เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 : ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

บทที่ 3 : ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

บทที่ 3 : ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้


บริเวณชายขอบของหมู่บ้านมือใหม่เป็นแหล่งเกิดของกระต่ายป่าเลเวล 1 แต่ทว่าในเวลานี้กลับคลาคล่ำไปด้วยคลื่นฝูงชนที่เบียดเสียดกันราวกับหนอน กลุ่มคน 5-6 คนต่างพากันจับจ้องจุดเกิดมอนสเตอร์ตาราวกับโจร ทันทีที่กระต่ายโชคร้ายตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมา มันก็ถูกรุมทึ้งด้วยคมมีดและลูกบอลเวทมนตร์นับไม่ถ้วนจนร่างแหลกเหลวในพริบตา

หลังจากเบียดเสียดเยียดยัดอยู่นานเกือบครึ่งค่อนวัน ในที่สุดเฟิงเซียวก็พบกระต่ายหลงฝูงตัวหนึ่ง เขาไม่รอช้ารีบเงื้อมีดฟันออกไปทันที ข้อมูลจากสกิล 'เนตรวิญญาณ' ปรากฏขึ้นในหัวโดยอัตโนมัติ:

กระต่ายป่า: เลเวล 1, พลังชีวิต 30, สกิล: ไม่มี

คำอธิบาย: กระต่ายที่มีแนวโน้มใช้ความรุนแรง ระวังหัวไชเท้าในมือมันให้ดี

ฉัวะ!

คมมีดฟาดลงไป ตัวเลขสีแดง -6 ลอยขึ้นเหนือหัวกระต่าย เจ้ากระต่ายน้อยเมื่อถูกโจมตีก็ไม่ยอมอยู่เฉย มันง้างหัวไชเท้าอันยักษ์ในมือหวดสวนกลับใส่เฟิงเซียวทันที

-10 (Critical Hit!)

ตัวเลขความเสียหายสีเหลืองทองซึ่งแสดงถึงการติดคริติคอล—เหตุการณ์ที่กระต่ายน้อยร้อยปีจะทำได้สักครั้ง—ลอยเด่นขึ้นเหนือหัวเฟิงเซียวอย่างน่าอนาถ หลอดเลือดของเขาลดฮวบจนเหลือศูนย์ในพริบตา

“ติ๊ง! ผู้เล่นเฟิงหุน ท่านเสียชีวิตแล้ว ต้องการกลับไปคืนชีพที่หมู่บ้านมือใหม่ทันทีหรือไม่?”

“คืนชีพ...”

เฟิงเซียวหดหู่จนอยากจะเอาหัวโขกกำแพงตาย อุตส่าห์ตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งในเกม แต่ดันมาโดนกระต่ายเลเวล 1 ตบตายตั้งแต่การต่อสู้ครั้งแรก... ถึงจะอ้างได้ว่าพลังชีวิตกับพลังป้องกันมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินก็เถอะ แต่แบบนี้มันก็น่าอายเกินไปไหม!

“เชี่ยเอ๊ย! โดนกระต่ายตบตายเนี่ยนะ ลูกพี่ทำได้ยังไงครับเนี่ย ข้าน้อยขอคารวะเลย!”

เสี้ยววินาทีก่อนจะวาร์ปกลับจุดเกิด หูเจ้ากรรมดันไปได้ยินเสียงใครบางคนพูดประโยคแทงใจดำนั้นเข้าพอดี เล่นเอาเฟิงเซียวอยากจะมุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด

แสงสีขาววาบขึ้น ร่างของเฟิงเซียวปรากฏขึ้นอีกครั้งกลางหมู่บ้านมือใหม่ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ การจะออกไปตีมอนสเตอร์เก็บเลเวลตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว ขืนออกไปก็มีแต่จะขายขี้หน้า สู้ไปเดินหาเควสต์ทำก่อนดีกว่า

หมู่บ้านมือใหม่มีบ้านเรือนอยู่เพียงไม่กี่หลัง NPC ก็มีอยู่แค่หยิบมือ ซึ่งตอนนี้แต่ละคนต่างถูกผู้เล่นจำนวนมหาศาลรุมล้อมเป็นวงซ้อนกันสามชั้นสี่ชั้นจนแทบมองไม่เห็นตัว เฟิงเซียวโอดครวญในใจ กว่าจะแหวกเข้าไปรับเควสต์ได้คงต้องรอถึงชาติหน้าตอนบ่ายๆ

แต่แล้วสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับคนคนหนึ่ง...

ชายชราผู้หนึ่งนั่งพิงกำแพงอย่างเงียบเชียบ เป็น NPC เพียงคนเดียวที่ไม่มีใครเข้าไปวุ่นวาย เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่ง ดวงตาสองข้างปิดสนิท ผมเผ้าและหนวดเครายุ่งเหยิงราวกับรังนก นั่งขดตัวนิ่งอยู่ที่มุมกำแพงราวกับรูปปั้นโบราณที่ถูกลืม

เฟิงเซียวตาเป็นประกายทันที ‘เรื่องผิดปกติย่อมมีเงื่อนงำ’ ระบบคงไม่สร้าง NPC ไร้ประโยชน์มายืนกินที่เปล่าๆแน่ เผลอๆตาแก่นี่อาจจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ประสบการณ์เล่นเกมโชกโชนสอนเขาว่า ยิ่ง NPC ดูแปลกประหลาดเท่าไหร่ โอกาสที่จะมี ‘ภารกิจลับ’ ซ่อนอยู่ก็ยิ่งสูงเท่านั้น!

คิดได้ดังนั้น เฟิงเซียวก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปหาทันที ปั้นหน้ายิ้มแย้มประจบประแจงเต็มที่ “สวัสดีครับคุณตา มีอะไรให้ผมรับใช้ไหมครับ?”

ชายชราทำเหมือนไม่ได้ยิน แม้แต่คิ้วก็ไม่กระดิก

“คุณตาครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม?”

ยังคงไร้ปฏิกิริยา... หรือว่าจะเป็นคนหูหนวก?

“คุณตาครับ ให้ผมพยุงไปนั่งตรงนู้นไหม...”

.........

“คุณตาครับ หนาวไหมครับ?”

“คุณตาครับ มีแมลงวันเกาะจมูกแน่ะ”

“คุณตาครับ...”

.........

เฟิงเซียวไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว จึงหน้าด้านหน้าทนพล่ามใส่ชายชราอยู่ข้างหูไม่หยุดหย่อนกว่าครึ่งชั่วโมง กะว่าจะตื๊อจนกว่าจะยอมคุยด้วย

ในที่สุด ความพยายามก็สัมฤทธิ์ผล ชายชราเริ่มมีปฏิกิริยาตอบโต้:

“ไสหัวไป!!!”

เสียงตวาดลั่นดุจสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เล่นเอาเฟิงเซียวสะดุ้งโหยง เหงื่อเย็นไหลพราก

“ถ้าอยากหาอะไรทำก็ไปหา ‘คุณนายหม่า’ ที่บ้านตรงข้ามโน่น!! ไม่อย่างนั้นถ้าหา ‘น้ำศักดิ์สิทธิ์บรรพโกลาหล’ มาไม่ได้ก็อย่ามาเสนอหน้ากวนใจข้า! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!!!”

เฟิงเซียวขนลุกซู่ รีบกระโดดถอยฉากออกมาทันที ขืนไปยั่วโมโหตาแก่เพี้ยนนี่เข้า เดี๋ยวจะโดนไล่ฆ่าล้างหมู่บ้านเอาได้

เดี๋ยวก่อนนะ... เมื่อกี้ตาแก่พูดว่าอะไรนะ? คุณนายหม่าบ้านตรงข้าม? น้ำศักดิ์สิทธิ์บรรพโกลาหล? หรือว่าจะเป็นภารกิจลับ? แต่ทำไมไม่มีหน้าต่างแจ้งเตือนภารกิจเด้งขึ้นมาเลยล่ะ

เฟิงเซียวมองไปทางทิศตรงข้ามกับชายชรา เห็นกระท่อมหลังเล็กปิดประตูเงียบเชียบ ไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างในหรือเปล่า อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่เห็นผู้เล่นคนไหนเข้าไปได้สักคน

แล้วไอ้ ‘น้ำศักดิ์สิทธิ์บรรพโกลาหล’ นี่มันคืออะไรอีก?

เฟิงเซียวค่อยๆย่องกลับไปหาชายชราประหลาดคนเดิม พลางถามเสียงอ่อย “เอ่อ... ท่านผู้เฒ่าครับ น้ำศักดิ์สิทธิ์บรรพโกลาหลคืออะไรเหรอครับ?”

“ไสหัวไป!!!”

เฟิงเซียวโกยแน่บแทบไม่ทัน

“ตราประทับอสูรและร่างจำแลงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอยู่บนร่างคนคนเดียวกันงั้นรึ... หึ ดูท่าการถูกผนึกมาอย่างยาวนานจะทำให้ประสาทสัมผัสของข้าเลอะเลือนจนเกิดภาพหลอนแบบนี้ขึ้นมาสินะ” ชายชราพึมพำกับตัวเองด้วยถ้อยคำที่ไม่มีใครเข้าใจขณะมองตามหลังเฟิงเซียวที่วิ่งหนีไป

เฟิงเซียวมายืนอยู่หน้ากระท่อมไม้ ก่อนจะลงมือเคาะประตู “ก๊อกๆๆ”

หนึ่งนาที...

สองนาที...

ห้านาที...

สิบนาทีผ่านไป...

“ถ้าข้างในมีคนอยู่จริง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่ยอมเปิด! ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว วันนี้ท่านเฟิงหุนผู้นี้จะยืนเฝ้าจนกว่าจะเปิดให้ดู!” เฟิงเซียวกัดฟันคิดอย่างมุ่งมั่น

สิบห้านาทีผ่านไป ในที่สุดประตูไม้ก็แง้มออก หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งชะโงกหน้าออกมา เธอดูน่าจะอายุราวสี่สิบปี ใบหน้าซูบตอบอิดโรย ผมเผ้าและเสื้อผ้าดูยับย่นไม่เรียบร้อย

“ขอโทษนะพ่อหนุ่ม ฉันไม่มีอะไรให้ทำจริงๆ เชิญกลับไปเถอะ” น้ำเสียงของเธอแม้จะสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความรำคาญและความโกรธจางๆ

เฟิงเซียวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอคงเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกผู้เล่นมือใหม่ที่มาตื๊อขอเควสต์ มิน่าถึงได้ปิดประตูเงียบ คงเพราะโดนพวกผู้เล่นรบกวนจนรำคาญเต็มทน

เฟิงเซียวรีบถามกลับไป “สวัสดีครับคุณนาย ขอโทษนะครับ คุณใช่ ‘คุณนายหม่า’ หรือเปล่าครับ?”

หญิงวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อย ถามด้วยความแปลกใจ “พ่อหนุ่มรู้ชื่อฉันได้ยังไง?”

ฮ่าๆ เข้าทาง! เฟิงเซียวรีบอธิบาย “คืออย่างนี้ครับคุณนายหม่า คุณตาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบอกให้ผมมาหาคุณนายครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?” พร้อมกับชี้มือไปทางชายชราที่นั่งนิ่งเป็นศพอยู่ฝั่งตรงข้าม ในใจได้แต่ภาวนาว่าชื่อของตาแก่นั่นจะศักดิ์สิทธิ์พอ

“หา? พ่อหนุ่มเป็นคนที่ท่านผู้มีพระคุณแนะนำมาหรือ? ตายจริง! รีบเข้ามาข้างในก่อนเร็วเข้า ต้องขอโทษด้วยนะที่เมื่อกี้เสียมารยาท” พอรู้ว่าเป็นคนที่ชายชราส่งมา ท่าทีของคุณนายหม่าก็เปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือทันที เธอรีบกุลีกุจอเชิญเฟิงเซียวเข้าบ้านด้วยความตื่นเต้น

เฮ้ย... ง่ายขนาดนี้เลย? หรือตาแก่นั่นจะเป็นคนใหญ่คนโตจริงๆ?

ปัง!

ประตูถูกปิดลง คุณนายหม่าหันขวับกลับมาจ้องเฟิงเซียวเขม็งโดยไม่พูดไม่จา สายตาที่ร้อนแรงดั่งไฟของเธอทำให้เฟิงเซียวรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว

อย่าบอกนะว่าคุณนายแกเกิดเปลี่ยวใจ เห็นความหล่อเหลาเอาการของท่านเฟิงหุนผู้นี้แล้วเกิดคิดมิดีมิร้ายขึ้นมา?! พอคิดได้แบบนั้น เหงื่อกาฬก็แตกพลั่ก เฟิงเซียวเตรียมตัวใส่เกียร์หมาหนีทันทีถ้าสถานการณ์ไม่ดี โดนกระต่ายตบตายยังแค่ขายหน้า แต่ถ้าเสียตัวให้คนรุ่นป้านี่เรื่องใหญ่ระดับชาติ! (แน่นอนว่าถ้าเป็นสาวสวยก็ขอยกเว้นไว้เป็นกรณีพิเศษ)

แต่ผิดคาด... จู่ๆคุณนายหม่าก็ทรุดตัวลงคุกเข่าดัง ตุ้บ! ร้องไห้โฮออกมา

“ท่านผู้กล้า! ได้โปรดช่วยสามีของฉันด้วยเถิด...”

เฟิงเซียวสะดุ้งโหยง รีบเข้าไปประคองคุณนายหม่าลุกขึ้น “เกิดอะไรขึ้นครับคุณนาย? มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกมาได้เลยครับ ผมยินดีช่วยเต็มที่”

โลกนี้มันช่างกว้างใหญ่จริงๆ... มี NPC คุกเข่าขอร้องให้รับเควสต์ด้วยแฮะ

หลังจากฟังเรื่องราวจากปากคุณนายหม่า เฟิงเซียวก็เริ่มเข้าใจต้นสายปลายเหตุ

โดยปกติแล้ว NPC ในหมู่บ้านมือใหม่จะไม่สามารถออกนอกเขตหมู่บ้านได้ แต่ ‘ลุงหม่า’ สามีของคุณนายหม่า เป็นพรานป่าที่รักการผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ หลังจากสำรวจทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้านจนพรุน ความฝันสูงสุดของแกก็คือการได้ออกไปท่องโลกกว้างภายนอก และแล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึง

ผู้ใหญ่บ้านได้ทำการทดลองมาอย่างยาวนานจนประสบความสำเร็จในการสร้าง ‘ม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขต’ 3 ใบ และ ‘ม้วนคัมภีร์กลับหมู่บ้านมือใหม่’ อีก 2 ใบ

ม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขตสามารถพาผู้ใช้ข้ามข้อจำกัดทุกอย่าง เคลื่อนย้ายไปยังจุดใดก็ได้แบบสุ่มในทวีปมังกรสวรรค์ (ทวีปมังกรสวรรค์: พื้นที่เซิร์ฟเวอร์จีน นอกจากนี้ยังมีทวีปญี่ปุ่น, เกาหลี, อเมริกา, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และอื่นๆ อีกนับร้อยโซน) ส่วนม้วนคัมภีร์กลับหมู่บ้านมือใหม่ ก็สามารถพาผู้ใช้จากที่ไหนก็ได้กลับมายังหมู่บ้านมือใหม่ในพริบตา โดยม้วนคัมภีร์ทั้งหมดจะหายไปเมื่อถูกใช้งาน

ลุงหม่ารู้ข่าวเข้าก็รีบแจ้นไปหาผู้ใหญ่บ้าน อ้อนวอนขอร้องจนในที่สุดก็ได้ม้วนคัมภีร์ไร้ขอบเขต 1 ใบและม้วนคัมภีร์กลับหมู่บ้าน 1 ใบมาครอบครอง เมื่อครึ่งปีก่อน ลุงหม่ากับผู้ใหญ่บ้านจึงได้ใช้นิมิตหมายนี้แยกย้ายกันออกเดินทางสู่โลกกว้าง

ผลปรากฏว่า ทั้งสองถูกส่งไปคนละทิศคนละทาง วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านไปพบลุงหม่าเข้า แต่ตอนนั้นลุงหม่าอยู่ในสภาพไม่รับรู้อะไรแล้ว พูดไม่ได้ มองไม่เห็น หายใจได้อย่างเดียว นอกนั้นเหมือนศพ ถ้าเป็นภาษาทางการแพทย์สมัยใหม่ก็คือกลายเป็น ‘เจ้าชายนิทรา’ นั่นเอง

ผู้ใหญ่บ้านตกใจแทบสิ้นสติ จึงรีบค้นตัวลุงหม่าหาม้วนคัมภีร์กลับเมือง แล้วพากันวาร์ปกลับมายังหมู่บ้านมือใหม่ แต่ถามใครในหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้สาเหตุ จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายชราประหลาดคนนั้นมาดูลุงหม่า แล้วบอกว่าลุงหม่าต้องไปเจอกับมอนสเตอร์ธาตุมืดระดับสูงเข้าแน่ๆ วิญญาณจึงถูกช่วงชิงไป และจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น

NPC ไม่เหมือนกับผู้เล่น ผู้เล่นตายแล้วฟื้นได้ แค่เสียเลเวลหรือของ แต่ NPC ตายแล้วคือหายไปถาวร เว้นแต่จะมีสกิลชุบชีวิตขั้นสูง หากตายแล้วระบบสร้าง NPC ตัวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ก็จะไม่ใช่คนเดิม ความทรงจำและนิสัยใจคอก็จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

สุดท้ายชายชราประหลาดจึงใช้วิชาเวทมนตร์ธาตุน้ำอันลึกลับ สร้างเกราะวารีพิทักษ์ร่างลุงหม่าไว้ ยื้อชีวิตได้ 1 ปี แต่ถ้าภายใน 1 ปีนี้ยังตามหาวิญญาณของลุงหม่ากลับมาเข้าร่างไม่ได้ ต่อให้เป็นยาวิเศษระดับเทพก็หมดหนทาง

ส่วนชายชราคนนั้นเป็นใครมาจากไหน คุณนายหม่าก็สุดจะรู้ รู้แค่ว่าตั้งแต่จำความได้แกก็อยู่ที่นี่แล้ว วันๆเอาแต่นั่งทำตัวซกมก ไม่ค่อยพูดค่อยจาอะไรกับใคร

“ท่านผู้กล้า... ได้โปรดช่วยตามหาวิญญาณสามีของฉันกลับมาด้วยเถิด...”

“ติ๊ง! ผู้เล่นเฟิงหุน คุณนายหม่าขอร้องให้ท่านช่วยตามหาวิญญาณของพรานหม่า ระยะเวลาภารกิจ: 6 เดือน, บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ไม่มี, ท่านต้องการรับภารกิจหรือไม่?”

เฟิงเซียวถึงกับยืนอึ้ง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะนี่มันคือ ‘ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้’ ชัดๆ

อย่าว่าแต่ไม่รู้เลยว่าพรานหม่าไปโดนตัวอะไรฆ่าตายที่ไหน ต่อให้หาวิญญาณเจอจริงๆ... วิญญาณมันมองเห็นด้วยตาเปล่าเหรอ? จับต้องได้ไหม? แล้วจะเอาใส่อะไรกลับมา?

แล้วถ้าสมมติ... สมมติว่าหาเจอ ฆ่ามอนสเตอร์ตัวนั้นได้ และเก็บวิญญาณมาได้จริงๆ แล้วจะกลับมาหมู่บ้านมือใหม่ยังไง?

วิธีเดียวที่ผู้เล่นจะกลับมาจากทวีปมังกรสวรรค์สู่หมู่บ้านมือใหม่ได้ คือต้องลดเลเวลตัวเองให้ต่ำกว่า 10 เท่านั้น

มอนสเตอร์ที่สามารถกระชากวิญญาณคนได้ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องโหดนรกแตกขนาดไหน กว่าจะเก่งพอไปฆ่ามันได้ เลเวลคงปาเข้าไปเท่าไหร่แล้ว จะมีใครหน้าโง่ยอมสละเลเวลที่อุตส่าห์เก็บมาแทบตาย ฆ่าตัวตายลดเลเวลเพื่อกลับมาส่งเควสต์ในหมู่บ้านมือใหม่ไหม? เว้นแต่คนคนนั้นจะเป็นคนบ้า

เฟิงเซียวเป็นคนบ้าหรือเปล่า? แน่นอนว่าคงไม่ใช่

“ตกลงครับ ผมรับภารกิจ”

เมื่อเห็นสายตาที่สิ้นหวังแต่แฝงด้วยความคาดหวังริบหรี่ของคุณนายหม่า เฟิงเซียวก็ใจแข็งปฏิเสธไม่ลง ได้แต่ยิ้มขื่นๆแล้วกดรับไป อย่างน้อยภารกิจนี้ก็ไม่มีบทลงโทษอะไร อีกอย่าง... พอออกจากหมู่บ้านมือใหม่ไปแล้ว ชาตินี้เขาก็คงไม่ได้กลับมาเจอหน้าคุณนายแกอีก รับปากไปส่งๆก็คงไม่รู้สึกผิดบาปเท่าไหร่หรอก... มั้ง?

*****

จบบทที่ บทที่ 3 : ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว