- หน้าแรก
- มีดสังหารหมูหนึ่งเล่ม พิชิตทั่วทุกโลกา ฟังดูสมเหตุสมผลไหมล่ะ?
- บทที่ 25 ฉิวเฉียดดั่งแขวนไว้บนเส้นด้าย
บทที่ 25 ฉิวเฉียดดั่งแขวนไว้บนเส้นด้าย
บทที่ 25 ฉิวเฉียดดั่งแขวนไว้บนเส้นด้าย
บทที่ 25 ฉิวเฉียดดั่งแขวนไว้บนเส้นด้าย
นิ้วหยกทั้งสิบเรียวสวยของเจียงซือเหยียนกดลงบนสายกู่ฉินที่โปร่งใส
ปลายนิ้วของเจียงซือเหยียนไล้ไปเบา ๆ บนสายกู่ฉิน เสียงดนตรีอันไพเราะดุจดั่งเสียงสวรรค์พลันดังขึ้น แว่วก้องราวกับสายน้ำในป่าเขาใสกระจ่าง ฟังแล้วงดงามและน่าหลงใหล
แต่ภายใต้เสียงสวรรค์นี้ กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยจิตสังหารอันยากจะบรรยาย
ทุกครั้งที่เจียงซือเหยียนสะบัดนิ้ว สายกู่ฉินจะปล่อยคลื่นเสียงออกมาเป็นรูปธรรม กลายเป็นคมมีดพุ่งเข้าใส่สมาชิกของสหพันธรัฐเล่ยชือ
หนึ่งในสมาชิกของสหพันธรัฐเล่ยชือไม่ทันหลบ ทำให้มีรอยแผลลึกจนเห็นกระดูกปรากฏบนหน้าอก
“หยุดนางไว้ อย่าให้นางดีดต่อไปได้!”
สมาชิกสหพันธรัฐเล่ยชือหลายคนที่เชี่ยวชาญการโจมตีระยะไกล รีบปล่อยเวทมนตร์ใส่เจียงซือเหยียนทันที ทั้งลูกไฟ น้ำแข็ง และเถาวัลย์ ต่างพุ่งเข้าใส่เจียงซือเหยียน
หลี่หนานและซูว่านซินรีบยืนขวางหน้าเจียงซือเหยียน คอยป้องกันการโจมตีจากอีกฝ่าย
ในขณะที่เย่ชวนได้ใช้ทักษะเงาล่องหนอันเยือกเย็นถอยห่างออกจากการต่อสู้ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่สนามรบของเหลยกังและเฉียนลี่กง
เย่ชวนเข้าใจดีว่า การต่อสู้ทางฝั่งเจียงซือเหยียนเป็นเพียงการประมือเล็กน้อย แต่การดวลระหว่างเหลยกังกับเฉียนลี่กงในระดับขั้นต้าซือต่างหาก ที่จะตัดสินผลแพ้ชนะของศึกครั้งนี้
เขาต้องช่วยเฉียนลี่กงเอาชนะเหลยกังให้ได้ จึงจะเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างแท้จริง
เมื่อหลี่หนานและซูว่านซินเห็นว่าเย่ชวนไม่เพียงไม่เข้าร่วมต่อสู้ แต่ยังดูเหมือนเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างสนาม ก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด
“เย่ชวน นายทำอะไรอยู่ มาช่วยเร็ว!”
ซูว่านซินย่ำเท้าด้วยความร้อนใจ ชุดเกราะหนังสีแดงเข้มของเธอปกปิดเพียงส่วนหน้าอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่ชัดเจน
ยามที่เธอโมโห เธอดูราวกับแม่เสือสาวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
“พอเถอะ ว่านซิน เขาไม่ใช่คนของพันธมิตรเก้าสวรรค์อยู่แล้ว อีกทั้งเขาอยู่แค่ขั้นเติงถังขั้นหนึ่ง การให้เขาเข้าร่วมสู้ในศึกนี้คงเป็นการยากเกินไป” เจียงซือเหยียนกล่าวพร้อมส่ายหัวเบา ๆ
แม้ว่าหลี่หนานและซูว่านซินจะไม่พอใจ แต่เมื่อเจียงซือเหยียนพูดเช่นนั้น พวกเขาก็ได้แต่ยอมตาม
ขณะนั้น การต่อสู้ระหว่างเฉียนลี่กงและเหลยกังก็เข้าสู่ช่วงดุเดือด เฉียนลี่กงเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างชัดเจน
ทุกครั้งที่เหลยกังโจมตีด้วยสายฟ้าทรงพลัง เฉียนลี่กงจะรู้สึกชาเล็กน้อยที่ร่างกาย
ด้วยความแตกต่างของพลังที่มากขึ้นเรื่อย ๆ กล้ามเนื้อของเฉียนลี่กงเริ่มล้า การเคลื่อนไหวช้าลงทุกที
หากปล่อยไว้แบบนี้ เฉียนลี่กงจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
เฉียนลี่กงที่ตระหนักถึงสถานการณ์ในตอนนี้ จึงเผยแววตาเด็ดเดี่ยวออกมา มือทั้งสองกำค้อนยักษ์ไว้แน่น
“ทลายภูผา!”
เฉียนลี่กงเหวี่ยงค้อนยักษ์ลงอย่างเต็มแรง พลังอันมหาศาลของการโจมตีครั้งนี้สามารถแยกภูเขาออกจากกันได้
เห็นได้ชัดว่าเฉียนลี่กงต้องการจบการต่อสู้นี้ให้ได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียว ไม่คิดจะยืดเยื้อกับเหลยกังอีกต่อไป
“ในที่สุดก็ติดกับ!”
แต่เมื่อเหลยกังเห็นเช่นนั้น เขากลับไม่ได้ตื่นตระหนกเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเผยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จออกมา
“เฉียนลี่กง ข้ารอให้แกหลงกลมานานแล้ว!”
“สายฟ้าพันธนาการ!”
เหลยกังตะโกนลั่น สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนแผ่กระจายราวกับงูอสรพิษ ก่อร่างเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่ถักทอจากสายฟ้า เสียงไฟฟ้าช็อตดัง ซซซซ ทำเอาแก้วหูแสบไปหมด
สีหน้าเฉียนลี่กงเปลี่ยนไปทันที แม้เขาจะไม่รู้ว่าการโจมตีครั้งนี้จะโค่นเหลยกังได้หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่คือ หากถูกตาข่ายสายฟ้านี้เล่นงานเข้า เขาต้องบาดเจ็บสาหัสแน่นอน
ตอนนี้ไม่เหลือทางถอยให้เฉียนลี่กงอีกแล้ว เขาทำได้เพียงกัดฟันพุ่งเข้าหาด้วยความหวังว่าจะลากเหลยกังล้มลงไปพร้อมกัน
ในช่วงเวลาวิกฤตนั้นเอง กลิ่นอายสังหารอันรุนแรงก็บังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ราวกับจับต้องได้ พุ่งตรงเข้าใส่เหลยกังอย่างจัง
ทักษะระดับเทพ – เพชฌฆาตเงาโลหิต!
เย่ชวนลงมือแล้ว!
ภายใต้แรงกดดันจากกลิ่นอายสังหารอันน่ากลัวนี้ ต่อให้เหลยกังอยู่ในระดับขั้นต้าซือขั้นห้า ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานะหวาดกลัวได้
เย่ชวนรู้ดีว่า ทักษะเดียวที่สามารถคุกคามเหลยกังได้คือทักษะควบคุมของเพชฌฆาตเงาโลหิต ดังนั้นเขาจึงรอโอกาสนี้มาโดยตลอด
เมื่อเหลยกังตกอยู่ในสถานะหวาดกลัว ตาข่ายสายฟ้าก็สลายไปเองโดยปริยาย
เฉียนลี่กงแม้จะยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ในฐานะนักสู้มากประสบการณ์ เขาย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป
เมื่อเห็นว่าเหลยกังเผยช่องว่างให้ เขาก็เหวี่ยงค้อนยักษ์ฟาดเข้าไปที่หน้าอกของเหลยกังเต็มแรง
“พรวด!”
เหลยกังกระอักเลือดออกมา ร่างลอยกระเด็นออกไปเหมือนว่าวที่สายป่านขาด
หากมองดูใกล้ ๆ จะเห็นว่าหน้าอกของเขายุบลงจากแรงกระแทกของค้อนของเฉียนลี่กง
“แย่แล้ว!”
สมาชิกของสหพันธรัฐเล่ยชือที่กำลังล้อมโจมตีเจียงซือเหยียนอยู่ต่างพากันตกตะลึง
ถ้าเหลยกังพ่ายแพ้ไป เฉียนลี่กงก็จะเหมือนคนตีตัวตุ่น ฆ่าพวกเขาได้ทีละคนอย่างง่ายดาย
พวกเขาจึงละทิ้งการล้อมเจียงซือเหยียนและพุ่งตัวไปหาเหลยกังทันที
“ท่านครับ! ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
หนึ่งในนั้นรีบประคองเหลยกังขึ้นมา และป้อนเม็ดยารักษาให้เขาอย่างรวดเร็ว
“เป็นแก!”
เหลยกังที่พึ่งลุกขึ้นมานั่ง จ้องเย่ชวนเขม็ง
“แกมีแค่ขั้นเติงถังขั้นหนึ่ง ทำไมทักษะของแกถึงส่งผลกระทบต่อฉันได้? หรือว่าแกเป็นอาชีพระดับตำนานสายต่อสู้? ไม่มีทาง! ช่วงนี้ในเมืองชิงเฉิงมีแค่อาชีพระดับตำนานสายต่อสู้อยู่คนเดียว และยังเป็นผู้หญิงอีกด้วย!”
แววตาของเหลยกังเต็มไปด้วยความสับสนและตกตะลึง ต้องรู้ไว้ว่าระดับของพวกเขาห่างกันถึงขั้นใหญ่เต็มขั้น!
มีเพียงทักษะของอาชีพระดับตำนานเท่านั้นที่สามารถข้ามขั้นใหญ่และส่งผลกระทบต่อเขาได้
เนื่องจากทักษะเฉพาะของอาชีพผูกติดกับระดับของอาชีพ อาชีพระดับตำนานหมายความว่าทักษะทั้งหมดก็ต้องเป็นระดับตำนานเช่นกัน
“แล้วแกมีสิทธิ์อะไรมาให้คำจำกัดความเรื่องเพศของฉันล่ะ?” เย่ชวนย้อนถาม
เหลยกังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
เจียงซือเหยียนจ้องเย่ชวนด้วยดวงตาเป็นประกาย เขาทำให้เธอประหลาดใจได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
เด็กหนุ่มคนนี้ที่ดูอายุน้อยกว่าเธอ เขายังซ่อนความลับอะไรไว้อีกบ้างกันแน่?
“ถอย!”
เหลยกังตะโกนสั่งอย่างไม่เต็มใจ ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หากยังดื้อดึงสู้ต่อไป สุดท้ายก็จะกลายเป็นการตายพร้อมกับพันธมิตรเก้าสวรรค์
เฉียนลี่กงและพรรคพวกต่างก็รู้ดีถึงสถานการณ์นี้ แม้เหลยกังจะบาดเจ็บหนัก แต่เขายังคงเป็นนักสู้ระดับขั้นต้าซือขั้นห้า สุภาษิตกล่าวว่า อูฐที่ผอมยังใหญ่กว่าม้า พวกเขาจึงไม่คิดไล่ตามสังหารสหพันธรัฐเล่ยชือ
เหล่าคนของสหพันธรัฐเล่ยชือที่มาอย่างรวดเร็วก็จากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
แต่ในจังหวะที่ทุกคนกำลังถอยออกไป คนทรยศของพันธมิตรเก้าสวรรค์ เจี่ยเหนียน ที่แอบปะปนอยู่ในกลุ่มของสหพันธรัฐเล่ยชือเพื่อหลบหนี ก็ถูกเฉียนลี่กงพุ่งเข้าไปหา
“พวกนั้นฉันให้ไปได้ แต่แกน่ะ ไปไหนไม่ได้!”
เฉียนลี่กงคำรามลั่น เสียงเต็มไปด้วยโทสะ สำหรับเขา สหพันธรัฐเล่ยชือเป็นศัตรูโดยตรง การที่พวกมันเล่นงานเขาเป็นเรื่องปกติ
แต่เจี่ยเหนียน แกสัตว์เดรัจฉานนี่กลับเป็นคนทรยศที่หักหลังพวกพ้องของตัวเอง มันเกินจะให้อภัย!
ถ้าไม่ใช่เพราะเย่ชวน พวกเขาคงลำบากและอาจต้องจบชีวิตที่นี่กันหมด
“พี่เฉียน ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย ผมรู้ตัวแล้วว่าทำผิด ผมสำนึกผิดจริง ๆ! ผมเพิ่งแต่งงานเมื่อนไม่นานมานี้ และภรรยาของผมก็กำลังตั้งครรภ์ ได้โปรดเมตตาด้วย!”
เมื่อรู้ว่าไม่มีทางหนี เจี่ยเหนียนทรุดตัวลงคุกเข่า ร้องไห้สะอึกสะอื้น
ถ้ารู้แต่แรกว่าสหพันธรัฐเล่ยชือจะไม่สามารถฆ่าเฉียนลี่กงได้ เขาคงไม่กล้าทรยศเลย!
“ไปสู่สุขคติเถอะ! แค่เพราะคำว่า ‘พี่เฉียน’ ที่แกพูดออกมา ข้ารับรองว่าจะดูแลเมียแกเป็นอย่างดี...ให้ลูกแกมีแชมพูใช้ทุกคืน!”