปากทันที เมื่อเห็นโอกาสเหมาะ เขาก็ใช้ออกด้วยทักษะ "กงจักรสังหาร" ที่คูลดาวน์เสร็จพอดี
-22, -23, 35, 72
หมาป่าทั้งสองที่ยืนอยู่ระนาบเดียวกันพอดีโดนกวาดเข้าไปเต็มๆ คราวนี้ทั้งคู่ไม่กล้าดูถูกศัตรูอีกต่อไป รีบคว้าน้ำยาฟื้นพลังขึ้นมาดื่มเพื่อรักษาชีวิต
ในจังหวะที่พวกมันกำลังดื่มยา เฟิงเซียวอาศัยจังหวะนั้นก้าวเท้าด้วยความเร็วหลบฉากอ้อมผ่านโม่หลางหมายเลขห้า แล้วฟาดฟัน "แยกพสุธา" ใส่โม่หลางหมายเลขหกทันที! นักเวทมีพลังโจมตีสูง โจมตีระยะไกล แถมยังล็อกเป้าอัตโนมัติ ถือเป็นภัยคุกคามยิ่งกว่าโม่หลางหมายเลขห้า แต่จุดเสียของนักเวทก็คือพลังป้องกันที่ต่ำเตี้ยและเลือดอัยน้อยนิด
-50
โม่หลางหมายเลขหกตกใจจนหน้าถอดสี รีบถอยกรูดพร้อมกับปาลูกบอลธาตุสวนกลับมา เฟิงเซียวเอี้ยวตัวหลบวูบ ก่อนจะซ้ำด้วยแยกพสุธาอีกครั้ง โม่หลางหมายเลขห้าที่เพิ่งตั้งสติได้รีบวิ่งไล่ตามมา แต่เฟิงเซียวแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาไม่สนใจเจ้าเบอร์ห้าแม้แต่น้อย แต่ยังคงไล่ล่าตามติดร่างของเบอร์หกที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุน พลางหลบหลีกและโจมตีอย่างต่อเนื่อง
โม่หลางหมายเลขหกหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ มันทำได้แค่วิ่งหนีสุดชีวิตสลับกับยิงเวทสวนกลับไป แต่ลูกบอลธาตุของมันกลับเหมือนเจอผี ทุกนัดถูกอีกฝ่ายหลบได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเล่น ซ้ำร้ายศัตรูยังตามติดดั่งเงาตามตัว ดาบยักษ์สีทองหม่นฟาดฟันใส่ร่างมันครั้งแล้วครั้งเล่า คูลดาวน์ของน้ำยาฟื้นพลังก็ยังไม่หมด มันทำได้เพียงเบิกตามองเลือดของตัวเองที่ลดฮวบๆอย่างสิ้นหวัง
โม่หลางหมายเลขห้าแทบอยากจะสบถด่าบรรพบุรุษ อยากจะเอาดาบผ่ากบาลไอ้โม่หลางหมายเลขหกซะให้รู้แล้วรู้รอด ไอ้หมาโง่นั่น! รู้อยู่ว่าหนีไม่พ้นก็ยังจะวิ่งหนีอยู่นั่นแหละ ความเร็วของทั้งสามคนพอๆกันทำให้เขาได้แต่วิ่งไล่ตามก้นด้วยความโมโห ไม่มีโอกาสได้ประสานงานเพื่อรุมล้อมเลยสักนิด
ปัง!
6 วินาทีต่อมา โม่หลางหมายเลขหกก็ล้มลงกระแทกพื้นด้วยสายตาไม่ยินยอมพร้อมใจ ทิ้งขวดยาและคทาไม้เขียวไว้ดูต่างหน้า
เฟิงเซียวหยุดฝีเท้าลง โม่หลางหมายเลขห้าเองก็หยุดตาม มันมองชายหนุ่มหน้าตาดีจนน่าอิจฉาตรงหน้าด้วยความหวาดระแวงและไม่แน่ใจ
พลังโจมตีแสนกระจอก พลังป้องกันอันเปราะบาง... ผู้ชายคนนี้ดูยังไงก็ไม่น่าเกินเลเวล 4 แต่กลับปั่นหัวพวกมันที่มีเลเวล 8 ถึงสองคนได้ราวกับแมวหยอกหนู
"กะ... แก... แกโกงนี่หว่า!" โม่หลางหมายเลขห้าพูดจบก็รู้สึกว่าตัวเองปัญญาอ่อนชะมัด อย่าว่าแต่เกมนี้ไม่มีทางมีโปรแกรมโกงเลย ต่อให้มีจริงๆ การหลบหลีกที่อาศัยสัญชาตญาณล้วนๆแบบนั้น โปรแกรมที่ไหนจะทำได้
และเป็นไปตามคาด อีกฝ่ายเพียงปรายตามองมันอย่างเย็นชา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามว่า "ไอ้โง่!"
โม่หลางหมายเลขห้าเริ่มใจฝ่อ น้องหกเสร็จมันไปแล้ว แถมวิชาตัวเบาหลบหลีกดุจภูตผีปีศาจนั่นก็ทำให้มันเริ่มอยากถอย มันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยถือดาบเทพเจ้าที่กำลังเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่ถือเพียงกิ่งไม้
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! 'เฟิงหุน' แกแน่มาก แกจำไว้เลยนะว่าตัวเองมีเรื่องกับแก๊งโม่หลางแล้ว!" จากเสียงแจ้งเตือนระบบเมื่อครู่ทำให้มันรู้ชื่อของเฟิงเซียว มันไม่ลืมทิ้งท้ายด้วยคำขู่ตามสูตรตัวร้าย ก่อนจะหันหลังเตรียมเผ่นแน่บ
ฉึก!
-21, -176
โม่หลางหมายเลขห้ากลายเป็นแสงสีขาวหายวับไปพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ส่งกลับไปเกิดใหม่ที่หมู่บ้านมือใหม่ทันที
เฟิงเซียวเองก็อึ้งไปเล็กน้อย เมื่อกี้เขาแค่หมั่นไส้ที่ไอ้หมาโง่นั่นบังอาจมาขู่ เลยขว้างกระบี่เซวียนหยวนออกไปเพื่อสั่งสอนสักหน่อย ไม่นึกเลยว่าจะโชคดีติดเอฟเฟกต์ "สังหารทันที" ที่มีโอกาสแค่ 1% เข้าให้
หึ แม้แต่ฟ้าดินก็ยังอยากให้แกตาย งั้นก็ตายๆไปซะเถอะ เฟิงเซียวเบ้ปากอย่างไม่ยี่หระ
"เมื่อกี้บอกให้หนีหรือออฟไลน์ไปไง ทำไมไม่ฟังล่ะ" เฟิงเซียวเดินกลับมาหาเด็กสาวคนนั้นแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงระอาใจนิดๆ เด็กสาวเอาแต่จ้องตาเขาไม่กระพริบ ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง เขาเคยผ่านสถานการณ์ที่มีสาวๆจ้องมองมานับไม่ถ้วน แต่ประกายตาของเด็กสาวคนนี้บริสุทธิ์เกินไปจนเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ
"พี่... บอกชื่อของพี่ให้หนูรู้ได้ไหมคะ?" เธอไม่ตอบคำถาม แต่กลับยิ้มบางๆแล้วถามกลับด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับคู่นั้น
"ฉัน..."
"ออกห่างจากน้องสาวฉันซะ!!"
เฟิงเซียวเพิ่งจะอ้าปากตอบ เสียงคำรามเกรี้ยวกราดอันดุเดือดก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
ชายหนุ่มผู้ถือดาบยักษ์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น จ้องมองเฟิงเซียวอย่างกินเลือดกินเนื้อราวกับหมาป่าหวงถิ่น แตกต่างจากสายตาของน้องสาวอย่างสิ้นเชิง สายตาของชายคนนี้คือสายตาที่ปฏิเสธคนทั้งโลกอย่างแท้จริง
"พี่คะ! ในที่สุดก็มาสักที" เด็กสาวขยิบตาให้เฟิงเซียวทีหนึ่ง ก่อนจะวิ่งไปหาชายคนนั้น ชายหนุ่มตบไหล่น้องสาวด้วยความรักและเอ็นดูอย่างที่สุด วินาทีที่เขามองหน้าน้องสาว ความเย็นชาในแววตาก็ละลายหายไปจนหมดสิ้น
[ข้อมูลผู้เล่น]
• หยางซีรั่ว: เลเวล 0
เนตรวิญญาณของเฟิงเซียวตรวจสอบข้อมูลฝ่ายตรงข้ามได้อย่างแม่นยำ... ชื่อหยางอ้าวเทียน (อ้าวเทียน = ทระนงต่อสวรรค์) และเด็กสาวคนนั้นชื่อหยางซีรั่ว (ซี = ทะนุถนอม / รั่ว = อ่อนแอ)
น่าจะเป็นชื่อจริงในโลกความเป็นจริงสินะ
"อย่าให้รู้ว่าแกรังแกน้องสาวฉัน ไม่งั้นฉันจะไล่ล่าแกไปจนวันตาย จำไว้ ซะ!" หยางอ้าวเทียนหันกลับมามองเฟิงเซียว แววตากลับมาดำมืดและอำมหิตอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นยะเยือกแต่แฝงความเด็ดขาดจนยากที่ใครจะคิดว่าเป็นเพียงคำขู่ลอยๆ
"พี่คะ! เขาไม่ได้รังแกหนูนะ ตรงกันข้าม ตอนที่มีคนมารังแกหนู เขาต่างหากที่ช่วยหนูไว้..." เด็กสาวรีบอธิบายด้วยความร้อนรน พร้อมกับส่งสายตาขอโทษขอโพยมาทางเฟิงเซียว
"มีคนรังแกเธอ? ใคร! มันเป็นใคร!" หัวใจของหยางอ้าวเทียนเหมือนถูกกรีดแทง เขาไม่อาจทนให้ใครมาลบหลู่น้องสาวที่บริสุทธิ์ดุจเทพธิดาและเปราะบางดั่งแก้วคนนี้ได้... ความทุกข์ระทมที่เธอได้รับมามันมากเกินพอแล้ว
"พี่คะ หนูไม่รู้ชื่อพวกมันหรอก แต่ตอนนี้ก็ไม่เป็นไรแล้ว หนูไม่ชอบเห็นพี่ไปต่อสู้กับใคร เพราะงั้นอย่าถามอีกเลยนะคะ" เธอรู้ดีว่าพี่ชายที่ใช้ชีวิตอยู่กันแค่สองคนพี่น้องนั้นตามใจเธอแค่ไหน ขืนบอกชื่อออกไป คงเกิดเรื่องราวใหญ่โตที่เธอไม่อยากเห็นแน่ๆ
เฟิงเซียวไม่พูดอะไรสักคำ เขาหันหลังเดินจากไป... ทุกคนต่างมีกงล้อแห่งโชคชะตาเป็นของตัวเอง เขาเป็นแค่คนนอกไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย และไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว... จะว่าเขาไร้หัวใจหรือเลือดเย็นก็ได้ แต่นี่คือกฎการใช้ชีวิตของเขา
"พี่ยังไม่ได้บอกชื่อหนูเลยนะ!" เสียงร้อนรนของเด็กสาวดังไล่หลังมา...
"ฉันชื่อเฟิง" เฟิงเซียวตอบโดยไม่หันกลับไปมอง
"...พี่เฟิง ขอบคุณนะคะ หนูชื่อ ซีรั่ว... 'ซี' ที่มาจาก 'ซีหยาง' (ตะวันรอน) และ 'รั่ว' ที่มาจาก 'โหยวรั่ว' (ความสงบเงียบ)"
......
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เฟิงเซียวที่ขุดแร่ได้มากพอแล้วก็เดินผ่านอาณาเขตกระต่ายอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่เห็นเด็กสาวคนนั้นแล้ว
ยังดีที่เขาไม่เจอกับไอ้หมาป่าสองตัวนั้นหรือพรรคพวกของมันอีก ไม่เช่นนั้นคงเป็นเรื่องยุ่งยากไม่น้อย
"ดูท่าต่อไปคงต้องเพลาๆการใช้ทักษะ 'ราชันย์ครองพิภพ' ลงหน่อยแล้ว" เฟิงเซียวพึมพำกับตัวเอง
ในสภาพที่ค่าสถานะลดลง 70% ความแข็งแกร่งของเขาแทบจะแย่ยิ่งกว่าตอนเลเวล 0 เสียอีก ไม่อย่างนั้นการจัดการกับศัตรูสองคนที่ปกติเขาสามารถฆ่าได้ในพริบตาคงไม่ต้องมาเปลืองแรงเปลืองสมองมากมายขนาดนี้
******