- หน้าแรก
- ฟ้องให้ยับ ปราบเกรียนด้วยหมายศาล
- บทที่ 2 การ์ดเร่งกระแสสิบล้าน ส่งให้ติดเทรนด์ฮิตทันที!
บทที่ 2 การ์ดเร่งกระแสสิบล้าน ส่งให้ติดเทรนด์ฮิตทันที!
บทที่ 2 การ์ดเร่งกระแสสิบล้าน ส่งให้ติดเทรนด์ฮิตทันที!
ถึงแม้หลินเป่ยจะไม่ได้เรียนกฎหมายมาอย่างเป็นระบบ
แต่ถึงจะไม่เคยเห็นหมูวิ่ง อย่างน้อยเขายังเคยกินเนื้อหมูไม่ใช่เหรอ?
ในยุคที่อินเทอร์เน็ตก้าวหน้าและข้อมูลท่วมท้นแบบนี้ แค่ไถดูเล่น ๆ ย่อมได้ความรู้สารพัดอย่าง
ไอ้เรื่องทุเรศ ๆ ที่อีกฝ่ายทำลงไป มันเข้าข่ายหมิ่นประมาทชัด ๆ
แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจง คงต้องลองค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูให้ดีเสียก่อน
ในไม่ช้า ผลลัพธ์ก็ปรากฏ
การใช้เครือข่ายข้อมูลหมิ่นประมาทผู้อื่น หากข้อมูลหมิ่นประมาทชิ้นเดียวกันนั้นมียอดคลิกหรือยอดเข้าชมจริงถึง 5,000 ครั้งขึ้นไป หรือมียอดรีทวีตถึง 500 ครั้งขึ้นไป จะถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
ยิ่งพฤติการณ์ร้ายแรง โทษจำคุกยิ่งสูงขึ้น
พูดอีกอย่างคือ
ยิ่งข้อมูลหมิ่นประมาทแพร่กระจายไปมากเท่าไหร่ ผลกระทบยิ่งกว้างขวาง คนหมิ่นประมาทจึงยิ่งเสี่ยงคุกหนักขึ้นเท่านั้น
โทษสูงสุดคือติดคุกสามปี มีข้าวฟรีให้กิน
การ์ดเร่งกระแสเหรอ?
ยอดไปเลย!
หลินเป่ยหัวเราะหึ ๆ ในใจ ความคิดของเขาชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น ยังมีเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องทำ นั่นคือการเก็บหลักฐาน!
โพสต์เวยปั๋ว (Weibo) นั่นกระแสแรงอยู่แล้ว ถ้าอัดยอดวิวเข้าไปอีก 10 ล้าน การันตีได้เลยว่าติดเทรนด์ฮิตแน่นอน แถมอันดับคงไม่ต่ำด้วย
เผื่อถึงเวลาแล้วหาหลักฐานมาแสดงไม่ได้...
นั่นมันจะกลายเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองชัด ๆ
หลินเป่ยไม่อยากเล่นกับไฟจนเผาตัวเอง
ดังนั้น ก่อนที่จะใช้การ์ดเร่งกระแส เขาต้องมั่นใจว่ามีหลักฐานสวนกลับที่แน่นหนาพออยู่ในมือ
เมื่อคิดถึงตรงนี้
หลินเป่ยรีบลุกขึ้นวิ่งกลับไปที่รถทันที
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นแท็กซี่ถูกกฎหมายหรือรถยนต์ส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอป ล้วนมีกล้องวงจรปิดภายในรถ เพื่อที่เวลาเกิดข้อพิพาทหรือเหตุไม่คาดฝัน จะได้มีหลักฐานอ้างอิง
นี่มันได้ใช้ประโยชน์แล้วไม่ใช่หรือ?
ไม่นาน หลินเป่ยก็ดึงไฟล์วิดีโอจากกล้องนั่นออกมาได้
ตั้งแต่ตอนที่เริ่นจวินเหม่ยขึ้นรถ จนกระทั่งเธอลงรถจากไป
บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์
แน่นอนว่ารวมถึงบทสนทนาตุกติกตอนที่ไปถึงจุดหมายระหว่างเริ่นจวินเหม่ยกับหลินเป่ยด้วย
นอกเหนือจากนี้
ตอนที่หลินเป่ยเดินตามเริ่นจวินเหม่ยขึ้นไปบนตึก เพื่อความไม่ประมาท เขายังใช้มือถืออัดวิดีโอเอาไว้ด้วย
“หลักฐานแน่นหนาสองชั้น คราวนี้เรียบร้อย!”
“คอยดูแล้วกันว่าฉันจะขยี้เธอให้เละยังไง!”
เมื่อหลักฐานอยู่ในมือ หลินเป่ยไม่ลังเลอีกต่อไป เขาใช้การ์ดเร่งกระแสกับโพสต์เวยปั๋ว (Weibo) ที่หมิ่นประมาทเขาของเริ่นจวินเหม่ยทันที
และแล้ว...
ด้วยพลังลึกลับบางอย่างที่ส่งเสริม โพสต์เวยปั๋ว (Weibo) นั้นมียอดกระแสพุ่งกระฉูด!
...
ชุมชนอิ๋งชุน ภายในห้องเช่า
“อ๊ากกกกกก!”
“โมโหจะตายอยู่แล้ว!”
เริ่นจวินเหม่ยโกรธจนกระทืบเท้าแผดเสียงลั่น อาการหัวร้อนยังไม่ลดลงเลย
คำพูดเหล่านั้นของหลินเป่ยมันจี้ใจดำเธอเข้าอย่างจัง
“แก ไอ้ขยะชนชั้นล่าง แกกล้าดียังไง แกกล้าดียังไง!”
“อ๊ากกกกกก!”
เริ่นจวินเหม่ยแทบจะระเบิดออกมา เธออยากจะฆ่าคนให้ตาย ๆ ไปเลยด้วยซ้ำ
ในดวงตาเล็ก ๆ ที่ถูกไขมันบีบจนเกือบจะเป็นเส้นตรงคู่นั้น เปล่งประกายความอาฆาตแค้น
ความคิดอันชั่วร้ายค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
“แกหาเรื่องเจ็บตัว!”
พูดจบ
เริ่นจวินเหม่ยเปิดหน้าต่างแชตส่วนตัวที่คุยกับหลินเป่ย แคปหน้าจอ แล้วตัดส่วนเนื้อหาที่ไม่เป็นผลดีกับเธอทิ้งไป
เก็บไว้เฉพาะส่วนที่หลินเป่ยด่าเธอเท่านั้น
จากนั้นแคปหน้าโปรไฟล์เวยปั๋ว (Weibo) ของหลินเป่ยอีกรูป แถมยังติดแท็กว่า “ไอ้โรคจิตสะกดรอยตาม”
แล้วเริ่มลงมือแต่งเรื่องใส่สีตีไข่
“พวกแก ใครจะเข้าใจความรู้สึกนี้บ้าง! ไอ้โรคจิตที่ตามฉันเมื่อวาน มันยังมาตามส่องเวยปั๋ว (Weibo) ฉัน แถมยังส่งข้อความส่วนตัวมาด่าฉันอีก!”
“ฉันแค่อยากจะถามว่า บ้านเมืองนี้ยังมีขื่อมีแปไหม ยังมีกฎหมายอยู่หรือเปล่า?”
“เมื่อไหร่พวกเราผู้หญิงถึงจะมีชีวิตอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างปลอดภัยและวางใจเสียที?”
“พี่สาวทั้งหลาย ทุกคนต้องระวังอาชญากรแฝงที่อยู่รอบตัว ปกป้องตัวเองให้ดีนะ ส่วนทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันจะสู้กับไอ้โรคจิตนั่นอย่างกล้าหาญจนถึงที่สุด [กำหมัด][กำหมัด][กำหมัด]”
พอเขียนเสร็จ เธอก็แนบภาพแคปหน้าจอทั้งสองใบลงไป
แล้วกดโพสต์ทันที
“หึ!”
“ไอ้โง่เหม็นเน่า ไอ้ขยะ!”
“แกรอโดนชาวเน็ตรุมด่าจนเละได้เลย!”
เริ่นจวินเหม่ยเผยรอยยิ้มอย่างสะใจและได้ที
...
หลินเป่ยเลิกงานขับรถกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เขาเปิดเวยปั๋ว (Weibo) เพื่อดูความคืบหน้า แต่กลับพบว่าตัวเองโดนถล่มด้วยข้อความส่วนตัว
ข้อความส่วนตัวมากมายมหาศาล
ทั้งหมดเต็มไปด้วยคำดูถูก คำด่าทอ และคำสาปแช่ง
ถ้อยคำที่ใช้มันเลวร้ายชนิดที่ว่า ถ้าเขียนออกมาหนังสือทั้งเล่มอาจจะโดนแบนได้เลย
โชคดีที่หลินเป่ยไม่มีนิสัยชอบโพสต์เวยปั๋ว (Weibo) ในหน้าโปรไฟล์ของเขามีเพียงโพสต์รีทวีตกิจกรรมแจกของรางวัลเมื่อตอนปีใหม่ไม่กี่โพสต์ เลยไม่มีช่องทางให้พวกนักเลงคีย์บอร์ดเหล่านี้ระบายอารมณ์ได้มากนัก
ขณะที่มองดูข้อความส่วนตัวมหาศาลนี้ หลินเป่ยพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงรีบกดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของ 'สาวสวยหุ่นอวบ' และแน่นอนว่าเขาเห็นเธอเพิ่งโพสต์เวยปั๋ว (Weibo) ใหม่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
“เสี่ยงคุกจริง ๆ!”
“ดูเหมือนเธออยากจะลองดีกับฉันสักตั้งสินะ คิดจะมาสู้กับ 'หลินหัวเฉียง' คนนี้ เธอมีปัญญาพอเหรอ?”
*หลินหัวเฉียง เขาคือหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพล มีภาพลักษณ์ที่เหี้ยมโหด หยิ่งยโส ฉลาดแกมโกง และไม่เคยกลัวใครหน้าไหน เป็นสัญลักษณ์ของ "นักเลงตัวพ่อ" หรือ "คนที่กร่างและน่ากลัวที่สุด" ในที่นี้เพราะแซ่หลินเหมือนกัน เขาจึงจงใจเรียกตัวเองว่า "หลินหัวเฉียง" เพื่อประกาศศักดา
ภายในใจของหลินเป่ยไม่ไหวติงเลยสักนิด แถมยังแอบรู้สึกอยากหัวเราะด้วยซ้ำ
ไอ้ลูกไม้ตื้น ๆ แบบตัวตลกนี่ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาสนใจได้
พวกนักเลงคีย์บอร์ดไร้สมองเหล่านี้ ทำได้แค่พ่นอุจจาระบนเวยปั๋ว (Weibo) เท่านั้นแหละ
ถ้าหากฉันไม่เปิดเวยปั๋ว (Weibo) ดู พวกแกจะรับมือยังไง?
กลับกันคือเริ่นจวินเหม่ย...
ในฐานะผู้จุดชนวนความรุนแรงบนโลกออนไลน์ครั้งนี้ ยิ่งกระแสโจมตีรุนแรงเท่าไหร่ สุดท้ายเมื่อถึงเวลาชำระบัญชี ผลสะท้อนกลับที่เธอจะได้รับย่อมรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น!
“ข้ายืนชมทิวทัศน์บนเชิงเทิน ได้ยินเสียงอื้ออึงนอกกำแพง...”
*ประโยคจากสามก๊ก
หลินเป่ยฮัมเพลงออกมาเบา ๆ
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะปล่อยหลักฐานออกมาสวนกลับอีกฝ่าย
นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเองไม่ใช่เหรอ?
ต้องปล่อยให้กระสุนวิ่งไปสักพัก
...
เช้าวันรุ่งขึ้น เวลาราวสิบโมงกว่า
เริ่นจวินเหม่ยนอนหงายกรนเสียงดังครืดคราด อ้าปากค้าง บางครั้งยังส่งเสียงหัวเราะแปลก ๆ “เหอะ ๆ ๆ” ออกมา น้ำลายไหลย้อยจากมุมปาก
“ซู้ด!”
เริ่นจวินเหม่ยสูดน้ำลายกลับเข้าไป แล้วตื่นขึ้นมา
ในดวงตาของเธอมีเส้นเลือดฝอยสีแดงปรากฏอยู่บ้าง
เมื่อคืนเธอมัวแต่ตอบกลับความคิดเห็นและข้อความส่วนตัวของชาวเน็ต ยุ่งอยู่จนถึงตีสองครึ่งถึงได้นอน
เธอฝันว่าโพสต์เวยปั๋ว (Weibo) ของตัวเองดังเปรี้ยงติดเทรนด์ฮิต ผู้ติดตามเพิ่มขึ้นนับไม่ถ้วน มีบริษัทมากมายติดต่อเข้ามาขอร่วมงานด้วย ได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต...
พอตื่นขึ้นมาตอนนี้ ยังรู้สึกเสียดายความฝันนั้นอยู่หน่อย ๆ
เริ่นจวินเหม่ยขยับปากจั๊บ ๆ เช็ดน้ำลายที่มุมปาก แล้วหยิบมือถือที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาเปิดเวยปั๋ว (Weibo)
ในวินาทีต่อมา...
“เชี่ย!!!”
เริ่นจวินเหม่ยอุทานลั่น ตื่นเต็มตาทันที
ฝันกลายเป็นจริงเหรอ?
แค่ตื่นนอนขึ้นมา โพสต์เวยปั๋ว (Weibo) ที่ลงไว้เมื่อวานกลับมียอดวิวสูงถึงสิบกว่าล้านอย่างน่าสะพรึง!
แถมยังติดเทรนด์ฮิตจริง ๆ ด้วย
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง #หญิงสาวในหางโจวถูกสะกดรอยตามกลางดึก # กำลังอยู่ในอันดับที่ 13 ของเทรนด์ฮิต
แถมกระแสความร้อนแรงยังพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
ดูจากทรงแล้ว การเข้าสู่สิบอันดับแรกเป็นเรื่องง่าย ๆ เลย ไม่แน่อาจจะติดท็อปห้าหรือท็อปสามด้วยซ้ำ!
เริ่นจวินเหม่ยตัวลอยไปหมดแล้ว
จู่ ๆ พลันนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอรีบเปิดระบบส่วนแบ่งโฆษณาและฟังก์ชันรับโดเนตของเวยปั๋ว (Weibo) ทันที
แบบนี้แล้ว เธอจึงสามารถเปลี่ยนยอดเข้าชมให้กลายเป็นเงินได้
โกยเงินก้อนโต!
และในขณะที่กระแสของหัวข้อนี้ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนจำนวนมากเข้าร่วมกองทัพโจมตี “ไอ้โรคจิตสะกดรอยตาม” ในช่องแสดงความคิดเห็นปรากฏภาพความโกลาหลสุดเหวี่ยง
【วันนี้หากฉันเพิกเฉย วันหน้าเมื่อภัยมาถึงตัว จะไม่มีใครลุกขึ้นมาสู้เพื่อฉัน สู้ ๆ นะพี่สาว พวกเราทุกคนคือแนวหลังที่แข็งแกร่งให้เธอเอง!】
【พูดไปหลายครั้งแล้วว่า ผู้ชายทุกคนคืออาชญากรแฝง พวกพี่สาวน้องสาวต้องอยู่ให้ห่างผู้ชาย ไม่อย่างนั้นจะพบแต่ความโชคร้าย】
【@สำนักงานยุติธรรมหางโจว @ตำรวจหางโจว @สำนักงานเขตปินเจียงหางโจว อย่าแกล้งตาย ออกมาจัดการเรื่องนี้หน่อย!】
【ฉันจะอ้วกจริง ๆ! ทำไมถึงมีคนน่าขยะแขยงแบบนี้ได้ สนับสนุนให้ตอนทางกายภาพไปเลย แก้ปัญหาที่ต้นตอให้สิ้นซาก!】
เหล่าปรมาจารย์สายหมัดจากทั่วสารทิศต่างปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่ได้รับเชิญ
กระบวนท่าหมัดสะท้านฟ้านี้ แทบจะบดขยี้มรรคาให้สิ้นสลาย
ไม่ได้โม้เลยสักนิด
ต่อให้จักรพรรดิหวงเทียนมาเอง ยังต้องโดนแย่งนมอสูรไป หรือแม้แต่เทพสมุทรถังซานมาเห็น ยังต้องรีบแบกสัตว์วิญญาณแสนปีหนีไปกลางดึก