- หน้าแรก
- ตำนานแห่งอาชูร่า
- บทที่ 4 : เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ (ตอนต้น)
บทที่ 4 : เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ (ตอนต้น)
บทที่ 4 : เซวียนหยวนหว่านเอ๋อร์ (ตอนต้น)
เมื่อก้าวเท้าออกจากกระท่อมของคุณนายหม่า เฟิงเซียวก็สังเกตเห็นว่าเวลาในเกมผ่านไปร่วม 4 ชั่วโมงแล้ว แต่อนิจจา... เลเวลของเขายังคงนิ่งสนิทอยู่ที่ 0 กับอีก 0%
“ป่านนี้คงมีคนเวลเกิน 5 แล้วมั้ง” เฟิงเซียวคิดอย่างหดหู่ เริ่มต้นด้วยการเสียเวลาสร้างตัวละครไปสองชั่วโมงกว่า แล้วยังมาเสียเวลาเกลี้ยกล่อม NPC อีกสองคนไปอีกสองชั่วโมง ผลลัพธ์ที่ได้คือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้หนึ่งภารกิจถ้วน... โบราณว่า ‘เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง’ แต่นี่เขาดันออกสตาร์ทช้ากว่าชาวบ้านไปหลายช่วงตัว
ในเวลานี้ผู้เล่นที่รุมล้อม NPC เพื่อรับภารกิจเริ่มบางตาลงไปมาก เพราะเซิร์ฟเวอร์จีนมีหมู่บ้านมือใหม่ถึงหนึ่งแสนแห่ง เฉลี่ยแล้วหมู่บ้านหนึ่งมีคนแค่ไม่กี่พันคน ผ่านมา 4 ชั่วโมงก็น่าจะวนรับภารกิจกันครบหมดแล้ว
ไปหาเควสต์ที่ไม่ต้องตีมอนสเตอร์ทำแก้ขัดอัปเลเวลก่อนดีกว่า คิดได้ดังนั้น เฟิงเซียวจึงมุ่งหน้าไปยังร้านขายยาที่มีคนน้อยที่สุด
“ติ๊ง! ผู้เล่นเฟิงหุน มีสายเรียกเข้าจากโลกภายนอก ต้องการรับสายหรือไม่?”
“รับสาย”
ข้อดีอีกอย่างของเครื่องเกมแคปซูลคือสามารถเชื่อมต่อสัญญาณโทรศัพท์จากโลกภายนอกเข้ามาในเกมได้โดยตรงผ่านคลื่นวิทยุ
“ลูกพี่! ฮืออออ... ‘หลุนหุย’ ของผม... แงงงง~~”
ทันทีที่สัญญาณเชื่อมต่อ เสียงร้องโหยหวนราวกับผีสางก็ดังทะลุเข้ามาในหู เซียวเทียนนั่นเอง
‘เซียวเทียน’ และ ‘เฉินปิง’ คือเพื่อนซี้ที่ยอมตายแทนกันได้ของเฟิงเซียว และเป็นเพียงสองคนในไม่กี่คนที่ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ทั้งสองมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว เซียวเทียนเป็นคนร่าเริง ขี้เล่น ชอบทำตัวตลกขบขัน ส่วนเฉินปิงนั้นเย็นชาดุจน้ำแข็งสมชื่อ (冰(ปิง) แปลว่า น้ำแข็ง)
“ไม่ใช่ว่ากำลังเข้าคอร์สฝึกนรกอยู่เหรอ? ไหงมีเวลาโทรมาได้” เฟิงเซียวเมินเสียงร้องไห้คร่ำครวญ แล้วถามกลับไปอย่างสงสัย
“พักกินข้าวพอดีน่ะ ผมเลยแอบจิ๊กเครื่องมือสื่อสารมาได้... อิอิ ลูกพี่ เกมเป็นไงบ้าง? มันส์ระเบิดเลยใช่ไหม? ตอนนี้เวลเท่าไหร่แล้ว?”
“อะแฮ่ม! ก็ดีนะ เหมือนโลกจริงเปี๊ยบเลย ส่วนเลเวล... เอาไว้พวกนายกลับมาเดี๋ยวก็รู้ ระดับลูกพี่พวกนายจะใช่คนธรรมดาที่ไหนล่ะ?” เฟิงเซียวแกล้งกระแอมกลบเกลื่อน ขืนให้เจ้าหมอนั่นรู้ว่าเขายังเลเวล 0 มีหวังโดนล้อจนลูกบวชแน่
“เฮ้อ... พี่คงไม่เข้าใจความเศร้าของผมหรอก อารมณ์มันเหมือนอุตส่าห์หลอกล่อสาวสวยขึ้นเตียงได้สำเร็จ แต่ดันมานกเขาไม่ขันเอาดื้อๆซะงั้น... ถึงเจ้าก้อนน้ำแข็งมันจะไม่พูดอะไรก็เถอะ แต่หน้ามันบอกบุญไม่รับสุดๆ... โอ๊ย!! ใครเอาเกล็ดน้ำแข็งมาปาใส่หัววะเนี่ย... หา? อะไรนะ? ตาแก่เย่มาเหรอ? แค่นี้นะลูกพี่ ไว้พวกเรากลับไปเมื่อไหร่ต้องพาพวกเราไปครองแผ่นดิน ‘หลุนหุย’ ให้ได้นะครับ!”
หลังจากวางสาย เฟิงเซียวก็เดินมาถึงร้านขายยาในหมู่บ้านมือใหม่ เถ้าแก่หวัง เจ้าของร้านกำลังง่วนอยู่กับการบดยา
“สวัสดีครับตาเฒ่าหวัง... เอ้ย ท่านหมอหวัง มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”
“โอ้ เจ้าหนุ่มเฟิงหุน สมุนไพรที่ร้านข้าใกล้จะหมดแล้ว เจ้าช่วยไปเก็บมาให้หน่อยได้ไหม?” เถ้าแก่หวังเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อเหมือนหุ่นยนต์
“ติ๊ง! หมอหวังไหว้วานให้ท่านไปเก็บสมุนไพร 10 ต้น ท่านต้องการรับภารกิจหรือไม่?”
“รับ”
“ติ๊ง! ท่านรับคำไหว้วานจากหมอหวัง ได้รับสกิล ‘วิชาเก็บสมุนไพร’”
“ติ๊ง! เนื่องจากท่านมีค่าความรู้แจ้งสูงมาก ท่านจึงเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาเก็บสมุนไพร สกิลวิชาเก็บสมุนไพรเลื่อนระดับเป็นขั้นกลางทันที ท่านได้รับสกิล ‘วิชาเก็บสมุนไพร (ขั้นกลาง)’”
วิชาเก็บสมุนไพร: ขั้นกลาง 0%
ความสามารถ: สามารถเก็บสมุนไพรระดับต่ำและกลางได้
“เฮ้ย! มีเรื่องดีๆแบบนี้ด้วยเหรอ? สกิลอัปเกรดเองเลย? สงสัยค่าความรู้แจ้ง 50 แต้มที่ลงไปจะไม่เสียเปล่าแฮะ” เฟิงเซียวพึมพำกับตัวเองอย่างลิงโลด ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นไปที่ร้านตีเหล็ก
“สวัสดีครับลุงช่างตีเหล็ก มีภารกิจอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“โอ้ สวัสดีเฟิงหุน แร่ที่ร้านข้าใกล้จะหมดแล้ว เจ้าช่วยไปขุดมาให้หน่อยได้ไหม?”
“ติ๊ง! ช่างตีเหล็กจางไหว้วานให้ท่านไปขุดแร่ทั่วไป 10 ก้อน ท่านต้องการรับภารกิจหรือไม่?”
“รับ”
“ติ๊ง! ท่านรับคำไหว้วานจากช่างตีเหล็กจาง ได้รับสกิล ‘วิชาขุดแร่’ และได้รับ ‘พลั่วขุดแร่ระดับต่ำ’”
“ติ๊ง! เนื่องจากท่านมีค่าความรู้แจ้งสูงมาก ท่านจึงเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาขุดแร่ สกิลวิชาขุดแร่เลื่อนระดับเป็นขั้นกลางทันที ท่านได้รับสกิล ‘วิชาขุดแร่ (ขั้นกลาง)’”
วิชาขุดแร่: ขั้นกลาง 0%
ความสามารถ: ความเร็วในการขุด +10, โอกาสขุดได้แร่ระดับกลางและต่ำ 50%, โอกาสขุดได้แร่ระดับสูง 2%, โอกาสขุดได้แร่ระดับวิญญาณ 0.0001%
พลั่วขุดแร่ระดับต่ำ:
ความสามารถ: ความเร็วในการขุด +2, จำนวนครั้งที่ใช้ได้: 200 (พังเมื่อครบ 200 ครั้ง)
เป็นไปตามคาด อัปเป็นขั้นกลางทันทีจริงๆด้วย ค่าความรู้แจ้ง 50 แต้มเนี่ยของดีจริงแฮะ
สิ่งที่เฟิงเซียวไม่รู้ก็คือ ค่าความรู้แจ้ง 50 แต้มนั้นไม่ใช่แค่ “ดี” แต่มันเข้าขั้น “โกง” สำหรับผู้เล่นทั่วไปที่มีค่าความรู้แจ้งแค่ 1-5 แต้ม เฟิงเซียวเปรียบเสมือนตัวบั๊กเดินดิน การจะอัปสกิลเก็บสมุนไพรให้ถึงขั้นกลางได้ ผู้เล่นทั่วไปต้องเก็บเกี่ยวกันเลือดตาแทบกระเด็นจนเลเวลปาเข้าไป 30 กว่าโน่นแหละถึงจะทำได้
“สวัสดีครับคุณปู่ผู้ใหญ่บ้าน มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”
NPC ในหมู่บ้านมือใหม่มีอยู่แค่ไม่กี่คน หมอหวัง ช่างตีเหล็กจาง คุณนายหม่า ตาแก่ประหลาด และผู้ใหญ่บ้านผู้มีใบหน้าใจดีคนนี้ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านยังมีหน้าที่ส่งตัวผู้เล่นเลเวล 10 ขึ้นไปเข้าสู่เมืองหลักอีกด้วย
“สวัสดีเฟิงหุน ข้าคือผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ มีหน้าที่ถ่ายทอดทักษะการดำรงชีพพื้นฐานให้พวกเจ้า ก่อนจะรับภารกิจ เจ้าจงเรียนรู้วิชาพวกนี้ไปเสียก่อน” ผู้ใหญ่บ้านดูมีสีหน้ากลัดกลุ้มเหมือนมีเรื่องกวนใจ ตอบกลับเฟิงเซียวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ติ๊ง! ผู้ใหญ่บ้านต้องการถ่ายทอดทักษะการดำรงชีพพื้นฐานให้แก่ท่าน ท่านต้องการรับหรือไม่?”
“รับ”
“ติ๊ง! ท่านได้รับสกิล ‘วิชาเก็บเกี่ยว’ เนื่องจากท่านมีค่าความรู้แจ้งสูงมาก... สกิลวิชาเก็บเกี่ยวเลื่อนระดับเป็นขั้นกลางทันที ท่านได้รับสกิล ‘วิชาเก็บเกี่ยว (ขั้นกลาง)’”
“ติ๊ง! ท่านได้รับสกิล ‘วิชาจับสัตว์’ เนื่องจากท่านมีค่าความรู้แจ้งสูงมาก... สกิลวิชาจับสัตว์เลื่อนระดับเป็นขั้นกลางทันที ท่านได้รับสกิล ‘วิชาจับสัตว์ (ขั้นกลาง)’”
วิชาเก็บเกี่ยว: สกิลสนับสนุน, ใช้มานา 20
ความสามารถ: เก็บเกี่ยววัตถุดิบและไอเทมต่างๆ จากซากมอนสเตอร์
วิชาจับสัตว์: สกิลสนับสนุน, ใช้มานา 30
ความสามารถ: มีโอกาสจับมอนสเตอร์มาเป็นสัตว์เลี้ยงได้
“ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านกำลังถูกฝูงแมวป่ารุกราน เจ้าช่วยไปกำจัดพวกมันให้หน่อยได้ไหม?”
“ติ๊ง! ผู้ใหญ่บ้านไหว้วานให้ท่านไปกำจัดแมวป่าปีศาจ 20 ตัว ท่านต้องการรับภารกิจหรือไม่?”
“เอ่อ... คือว่า... ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านครับ บอกตามตรงนะ ผมเนี่ยไม่มีข้อเสียอะไรหรอก แต่เป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร ไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิต... ท่านพอจะเปลี่ยนเป็นภารกิจที่ไม่ต้องฆ่าแกงพวกสัตว์ตัวเล็กๆน่ารักๆได้ไหมครับ?” เฟิงเซียวพูดด้วยท่าที “เขินอาย” พร้อมกับเปิดหน้าต่างข้อมูลเลเวล 0 (0%) ของตัวเองให้ผู้ใหญ่บ้านดูเป็นหลักฐาน
“โอ้...” ผู้ใหญ่บ้านมองเฟิงเซียวด้วยสายตาชื่นชม “หายากนะที่จะเจอคนหนุ่มที่มีจิตใจเมตตาขนาดนี้ ถึงแม้ความเมตตาต่อสัตว์ปีศาจพวกนี้จะดูซื่อบื้อไปหน่อย แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้ามีพื้นฐานจิตใจที่ดี เอาล่ะ งั้นรบกวนเจ้าไปที่ ‘เนินอัสดง’ ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ไปเก็บ ‘หญ้าทานตะวัน’ มาให้ข้าสัก 10 ต้น มอนสเตอร์แถวนั้นไม่ดุร้าย ไม่โจมตีใครก่อน แต่เจ้าต้องระวังให้ดีนะ...”
หน้าหนาๆของเฟิงเซียวแดงระเรื่อขึ้นมาแวบหนึ่ง หลังกดรับภารกิจเขาก็รีบตะโกน “ลาละครับคุณปู่!” แล้ววิ่งแจ้นไปทางทิศเหนือทันที เขาตัดสินใจทำภารกิจของผู้ใหญ่บ้านก่อน เพราะสมุนไพรที่หมอหวังต้องการก็ขึ้นอยู่ที่เนินอัสดงเหมือนกัน
“...อย่าได้เฉียดเข้าไปใกล้ถ้ำที่เนินอัสดงเด็ดขาดนะ... อ้าวเฮ้ย! ไอ้หนุ่ม ข้ายังพูดไม่จบเลย!”
“เฮ้อ... เด็กสมัยนี้ใจร้อนจริงๆ เอาเถอะ คงไม่โชคร้ายไปเจอดีแบบข้าหรอกมั้ง” ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจอย่างปลงๆ มองตามหลังเฟิงเซียวที่วิ่งหายลับไป
เฟิงเซียววิ่งเหยาะๆมุ่งหน้าสู่เนินอัสดง ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยทิวทัศน์งดงาม ผีเสื้อโบยบิน หมู่มวลดอกไม้แข่งกันบานสะพรั่ง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งเล่นอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เมื่อเทียบกับเมืองหลวงที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยมลพิษแล้ว หมู่บ้านมือใหม่แห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับแดนสวรรค์บนดิน
ระหว่างทางมีมอนสเตอร์หน้าตาน่ารักโผล่มาให้เห็นบ้างประปราย ทั้งมาตัวเดียวและมาเป็นฝูง แต่ก็เป็นอย่างที่ผู้ใหญ่บ้านบอก พวกมันไม่โจมตีคนก่อน และเนื่องจากจำนวนมอนสเตอร์มีน้อย จึงแทบไม่มีคนมาเก็บเลเวลแถวนี้เลย
วิ่งมาได้กว่า 20 นาที เฟิงเซียวก็มาถึงจุดที่แผนที่ระบุว่าเป็นเนินอัสดง ที่นี่คืออาณาเขตของหมาป่าขาวเลเวล 5 แต่ที่น่าแปลกคือ หมาป่าพวกนี้กลับไม่เข้ามาโจมตีผู้เล่น และที่แปลกยิ่งกว่าคือ... ไม่มีใครมาเก็บเลเวลที่นี่เลยสักคน
หรือว่าคนส่วนใหญ่เลเวลเกิน 5 ไปหมดแล้ว?
เฟิงเซียวเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วเริ่มลงมือใช้วิชาสมุนไพร “ฉับๆ” เก็บหญ้าทานตะวันและสมุนไพรอื่นๆ ที่ขึ้นอยู่ตามพื้นอย่างขะมักเขม้น
*****