เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 เรื่องหมากัดกันที่ใครๆ ก็ชอบดู

บทที่ 38 เรื่องหมากัดกันที่ใครๆ ก็ชอบดู

บทที่ 38 เรื่องหมากัดกันที่ใครๆ ก็ชอบดู


อ้อ?

ยังมีเพื่อนร่วมแก๊งด้วย?

เหล่าหลี่ฉุกคิดขึ้นมา พยักหน้าแล้วพูดว่า "การแจ้งเบาะแสเปิดโปงเพื่อนร่วมแก๊ง ถือว่าคุณได้สร้างคุณงามความดี สามารถลดหย่อนโทษได้ในระดับหนึ่ง!"

"แต่คุณต้องรับประกันว่าเรื่องที่คุณพูดเป็นความจริง"

"ถ้ามีเจตนาใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น... อย่าว่าแต่จะลดโทษไม่ได้เลย เผลอๆ อาจจะโดนเพิ่มโทษจำคุกเข้าไปอีก"

เหล่าหลี่รู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนสักหน่อย

แม้ว่าเรื่องการป้ายความผิดให้คนอื่นระหว่างการสอบสวนจะฟังดูหลุดโลก แต่ถ้าเป็นคนไร้สมองอย่างจางไคเฟิ่ง ก็มีความเป็นไปได้จริงๆ ที่จะทำเรื่องแบบนี้

ถ้าทำไปจริงๆ...

เหอะๆ เคยได้ยินความผิดฐานแจ้งความเท็จเพื่อจะแกล้งให้บุคคลอื่นต้องรับโทษทางอาญาไหม?

"ค่ะ ค่ะ! ฉันเข้าใจ ฉันเข้าใจ"

จางไคเฟิ่งพยักหน้ารัวๆ จากนั้นก็เล่าสถานการณ์ออกมาทั้งหมดเหมือนเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่

เรื่องที่เธอพูดก็ไม่ใช่เรื่องโกหก

การใช้การหมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ตเพื่อกดดันหลินเป่ยและบีบให้เขาถอนแจ้งความ ความคิดนี้มาจากเฉินจิงจิงจริงๆ

เดิมที จางไคเฟิ่งโทรศัพท์หาเฉินจิงจิงเพียงเพื่อบ่นระบายความทุกข์ แต่ฝ่ายหลังในฐานะคนทำสื่อโซเชียล หลังจากได้ฟังเรื่องราวของจางไคเฟิ่ง ก็สัมผัสได้อย่างเฉียบคมว่านี่คือโอกาสที่ดีในการเพิ่มผู้ติดตามและสร้างกระแส เธอจึงเสนอความคิดแย่ๆ นี้ออกมา

พอจางไคเฟิ่งฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผลมาก จึงยอมรับข้อเสนอนี้

ทั้งสองคนเห็นพ้องต้องกันทันที

จึงเกิดเป็นการกระทำสุดพิลึกที่โง่เง่าบัดซบนี้ขึ้นมา

"...คุณตำรวจคะ ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ"

"ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะทำแบบนี้ได้ ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินจิงจิงยุยงฉัน!"

"ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเอาแต่ล้างสมองฉัน ฉันคงไม่ทำผิดพลาดใหญ่หลวงขนาดนี้"

จางไคเฟิ่งแก้ตัวเสียงดัง

"อีกอย่าง ต่อให้ฉันอยากจะแฉ ฉันก็ไม่มีช่องทางนี่นา ฉันมีผู้ติดตามแค่ไม่กี่คน... ต่อให้โพสต์วิดีโอก็ไม่มีกระแส"

"แต่เฉินจิงจิงสิ เธอเป็นเน็ตไอดอล เธอมีผู้ติดตามเป็นแสนคน!"

"วิดีโอก็โพสต์ผ่านบัญชีของเธอ เธอยังแชร์ไปยังกลุ่มแฟนคลับหลายกลุ่ม เรียกร้องให้แฟนคลับช่วยกันแชร์ต่อด้วย!"

สหายเต๋าตาย ข้าเต๋าผู้ยากไร้ไม่ตาย

*เป็นสำนวน ยอมสละผู้อื่นเพื่อรักษาตัวเอง

มาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้แล้ว จางไคเฟิ่งย่อมต้องพยายามโยนความผิดไปให้เฉินจิงจิงอย่างสุดกำลัง

...

หลังจากฟังคำให้การของจางไคเฟิ่ง มุมปากของเหล่าหลี่ก็กระตุกสองสามที

ให้ตายเถอะ!

ช่างเป็นคนที่กล้าพูดคนหนึ่ง และกล้าเชื่ออีกคนหนึ่งจริงๆ

มิน่าล่ะ หลายคนถึงกลัวคนโง่เวลาปิ๊งไอเดีย เพราะมันยากที่จะจินตนาการได้จริงๆ ว่าคนโง่เวลาปิ๊งไอเดียขึ้นมา จะสามารถทำการกระทำที่พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอะไรออกมาได้บ้าง...

และเหล่าหลี่ผู้มากประสบการณ์ก็เข้าใจกระจ่างในทันทีว่า ในการกระทำความผิดครั้งนี้ เฉินจิงจิงคือผู้ยุยงส่งเสริม ส่วนจางไคเฟิ่งคือผู้ถูกยุยงส่งเสริม

ในทางกฎหมาย แม้จะไม่มีข้อหาที่เรียกว่า "ความผิดฐานยุยงส่งเสริม" โดยเฉพาะ แต่ก็มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการยุยงส่งเสริมให้กระทำความผิด

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 บัญญัติว่า ผู้ใดยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นกระทำความผิด ต้องระวางโทษตามบทบาทที่ตนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดร่วมกันนั้น

พูดง่ายๆ คือ ยุยงให้คนอื่นกระทำความผิดใด ก็จะถูกตัดสินว่ามีความผิดและต้องรับโทษในความผิดนั้น

เช่น นาย ก. ยุยงให้นาย ข. ไปปล้นทรัพย์ นาย ก. ก็จะถูกตัดสินว่ามีความผิดและต้องรับโทษในฐานปล้นทรัพย์

ยิ่งไปกว่านั้น เฉินจิงจิงไม่ใช่แค่ผู้ยุยงส่งเสริมธรรมดาๆ

แต่ยังเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย!

กระทั่งเป็นตัวการหลัก!

ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์วิดีโอหมิ่นประมาท หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของหลินเป่ย เธอก็มีส่วนร่วมโดยตรง แถมบัญชียังเป็นของเธอเองด้วย

พูดอีกอย่างคือ ในการกระทำความผิดครั้งนี้ ปัญหาของเฉินจิงจิงอาจจะหนักหนาสาหัสกว่าจางไคเฟิ่งเสียอีก!

ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดมาก แน่นอนว่าต้องพาตัวเฉินจิงจิงกลับมาสอบสวน

...

อีกด้านหนึ่ง

เฉินจิงจิงเพิ่งกลับถึงบ้านตัวเอง ก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง

เป็นผู้จัดการแบรนด์เสื้อผ้าสตรีอินเทรนด์แบรนด์หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าสนใจกระแสความนิยมของบัญชีเฉินจิงจิง และอยากจะร่วมงานกับเธอ

"จะบอกให้นะคะว่ากระแสของฉันตอนนี้มันสุดยอดมาก"

"สองหมื่นเหรอ?"

"ไม่ได้แน่นอนค่ะ"

"ห้าหมื่น อย่างน้อยต้องห้าหมื่น ถ้าน้อยกว่านี้ไม่ต้องคุยเลย เสียเวลาเปล่าๆ"

เฉินจิงจิงเรียกร้องอย่างหน้าเลือดทันที

โฆษณาชิ้นเดียว เสนอราคาห้าหมื่น

เห็นได้ชัดว่าเธอเริ่มเหลิงเล็กน้อย

และผลก็คือ การเจรจาล่มลงอย่างไม่เป็นท่า

ฝ่ายแบรนด์ก็ไม่ใช่คนโง่

การจ้างเน็ตไอดอลโฆษณาก็ต้องคำนึงถึงผลตอบแทนจากการลงทุน ด้วยขนาดฐานแฟนคลับของเฉินจิงจิง มันยากที่จะสร้างรายได้ถึงห้าหมื่น ดังนั้นความร่วมมือนี้จึงไม่มีทางสำเร็จได้

หลังจากวางสาย เฉินจิงจิงก็ไม่ท้อแท้

อย่างไรเสีย กระแสของเธอกำลังพุ่งสูงอย่างน่าพอใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครจ้าง

ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

เฉินจิงจิงไม่ได้คิดอะไรมาก เธอเดินไปเปิดประตู

"ตำรวจเหรอคะ? พวกคุณมาทำอะไรกัน?"

พอเห็นตำรวจที่อยู่หน้าประตู เฉินจิงจิงก็ยืนนิ่งไป

ตำรวจสองสามนายนี้ เธอเคยเห็นมาก่อน

คือกลุ่มคนที่พาตัวจางไคเฟิ่งไปจากบ้านเมื่อไม่นานมานี้ แล้วนี่มาหาถึงที่นี่ได้ยังไง?

เหล่าหลี่พูดตรงประเด็น "เฉินจิงจิง เราสงสัยว่าคุณมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาททางอินเทอร์เน็ตและละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของจางไคเฟิ่งด้วย ตอนนี้กรุณาไปกับพวกเราเพื่อรับการสอบสวน!"

"อะไรนะคะ? นี่... นี่โยนความผิดมาให้ฉันได้ยังไง?" สีหน้าของเฉินจิงจิงเปลี่ยนไปทันที "เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?"

เหล่าหลี่พูด "จางไคเฟิ่งให้การแล้ว ว่าเป็นคุณที่ยุยงเธอ และบัญชี 'หมูน้อยสีแดง' ที่โพสต์ข้อมูลละเมิดสิทธิ์ก็เป็นของคุณ! คุณว่ามันเกี่ยวอะไรกับคุณล่ะ?"

"เธอใส่ร้ายฉัน! เธอใส่ร้ายฉัน!"

เฉินจิงจิงรีบตะโกนร้องขอความเป็นธรรม "นี่มันป้ายความผิดกันชัดๆ!"

"เธอมันหมาบ้าไล่กัดคนไปทั่ว!"

"คุณตำรวจคะ พวกคุณสืบสวนให้ชัดเจนแล้วเหรอ? จะมาฟังเธอพล่ามไร้สาระแล้วจับคนมั่วซั่วไม่ได้นะคะ!"

"อย่าตะโกน อย่าร้อง และอย่าโวยวาย"

เหล่าหลี่ทำหน้าเคร่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา "จะใช่หรือไม่ใช่ เดี๋ยวสืบสวนก็รู้เอง"

"สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้ คือไปกับพวกเรา"

เฉินจิงจิงเริ่มลนลานแล้ว

ปฏิกิริยาแรกคืออยากจะหนี

แต่ในไม่ช้า เธอก็ล้มเลิกความคิด

เมื่อชั่วโมงกว่าๆ ที่แล้ว เธอเพิ่งเห็นกับตาตัวเองว่าจางไคเฟิ่งถูกตำรวจควบคุมตัวไปอย่างไร

มีบทเรียนอยู่ตรงหน้า เฉินจิงจิงจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม

ทำได้เพียงยื่นมือทั้งสองข้างออกมาอย่างเชื่อฟัง แล้วเดินตามตำรวจไป

...

สถานีตำรวจ หญิงสาวสองคนพบกัน

ต่างฝ่ายต่างมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์

จางไคเฟิ่งรู้สึกว่าเฉินจิงจิงเสนอความคิดแย่ๆ มาหลอกเธอ

ส่วนเฉินจิงจิงรู้สึกว่าเป็นจางไคเฟิ่งที่หักหลังและโยนความผิดมาให้เธอ

จึงเปิดฉากด่าทอกันทันที

"จางไคเฟิ่ง! แกกล้าหักหลังฉันเหรอ?! ฉันอุตส่าห์หวังดีช่วยแก แต่แกกลับขายฉัน! แกไอ้XX!"

"ไปตายซะไป! นั่นมันช่วยฉันเหรอ? แกทำร้ายฉันต่างหาก! ถ้าไม่ใช่เพราะแกเสนอความคิดเน่าๆ นั่น ฉันคงไม่ตกอยู่ในสภาพนี้!"

"ให้ตายสิ! ฉันเอาปืนจ่อคอแกหรือไง? แกก็เห็นดีเห็นงามด้วยเองไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้มาโยนความผิดให้ฉันมันหมายความว่ายังไง? อะไรนะ ถ้าฉันบอกให้แกกินขี้แกก็จะกินหรือไง?"

"ฉันจะฉีกปากเน่าๆ ของแกให้แหลก!"

"ไปตายซะไป! อีนังแพศยา!"

"แกไอ้XX!"

"ไอ้XX!"

ทั้งสองคนยิ่งพูดยิ่งใช้อารมณ์ ยิ่งพูดยิ่งโกรธ

เริ่มด่าโดยมีแม่เป็นศูนย์กลาง ญาติพี่น้องเป็นรัศมี แล้วเริ่มด่ากราดไปทั่ว

ในไม่ช้า

ความขัดแย้งก็บานปลาย

ทั้งสองคนเปิดฉากตบตีกันทันที

หากเป็นนิยายกำลังภายใน การต่อสู้นั้นดุเดือดอลังการ มรรคาถึงกับมอดไหม้

จบบทที่ บทที่ 38 เรื่องหมากัดกันที่ใครๆ ก็ชอบดู

คัดลอกลิงก์แล้ว